登入ตั้งใจว่าแต่งก่อนค่อยหย่าทีหลัง แต่ใครจะคิดว่าสามีหมาดๆคนนี้จะจัดหนักกับเธอตั้งแต่วันแรกที่จดทะเบียน หลังจากสร่างเมาเธอเจ็บแสบตรงจุดสงวนมากแต่ก็นึกไม่ออกว่าเกิดจากอะไร"หรือเราช่วยตัวเองจนอักเสบไปแล้ว?"
查看更多เสิ่นชิง แต่งงานแล้ว... เพราะถูกบังคับ
เธอเคยคิดมาตลอดว่าแม่ของเธอไม่ได้มีหัวคิดคร่ำครึขนาดนั้น จนกระทั่งปีนี้หลังผ่านพ้นช่วงตรุษจีน อายุของเธอก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์การถูกคลุมถุงชน
ทุก ๆ วันเธอต้องทนฟัง เย่ตงเหมย ผู้เป็นแม่พร่ำบ่นกรอกหู ทั้งบอกว่าเธอแก่แล้ว ถ้าไม่รีบแต่งออกไปตอนนี้ก็จะไม่มีใครเอา ทั้งบอกว่าคนทั้งหมู่บ้านเริ่มหัวเราะเยาะเธอแล้ว ไหนจะบอกว่ากลัวตอนเธอแก่ตัวลงจะไม่มีคนดูแล หรือถ้าเธอแต่งงานเร็วหน่อย คนเป็นแม่อย่างนางจะได้ถือว่าทำภารกิจสุดท้ายในชีวิตสำเร็จเสียทีจะได้ตายตาหลับ...
ช่วงแรกเสิ่นชิงยังพอเถียงได้บ้าง แต่พอเย่ตงเหมยเห็นว่าลูกสาวไม่มีทีท่าจะอยากแต่งงานเลยสักนิด สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป เธอถูกบังคับให้ต้องออกไปดูตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในช่วงเดือนแรกของปี เสิ่นชิงถูกบังคับให้ดูตัววันละ 8 นัด ตลอดทั้งสัปดาห์ไม่มีวันหยุดพัก บางวันตื่นมาก็เจอคู่นัดดูตัวมายืนรออยู่ข้างเตียง หรือตอนกำลังกินข้าวอยู่ แม่สื่อก็พาทัวร์คนมาหาถึงที่แล้วบังคับให้เธอออกไปเดินเล่นกับเขา
ขอแค่เธอเอ่ยปากคุยกับใครเกินสามประโยค เย่ตงเหมยก็จะเตรียมเข้าไปคุยเรื่องสินสอดทันที จนเสิ่นชิงตกใจกลัว ต้องรีบเก็บกระเป๋าหนีกลับมาอยู่ที่คอนโดเล็ก ๆ ของตัวเองกลางดึกคืนนั้น
ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังหนีไม่พ้นมุก "หนึ่งร้องไห้ สองโวยวาย สามผูกคอตาย" ของเย่ตงเหมย สุดท้ายด้วยความประชดประชัน เสิ่นชิงจึงลากแม่ไปยืนรอที่หน้าหน้าประตูที่ทำการเขต (สำนักงานทะเบียนสมรส) แล้วประกาศกร้าวว่า ถ้ามีผู้ชายคนไหนกล้าจดทะเบียนด้วย เธอจะลากคนนั้นเข้าไปจดทะเบียนเดี๋ยวนี้เลย!
แต่ใครจะไปคาดคิด... เย่ตงเหมยดันหาคนมาได้จริง ๆ แถมยังบีบให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขาจนสำเร็จ
ผู้ชายคนนั้น หรือก็คือสามีตามกฎหมายของเธอในตอนนี้ ดูท่าจะไม่คิดว่าเรื่องนี้บ้าบอเลยสักนิด เขาถึงขั้นยอมวนรถกลับไปเอาทะเบียนบ้านมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทั้งกระบวนการตั้งแต่เริ่มจนถึงถ่ายรูปประทับตราใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง... ยอดเยี่ยมจริง ๆ!
ตอนนี้เสิ่นชิงจ้องมองสมุดทะเบียนสมรสสีแดงในมือ แล้วได้แต่ด่าตัวเองว่ากตัญญูจนหน้ามืดตามัว! ทำอะไรวู่วามเกินไปแล้ว!
พ่อของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ทิ้งหนี้สินไว้บานเบอะ เป็นเย่ตงเหมยที่กัดฟันสู้ชีวิตหาเงินใช้หนี้และเลี้ยงดูเธอจนเติบโตเรียนจบ อีกทั้งแม่ยังมีโรคหัวใจติดตัว เธอไม่อยากทะเลาะกับแม่รุนแรงเพราะเรื่องแต่งงาน จึงประชดออกไปแบบนั้น... ไม่คิดเลยว่าเรื่องบ้าบอจะกลายเป็นเรื่องจริง
หลังจากส่งเย่ตงเหมยกลับไป เสิ่นชิงก็เปิดห้องคาราโอเกะเล็ก ๆ ดื่มเหล้าคนเดียวเพื่อระบายอารมณ์ พร้อมกับคิดว่าจะตกลงกับ "สามีหมาด ๆ" คนนี้ยังไงดีเรื่องการแต่งงานแค่ในนาม
กว่าจะเดินโซเซออกมาจากข้างใน ฟ้าข้างนอกก็มืดสนิทเสียแล้ว
เสิ่นชิงโบกแท็กซี่ด้วยอาการมึนเมา พอบอกที่อยู่หมู่บ้านเสร็จเธอก็ขดตัวซุกอยู่ที่เบาะหลังด้วยความเบลอ
เมื่อคนขับขับมาถึงหน้าหมู่บ้าน มู่หรงจิ่ง กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ริมทางพอดี แม้จะอยู่ไกล ๆ เขาก็ยังได้ยินเสียงคนขับตะโกนบอกคนในรถว่าถึงที่หมายแล้ว
เขานึกอยากจะดูหน้าไอ้คนบื้อที่ไหนที่มาถึงแล้วไม่ยอมลงรถสักหน่อย แต่พอเห็นร่างที่เกลือกกลิ้งลงมาจากรถบุหรี่ในมือก็แทบจะร่วงใส่รองเท้า
ยัยบื้อนี่... ถ้าไม่ใช่เมียเขาแล้วจะเป็นใคร!
วันนี้เขาไปทำธุระที่กรมทะเบียนการค้า ระหว่างทางผ่านหน้าสำนักงานเขตพอดี ก็เห็นเสิ่นชิงยืนอยู่กับผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ในมือถือป้าย "ประกาศหาคู่"
ตอนนั้นหัวใจเขาแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกวิกฤตที่ไม่มีเคยมีมาก่อนพุ่งขึ้นมาในใจ จนต้องรีบลงจากรถไปสอบถามสถานการณ์ทันที
เกือบไปแล้ว... เขาเกือบจะต้องเสียใจที่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนตอนรู้ว่าเสิ่นชิงพักอยู่ที่นี่ ทำไมเขาถึงไม่เข้าไปทักทายหรือรื้อฟื้นความหลังกับเธอ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกันสักคำ
โชคดีจริง ๆ ... ที่ตอนนี้จดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว
มู่หรงจิ่งรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างบาง เมื่อได้กลิ่นเหล้าคลุ้งออกมาจากตัวเธอ เขาก็ขมวดคิ้วแน่น "ทำไมถึงดื่มเยอะขนาดนี้?"
"หือ? คุณพูดอะไรนะ?" เสิ่นชิงที่แอลกอฮอล์ขึ้นสมองเริ่มตอบสนองช้า
เธอรู้แค่ว่าตอนนี้มีที่ยึดเหนี่ยวที่มั่นคงอยู่ตรงหน้า จึงทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนตัวมู่หรงจิ่ง ร่างกายของเธอนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูก จนเขารู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มของหน้าอกที่เบียดเข้ามา
เชี่ย... อยากจับชะมัด!
มู่หรงจิ่งเห็นว่าร่างของเธอกำลังจะทรุดฮวบลงไปอีก เขาจึงคว้าใต้วงแขนของเธอไว้แล้วแบกเธอขึ้นบ่าทันที
เขามองบั้นท้ายกลมมนที่แนบอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นฟาดลงไปสองทีด้วยท่าทางกึ่งดุแต่ไม่แรงนัก เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับลูกน้องในอู่ซ่อมรถที่กำลังทำงานอยู่แล้วตะโกนบอกว่า "ฉันไปส่งเมียที่บ้านก่อนนะ ตอนปิดร้านพวกแกจัดการล็อคประตูแล้วเอาลูกกุญแจไปได้เลย"
เสียงตะโกนของมู่หรงจิ่งทำเอาช่างซ่อมรถที่ถือประแจอยู่ถึงกับอึ้ง... ลูกพี่จิ่งมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่? แถมหน้าตาดูคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน...
เมื่อมู่หรงจิ่งแบกเสิ่นชิงไปตามทางที่เธอชี้มั่ว ๆ จนถึงตึกที่เธอพักอยู่ เขาก็เพิ่งรู้ว่าเราสองคนอยู่ใกล้กันฉิบหาย เขาพักอยู่ตึกข้าง ๆ เธอแค่นี้เอง
ใกล้หน่อยก็ดี วันหลังจะย้ายไปหาเธอหรือย้ายเธอมาหาเขาก็สะดวกดี
มู่หรงจิ่งคิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง จนกระทั่งวางเธอลงที่หน้าประตูห้องและช่วยเปิดประตูให้
"ขอบคุณน้า... ฉันถึงบ้านแล้ว คุณกลับดี ๆ นะ!"
เสิ่นชิงยังอุตส่าห์โค้งคำนับ 90 องศาให้มู่หรงจิ่งอย่างมีมารยาท แต่ศีรษะดันไปกระแทกเข้ากับหัวเข็มขัดของเขาอย่างจัง จนเธอน้ำตาคลอเบ้า มือกุมหน้าผากที่ถูกครูดอย่างน่าสงสาร ทำเอาหัวใจของมู่หรงจิ่งกระตุก
แม่งเอ๊ย... น่ารักเป็นบ้า!
"คุณตีฉัน!"
เสิ่นชิงกล่าวหาเสียงสั่น แถมยังพยายามจะแย่ง "อาวุธ" นั้นมาให้ได้
หัวเข็มขัดถูกดึงรั้งจนขอบกางเกงรัดแน่น ความรู้สึกเสียดสีที่เกิดขึ้นผ่านเนื้อผ้าไปโดนแก่นกายของเขาเข้าอย่างจังจนมันเริ่มมีความรู้สึก
เสิ่นชิงดึงหัวเข็มขัดไม่ออก แต่รู้สึกว่าข้างล่างนั้นมีอะไรนูน ๆ แข็ง ๆ เธอสงสัยว่าสิ่งที่ตีเธอเมื่อกี้ต้องซ่อนอยู่ข้างในนี้แน่ ๆ เลยล้วงมือเข้าไปหาทันที
ปลายนิ้วที่ปัดโดนส่วนหัวทำเอาเขามีอารมณ์ดิบพุ่งพล่านจนแข็งขึงทันที
"ซี้ด..."
มู่หรงจิ่งสูดปากด้วยความเสียวซ่าน รีบคว้ามือนุกนิกของเสิ่นชิงออกแล้วดันเธอเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูปัง!
"คุณเข้ามาในบ้านฉันทำไม? ออกไปนะ นี่มันบ้านฉัน!"
มู่หรงจิ่งอยากจะเข้าไปกอดปลอบ แต่กลับถูกเสิ่นชิงผลักออก ทำให้เขาเริ่มทั้งโกรธทั้งร้อนรน
เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าเวลาเธอเมาจะเป็นแบบนี้ โชคดีที่วันนี้เป็นเขาที่เจอเธอ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะ... หึ! แล้วเมื่อก่อนเธอเคยเมาแอ๋แบบนี้ต่อหน้าใครบ้างไหม?
พอนึกถึงตรงนี้เขาก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาคว้ามือน้อย ๆ ที่กำลังจะผลักเขาออก แล้วรวบตัวเธอเข้ามากอดรัดไว้ในอ้อมแขนอย่างแน่นหนา
มู่หรงจิ่งแรงเยอะมาก ยามที่เขาออกแรงกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ของเขาจะแข็งเกร็ง เสิ่นชิงไม่มีทางขัดขืนได้เลย เธอถูกเขาบดเบียดจนรู้สึกได้ถึงความแข็งขึงที่ดันท้องน้อยของเธออย่างแรง
"เมื่อก่อนคุณเคยล้วงเป้าผู้ชายแบบนี้บ้างไหม? เชื่อไหมว่าผมจะตีมือให้หัก ลองดื่มเหล้าแบบนี้อีกสิ! ลืมตาขึ้นมา... ดูหน้าผมให้ชัด ๆ! ผมเป็นผัวคุณ!"
มู่หรงจิ่งคำรามด้วยท่าทางดุดัน เขาเชยคางเสิ่นชิงขึ้นบังคับให้สบตากับเขา แต่พอได้จ้องมองดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้น เขาก็อดใจไม่ไหวโน้มตัวลงไปจูบทันที
ริมฝีปากแม่งโคตรนุ่ม
ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปในช่องปากอย่างเผด็จการ เกี่ยวกระหวัดดูดดึงลิ้นเล็ก ๆ ของเสิ่นชิงราวกับจะสูบเอาเรี่ยวแรงของเธอไปจนหมด จนร่างของเธออ่อนระทวยลงเรื่อย ๆ
มือที่เคยรวบเอวคอดเลื่อนต่ำลงไปบีบเค้นบั้นท้ายนิ่มอย่างหนักหน่วง ทำให้ใจกลางความเป็นสาวที่เริ่มบวมเป่งของเธอสั่นสะท้าน... จนน้ำหวานค่อย ๆ ไหลซึมออกมาอย่างคุมไม่ได้
"ผะ... ผัว..."
ตอนนี้เสิ่นชิงเพิ่งจะตอบสนองต่อคำพูดของมู่หรงจิ่งได้ และเธอก็รู้สึกว่าเขาช่างดูเหมือนผู้ชายในรูปบนทะเบียนสมรสนั่นจริง ๆ ...
มู่หรงจิ่งเห็นใบหน้าแดงก่ำและได้ยินเสียงเรียก "ผัว" ที่แสนหวานหยดย้อยนั่น แก่นกายของเขาก็แทบจะระเบิดออกมา เธอช่างน่ารักจนเข้าไปอยู่ในขั้วหัวใจเขาแล้ว อยากจะฟังเธอเรียกเขาว่าผัวด้วยน้ำเสียงแบบต่าง ๆ บนเตียงจริง ๆ!
เขาอุ้มเธอเดินตรงไปยังห้องนอน พอวางร่างเสิ่นชิงลงบนเตียง สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ซุกอยู่ใต้หมอน...
..
มู่หรงจิ่ง จ้องมองมือของ เสิ่นชิง ที่กำลังกุมแก่นกายของเขาไว้เพียงแค่ถูกนิ้วเรียวนุ่มของเธอนวดคลึงเบาๆ เขาก็รู้สึกเสียวซ่านจนแทบคลั่งทำไมเมียเขาถึงได้นุ่มนิ่มไปทั้งตัวขนาดนี้!มือนุ่ม หน้าอกก็นุ่ม เอวก็บางนุ่ม ทุกส่วนในร่างกายเธอมันช่างนิ่มละมุนไปหมดมู่หรงจิ่งแทบจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ไม่กล้าออกแรงกดเสิ่นชิงแรงเกินไป เพราะกลัวจะทำเธอระบมเขาทำได้เพียงใช้ฝ่ามือบีบเค้นบั้นท้ายนิ่มของเธอเบาๆ พลางมองดูสะโพกงอนงามที่กระดกขึ้นอยู่ตรงหน้า เขาพยายามส่งสัญญาณให้เธอย่อตัวลงมาเสียที เลิกเอาร่องรักบดบี้ส่วนหัวเห็ดของเขาเล่นได้แล้ว ให้กระแทกมันลงไปตรงๆ เลย!เสิ่นชิงไม่ได้สังเกตถึงความรุ่มร้อนของมู่หรงจิ่งเลย ตอนนี้สมาธิของเธอจดจ่ออยู่กับท่อนเนื้อยักษ์ที่ขยายตัวจนเส้นเลือดปูดโปนระหว่างขาของเธอเธอก้มหน้าลงเล็กน้อย เห็นวัตถุมหึมาที่จ่ออยู่หว่างขาแล้วก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ แอบสงสัยในใจว่าร่องรักเล็กๆ ของเธอจะเขมือบไอ้แท่งที่ทั้งใหญ่ทั้งยาวขนาดนี้เข้าไปได้จริงๆ เหรออีกอย่าง การจะเสียบเข้าไปเองมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อย่างตอนนี้เธอต้องคอยประคองจู๋ของเขาให้ตรงกับปากทางรัก แถมยังต้องคอยกะองศาให้ดี เพื่อไ
"แต่คุณรวยขนาดนี้ มาแต่งงานกับฉันมันดูไม่ค่อยถูกต้องยังไงก็ไม่รู้ค่ะ" เสิ่นชิง เอ่ยเสียงอ่อยในลำคอ"ไม่ถูกตรงไหน? ถ้าผมไม่แต่งกับคุณ ก็ต้องทนดูคุณไปลากไอ้เซ่อที่ไหนไม่รู้กลางถนนมาแต่งงานด้วยหรือไง? ดีนะที่วันนั้นผมเดินผ่านไปพอดี เกือบต้องเห็นคุณไปเป็นเมียคนอื่นซะแล้ว ผมล่ะนึกเสียดายจริงๆ ที่ตอนรู้ว่าคุณพักอยู่ที่นี่ไม่ได้ลากคุณไปจดทะเบียนซะตั้งแต่วันแรก ถ้ากฎหมายอนุญาตให้แต่งงานได้เร็วขึ้นนะ ผมคงลากคุณไปแต่งตั้งแต่อยู่ประถมแล้วล่ะ"พูดมาถึงตรงนี้ มู่หรงจิ่ง ก็เริ่มโมโหขึ้นมาอีก "เชี่ย! รู้งี้ตอนย้ายโรงเรียนน่าจะตกลงกับคุณไว้ก่อน ว่าโตขึ้นมาต้องแต่งงานกับผมคนเดียว""ประถม?" เสิ่นชิงทวนคำอย่างงงๆ"คุณจำไม่ได้เหรอ?" มู่หรงจิ่งอึ้งยิ่งกว่าเธอเสียอีกเขาหลงนึกมาตลอดว่าเสิ่นชิงจำได้แล้วว่าเขาเป็นใคร แต่ดูจากท่าทางตอนนี้... เธอไม่เคยรู้เลยจริงๆ ว่าเขาคือใครในอดีตทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่ง บรรยากาศเริ่มมีความกระอักกระอ่วนปกคลุมเล็กน้อยจนกระทั่งเสิ่นชิงพยายามขุดคุ้ยคำสำคัญจากประโยคเมื่อครู่ ในที่สุดเธอก็กรองเอาชื่อหนึ่งออกมาจากความทรงจำอันแสนไกลและเลือนลางได้สำเร็จ"ไข่เน่า? (โกวตั้น) "ใบหน้าขอ
ยามค่ำคืนหลังจากกลับมาถึงบ้าน มู่หรงจิ่ง สังเกตเห็นว่าสายตาที่ เสิ่นชิง มองเขานั้นดูแปลกไป มันแฝงไปด้วยความกังวลจนทำให้เขาเริ่มอยู่ไม่สุข"เด็กดี..."เขาทำหน้าด้านเดินตามเสิ่นชิงเข้าไปในห้องน้ำ เห็นเธอเตรียมจะหยิบแปรงสีฟัน เขาก็รีบกุลีกุจอช่วยบีบยาสีฟันให้เสร็จสรรพ แล้วยื่นส่งให้ถึงมือ พร้อมกับรองน้ำใส่แก้ววางไว้ข้างๆ อย่างเอาใจสุดๆเสิ่นชิงเพียงแค่เหลือบมองเขาผ่านกระจกเงา ก่อนจะขยับตัวถอยห่างไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างกันคิ้วหนาของมู่หรงจิ่งขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกโบว์ตั้งแต่นยัยผู้หญิงห้อง 602 มาขอให้เขาช่วยไปซ่อมท่อน้ำนั่น เขาก็รู้สึกว่าเสิ่นชิงแทบจะไม่ยอมคุยกับเขาเลยตอนมื้อค่ำ เย่ตงเหมยก็เอาแต่ซักไซ้ไล่เลียงถามคำถามเขาเสียจนเกือบจะรับมือไม่ไหว ซึ่งเสิ่นชิงก็ไม่ได้ช่วยพูดแก้ต่างให้เขาเลยสักนิด แถมตอนนี้เธอยังจงใจเว้นระยะห่างแบบนี้อีก มันชัดเจนแล้วว่าเธอกำลังไม่อยากยุ่งกับเขา!มู่หรงจิ่งตัดสินใจเอื้อมมือไปปิดประตูห้องน้ำแล้วลงกลอนทันที เป็นการแสดงเจตนาชัดเจนว่า ถ้าวันนี้เธอไม่ยอมพูดให้เคลียร์ว่าทำไมถึงเมินเขา เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอเดินออกไปจากห้องน้ำนี้แน่!เขามองดูเสิ่นช
ทุกคนหันไปมองผู้หญิงในชุดนอนวาบหวิวคนนั้น มู่หรงจิ่งรีบโบกมือบอกให้เสิ่นชิงกับเย่ตงเหมยเข้าไปข้างในก่อนพอประตูปิดลง เย่ตงเหมยก็รู้สึกว่ามีกลิ่นตุๆ ทันทีเธอกระชากแขนเสิ่นชิงมาถามเบาๆ : "ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับมู่หรงจิ่ง? ใส่ชุดนอนเดินมาหาถึงหน้าห้องแบบนี้""ไม่ทราบสิคะ คงจะคนรู้จักมั้ง?""คนรู้จักที่ไหนใส่ชุดนอนมาหาแบบนี้ แกอย่าซื่อจนบื้อนักสิ! จริงๆ แม่ก็เริ่มรู้สึกว่าแกแต่งงานเร็วไปหน่อยนะ หรือจะลองคุยๆ กันไปก่อน ถ้าวันข้างหน้าเห็นว่าเขาโอเคค่อยแต่งกันใหม่ดีไหม?""แม่คะ พูดอะไรน่ะ หนูจดทะเบียนกับเขาไปแล้วนะ" เสิ่นชิงตามอารมณ์แม่ไม่ทัน ก่อนจะนึกออก "แม่จะให้หนูหย่ากับเขาแล้วค่อยเริ่มจีบกันใหม่เหรอคะ?"เห็นเย่ตงเหมยพยักหน้าจริงจัง เสิ่นชิงก็ถึงกับเหนื่อยใจ "แม่น่ะมั่วไปหมดแล้ว หนูเพิ่งแต่งกับเขาได้ไม่กี่วันจะให้ไปหย่าเนี่ยนะ หนูไม่เอาด้วยหรอก"ตอนนี้เสิ่นชิงเริ่มไม่ยอมแล้วมู่หรงจิ่งน่ะดีจะตายดูแลเธอก็ดี แถมเรื่องบนเตียงก็... แซ่บสุดๆท่าทางไม่ยอมของลูกสาวทำเอาเย่ตงเหมยร้อนรน"แกน่ะเด็กเกินไป ไม่เข้าใจโลกหรอก"แม่บ่นพึมพำ ก่อนจะหมุนตัวไปเปิดประตู กะจะออกไปจับผิดมู่หรงจิ่งกับผู้หญิง
เมื่อได้ยินคำตอบของ เสิ่นชิง มู่หรงจิ่ง ก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาเป็นกองนอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครอื่นแอบเข้ามาในห้องของเสิ่นชิงอีกก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่มีผู้ชายหน้าไหนได้เห็นร่างกายท่อนล่างที่ล่อนจ้อนของเธอ... แค่นี้ก็สวรรค์โปรดถ้าเสิ่นชิงเกิดเป็นอะไรไปจริงๆ เขาคงอยากจะตบตัวเองให้ตาย ทั้งที่รู้ว่าเธอมัวเม
ร่างกายเริ่มเกิดอาการคันยุบยิบ ความรู้สึกนี้มันแล่นพล่านจากส่วนลึกในใจออกไปยังทุกอณูผิวที่ มู่หรงจิ่ง ลากผ่าน จนกระทั่งไปรวมตัวกันอยู่ที่จุดสงวนซึ่งตอนนี้ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวานจนเยิ้มเสิ่นชิง ชันเข่าทั้งสองข้างเหยียบลงบนขอบเตียง เธอมองดูชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่บนพื้น และซุกใบหน้าอยู่ตรงระหว่างขาของเธอ
การรุกคืบอย่างรวดเร็วปานพายุของ มู่หรงจิ่ง ทำเอา เสิ่นชิง ถึงกับสมองเบลอจนตามไม่ทัน"ผัวปลอม" ที่เธอพลิกแผ่นดินหาแทบตายก็หาไม่เจอ มู่หรงจิ่งไปรู้ได้ยังไงว่ามันซุกอยู่ในลิ้นชัก แถมยังคว้ามันมาเขวี้ยงทิ้งต่อหน้าต่อตาเธอแบบนี้อีก!เสิ่นชิงอายจนนิ้วเท้าจิกเกร็งแทบจะทะลุรองเท้า ดวงตาฉ่ำน้ำสั่นระริกพยายา
ก็เพราะเมื่อเช้านี้ตอนที่เธอตื่นขึ้นมา ท่อนล่างของเธอถูกถอดออกจนล่อนจ้อน ในขณะที่เสื้อท่อนบนยังสวมอยู่ดีทุกประการ แม้แต่บราเซียร์ก็ไม่เบี้ยวสักนิด มันเลยทำให้เธอระแวงมาตลอดทั้งวันว่า นอกจากจะมีขโมยขึ้นบ้านแล้ว ยังจะเป็นขโมยโรคจิตที่แอบทำมิดีมิร้ายกับร่างกายเธอด้วยหรือเปล่าถ้าเรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้





