Masukตั้งใจว่าแต่งก่อนค่อยหย่าทีหลัง แต่ใครจะคิดว่าสามีหมาดๆคนนี้จะจัดหนักกับเธอตั้งแต่วันแรกที่จดทะเบียน หลังจากสร่างเมาเธอเจ็บแสบตรงจุดสงวนมากแต่ก็นึกไม่ออกว่าเกิดจากอะไร"หรือเราช่วยตัวเองจนอักเสบไปแล้ว?"
Lihat lebih banyakมู่หรงจิ่ง จ้องมองมือของ เสิ่นชิง ที่กำลังกุมแก่นกายของเขาไว้เพียงแค่ถูกนิ้วเรียวนุ่มของเธอนวดคลึงเบาๆ เขาก็รู้สึกเสียวซ่านจนแทบคลั่งทำไมเมียเขาถึงได้นุ่มนิ่มไปทั้งตัวขนาดนี้!มือนุ่ม หน้าอกก็นุ่ม เอวก็บางนุ่ม ทุกส่วนในร่างกายเธอมันช่างนิ่มละมุนไปหมดมู่หรงจิ่งแทบจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ไม่กล้าออกแรงกดเสิ่นชิงแรงเกินไป เพราะกลัวจะทำเธอระบมเขาทำได้เพียงใช้ฝ่ามือบีบเค้นบั้นท้ายนิ่มของเธอเบาๆ พลางมองดูสะโพกงอนงามที่กระดกขึ้นอยู่ตรงหน้า เขาพยายามส่งสัญญาณให้เธอย่อตัวลงมาเสียที เลิกเอาร่องรักบดบี้ส่วนหัวเห็ดของเขาเล่นได้แล้ว ให้กระแทกมันลงไปตรงๆ เลย!เสิ่นชิงไม่ได้สังเกตถึงความรุ่มร้อนของมู่หรงจิ่งเลย ตอนนี้สมาธิของเธอจดจ่ออยู่กับท่อนเนื้อยักษ์ที่ขยายตัวจนเส้นเลือดปูดโปนระหว่างขาของเธอเธอก้มหน้าลงเล็กน้อย เห็นวัตถุมหึมาที่จ่ออยู่หว่างขาแล้วก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ แอบสงสัยในใจว่าร่องรักเล็กๆ ของเธอจะเขมือบไอ้แท่งที่ทั้งใหญ่ทั้งยาวขนาดนี้เข้าไปได้จริงๆ เหรออีกอย่าง การจะเสียบเข้าไปเองมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อย่างตอนนี้เธอต้องคอยประคองจู๋ของเขาให้ตรงกับปากทางรัก แถมยังต้องคอยกะองศาให้ดี เพื่อไ
"แต่คุณรวยขนาดนี้ มาแต่งงานกับฉันมันดูไม่ค่อยถูกต้องยังไงก็ไม่รู้ค่ะ" เสิ่นชิง เอ่ยเสียงอ่อยในลำคอ"ไม่ถูกตรงไหน? ถ้าผมไม่แต่งกับคุณ ก็ต้องทนดูคุณไปลากไอ้เซ่อที่ไหนไม่รู้กลางถนนมาแต่งงานด้วยหรือไง? ดีนะที่วันนั้นผมเดินผ่านไปพอดี เกือบต้องเห็นคุณไปเป็นเมียคนอื่นซะแล้ว ผมล่ะนึกเสียดายจริงๆ ที่ตอนรู้ว่าคุณพักอยู่ที่นี่ไม่ได้ลากคุณไปจดทะเบียนซะตั้งแต่วันแรก ถ้ากฎหมายอนุญาตให้แต่งงานได้เร็วขึ้นนะ ผมคงลากคุณไปแต่งตั้งแต่อยู่ประถมแล้วล่ะ"พูดมาถึงตรงนี้ มู่หรงจิ่ง ก็เริ่มโมโหขึ้นมาอีก "เชี่ย! รู้งี้ตอนย้ายโรงเรียนน่าจะตกลงกับคุณไว้ก่อน ว่าโตขึ้นมาต้องแต่งงานกับผมคนเดียว""ประถม?" เสิ่นชิงทวนคำอย่างงงๆ"คุณจำไม่ได้เหรอ?" มู่หรงจิ่งอึ้งยิ่งกว่าเธอเสียอีกเขาหลงนึกมาตลอดว่าเสิ่นชิงจำได้แล้วว่าเขาเป็นใคร แต่ดูจากท่าทางตอนนี้... เธอไม่เคยรู้เลยจริงๆ ว่าเขาคือใครในอดีตทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่ง บรรยากาศเริ่มมีความกระอักกระอ่วนปกคลุมเล็กน้อยจนกระทั่งเสิ่นชิงพยายามขุดคุ้ยคำสำคัญจากประโยคเมื่อครู่ ในที่สุดเธอก็กรองเอาชื่อหนึ่งออกมาจากความทรงจำอันแสนไกลและเลือนลางได้สำเร็จ"ไข่เน่า? (โกวตั้น) "ใบหน้าขอ
ยามค่ำคืนหลังจากกลับมาถึงบ้าน มู่หรงจิ่ง สังเกตเห็นว่าสายตาที่ เสิ่นชิง มองเขานั้นดูแปลกไป มันแฝงไปด้วยความกังวลจนทำให้เขาเริ่มอยู่ไม่สุข"เด็กดี..."เขาทำหน้าด้านเดินตามเสิ่นชิงเข้าไปในห้องน้ำ เห็นเธอเตรียมจะหยิบแปรงสีฟัน เขาก็รีบกุลีกุจอช่วยบีบยาสีฟันให้เสร็จสรรพ แล้วยื่นส่งให้ถึงมือ พร้อมกับรองน้ำใส่แก้ววางไว้ข้างๆ อย่างเอาใจสุดๆเสิ่นชิงเพียงแค่เหลือบมองเขาผ่านกระจกเงา ก่อนจะขยับตัวถอยห่างไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างกันคิ้วหนาของมู่หรงจิ่งขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกโบว์ตั้งแต่นยัยผู้หญิงห้อง 602 มาขอให้เขาช่วยไปซ่อมท่อน้ำนั่น เขาก็รู้สึกว่าเสิ่นชิงแทบจะไม่ยอมคุยกับเขาเลยตอนมื้อค่ำ เย่ตงเหมยก็เอาแต่ซักไซ้ไล่เลียงถามคำถามเขาเสียจนเกือบจะรับมือไม่ไหว ซึ่งเสิ่นชิงก็ไม่ได้ช่วยพูดแก้ต่างให้เขาเลยสักนิด แถมตอนนี้เธอยังจงใจเว้นระยะห่างแบบนี้อีก มันชัดเจนแล้วว่าเธอกำลังไม่อยากยุ่งกับเขา!มู่หรงจิ่งตัดสินใจเอื้อมมือไปปิดประตูห้องน้ำแล้วลงกลอนทันที เป็นการแสดงเจตนาชัดเจนว่า ถ้าวันนี้เธอไม่ยอมพูดให้เคลียร์ว่าทำไมถึงเมินเขา เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอเดินออกไปจากห้องน้ำนี้แน่!เขามองดูเสิ่นช
ทุกคนหันไปมองผู้หญิงในชุดนอนวาบหวิวคนนั้น มู่หรงจิ่งรีบโบกมือบอกให้เสิ่นชิงกับเย่ตงเหมยเข้าไปข้างในก่อนพอประตูปิดลง เย่ตงเหมยก็รู้สึกว่ามีกลิ่นตุๆ ทันทีเธอกระชากแขนเสิ่นชิงมาถามเบาๆ : "ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับมู่หรงจิ่ง? ใส่ชุดนอนเดินมาหาถึงหน้าห้องแบบนี้""ไม่ทราบสิคะ คงจะคนรู้จักมั้ง?""คนรู้จักที่ไหนใส่ชุดนอนมาหาแบบนี้ แกอย่าซื่อจนบื้อนักสิ! จริงๆ แม่ก็เริ่มรู้สึกว่าแกแต่งงานเร็วไปหน่อยนะ หรือจะลองคุยๆ กันไปก่อน ถ้าวันข้างหน้าเห็นว่าเขาโอเคค่อยแต่งกันใหม่ดีไหม?""แม่คะ พูดอะไรน่ะ หนูจดทะเบียนกับเขาไปแล้วนะ" เสิ่นชิงตามอารมณ์แม่ไม่ทัน ก่อนจะนึกออก "แม่จะให้หนูหย่ากับเขาแล้วค่อยเริ่มจีบกันใหม่เหรอคะ?"เห็นเย่ตงเหมยพยักหน้าจริงจัง เสิ่นชิงก็ถึงกับเหนื่อยใจ "แม่น่ะมั่วไปหมดแล้ว หนูเพิ่งแต่งกับเขาได้ไม่กี่วันจะให้ไปหย่าเนี่ยนะ หนูไม่เอาด้วยหรอก"ตอนนี้เสิ่นชิงเริ่มไม่ยอมแล้วมู่หรงจิ่งน่ะดีจะตายดูแลเธอก็ดี แถมเรื่องบนเตียงก็... แซ่บสุดๆท่าทางไม่ยอมของลูกสาวทำเอาเย่ตงเหมยร้อนรน"แกน่ะเด็กเกินไป ไม่เข้าใจโลกหรอก"แม่บ่นพึมพำ ก่อนจะหมุนตัวไปเปิดประตู กะจะออกไปจับผิดมู่หรงจิ่งกับผู้หญิง
เสิ่นชิง ลังเลว่าควรจะเดินเข้าไปคาดคั้นถามดีไหม แต่แววตาที่ดูเศร้าสร้อยซึมเศร้าของ มู่หรงจิ่ง แบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เธอทำตัวไม่ถูกและไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตรงนี้ยังไงดีสุดท้ายเธอตัดสินใจทำเป็นมองไม่เห็น และเดินเลี่ยงกลับเข้าคอนโดไปก่อน แต่ไม่นึกว่ามู่หรงจิ่งจะหันมาสบตาเธอพอดีจนเห็นว่า
"จู๋มันหนาวน่ะเด็กดี... ปากคุณอุ่น ช่วยผม 'อม' ให้มันอุ่นขึ้นหน่อยได้ไหม?"ก่อนหน้านี้ตอนที่ มู่หรงจิ่ง เสนอให้เสิ่นชิง ช่วยสาวหนอนน้อยให้เขาสักปึก เขาก็แอบคิดอยากจะให้เธอใช้ปากเล็กๆ นั่นช่วยอมให้เหมือนกัน เพียงแต่เขากลัวว่าเธอจะรังเกียจจนรับไม่ได้ เลยไม่กล้าบุ่มบ่ามเสนอออกไปแต่เมื่อกี้เธอเพิ่งจะถ
ทันทีที่ฝ่ามือทาบลงไป เสิ่นชิง สัมผัสได้ชัดเจนเลยว่า "เจ้านั่น" ของ มู่หรงจิ่ง แข็งขึงจนปวดไปหมด ขนาดที่ถูกกักขังอยู่ในกางเกงเธอยังรับรู้ถึงรูปร่างอันใหญ่โตของมันได้อย่างแม่นยำใบหน้าของเธอร้อนผ่าวดั่งไฟลาม รีบชักมือกลับมาซ่อนไว้ข้างหลัง พลางหันไปมองซ้ายมองขวาตรงปากซอยด้วยความหวาดระแวง"คุณพูดอะไรอ
มู่หรงจิ่ง สัมผัสได้ถึงร่องรักที่ตอดรัดรุนแรงจนแก่นกายของเขาแทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้ แรงฉีดพ่นของน้ำหวานอุ่นร้อนกระแทกเข้าที่ส่วนหัวเห็ดซ้ำๆ พยายามจะกระตุ้นให้เขาระเบิดความต้องการออกมาให้ได้โชคดีที่ในวินาทีสุดท้าย เขาฝืนโก่งสะโพกถอนแก่นกายออกมาสูดอากาศข้างนอกเพื่อดึงสติและสงบอารมณ์ดิบไว้ได้ทันท่วงที





