เข้าสู่ระบบเมื่อมารดากลับไปแล้ว หยางเฟยฮวาจึงหยิบกระจกบานใหญ่เต็มตัวในมิติดวงดาว ออกมาส่องดูสภาพใบหน้าหลังจากน้ำหนักลดลงมาก
นางพึ่งมีเวลาสังเกตร่างกายตนเอง เพราะยุ่งอยู่กับการฝึกฝนวรยุทธ์ในขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงขั้นกลาง ที่สามารถฝึกข้ามขั้นได้เพราะมีพื้นฐานการต่อสู้ที่ดีเยี่ยม ท่านอาจารย์ที่เคารพจึงยินยอมฝึกสอนขั้นกลางให้ในวันที่สาม
“โอ้โห งามมาก ๆ ”
ภาพหญิงสาวอ่อนเยาว์ ผู้มีใบหน้าเรียวงามรูปไข่ ปรากฏให้เห็นตรงหน้า หยางเฟยฮวามีผิวพรรณขาวราวไข่มุกผสมสีชมพูอ่อน ๆ ดวงตาของนางกลมโตดำขลับ ประดับด้วยแพขนตายาวและหนา จมูกโด่งเรียวรั้นเป็นทรงสวย รับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูตามธรรมชาติ
“หน้าสดยังสวยขนาดนี้”เจ้าของร่างกล่าวอย่างเหม่อลอย
รูปคิ้วของหยางเฟยฮวาไม่ได้โค้งมนแบบสตรีแคว้นเฮ่อคนอื่น ๆ นางชื่นชอบคิ้วสามมิติ ดังเช่นหญิงสาวในยุคปัจจุบัน จึงใช้เซรั่มปลูกขนในมิติปลูกขนคิ้วให้หนาขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อให้เส้นขนคิ้วเรียงพลิ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติ สาวใช้ส่วนตัวมักจะจ้องมองอย่างชื่นชมทุกครั้ง ที่เข้ามาแต่งตัวให้คุณหนูของจวน
“หน้าอกใหญ่แต่ทรงสวยไม่หย่อนคล้อย จุกสีชมพูเป็นป้านสีอ่อนชูชัน เอวคอดสะโพกผาย ขาเรียว โอ๊ย! ข้างดงามถึงเพียงนี้หวังว่าบุรุษจะไม่ตีกันตาย”
คำกล่าวติดตลกตามนิสัยร่าเริง ซึ่งมีโอกาสปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงออกมาเต็มที่ ยามนี้นางไม่ใช่แม่ทัพหญิงผู้เคร่งขรึมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นหญิงสาวที่รักตัวเอง อยากเห็นตัวเองงดงามสดใส และมีความสุขในทุก ๆ วัน แต่นางคงไม่รู้ว่าคำกล่าวนี้ กำลังจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้
“คงได้ตีกันตายจริง ๆ หากเจ้าไม่รีบสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย”
ขนาดรู้ว่าเขาเข้ามาในเรือนนอน แม่ตัวแสบยังเปิดคอเสื้อค้างไว้เสียกว้าง เขาสอนวรยุทธ์ให้นางเกือบครบอาทิตย์ จึงได้รู้นิสัยใจคอว่าคุณหนูตระกูลหยางนิสัยเป็นอย่างไร นางทั้งดื้อรั้น ทั้งซุกซน แต่มีความเป็นผู้นำสูงมาก
“ท่านอาจารย์เข้ามาเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงเอง”เสียงหวาน ๆ โยนความผิดให้ผู้มาเยือนทันที
“ไม่ได้ยินจริงหรือ เจ้าหูดียิ่งกว่าข้าเสียอีก ไม่ได้ยินจริงหรือว่ามีผู้มาเยือน หืม ลูกศิษย์ตัวแสบ”
สวีเยี่ยนหลงถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาออก แล้วสวมคลุมทับอาภรณ์ที่ไม่เรียบร้อยของคนตรงหน้า ใบหน้าคมสันหลบเลี่ยงภาพเย้ายวนตาแทบไม่ทัน เมื่อเจ้าของเรือนกายอวบอัด หันหน้ากลับมาพูดคุยด้วยโดยไม่ทันตั้งตัว
“ก็ข้าพึ่งอาบน้ำเสร็จ ว่าแต่มีเรื่องด่วนหรือเจ้าคะ จึงมาหาข้าถึงเรือนนอน ทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผาไปได้”ร่างอวบอิ่มผลิกกายกลับมาเผชิญหน้าโจรเด็ดบุปผารูปงาม ผู้ที่นางไม่ได้พบหน้าเขามานานหลายวันแล้ว
“มาดูว่าฝึกฝนวรยุทธ์ไปถึงไหนแล้ว ฮวาเอ๋อร์ เหตุใดไม่มัดเชือกตรงนี้ให้ดี”
เสียงแหบต่ำกดลึกในลำคอ เพราะภาพตรงหน้าที่เขาเห็นนั้นพาให้ใจสั่นไหวรุนแรง อาภรณ์ชิ้นบนแยกออกจากกัน จึงมองเห็นเนินอกทั้งสองข้างเต็ม ๆ ตา เหลืออีกนิดเดียวเท่านั้นส่วนที่ชูชัน ก็เกือบจะออกมาเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบ
“มาที่เรือนของข้าในยามค่ำคืน เพื่อมาดูว่าข้าฝึกฝนวรยุทธ์ถึงไหนแล้วเช่นนั้นหรือเจ้าคะ แต่ข้าฝึกยุทธ์ตอนเช้ามืด ท่านมายามนี้คงต้องผิดหวัง”
นิ้วเรียวเลื่อนขึ้นมาค่อย ๆ มัดเชือกเป็นปมไว้หลวม ๆ บุรุษผู้ตกอยู่ในมนต์สะกดเผลอมองตามทุกอิริยาบถ และพยายามกลืนน้ำลายลงคอเสียงเบาที่สุด
“ข้าอยากเจอหน้าเจ้า ไม่เจอกันมาสองอาทิตย์กว่าแล้ว รู้สึกเหงาหูพิกล พอมาถึงข้านึกว่าเข้าผิดเรือน ตัวกลม ๆ เช่นเดิมก็น่ารักดีอยู่แล้ว ไม่รู้จะเร่งรีบลดน้ำหนักไปให้ผู้ใดมอง”
หางเสียงของคนเสียงเข้มสะบัดอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อคิดว่าคนตรงหน้าตั้งใจลดน้ำหนัก เพื่ออวดโฉมให้อดีตสามีเห็นในวันงานเลี้ยงใหญ่ของแคว้นเฮ่อ
“ไม่เอาหรอกเจ้าค่ะ ข้าเคลื่อนไหวลำบาก กระโดดแต่ละทีไขมันช่องท้องกระเพื่อมจนเหนื่อยหอบ และไม่ได้ลดน้ำหนักเพื่อเอาใจใครด้วย”
“เป็นเช่นนั้นก็ดี สุขภาพของตัวเราเองสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง”คนเสียงเข้มปรับโทนเสียงให้นุ่มลง
“ใช่เจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านอาจารย์เรื่องของราชครูเหวินจี้ห่าวกับตระกูลหลัน สืบเรื่องไปถึงไหนแล้วเจ้าคะ”
“อีกเหตุผลหนึ่งที่ข้ามาหาเจ้าเพราะเรื่องนี้เลย คืนนี้คนพวกนั้นมีนัดหมายพูดคุยเรื่องสำคัญ ที่หอเม่ยเหลียงหอคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง มีสตรีไร้ยางอายผู้นั้นเป็นตัวแทนบิดา ข้าอยากรู้ว่านางนัดเจอกับผู้ใด ฮวาเอ๋อร์สถานที่เช่นนั้น ข้าขอยอมรับว่าไม่กล้าเข้าไปเพียงลำพัง จึงมาชวนเจ้าไปด้วยกัน ข้าขออนุญาตท่านอาแล้ว”
“ชวนไปในยามนี้ ท่านพ่อกับท่านแม่ยอมหรือเจ้าคะ”
“เอ่อ ขออนุญาตในยามอื่น และไม่ได้บอกว่าไปยามนี้ แต่ไม่ต้องห่วงข้าจะรีบไปบอกท่านอา กับท่านอาหญิงด้วยตนเอง เจ้ารออยู่ในเรือนก่อน”
แม่ทัพหนุ่มผู้ถือเรื่องความเหมาะสมเป็นที่ตั้ง ลืมคิดถึงประเด็นเรื่องเวลาไปเลย พอสามารถปลีกตัวจากงานมาได้ เขาก็เร่งรีบมาหาหยางเฟยฮวาที่เรือนส่วนตัวของนางทันที
“เจ้าค่ะ ข้าขอเปลี่ยนอาภรณ์สักครู่”
จะแอบออกไปเลยก็ย่อมได้ แต่นางอยากให้บิดามารดารับรู้ ถือเป็นความเชื่อใจซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย เพราะความห่วงใยของคนในครอบครัว ก็สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น
“ท่านอาจารย์ เข้าไปในหอคณิกาข้าต้องสวมอาภรณ์เช่นไร”คนไม่รู้รีบตะโกนถามบุรุษที่กำลังปีนหน้าต่างเรือนนอนของนาง
“ก็สวมอาภรณ์ทั่ว ๆ ไป ข้ากับเจ้าจะสวมผ้าคลุมใบหน้า ทำทีเป็นลูกค้าเข้าไปใช้บริการในหอเม่ยเหลียง บุรุษในแคว้นเฮ่อที่เข้าไปในหอเม่ยเหลียง ส่วนใหญ่ก็สวมผ้าคลุมใบหน้ากันแทบทั้งนั้น”
“เช่นนั้นข้าจะแต่งกายคล้าย ๆ สตรีพวกนั้นจะได้ไม่มีพิรุธ”อาภรณ์สีชมพูงดงามที่ท่านแม่มอบให้ คงถึงคราได้ลองหยิบมาสวมใส่สักครั้ง
“ไม่ได้! ฮวาเอ๋อร์ เจ้าจะแต่งกายเปิดเผยไม่ได้ มันอันตราย สถานที่แห่งนั้นมีแต่บุรุษมักมากในกาม แต่งกายรัดกุมสักหน่อยเถิด ปลอมเป็นบุรุษได้ยิ่งดี”
ภาพในคืนนี้ยังติดตาเขาอยู่เลย หากนางแต่งกายเปิดเผยมากไปกว่านี้ เขาจะนอนหลับได้อย่างไร แต่สวีเยี่ยนหลงคงได้รู้ในภายหลังว่าอาภรณ์ของบุรุษ ก็ทำเขาหลับตาไม่ลงเช่นกัน!
“แต่งกายเป็นบุรุษ! โอ้…น่าสนใจไม่น้อย ตกลงเจ้าค่ะข้าจะแต่งกายคล้ายบุรุษ ข้าพึ่งซื้ออาภรณ์ของบุรุษมาหลายชุดพอดีเลย”
จินตนาการในหัวคนนึกสนุก เกิดเป็นภาพหนุ่มน้อยหน้าหวานรูปร่างอวบอัดน่าฟัด เดินเคียงคู่ไปกับหนุ่มใหญ่ใบหน้าหล่อเหลา ช่างเข้าขากันดียิ่งนัก
เวลาผ่านไปไม่นาน สวีเยี่ยนหลงก็กลับมาพร้อมใบหน้าผ่อนคลาย ก่อนไปเขารู้สึกเป็นกังวลไม่น้อย เกรงว่ารองแม่ทัพหยางจิ้งถงกับหยางฮูหยินจะไม่อนุญาต กลับกลายเป็นว่าทุกคนต่างก็เห็นด้วย ที่เขาเลือกพาหยางเฟยฮวา ไปช่วยเหลืองานแทนสตรีอื่น
โดยเฉพาะกุนซือหยางเป่ยหนาน ที่เก็บสีหน้าดีใจแทบไม่มิด เจ้าหมอนั่นดีใจทำอย่างกับว่าเขาและหยางเฟยฮวา กำลังจะไปดูตัวกันอย่างไรอย่างนั้น
“ฮวาเอ๋อร์เสร็จหรือยัง ประเดี๋ยวคนพวกนั้นก็ใกล้เวลานัดหมายแล้ว”ครานี้ท่านแม่ทัพเดินมาเคาะประตูที่หน้าเรือนอย่างเถรตรง ไม่ได้แอบเข้าทางหน้าต่าง เหมือนเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา
แอ๊ด!!
“ไปกันเถิดขอรับท่านแม่ทัพ”
น้ำเสียงที่เคยหวานไพเราะ ทว่ายามนี้กลับแหบห้าวคล้ายหนุ่มน้อยพึ่งแตกหนุ่ม ถึงแม้เสียงของคนตรงหน้าจะเปลี่ยนไป แต่รูปร่างอวบอัดที่สวีเยี่ยนหลงจดจำได้ติดตา ก็ไม่สามารถปกปิดสายตาเขาได้
“ฮวาเอ๋อร์ จะ..เจ้าหรือ”
“ท่านแม่ทัพคืนนี้ให้เรียกข้าว่า อเล็กซ์”
คนพูดขยับหนวดปลอมไปมา เพราะรู้สึกคันเล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าอุปกรณ์ปลอมตัวที่สหายโยนให้แบบส่ง ๆ จะได้หยิบมาใช้งานในภารกิจสอดแนมในค่ำคืนนี้ ถึงแม้จะสวมผ้าคลุมทับอีกชั้นก็ตาม แต่ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีกว่า
“อเล็กซ์ คล้ายชื่อชาวโพ้นทะเล”
สวีเยี่ยนหลงเพ่งพิศมองหนุ่มน้อยตรงหน้า ขนาดอยู่ในอาภรณ์ของบุรุษ หยางเฟยฮวายังดึงดูดสายตาเขาได้ดีเช่นเคย
“เจ้าค่ะคืนนี้ข้าปลอมตัวเป็นหนุ่มน้อยชาวโพ้นทะเล ผู้ช่วยของนายท่านรูปงาม แต่รูปร่างก็ปกปิดได้เพียงเท่านี้ คงต้องสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ของท่านแม่ทัพ”
เฟยฮวาดึงกล่องเสียงปลอมออกจากคอเสื้อ แล้วใช้เสียงจริงเพื่อยืนยันกับคนตรงหน้า ยิ่งเห็นสีหน้างงงวยแตกตื่น ยิ่งนึกสงสารปนขบขัน
บุรุษเจ้าของเสื้อคลุมตัวใหญ่ เผลอมองตามคำกล่าวของคนปลอมตัวก็เห็นสมควรตามนั้น เพราะไม่มีหนุ่มน้อยคนใดหน้าอกล้ำหน้าสตรีถึงเพียงนั้น ถึงแม้นางจะสวมอาภรณ์บุรุษ ก็ไม่ได้ช่วยให้บางอย่างยุบลงไปเลยแม้แต่น้อย
“อืม คืนนี้เจ้าต้องอยู่ใกล้ ๆ ข้าเข้าไว้ บุรุษบางคนก็ชื่นชอบบุรุษเช่นกัน เพียงแค่ไม่กล้าเข้าไปใช้บริการในหอบุรุษ ด้วยเกรงว่าผู้คนจะเอาไปเล่าลือ จนเสื่อมเสียไปถึงวงศ์ตระกูล จึงออกมาเตร็ดเตร่หาคู่ชายรักชายในหอคณิกา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างก็หากันจนเจอ”
“ผีเห็นผีหรือเจ้าคะ”ร่างอวบอิ่มเดินเข้ามาใกล้คนตัวสูง จะได้ไม่ต้องพูดคุยกันเสียงดัง
“ประมาณนั้น ยิ่งบุรุษหน้าหวาน ๆ เช่นเจ้ายิ่งต้องระวังให้ดี”
“แต่งเป็นสตรีก็ต้องระวังบุรุษ แต่งเป็นบุรุษยิ่งต้องระวังบุรุษ เห้อ!คนรูปงามเริ่มลำบากใจแล้ว”
“คืนนี้ห้ามดื้อเป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่ ข้ากล่าวสิ่งใดก็ต้องเชื่อฟัง”
“รับทราบขอรับท่านแม่ทัพ”
หนุ่มน้อยหน้าหวานยืนตรง และทำความเคารพด้วยท่าทางประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน คนตัวโตที่มองอยู่จึงแทบกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ มือที่ไวกว่าความคิดจึงเอื้อมไปยีศีรษะทุย ซึ่งยามนี้สวมกวานเฉกเช่นบุรุษ
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







