แชร์

ผอมแล้ว

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 10:19:20

สวีเยี่ยนหลงสะกดรอยตาม เพื่อดูให้แน่ใจว่าใช่ราชครูเหวินจี้ห่าวดังที่เข้าใจหรือไม่ และภาพที่เห็นก็ไม่ผิดไปจากที่หยางเฟยฮวาบอกกล่าวเลยแม้แต่น้อย

“หน้ายิ้มเสแสร้งเป็นคนดี แต่ลับหลังชั่วช้าสารเลว ไอ้เวรเอ้ย! เสียแรงที่ข้ากับฝ่าบาทเคารพมานานหลายสิบปี”

สันกรามแกร่งขบกัดเข้าหากันอย่างพยายามระงับโทสะ เมื่อเฝ้าดูจนแน่ชัดแล้ว สวีเยี่ยนหลงจึงทะยานหลบห่างออกไป เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้คุ้มกันของราชครูเหวินจี้ห่าว ซึ่งมีวรยุทธ์สูงไม่น้อยหน้าตัวเขาเลย

ฝ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป สวีเยี่ยนหลงก็มาถึงจุดนัดหมาย เขาเดินเข้าไปในศาลร้างด้วยฝีเท้ามั่นคง เพื่อให้ผู้ที่รอคอยอยู่รับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน และนางก็รับรู้จริง ๆ 

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”สตรีชุดดำหลบออกมาจากมุม ๆ หนึ่งเมื่อมั่นใจว่าผู้มาเยือนเป็นบุรุษที่ตนรอคอย

“ราชครูเหวินจี้ห่าว ราชครูคนสนิทของฮ่องเต้ มันต้องร่วมมือกับผู้ใดอีกเป็นแน่ จึงหาญกล้ากระทำเรื่องอุกอาจถึงเพียงนี้”

“ท่านอาจารย์คิดว่าเกี่ยวกับไส้ศึกทั้งสามคนที่พวกเราจับได้ไหมเจ้าคะ”

“อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน เฟยฮวาวันงานเลี้ยงเจ้าไม่ตะ…”น้ำเสียงช่วงท้ายหยุดชะงักลง เมื่อคนฟังไม่ยินยอมและพูดแทรกทันที

“ข้าจะไปเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์เป็นผู้ใหญ่เอ่ยคำไหนต้องเป็นคำนั้น ชวนข้าแล้วต้องให้ไปด้วยจึงจะถูกต้อง”

“แต่มันอันตราย”

“ข้ามีเวลาฝึกวรยุทธ์ตั้งหนึ่งเดือน ไม่ต้องกังวลเลยเจ้าค่ะ ท่านรู้ดีกว่าผู้ใดว่าฝีมือข้าเป็นอย่างไร”

ใบหน้าหวานช้อนตามองคนตัวสูงขี้เก๊ก ท่านอาจารย์ชอบทำหน้านิ่งแต่จริง ๆ แล้วใจดีกว่าผู้ใด นางอ้อนนิดอ้อนหน่อยเขาก็ตามใจคงเอ็นดูกันมานานแล้ว เพราะเข้านอกออกในจวนตระกูลหยางอยู่เรื่อย

“เพราะรู้เลยชวนไปร่วมงาน แต่ก็ไม่นึกว่าจะมีเหตุร้ายรออยู่”

“ข้าเอาตัวรอดได้ อย่างน้อย ๆ ข้าก็วิ่งเร็วนะเจ้าคะ”

“หูดี วิ่งเร็ว และกระโดดสูงกว่าคนทั่ว ๆ ไป เฟยฮวาเจ้ามาจากที่ใดกันแน่ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่บุตรีตระกูลหยางคนเดิม”

สวีเยี่ยนหลง แอบเก็บข้อมูลของคนที่เขาสนใจมาสักพักแล้ว เมื่อแน่ใจจึงตัดสินใจเอ่ยถามไปตามตรง หยางเฟยฮวาผู้นั้นเขาเคยรู้จักนางมานานไม่น้อยไปกว่ากวงไป่หลง เหตุใดจึงจะจับสังเกตไม่ได้

“ฉลาดยิ่งนักเจ้าค่ะ เอาเป็นว่าข้ามาจากบนนู้น มันห่างไกลจากที่นี่มาก ๆ ”นิ้วอวบชี้ขึ้นท้องฟ้า รอยยิ้มบนใบหน้าก็แต่งแต้มไปด้วยความสุข เมื่อกล่าวถึงบ้านเกิดที่จากมาแสนไกล

“มาจากสวรรค์เลยหรือ”บุรุษเถรตรงมองตามนิ้วอวบแต่เรียวสวย เลยเข้าใจว่านางมาจากท้องฟ้าซึ่งหมายถึงสวรรค์ ถึงว่างดงามจับตา

“เอาไว้ค่อยเล่าภายหลังเถิดเจ้าค่ะ แค่นี้ท่านก็รู้มากกว่าคนในครอบครัวข้าแล้ว”

“หึหึ เช่นนั้นรอให้ข้าเป็นคนในครอบครัวของเจ้าก่อนค่อยเล่าก็ยังไม่สาย”สายตาคมกริบจ้องมองสตรีตรงหน้าเพื่อสื่อความหมายบางอย่างออกไปตามตรง

“คนในครอบครัว ท่านจะมาเป็นบุตรบุญธรรมของท่านพ่อ หรือเป็นบุตรเขยเจ้าคะ ถ้าอย่างหลังต้องรอข้าผอมก่อน และต้องจีบให้ติดจึงจะเป็นได้”

เฟยฮวากล่าวทีเล่นทีจริง เพราะไม่คิดว่าแม่ทัพสวีเยี่ยนหลงจะชื่นชอบสตรีม่าย คงแค่เอ็นดูในความน่ารักก็เท่านั้น เพราะใบหน้าของหยางเฟยฮวายามแย้มยิ้มน่ารักสดใสมาก ตัวนางเองยังชอบจ้องมองในกระจกเงาจากมิติอยู่บ่อยครั้ง

“จีบคือสิ่งใด เหมือนจีบมือ หรือจีบปากหรือไม่”

“ท่านอาจารย์ถามเยอะเหมือนจะจีบข้าจริง ๆ ไม่เอาอย่ามาล้อเล่น”

“หึหึ กลับกันเถอะขยับเข้ามาใกล้ ๆ ข้าจะพาบินไปพร้อม ๆ กันเจ้าจะได้ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อย”เมื่อรุกแล้วนางเฉไฉแกล้งไม่เข้าใจ เขาจำต้องถอยออกมาก่อนสักหนึ่งก้าว

“อ๊ะ!”ยังไม่ทันได้เอ่ยห้าม ร่างอวบก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโต จากนั้นเขาก็พานางบินทะยานขึ้นที่สูง แล้วมุ่งตรงกลับจวนตระกูลหยางทันที

“กลัวหรือไม่ขึ้นที่สูงเช่นนี้”เมื่อความเร็วคงที่ สวีเยี่ยนหลงจึงก้มลงซักถามคนในอ้อมกอด

“ไม่เจ้าค่ะข้าเคยบินขึ้นสูงกว่านี้หลายเท่า แต่ท่านรัดพุงข้าแน่นจนหายใจไม่ออก”วงแขนของเขากอดรัดช่วงเอวจนแน่น ท่านอาจารย์คงกลัวนางตกลงไป จึงทั้งเกร็งและรัดแน่นถึงเพียงนี้

“พุงที่ไหนกัน ผอมแล้ว หากรัดขึ้นสูงกว่านี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่ ตรงนี้เหมาะสมที่สุด”

เพียงเท่านี้ความนุ่มนิ่มยังบดเบียดมาถึงแขน หากรัดในตำแหน่งสูงกว่านี้เกรงว่าคงเป็นเขาที่หายใจไม่ออกเสียเอง

“ห๊ะ! ผอม ท่านกับป้าแม่ครัวชอบบอกว่าข้าซูบผอมทั้ง ๆ ที่รูปร่างไม่ต่างจากลูกหมูตัวกลม ๆ ”

“ไม่ต้องอดอาหาร กินให้อิ่มแค่เลือกกินของที่มีประโยชน์”

แม่ทัพหนุ่มทั้งกล่าวทั้งพาคนในอ้อมแขน กระโดดข้ามหลังคาจวนหลายต่อหลายหลัง ในบางช่วงที่กระโดดสูงมือของเขาก็เผลอเลื่อนขึ้นสูงตามจังหวะการกระโดด

“ท่านอาจารย์อย่ารัดขึ้นสูงมันเอ่อ…”จะให้บอกได้อย่างไรว่ามือเขาจับโดนฐานหน้าอกนางอยู่!

“ข้าขอโทษมันเลื่อนไปตามการกระโดด”เมื่อมองตามมือของตนเอง สวีเยี่ยนหลงก็ตกใจจนเกือบเผลอปล่อยมือจากคนในอ้อมแขน

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ อ๊ะ!อย่าพึ่งปล่อยมือเดี๋ยวข้าตกลงไป ค่อยๆเลื่อนลงมาจับตรงเอวเจ้าค่ะ”เฟยฮวาช่วยเลื่อนฝ่ามือใหญ่ให้ลงมาพยุงช่วงเอวแทน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก….

วันเวลาผันผ่านไปสามอาทิตย์ หลังจากผ่านพ้นช่วงวันที่ฝึกวรยุทธ์ในท่าพื้นฐาน หยางเฟยฮวาก็ขอฝึกฝนเองเพียงลำพัง เพราะไม่อยากรบกวนท่านแม่ทัพผู้ที่กำลังยุ่ง

แม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลงกับบุรุษตระกูลหยางทั้งสอง ต้องเร่งตามสืบสวนเกี่ยวกับราชครูเหวินจี้ห่าวกับคนตระกูลหลัน ก่อนจะถึงวันจัดงานเฉลิมฉลองพระราชสมภพของฮ่องเต้ ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า หยางเฟยฮวาจึงไม่ได้พบหน้าสวีเยี่ยนหลงรวม ๆ ก็สองอาทิตย์แล้ว

“ฮวาเอ๋อร์ เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก ไม่น่าเชื่อว่าฝึกวรยุทธ์เพียงสามอาทิตย์ น้ำหนักของเจ้าจะลดลงมากถึงเพียงนี้”

มารดาเดินเข้ามาในเรือนนอนส่วนตัวบุตรสาว เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยตามปกติ จึงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมร่างอวบอิ่มที่พึ่งขึ้นจากอ่างอาบน้ำ

“อยู่ที่อาหารด้วยเจ้าค่ะ ท่านแม่ก็เห็นว่าของโปรดข้าเปลี่ยนไป”

คนทั่วไปคงไม่มีผู้ใดผอมลงมากในสามอาทิตย์ อีกทั้งรูปร่างยังอยู่ในระดับอวบอัดน่าฟัด เฉกเช่นคุณหนูสี่ตระกูลหยางอย่างแน่นอน

หยางเฟยฮวาใช้โปรตีนลดน้ำหนัก และวิตามินลดน้ำหนักของศาสตราจารย์รีนาเพื่อนสนิทเข้าช่วย ควบคู่ไปกับการฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก เพื่อให้คุ้นชินกับกระบวนท่าวรยุทธ์ของคนในแคว้นเฮ่อ ร่างกายที่เคยอวบอ้วน จึงผอมลงเร็วและมีสัดส่วนน่าหลงใหลจนเป็นที่น่าพึงพอใจ

“ฮ่า ฮ่า หยวนม่อมาบ่นให้แม่ฟังตลอด ว่าเจ้าไม่ยอมกินของโปรดในวัยเด็กอีกแล้ว ขนมหวานก็ไม่มีผู้ใดเหลียวแล เพราะแม่กับคนอื่น ๆ ก็ไม่มีผู้ใดชื่นชอบ”มารดานึกเอ็นดูบุตรสาว ที่คอยเลี่ยงอาหารเคยโปรดในวันวาน ทั้งนึกสงสารป้าแม่ครัวผู้ที่เคยพอใจในฝีมือตนเอง แต่ยามนี้กลับห่อเหี่ยวในหัวใจ เมื่อคุณหนูของจวนไม่ยอมแตะของโปรดเลยสักอย่าง

“ข้าเลี่ยนมันกลืนลำบากเจ้าค่ะ ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วก็อยากงดงามเหมือนสตรีคนอื่น ๆ แต่ท่านแม่ส่วนนี้มันไม่ลดลงเลยสักนิด ข้าต้องสั่งตัดอาภรณ์ใหม่ทั้งหมด เพราะอาภรณ์สำเร็จใส่ไม่พอดี”

ร่างอวบอิ่มเดินเข้ามาใกล้มารดา แล้วเปิดเสื้อคลุมตัวบางให้มารดามองโดยไม่นึกเขินอาย เพราะอยู่ในเรือนนอนส่วนตัวกันเพียงลำพัง มารดาจึงมักจะได้เห็นเรือนร่างของบุตรสาวอยู่บ่อยครั้ง

“ได้แม่มาเต็มส่วน ของแม่ก็มีเยอะแต่ของเจ้างามกว่ามาก รูปทรงอวบใหญ่แต่ไม่หย่อนคล้อย แบบนี้บุรุษชอบยิ่งนัก ดูอย่างบิดาเจ้าไม่ยอมแต่งอนุภรรยาเพราะกลัวว่าจะไม่ได้นอนจับ”

หยางฮูหยินเข้ามากระซิบข้างหูบุตรสาว ด้วยท่าทีเขินอายเมื่อกล่าวถึงสามี ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้นางนอนสบายเลยสักคืน ทั้ง ๆ ที่อายุก็ถือว่าใกล้หมดไฟแล้ว

“ท่านพ่อรักท่านแม่เพียงคนเดียว จึงไม่อยากทำให้ท่านแม่เสียใจเจ้าค่ะ ดูอย่างสาวใช้คนนั้นที่กระทำไม่สำเร็จ จนหันมาเล่นงานท่านแม่”

เถียนหงและบ่าวอีกสองคนถูกคุมขัง ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันในคุกลับของกองทัพ เพราะมีความผิดร้ายแรงโทษฐานไส้ศึกของแผ่นดิน ความจริงแล้วทั้งสามคนมีโทษถึงประหารชีวิต แต่เพราะให้ข้อมูลสำคัญหลายอย่างจึงถูกคุมขังแทนเอาชีวิต

     

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ตอนพิเศษ สายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์

    หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   สะสาง (ตอนจบ)

    ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   เตียงหัก NC

    สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ฮูหยินแม่ทัพใหญ่ NC

    สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ไม่มีสิทธิ์อย่างถาวร

    “กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   แต่งเจ้าค่ะ

    “นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status