LOGINผ้าขาวจากบรรพกาลมหาวิชาแพรสวรรค์ต่อชีวา ของสกุลมู่ถูกพันไปทั่วร่างของคุณชายเซียว สภาพเขาตอนนี้ก็มิได้ต่างจากเดิมมากนัก แต่หากลืมตาตื่นขึ้นเขาจะหายเป็นปลิดทิ้ง ผ้าม้วนนี้ใช้รักษาได้ทุกสรรพสิ่ง ขนาดเหวินเหยาที่โดนซัดจากภายใน โดนทั้งเข็มพิษและวิชาฝ่ามือสารพัด นางยังหายเป็นปกติราวกับมิมีอะไรเกิดชึ้น กับกรณีของคุณชายเซียวที่โดนฟ้าผ่าก็เช่นกัน
.
เพียงแต่เขาอาจจะต้องนอนนานหน่อย และคราวนี้ก็ถูกพันทับไปทั้งกระเจี๊ยว มิมีสิทธิจะซุกซนอุดมความเงี่ยนเหมือนเมื่อครู่ได้อีก เขายังคงหลับเป็นเด็ก ๆ อยู่บนเตียงเช่นเดิม กำหนดการณ์การฟื้นยังมิแน่อาจจะทั้งวันหรือแค่ครึ่งวันขึ้นอยู่กับความหนักหน่วงของอาการ และระดับปราณวรยุทธของผู้ป่วยด้วย
.
จะว่าไปแล้วบรรยากาศรอบตัวก็มีผล หากเป็นที่สวนหลังจวนสกุลมู่เชื่อว่าใช้เวลามินานธรรมชาติก็จะช่วยบำบัด ที่นั่นมีลำธารมีต้นเถาฮวาสีชมพูบานสะพรั่ง ดอกไม้ทุ่งหญ้าเขียวขจี มิเหมือนที่นี่ที่มีแต่สวนหินแข็ง ๆ จวนสกุลเซียวมีทหารยามอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทุกอย่างจึงดูแข็งทะมึนทึม กลิ่นอายการหักหลังรสสัมผัสแห่งผลประโยชน์ ด้วยความสัตย์จริงว่าแม่นางมู่มิเคยชอบที่นี่เลยแม้จะเคยมาบ่อย
.
นางรู้ตัวดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าตนเองมิเหมาะกับคุณชายเซียวอวิ้นจวี่ หากแต่เป็นเขาต่างหากที่ตามตื้อนาง คารมคมคายหน้าตาหล่อเหลาวรยุทธก็เข้าขั้นฉกาจ เจอกันตามโรงสังคีตหรือสถานเริงรมย์บ่อยครั้งเข้าก็มีอันได้เสีย! ความสัมพันธ์ของพวกเขามิได้แน่นแฟ้นในระดับหัวใจ หากแต่เป็นชายหญิงที่ต้องการเสพสังวาสและคลั่งไคล้ในจุดเสียวระหว่างกันและกันก็เท่านั้น
.
ณ ระเบียงไม้หน้าเรือนย่อย มู่เซี่ยวหรานยืนจิบน้ำชาทอดอารมณ์รอคนรักของนางตื่น
.
"จวบจนป่านนี้เราก็ยังมิรู้อยู่ดีว่าใครเป็นผู้ส่งจดหมายฉบับนี้มา แต่ครานั้นก็คงมิใช่ประเด็นสำคัญอะไรแล้วล่ะ เพราะเจตนาที่แท้จริงของเขา คงต้องการให้เราใช้ผ้าขาวสกุลมู่รักษาแผลให้คุณชายรองมากกว่า"
นางพยายามครุ่นคิดพลางเดินเตร็ดเตร่ลงมาถึงศาลากลางสวน
.
ซึ่งขณะก้าวเดินมาก็ต้องผ่านรอยฟ้าผ่าตรงลานกว้างนั้นอีกที
.
"จะใช้จอมยุทธหญิงผู้ใช้สายฟ้าผู้นั้นไหมนะ? เพราะเราค่อนข้างมั่นใจว่ารอยแผลบนร่างกายคุณชายรองต้องมาจากอัสนีบาตเป็นแน่ แต่นางจะทำเช่นนั้นเพื่ออะไร? นางมิได้มีความสัมพันธ์อะไรกับพวกเราสักหน่อย , เฮ้อ..อ..อ..อ คิดมากไปแล้วมู่ซื่อหรานเอ๊ย! คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ "
นางวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะหินกลางศาลา ก่อนจะเดินมาดูผีเสื้อคู่หนึ่งที่กำลังบินตอมดอกไม้
.
มันคือสัญลักษณ์ของความรักเป็นตัวแทนของการเป็นคู่ และนั่นก็ยิ่งทำให้แม่นางมู่รู้สึกหดหู่ นางมิรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับสภาวะจิตใจของตนเอง ทุกอย่างมันสับสนวนวกไปหมด นางมาที่นี่ในฐานะอะไร นางเป็นชู้กับน้องชายว่าที่สามีใช่ไหม ไหนจะเยว่เอ๋อที่เจอผ่าน ๆ ที่ตลาด ไหนจะเหวินเหยาที่เพิ่งพลั้งเผลอคิดถึงไปเมื่อครู่
.
"เฮ้อ..อ...อ...อ! ตกลงข้าชอบผู้หญิงหรือผู้ชายข้ายังมิรู้ใจตนเองเลย เป็นความรู้สึกต้องห้ามที่พูดกับใครก็มิได้ บางทีข้าก็อิจฉาผีเสื้ออย่างพวกเจ้าเหมือนกันนะ อยากบินไปไหนก็ไปดอกไม้ดอกไหนถ้าชอบก็แค่แวะลงมาตอมแล้วดูดน้ำหวาน มิเห็นจะต้องยึดติดกับประเพณีไม่ต้องถือสาผลประโยชน์ เบื่อก็แค่เปลี่ยนผ่านแค่เย็ดกันให้สนุกสนานทำไมต้องเลือกให้ยุ่งยากด้วย.."
เอาแล้วสิยิ่งอยู่นานยิ่งเพ้อไปกันใหญ่ หนักจัดจนถึงกับคุยกับผีเสื้อได้แล้วอ่ะคิดดู
.
แต่นั่นก็คือก้นบึ้งในหัวใจของนางอย่างแท้จริง ในบรรดาแคนดิเดตรักแท้ทั้ง 4 คนของเยว่เอ๋อมู่ซื่อหรานคือคนที่มีความซับซ้อนมากที่สุด บางมุมนางก็เหมือนสตรีผู้บ้ากาม บางมุมนางก็เป็นนักรักที่เจ้าชู้ชอบคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย แต่บางมุมก็น่าสงสารเพราะยิ่งตัวเลือกมากความไม่สมหวังดังที่ตั้งใจก็มากตามเป็นเงาตามตัว
.
จวบจนกระทั่งผ่านไปราวชั่วยามใหญ่ ๆ จู่ ๆ ก็มีมือหนาคู่หนึ่งเคลื่อนเข้ามาโอบกอดนางจากทางด้านหลัง ผีเสื้อโบยบินแตกฮือด้วยความตกใจ สวนทางกับนางที่จำเจ้าของมือได้ ไอ้อุ่นจากร่างกายแบบนี้มัดกล้ามหน้าอกที่นาบชนแผ่นหลัง จะเป็นใครไปมิได้นอกจากชู้รักของเธอที่เพิ่งลุกเดินลงมาจากเตียง
.
"ตื่นแล้วเหรอคะที่รัก.."
แม่นางมู่ทักขึ้นโดยมิมองข้างหลังด้วยซ้ำ
.
"ทำไมถึงจำได้ล่ะข้ายังมิได้พูดอะไรสักคำ.."
คุณชายเซียวกระชับมือให้แน่นขึ้น ดึงร่างบางเข้าหาตัวให้แนบเข้า
.
"หึ ๆ ข้าน่ะจำคุณชายรองมิได้หรอก! แต่ข้าจำควยใหญ่ ๆ ของท่านที่แยงตูดข้าอยู่ ณ ตอนนี้ได้ต่างหาก!"
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
"ตับ! , ตับ! , ตับ! , ตับ! , ตับ!"."เสียว! , โอ๊ยสียว! , เสียวมากค่ะพี่มู่! , โอ๊ย!"."แฮ่ก! ๆ , ก็ดี! , แฮ่ก! ๆ , แฮ่ก! ๆ , ชอบก็ครางออกมาอีกเยอะ ๆ ""ข้ายังมีอีกหลายท่า รับรองเจ้าจะได้ถึงจุดสุดยอดที่ถวิลหาเป็นแน่!""แฮ่ก! ๆ ,แฮ่ก! ๆ , อ่ะ! , อ่ะ! , อ่ะ!, อ่ะ!".จากที่กระเด้าใส่น้องพร้อมกับกา
"น้ำข้ายังมิออกสักหยดเลย..""แต่ของเจ้าน่ะหลากลงมาถึงพื้นแล้วเหอะ..".ก้มลงมองตามด้วยความว่าง่าย โดยมิรู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าตนเองจะเปียกง่ายขนาดนี้ หว่างขาชุ่มไปหมด ขนาดแพรไหมที่มีอยู่แค่หย่อมหนึ่งยังเปียกจนขยุมให้เรียบชิดเป็นกระจุกได้ ต้นขาด้านในยิ่งมิต้องพูดถึง น้ำรักใส ๆ ต้องแสงแดดอ่อนจากภายนอกระ
พลิกตัวสลับด้านในบัดดล! คราวนี้กลายเป็นการประจันหน้าจ้องตาในระยะเพียง 1 ชุน! ซึ่งแนบชิดในระดับที่ใกล้พอจะสิงสู่กันได้ เยว่เอ๋อมิพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา นางจัดแจงรุกใส่มู่ซื่อหรานด้วยการกระชากผ้าซ่างอี (上衣) ส่วนบนของพี่สาวออก! ตวัดนิดเดียวผ้าแพรเนื้อนุ่ม ก็หล่นผ่านหัวไหล่ไหลลงสู่พื้นกระดานด้านล่าง
"กลับมาพูดเก่งได้แบบนี้ แปลว่าเจ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่?"แม่นางมู่กระซิบถามจากข้างหู พร้อมกันนั้นก็ลูบมือข้างขวาที่เคยใช้แหย่ปากถ้ำ ให้สไลด์มาตามส่วนเว้าส่วนโค้ง ลากผ่านนวลเนื้อนุ่มนิ่มของเยว่เอ๋อ ขึ้นมาตะปบที่หน้าอก!."หมับ!" .เกิดเป็นสองมือคู่ที่คลุมทับภูเขาน้อยเอาไว้โดยมิดชิด สาบานได้ว่ามู่ซื่







