로그인เมื่อหมอสาวอายุ 27 ดันตกหลุมรักเด็กบาร์โอสต์ อายุ 22 และมารู้ทีหลังว่า เขากำลังเรียนอยู่ วิศวะปี 4 ของมหาวัทยาลัยแห่งหนึ่ง มีเหรอที่สาวใหญ่แก่กว่า 5 ปี จะปล่อยให้พลาดได้ ไม่ว่าต้องใช้มารยา ลูกเล่นแค่ไหน เธอก็จะจีบให้ได้คอยดู ทว่าดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเพราะ เธอและเขาต่างก็พบเจอกันบ่อยครั้งราวกับมีด้ายแดง แบบนี้เรียกว่าคู่แท้แล้วรึเปล่า
더 보기ที่สำนักงานเขต
"ใส่ชุดดำมาทำไม มีใครตายหรือไงปิ่น?"
เขื่อน นาวินทร์ ภูมิพัฒน์
กัดฟันถามว่าที่อดีตภรรยาอย่างไม่แยแส ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ เขาเพียงแค่ปรายตามองครู่เดียวเท่านั้น เจ้าของร่างสูงยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ ทนายไม่ขยับให้เธอนั่ง ปิ่นมุกต้องเดินตัวลีบอ้อมไปนั่งเก้าอี้ด้านในอีกแถวเพื่อรอคิวทำเรื่องหย่าเขื่อนยังคงโกรธที่เธอเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด ถ้าวันนั้นตอนนั้นไม่มีเธออยู่ในเหตุการณ์ เรื่องราวก็คงง่ายกว่านี้ เขากับแฟนสาวก็คงได้แต่งงานกัน
หนึ่งปีกับหกเดือนที่ใช้ชีวิตด้วยกันเขาแทบจะไม่เคยเห็นข้อดีของเธอเลย นอกจากหน้าตาที่ดูสะอาดสะสวย ต้องยอมรับเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งที่สวยที่สุดที่เขาเคยเจอมา
แต่ก็นั่นแหละ น่าเบื่อสิ้นดี! โชคดีที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กันทางกายเลยไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรมาก แค่เห็นเงาของเธอเขาก็เอือมระอาเต็มที อย่าว่าแต่พูดคุยกันเลย เขานั่งคุยกับเงาตัวเองน่าจะรู้เรื่องมากกว่าเสียเวลาคุยกับเธอ
ใบหน้าสวยสะอาดดวงตากลมโตมีรอยคล้ำใต้ดวงตาเล็กน้อยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ระหว่างรอคิวหย่าของเธอและว่าที่อดีตสามี ข้างหน้าเธอคงเป็นคู่แฟนที่กำลังจะมาจดทะเบียนสมรส ทั้งคู่สัมผัสร่างกายกันเบา ๆ พร้อมทั้งพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งอย่างมีความสุข แต่สำหรับปิ่นมุก ไม้กล้า แล้วไม่ว่าจะตอนจดหรือตอนหย่าเธอก็ต้องตกอยู่ในอารมณ์เศร้าหมองแบบนี้ ต่างแค่ตอนนี้ไม่มีใครคอยปลอบใจเธออีกแล้ว
พอคู่รักด้านหน้าหันกลับมามอง แพขนตาหนางอนก็ผลุบลงทันทีปิ่นมุกไม่มีความกล้าในการสบตากับคนแปลกหน้าตั้งแต่เด็ก เธอไม่ได้เป็นเด็กผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยปมด้อยมากมายให้เพื่อน ๆ ได้ล้อกันสนุกปาก
"ปิ่น ไม่มีพ่อจริง ๆ เหรอ งั้นแม่เธอก็เป็นแม่หม้ายงั้นสิ"
ปิ่นมุกไม่เคยรู้ว่าพ่อตัวเองคือใคร หน้าตาเป็นแบบไหน เธออยู่บนเกาะมันตรามาตั้งแต่เกิดแทบจะไม่ได้ออกไปเจอโลกภายนอกเลย นอกจากเวลาข้ามฝั่งไปเรียนชั้นมัธยม และเธอก็มีเพื่อนสนิทน้อยเหลือเกิน เพราะเธอไม่ได้เป็นคนช่างพูดแบบเพื่อนวัยเดียวกัน สื่อโซเชียลของเธอก็แทบจะว่างเปล่า มีเพียงรูปทะเลแค่เปลี่ยนมุมถ่ายรูปเท่านั้น
ดวงตากลมโตเหล่มองร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดปลดกระดุมคอถึงสองเม็ดเหมือนกับทุก ๆ วัน เขายังคงนั่งนิ่งอยู่กับเก้าอี้ตัวเดิม ไม่แม้แต่จะทักถามอะไร มีเพียงทนายเอนกและผู้ช่วยของเขาที่มาเป็นพยานในวันนี้หันมายิ้มให้กำลังใจเธอบ้างในบางครั้ง
"คิวที่เจ็ด เชิญที่ช่องห้าค่ะ"
"คุณปิ่นครับ ถึงคิวแล้ว"
"อ้อค่ะ"
ปิ่นมุกลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า หลายวันมานี้เธอแทบไม่ได้นอน แม้แต่อาหารสักมื้อก็ยังแทบจะกลืนไม่ลง ภาวะเครียดเริ่มเกาะกินร่างเล็กจนสภาพร่างกายดูซูบผอมลง
ทั้งสองคนนั่งลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยอารมณ์รู้สึกที่แตกต่างออกไป สีหน้าของเขื่อนดูผ่อนคลายมีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากนิด ๆ แต่ปิ่นมุกกลับมีแต่หยาดน้ำใสที่เอ่ออยู่เต็มเบ้าตา เธอต้องแอบหันไปเช็ดออกบ่อยครั้ง ขอให้ครั้งนี้เป็นความเสียใจครั้งสุดท้ายของเธอที่มีต่อเขา ผู้ไม่เคยคิดที่จะรักและใส่ใจเธอเลย
หนังสือข้อตกลงการหย่าถูกยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงถึงข้อตกลงและความยินยอมทั้งสองฝ่าย ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่สอบถามเธอก็ได้แต่ตอบรับสั้น ๆ ตามว่าที่อดีตสามี ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วที่จะต้องยืดเยื้อออกไป ไม่มีบุตร ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีหนี้สิน ไม่มีอะไรร่วมกันทั้งนั้น
ขั้นตอนต่าง ๆ ดำเนินการมาจนถึงปลายทางสุดท้าย ปิ่นมุกค่อย ๆ จรดลายเซ็นลงไปในใบหย่า ถึงเวลาที่เธอต้องคืนอิสระให้กับเขาแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อชีวิตของตัวเธอเอง
นี่คงเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่เธอได้มีสามี ผู้หญิงแบบเธอคงไม่มีใครกล้ารับเข้าไปอยู่ในชีวิต "น่าเบื่อชะมัด" สามีของเธอชอบบอกแบบนี้
"เรียบร้อยแล้วครับ"
เสียงเจ้าหน้าที่เอ่ยขึ้นเบา ๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้กำลังใจกับคู่หย่าร้างที่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ใบหน้าของอดีตสามีดูเปล่งประกายและมีความสุขเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปีหกเดือน
"ปิ่นมาเซ็นใบหย่าและมาลาพี่เขื่อนค่ะ ที่จริงปิ่นเห็นข้อความที่ทนายส่งมาแจ้งเรื่องหย่าแล้ว แต่ว่าปิ่นมีเรื่องที่ต้องจัดการก็เลยมาช้าค่ะ ปิ่นต้องขอโทษพี่เขื่อนด้วยนะคะ"
รวบรวมความกล้าครั้งสุดท้ายเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี และพูดประโยคที่ท่องจำผ่านหน้ากระจกมา เพื่อพูดกับเขาเพียงรอบเดียวครั้งเดียวนาทีเดียว
"อืม ไม่เป็นไร"
นี่คงเป็นคำพูดที่ไพเราะที่สุดที่เขาพูดกับเธอครั้งแรกนับตั้งแต่แต่งงานกันมา
เขื่อนเหลือบตามองใบหน้าซีดเซียวของว่าที่อดีตภรรยาแวบหนึ่งแล้วก้มหน้ามองใบหย่าในมือ ร่างเล็กในชุดเดรสสีดำยกมือปาดน้ำตาเงียบ ๆ พลางเก็บใบหย่าลงในซองสีน้ำตาล
ปิ่นมุกบันทึกภาพนั้นเอาไว้ในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะลาขาดจากเขาไปตลอดกาล เรื่องราวที่ผ่านมาคงยากที่จะหวนมาเจอกันได้อีก
เขื่อนมองตามหลังร่างเล็กที่วันนี้ดูแปลกออกไป เธอแทบจะไม่พูดอะไรเลย สายตาคู่นั้นก็ดูว่างเปล่าจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ทุก ๆ ครั้งต่อให้เขาด่าว่าเธอยังไง เธอก็มักจะก้มหน้ายิ้มกลับมาเสมอ
"จะใส่ชุดดำมาประชดเหรอ หรือมีใครจะตาย ก็แค่หย่าหรือเปล่า" เขื่อนบ่นออกไปตามประสาโดยไม่คิดอะไรมาก แต่...
ใช่ มีคนตายจริง ๆ คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของปิ่นมุก เธอเหมือนสูญสิ้นแล้วทุกสิ่งภายในอาทิตย์เดียว หลายวันมานี้เธอต้องทำตัวให้เข้มแข็งพยายามไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น และบอกกับทุกคนว่าเธอสบายดี
ดวงตากลมโตมองดูรถหรูคันคุ้นเคยที่เคลื่อนตัวออกจากสำนักงานเขตไปอย่างเชื่องช้า โดยที่คนในรถไม่แม้แต่จะเอ่ยถามเธอสักคำว่าเธอจะไปไหนต่อ ให้ไปส่งหรือเปล่า? อย่างน้อย ๆ ก็เป็นการแสดงน้ำใจครั้งสุดท้าย
ต่อจากนี้ไปเธอคงตัดใจจากเขาได้เสียที ผู้ชายที่เป็นเหมือนความฝัน ผู้ชายที่เธอรักเขาเพียงข้างเดียวตลอดมา มือเรียวสวยเผลอลูบหน้าท้องเบา ๆ เพราะตอนนี้มีก้อนหัวใจเล็ก ๆ ซ่อนอยู่อย่างเจียมตัวในท้องแบนราบของเธอ ความลับนี้คงมีเพียงเธอคนเดียวที่รู้!
ตอนพิเศษ(WAY STORY)แผนการลับ ฉบับ Honeymoon (ฮันนีมูน) Part.5ทริปฮันนีมูนของพวกเราสามีภรรยา ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วครับ แต่ก็ถือว่าเต็มอิ่มทั้งท่องเที่ยว ตระเวนกินอาหารเลิศรส หรือแม้ภารกิจปั๊มลูกน้อย ก็ทำทุกโอกาสเมื่ออยู่ในห้องพัก ชนิดไม่ต้องได้หลับได้นอนเลยครับเราเดินทางกลับมาถึงประเทศบ้านเกิดกันอย่างเหนื่อยล้า พอมาถึงคอนโดเราก็ล้มตัวลงนอนหมดแรงกันทั้งคู่หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากทริปฮันนีมูน เราสองคนกลับมาใช้ชีวิตลูปเดิมเคลียร์งานที่ค้างไว้กันจ้าละหวั่น ทำเอาแรก ๆ ผมรู้สึกเคว้งเลยครับ จากที่อยู่กับเมียแทบ 24 ชม./วัน ตอนนี้กลับไม่ได้เจอเธอ 8-10 ชม. ผมก็แทบนอยแล้ว“เวย์...ทำไมสีหน้าถึงไม่ดีเลย ไม่สบายรึเปล่า” พ่อตาของผมเอ่ยถามเมื่อเห็นผมนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานพลางกุมขมับอยู่“ผมเวียนหัวนิดหน่อยครับ คงเพราะนอนน้อย”“งานที่บริษัทไม่ได้เร่งขนาดนั้น ค่อย ๆ ทำก็ได้ เดี๋ยวป่วยหนักขึ้นมายัยออยก็มาบ่นพ่ออีกว่าใช้งานเราหนัก”“ครับคุณพ่อ เดี๋ยวผมจัดการเอกสารสุดท้ายเสร็จผมก็จะไปพักแล้วครับ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”เมื่อคุณพ่อของเมียผมเดินออกไป ผมก็ตั้งหน้าจัดการเอกสารอันสุดท้ายก่อนจะรีบกลับบ้านไป
ตอนพิเศษ(WAY STORY)แผนการลับ ฉบับ Honeymoon (ฮันนีมูน) Part.4ร่างเปลือยเปล่าของออยเมียผมตอนนี้ ค่อย ๆ พลิกตัวขึ้นมานั่งคร่อมตัวบนเอวของผม ซึ่งกำลังนอนราบอยู่ เธอสะบัดหัวไปมาเพื่อให้ง่ายต่อการรวบผมหยาบ ๆ ให้เข้าที่โดยใช้สองมือของตัวเอง เอาจริงท่านี้โคตรเซ็กซี่เลย เพราะในขณะที่เธอทำนั้น สองเต้าคู่สวยของเธอขยับไปตามแรงโน้มถ่วงจนภาพที่ออกมามันเรียกอารมณ์ได้อีกแล้ว (จริง ๆไม่ว่าแบบไหนก็เรียกอารมณ์กามผมได้หมดแหละ ถ้าเป็นเมียผมน่ะ ฮ่า...)สองมือของเธอทาบหน้าอกผมไว้ทั้งสองข้าง ก่อนที่ดวงตาของคนที่ขึ้นคร่อมผมอยู่ด้านบนจะหลุบตามองผมอย่างเย้ายวน“อะไรกันคะ แค่เมียขึ้นมานั่งคร่อม ก็แข็งแล้วเหรอเด็กน้อย”“หึ...งั้นก็ช่วยทำให้เด็กน้อยคนนี้ สุขสมหน่อยสิครับ” ผมพูดพลางยกมือสองข้างประสานท้ายทอย ยกยิ้มมุมปากมองคนด้านบนที่ตอนนี้ กำลังใช้มือลูบไล้ผมไปทั้งแผงอกอย่างเชิญชวนแต่แทนที่เธอจะถอยลดตัวไปด้านล่างเธอกลับพลิกหันหลัง นั่งคร่อมลำตัวผม ก่อนจะโน้มตัวลงไป
ตอนพิเศษ(WAY STORY)แผนการลับ ฉบับ Honeymoon (ฮันนีมูน) Part.3ผมที่เดินนำไปถอดเสื้อผ้าก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวเพราะร่างกายเปลือยเปล่า ก็การลงแช่น้ำร้อน โรงแรมมีกฎแบบนี้ นิครับผมลงแช่อย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหย่อนตัวลงน้ำร้อนที่ตอนนี้แช่แล้วเข้ากับบรรยากาศที่หนาวเหน็บแบบนี้สุด ๆ ทำเอารู้สึกผ่อนคลายหลังจากการทำงานมาอย่างหนักผมนั่งเปลือยในบ่อ พลางพิงหลังบนหินประดับ ไม่นานนัก ร่างของเมียผมที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบ ก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาหย่อนกายลงบ่อน้ำร้อนด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข และภาพที่ผมเห็นยิ่งทำให้ผมตื่น เอ้ย มีความสุขครับเมียผมนั่งอยู่ตรงข้ามใช้มือกวักน้ำร้อนรดไหล่อย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหันมาสบตากับผม แล้วเพ่งนัยน์ตามองรูปร่างผมอย่างตั้งใจ ใช่แล้วครับตอนนี้แม้แต่ผ้าเช็ดตัวผมก็เอาออกไปหมด เปลือยที่เรียกว่าล่อนจ้อนแหละครับ ฮ่า“ถ้าเมียมองขนาดนี้มาดูใกล้ ๆ เลยมั้ยครับ” ผมทำท่าทางยั่วยวนสุด ๆ จนคนตรงหน้าหัวเราะร่า“แหมสามี...อ่อยขนาดนี้ อยากสัมผัสแผงอกนั่นเลยค่ะ” เธอไม่พูดเปล่า แต่ลุกขึ้นเดินมานั่งข้าง ๆ ผม หึใครจะอยากให้นั่งข้าง ๆ กัน ผมเอี้ยวตัวใช้สองมือหนาจับเอวเธอแล้วยกตัวเธอขึ้นมาน
ตอนพิเศษ(WAY STORY)แผนการลับ ฉบับ Honeymoon (ฮันนีมูน) Part.2ณ.สนามบิน “ทำไมให้พกชุดเยอะขนาดนี้ เวย์” สีหน้าของเมียผมเลิกคิ้วมองอย่างใคร่รู้“ทริปเยอะ ต้องเปลี่ยนชุดบ่อย” ผมตอบไปแบบนั้น“ขนาดนั้นเลยเหรอ” เธอยังหันมาเลิกคิ้วมองผม น่ารักจังเหมือนเจ้าหนูจำไม“เดี๋ยวก็รู้” ผมก็ยังกักแพลนไม่บอกเธอหรอก ใครจะบอกว่าผมมีแพลนทำลูกกับเมียผมล่ะ จริงมั้ย ฮ่า...ณ.สนามบินต่างประเทศ J“ว้าว ประเทศ J...อยากมาตั้งนานแล้ว รู้ได้ไงว่าพี่อยากมาที่นี่”“เดาเอาสงสัย ใจตรงกันมั้ง”“จริงเหรอ ไม่ได้แอบถามใครใช่มั้ย”“ผมจะถามใครได้ล่ะ รีบไปกันเถอะครับอากาศหนาว เดี๋ยวพี่เป็นหวัดขึ้นมาจะเที่ยวไม่สนุกนะ ผมตั้งใจทำทริปฮันนีมูนนี้เพื่อเราเลยนะครับ”“ก็ได้ ๆ งั้นเราไปที่พักกันก่อน คุณสามีนำทางเลยค่ะ” เธอหันมายิ้มให้ผม พร้อมกับเรียกสามี และนั่นทำให้ผมยิ้ม ผมเดินเข้าไปคล้องคอเธอก่อนจะพาเธอนั่งแท็กซี่ท้องถิ่นไปยังที่หมายซึ่งสถานที่ ๆ ผมเลือกนั้นแน่นอนว่าเพื่อสัมผัสความเป็นประเทศ J แล้วนั้นผมต้องเลือกโรงแรมดั้งเดิมของประเทศนี้แน่นอน แถมห้องพักที่นี่ยังมี บ่อแช่น้ำร้อนกลางแจ้งส่วนตัว ไพรเวทสุด ๆเมื่อเราเดินทางมาถึง
พิสูจน์???ในเมื่อเขาอยากกลับไปกับฉัน ฉันก็ต้องยอมแต่โดยดี เดินทางไม่นานก็ถึงที่พักของฉัน“พักที่นี่เหรอ ไม่แพงไปรึไง” เมื่อเวย์เข้ามาพร้อมกวาดตามองห้องของฉัน ก็บ่นทันที“มีจ่ายนา...อีกอย่างพี่ลาได้ไม่นาน อาทิตย์กว่าก็ต้องกลับแล้ว”“นึกว่า ลาออกจากงานแล้วมาหากันซะอีก”“จะบ้ารึไง แล้วจะเอาที่ไหนกิน”
หนี...?คนถูกเรียกเหมือนจะรู้ตัว เขาหันซ้ายหันขวาไปมาเพื่อหาคนที่เรียกชื่อเขาอย่างฉัน ดวงตาเขาภายในเสี้ยววิมีรอยยิ้ม แต่จู่ ๆ ก็กลับไปบึ้งตึงแล้วเดินหนีฉันเฉยเลย ทำเอาฉันงงเป็นไก่ตาแตก ‘เขาเป็นอะไรไป’“เวย์…… รอพี่ก่อน!!!!!!!!!!!!!!” ฉันวิ่งสวนกับผู้คนที่วิ่งออกกำลังกายมากมาย แต่ดูเหมือนยิ่งฉันวิ่ง
ความคิดถึงห้ามกันไม่ได้ ฉันนั่งกับยัยแพรวที่สภาพเรียกว่าเละเทะได้ไม่นาน พี่เจเดนก็เดินหน้าบึ้งมาทันที ‘ถึงจะหล่อแต่ก็น่ากลัวมาก ยัยแพรวยับแหงๆ’“ขอบคุณออยมากที่ดูแพรวให้พี่”“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เจเดนรีบพาแพรวกลับเถอะ”“แล้วเราล่ะกลับยังไง”“ออยเอารถมา แล้วก็ไม่ได้ทานแอลกอฮอล์อยู่แล้วค่ะ”“ยั
ระยะทางไกลสองปีผ่านไปเวลาผ่านไปเร็วสุด ๆ เลยว่ามั้ยตั้งแต่เขาไปรักษาตัวที่ต่างประเทศนี่ก็เป็นเวลากว่าสองปีแล้ว คุณแม่ของเวย์ก็คอยโทรถามไถ่ และบอกเล่าถึงอาการของเวย์ให้อยู่เสมอ เคสของเวย์เป็นเคสที่ถือว่าท้าทายความสามารถของแพทย์มาก ๆ แต่เมื่อร่างกายของเวย์เริ่มตอบรักการรักษานั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกใจชื
리뷰