LOGINหมดแรงรัก จางหว่านถิง… ท่านหญิงขั้นหนึ่งผู้เป็นพระธิดาบุญธรรมของฮ่องเต้ ผู้คนต่างรู้ดีว่านางมีทั้งชาติกำเนิดอันสูงศักดิ์และองค์ฮ่องเต้คอยหนุนหลัง จึงทำให้นางไม่เคยต้องเกรงกลัวผู้ใด ทว่าเรื่องเดียวที่นางกลับพ่ายแพ้เสมอมา คือความรัก นางตกหลุมรัก หวังเทียนเฉิง สหายของพี่ชายและแม่ทัพผู้เกรียงไกรมาตั้งแต่วัยปักปิ่น และเฝ้ารักเขามานานถึงสิบปี นางทำทุกอย่างเพื่อเอาใจเขา หยิบยื่นความรักทั้งหมดที่มีให้แก่เขาอย่างไม่คิดเสียดายศักดิ์ศรี แต่ในสายตาของเขา นางกลับไม่เคยมีตัวตน เพราะในหัวใจของหวังเทียนเฉิงมีเพียง ไป๋จื่อลั่ว สตรีผู้เป็นที่รักของเขาเพียงคนเดียว ยิ่งหว่านถิงพยายามครอบครองหัวใจของเขา เขาก็ยิ่งรังเกียจนาง นางจึงใช้ความหึงหวงทำร้ายคนที่เขารัก และต้องทนรับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามจากบุรุษที่นางรักครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุด… หัวใจที่เคยรักอย่างสุดกำลังกลับเหนื่อยล้าจนไม่เหลือเรี่ยวแรง หว่านถิงจึงตัดสินใจปล่อยมือจากเขา และถอยออกจากชีวิตของบุรุษที่นางเฝ้ารักมานานนับสิบปี ทว่าน่าแปลก… เหตุใดในวันที่นางเลิกไล่ตามเขา บุรุษที่ไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตา กลับเป็นฝ่ายหันมามองนางเสียเอง? หรือแท้จริงแล้ว… คนที่หมดรักก่อน อาจไม่ใช่นางเพียงคนเดียว.
View Moreณ.แคว้นเหยียนอันยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง เพราะมีองค์ฮ่องเต้เฉินอี้ซวนผู้ปรีชาสามารถและมีพระเมตตาปกครองแผ่นดินด้วยความเที่ยงธรรม
นอกจากที่แคว้นเหยียนจะรุ่งเรืองมากไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ทางการทหารก็ไม่เคยน้อยหน้าแคว้นไหนทั้งนั้น ชื่อเสียงของแคว้นเหยียนดังไปไกลทั่วทั้งแคว้นใกล้เคียง และหนึ่งในนั้นก็คือเสียงล่ำลือถึงความงามอันเป็นเลิศของท่านหญิงจางหว่านถิง พระธิดาบุญธรรมของฮ่องเต้เฉินอี้ซวน นางได้รับการเอ็นดูจากพระองค์มากยิ่งกว่าพระธิดาที่เกิดจากเหล่าพระสนมเสียอีก นางมีใบหน้างดงามสะกดสายตา ตาที่กลมโตน่ารักแต่กลับแฝงไปด้วยเย่อหยิ่งจองหองไม่เคยเห็นผู้ใดในสายตานอกจากบุรุษที่นางตกหลุมรักเช่นท่านแม่ทัพหวังเทียนเฉิงผู้เดียว เสียงผู้คนต่างพูดคุยกันจอแจมากไม่น้อยเพราะค่ำคืนนี้แคว้นเหยียนจัดงานโคมไฟประจำปี มีทั้งมหรสพอันรื่นเริงมากมายที่จัดแสดงให้แก่ชาวแคว้นเหยียนได้สำราญใจในคืนนี้ ทั้งเด็กและบุรุษสตรีต่างถยอยออกมาเที่ยวชมความงามของเทศกาลโคมไฟในคืนนี้กันอย่าคับคั่ง ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่างและแสงจากโคมไฟในงานที่ห้อยเรียงรายตามแนวทางเดิน ช่วยส่งเสริมใบหน้าที่งดงามหาใดเปรียบของท่านหญิงจางหว่านถิงงดงามเสียจนนางเซียนบนสรวงสวรรค์ยังอายนาง เหล่าบุรุษต่างมองตามนางตาละห้อย ทุกอย่าก้าวอันทรงพลังของนางสะกดสายตาจากทั้งเหล่าบุรุษและสตรีให้ต้องหันกลับมาทางนางดั่งต้องมนต์สะกดเอาไว้จากนาง เพียงแค่โฉมงามปรากฏตัวที่ใด ที่นั้นจะต้องกลายเป็นจุดสนใจจากผู้คนรอบข้างทันที นางทั้งร่ำรวยงดงามเฉลียวฉลาดเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นเหยียน มิหน้ำซ้ำพี่ชายของนางยังเป็นถึงองครักษ์หลวงของฮ่องเต้ เฉินอี้ซวนอีกต่าง แต่น่าเสียดายโฉมงามกลับไม่เคยชายตาแลมองบุรุษใดนอกจากท่านแม่ทัพหวังเทียนเฉิงผู้นั้น ผู้ที่ได้ฉายาว่าแม่ทัพปีศาจแห่งแคว้นเหยียน หว่านถิงรีบรุดมาที่งานเทศกาลโคมไฟในคืนนี้ก็เพราะบุรุษที่นางรัก ในมืออันนุ่มนิ่มนั้นกำถุงผ้าปักเครื่องรางของวัดเฟิ่งจิ่ววัดที่เหล่าราชนิกุลต่างพากันไปกราบไหว้ขอพรแม้แต่องค์ฮ่องเต้กับฮองเฮาก็ยังให้ความเคารพต่อวัดเฟิ่งจิ่วแห่งนี้ ใบหน้างดงามอันเนียนใสดั่งเนื้อหยกชั้นดีรับกับริมฝีปากอันอวบอิ่มแย้มยิ้มชวนให้น่าหลงใหลไม่น้อย แต่แล้วสายตาของนางกลับต้องสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง หว่านถิงเผลอกำถุงเครื่องรางในมือของนางจนแน่นทั้งที่ตั้งใจจะเอามามอบให้แก่คนที่นางรักแท้ๆ เมื่อตรงหน้าของนางมันคือบุรุษที่นางหลงรักกับสตรีอีกคนที่นางนั้นแสนจะเกลียดมากกว่าผู้ใด ท่านแม่ทัพเทียนเฉิงนั้นยืนเคียงข้างกับสตรีรูปร่างน่าทะนุถนอมนั่นก็คือ ไป๋จื่อลั่ว บุตรสาวของใต้เท้ากรมอาญาผู้ต่ำต้อยนางนั้น สายตาคมที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาของเขานั้นกลับมองไปที่ จื่อลั่วด้วยความอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยที่จะมองมาที่นางเลยสักนิด ความเสียใจและความหึงหวงผสมไปกับความอิจฉาที่เห็นว่าท่านแม่ทัพรักเพียงแต่ไป๋จื่อลั่วไม่ใช่นาง มันทำให้หว่านถิงรู้สึกเสียใจและเสียหน้า ทั้งที่นางงดงามมากกว่าจื่อลั่ว ไหนจะฐานะที่คู่ควรกับเขามากกว่าแต่แม่ทัพเทียนเฉิงไม่คิดที่จะมองมาที่นางเลยสักนิด สายตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายกลับแข็งกร้าวและแดงก่ำเพราะความโกรธและความหึงหวง ร่างอันสู่งศักดิ์เตรียมจะก้าวเท้าเข้าไปหาทั้งคู่ หมับ….แต่แล้วสาวใช้ของนางกลับคว้าดึงฝ่ามือของนางเอาไว้เสียก่อน ลู่จินส่ายหน้าให้กับท่านหญิงของนางด้วยแววตาที่เป็นห่วงเจ้านายของตนเอง “อย่าเข้าไปเลยเจ้าคะท่านหญิงเชื่อบ่าวเถอะ เมื่อวานก่อนท่านหญิงเพิ่งจะมีเรื่องกับคุณหนูไป๋มา ท่านแม่ทัพทำเช่นไรกับท่านจำไม่ได้แล้วหรือ” “ข้าจำได้ลู่จินแต่ข้าทนไม่ได้เจ้าก็รู้” “แต่บ่าวเป็นห่วงท่าน อย่ายอมให้ท่านแม่ทัพมองมาที่ท่านหญิงของบ่าวด้วยความด้อยค่าเช่นนั้นอีกเลย” หว่านถิงนั้นเข้าใจในความเป็นห่วงจากลู่จินสาวใช้ของนางดี แต่สายตาของนางนั้นก็ทนมองดูทั้งคู่กระหนุงกระหนิงมอบความรักให้แก่กันต่อหน้าต่อตาของนางไม่ได้จริงๆ ส่วนทางแม่ทัพเทียนเฉิงนั้น เขาเอาแต่เฝ้ามองดูรอยยิ้มอันสดใสของไป๋จื่อลั่วตลอดเวลา นางทั้งอ่อนโยนน่ารักที่สำคัญไม่มีนิสัยที่เอาแต่ใจก้าวร้าวและเย่อหยิ่งชอบทำร้ายคนอื่นเช่นท่านหญิงจางหว่านถิงผู้นั้น ฝ่ามือหนาหยิบดอกโบตั๋นที่เตรียมมาด้วยเสียบลงที่ใบหูของจื่อลั่วด้วยความอ่อนโยน ท่ามกลางแสงจากโคมไฟบรรยากาศช่างอบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งความรักของคนหนุ่มสาว เทียนเฉิงมองสบตาคู่สวยของจื่อลั่วอย่างสื่อความในใจต่อนาง จื่อลั่วนั้นก็มองสบตาคมของแม่ทัพเทียนเฉิงด้วยความสั่นไหวในแววตาของนางไม่ต่างกัน แต่นางพยายามที่จะออกห่างต่อท่านแม่ทัพเทียนเฉิง นางเข้าใจที่เขาทำดีกับนางเพราะอะไร แต่จื่อลั่วพยายามที่จะเบี่ยงเบนต่อการสารภาพรักจากเขามาตลอด นางซึ้งใจที่เขาปกป้องนางอย่างดีและยังดีกับนางมากจริงๆ แต่บุรุษที่นางนั้นรักไม่ใช่เขา นางยอมมากับเขาเพราะคิดกับเขาแค่พี่ชายบุรุษที่จื่อลั่วแอบหวั่นไหวคือบุรุษที่ช่างสูงศักดิ์จนเกินที่นางจะเอื้อมมือถึงต่างหาก นางหลงรักองค์ชายเจ็ด เฉินหยวนซินผู้เย็นชาไร้ใจคนนั้นต่างหาก “จื่อลั่วข้า….” “เอ่อ….ท่านแม่ทัพข้าหิวน้ำเจ้าคะ ท่านช่วยไปซื้อน้ำมาให้ข้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ” จื่อลั่วนางรู้ว่าเขาจะเอ่ยสารภาพรักต่อนาง จื่อลั่วจึงเปลี่ยนเรื่องทันที นางทำเพียงส่งยิ้มบางๆ ไปให้กับเขา และนางก็มองเห็นความผิดหวังในแววตาจากแม่ทัพเทียนเฉิงเช่นกัน แต่นางไม่อยากให้เขามารักนางเลยไหนจะที่นางต้องลำบากทนแบกรักโทสะจากท่านหญิงหว่านถิงที่หลงรักท่านแม่ทัพอีก นางช่างปวดหัวมากจริงๆ “ได้สิ เช่นนั้นเจ้ารอข้าอยู่ที่นี้อย่าหายไปไหนเล่า ข้าเป็นห่วง” “เจ้าคะ” เทียนเฉิงยิ้มให้กับจื่อลั่ว เขาหันหลังจากนางมา ใบหน้าอันหล่อเหลาที่เคยยิ้มให้กับนางกลับดูหม่นหมองจนน่าใจหาย เทียนเฉิงที่ตั้งใจจะสารภาพรักต่อจื่อลั่วในคืนนี้กลับต้องผิดหวังอีกตามเคย สายตาอันคมกริบของท่านหญิงจางหว่านถิงเห็นว่าท่านแม่ทัพเทียนเฉิงเดินจากจื่อลั่วไปอีกทาง ร่างอันบอบบางรีบเดินฉับๆๆ เข้าไปหาจื่อลั่วที่ยื่นอยู่เพียงลำพังทันที “จื่อลั่ว” อึก….จื่อลั่วขนหัวลุกขึ้นมาทันที เมื่อนางนั้นได้ยินน้ำเสียงอันแสนจะเย็นชาและน่ากลัวจากท่านหญิงหว่านถิง ใบหน้าของนางจึงเงยหน้าขึ้นมาจากโคมไฟที่ถืออยู่ในมือทันที สายตาของจื่อลั่วสั่นระริกเต็มไปด้วยความเกรงกลัวต่อท่านหญิงหว่านถิง “ท่านหญิงหว่านถิง” “ใช่ข้าเอง เจ้าคงไม่มีสมองสินะถึงฟังคำพูดของข้าไม่รู้เรื่องเหตุใดเจ้าถึงยังยุ่งกับท่านแม่ทัพเทียนเฉิงของข้าอีกห๊ะ…..” หว่านถิงตะคอกใส่จื่อลั่วอย่างแรงตามแรงความหึงหวงของนาง ร่างอันบอบบางของท่านหญิงหว่านถิงค่อยๆ ก้าวเดินเข้าหาจื่อลั่วช้าๆ อย่างเอาเรื่องนางหวาดกลัวเดินถอยหลังหนีท่านหญิงหว่านถิงเช่นกัน “ข้าไม่เคยคิดที่จะแย่งท่านแม่ทัพไปจากท่านหญิงเลย ข้ายังคงยืนยันคำเดิมของข้าว่าข้านั้นไม่ได้รักท่านแม่ทัพจริงๆ ข้าเห็นเขาเป็นดั่งพี่ชายของข้าเท่านั้น” “ข้าไม่เชื่อในเมื่อเจ้ายังคงตามติดกับแม่ทัพเทียนเฉิงของข้าอยู่ร่ำไปจื่อลั่ว” “ข้า…..” จื่อลั่วหันหลังกลับไปมองที่ด้านหลังของนางด้วยความหวาดระแวงเมื่อด้านหลังของนางนั้นมันคือสระน้ำใจกลางของเมืองหลวงแคว้นเหยียนที่มีขนาดใหญ่และลึกพอสมควรและนางนั้นก็ว่ายน้ำไม่เป็น กึก….ส้นเท้าของจื่อรั่วถอยจนมาถึงทางตันเมื่ออีกนิดเดียวนางก็จะถอยหลังตกลงไปในสระน้ำเสียแล้ว แต่ในตอนที่นางหันหน้ากลับมาทางท่านหญิงหว่านถิง มันกลับทำให้นางนั้นเสียการทรงตัวทันที “อร้าย….ช่วยด้วย” “จื่อลั่ว….” หว่านถิงที่ตกใจเช่นกันเมื่อเห็นว่าจื่อลั่วเสียการทรงตัวขึ้นมาและด้านหลังของนางนั้นคือสระน้ำที่มีผู้คนกำลังลอยโคมไฟกระทงดอกบัวเพื่อขอพรกันอยู่ หมับ ……หว่านถิงรีบคว้าฉุดดึงแขนของจื่อลั่วที่ตกใจกลัวเอาไว้ได้ทัน แต่ ตูม!!!!….จื่อลั่วที่กลัวตกน้ำดันดึงแขนของหว่านถิงจนทำให้ทั้งคู่พลาดตกสระน้ำไปพร้อมๆ กันทันที “ว้าย…..ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยท่านหญิงของข้าที” “ท่านหญิง ท่านหญิงเจ้าคะ” “ตายแล้วมีคนตกน้ำช่วยด้วยเร็วเข้า ข้าว่ายน้ำไม่เป็น” ลู่จินวิ่งเสียให้วุ่นเมื่อเห็นว่าท่านหญิงของนางนั้นตกน้ำไปพร้อมกับคุณหนูแซ่ไป๋ผู้นั้น ผู้คนต่างรีบวิ่งเข้ามามุ่งดูสองสตรีที่ตกน้ำไปพร้อมกัน แต่ดูเหมือนว่าท่านหญิงหว่านถิงจะว่ายน้ำเป็น และเป็นนางที่พยายามที่จะยื่นมือไปดึงฉุดตัวของคุณหนูไป๋ผู้นั้นที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำอย่างเสียสติขึ้นมา หว่านถิงถึงจะเป็นคนอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจ แต่นางก็ไม่เคยคิดทำร้ายจื่อลั่วจนถึงแก่ความตาย และนางนั้นก็รู้ว่าภายใต้สระน้ำนี้มันลึกมากพอสมควร ร่างอันบอบบางพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อฉุดดึงร่างของจื่อลั่วที่กำลังสติแตกว่ายเข้าฝั่ง แต่จื่ลั่วอที่กลัวจมน้ำกลับเป็นฝ่ายที่กดหัวของนางเพื่อขึ้นมาเอาอากาศหายใจเข้าปอด และนางกำลังจะแย่เพราะถูกจื่อลั่วกดหัวของนาง และตอนนี้ผู้คนก็เอาแต่มุ่งดูความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความสนใจ โดยที่ไม่มีใคคิดที่จะยื่นมือเข้าช่วยสักคนหว่านถิงที่เพิ่งจะออกมาจากตำหนักของฮ่องเต้มา นางเดินผ่านมาแถวอุทยานหลวงและเสียงคนวิวาทตบตีกันมันดังจนนางต้องหยุดดูแต่ภาพที่นางเห็นมันคืองค์หญิงซินอ้าย ที่ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงสตรีที่ไร้ทางสู้เช่นจื่อลั่ว คราแรกหว่านถิงจะทำเพียงยืนดูจื่อลั่วถูกองค์หญิงซินอ้ายรังแกเฉยๆแต่ภาพที่องค์หญิงซินอ้ายผลักแผ่นหลังของจื่อลั่วให้กระโดดลงสระน้ำขนาดใหญ่ตรงหน้าต่างหากที่ทำให้หว่านถิงเริ่มใจอ่อนนางรู้ว่าจื่อลั่วว่ายน้ำไม่เป็นเพราะเมื่อคืนก่อนจื่อลั่วก็เกือบทำให้นางขาดอากาศหายใจใต้น้ำตายมาแล้ว เพราะความหวาดกลัวของคนที่ กระเสือกกระสนเอาตัวรอดจากการจมน้ำส่วนจื่อลั่วทั้งหวาดกลัวทั้งอยากจะร้องไห้ นางที่ไร้อำนาจต่อกรได้แต่จำใจปล่อยให้ผู้อื่นรังแกนาง ในสมองน้อยๆ นึกถึงท่านแม่ทัพเทียนเฉิงที่เปรียบเสมือนพี่ชายของนาง มักจะคอยปกป้องช่วยเหลือนางเสมอหากตอนนี้เขาอยู่ก็คงจะดีหมับ…..แต่แล้วในตอนที่จื่อลั่วหลับหูหลับตาจะยอมกระโดดลงสระน้ำทั้งที่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นก็มีมือของใครสักคนมาดึงรั้งแขนของนางเอาไว้เสียก่อน“หว่านถิงเจ้ามาได้เช่นไร”“ท่านหญิง”จื่อลั่วนั้นเผยแววตาที่ทราบซึ้งใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อท่านหญิงห
ลู่จินเตรียมแต่งกายให้แก่ท่านหญิงหว่านถิงเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้อี้ซวนและฮองเฮาเย่าหลินตั้งแต่เช้าคงจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนก่อนนั้นที่นางตกนำไปพร้อมกับจื่อลั่ว ฝ่าบาทจึงเป็นห่วงนาง ใบหน้างามมองดูความเรียบร้อยของตนเองก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเข้าไปยังวังหลวง“ไปเถอะลู่จิน”“เจ้าคะ”“ถิงถิง”“พี่ใหญ่”จางเหวินหลงรีบเข้ามาตรวจดูอาการของน้องสาวด้วยความเป็นห่วง หว่านถิงที่ถูกจับหมุนตัวถึงกับเวียนหัว“พี่ใหญ่ข้าสบายดี”“แต่เมื่อคืนพี่ได้ข่าวจากลู่จินว่าเจ้าตกน้ำกลับมาก็จับไข้หนาวสั่น พี่ติดภารกิจเป็นพี่เองที่ดูแลเจ้าได้ไม่ดีพอ”หว่านถิงรีบคว้ากุมมือของพี่ชายนางเอาไว้ หว่านถิงยิ้มให้กับพี่ชายของนางเพื่อให้เขาสบายใจ“เช่นนั้นก็หาเวลาไปกินข้าวกับข้าสักมื้อสิเจ้าคะ ข้าไม่อยู่ได้อยู่กับพี่ใหญ่นานมากแล้วข้าเหงาเบื่อจะตายอยู่แล้ว วันๆ ถ้าไม่ไปหาเรื่องใครก็มีแค่ลู่จินข้าเบื่อจริงๆ”เหวินหลงขยี้กลุ่มผมของน้องสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ในใจของเขารู้สึกผิดที่ช่วงหลังๆ มาเขายุ่งจนไม่มีเวลาให้กับนางเลย“ได้สิพี่จะพาเจ้าไปที่เหลาอาหารชื่อดัง กินได้ไม่อั้นดีหรือไม่”“ดีเจ้าคะ ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทกับข้า”“ห๊ะ…
จวนสกุลหวังของท่านแม่ทัพหวังเทียนเฉิงหว่านถิงยืนถือตะกร้าใส่ขนมมาตั้งมายมาก นางยิ้มขึ้นมาด้วยความสุขที่ได้นำของที่นางตั้งใจทำมามอบให้แก่บุรุษที่นางรักแอ๊ด…..ไม่นานมากบ่าวในจวนสกุลหวังก็รีบมาเปิดประตูจวนสกุลหวังให้แก่ท่านหญิงหว่านถิงทันที“คารวะท่านหญิงขอรับ”“เอานี่ไปแบ่งกันกิน ท่านป้ากับท่านลุงอยู่ที่เรือนหรือไม่”“อยู่ขอรับส่วนท่านแม่ทัพอยู่ที่เรือนกำลังฝึกวรยุทธ์อยู่ขอรับท่านหญิง”“อื้ม….”ลู่จินรีบส่งห่อขนมห่อใหญ่ให้แก่บ่าวรับใช้เช่นนี้จนชินตาไปแล้ว ท่านหญิงนั้นมาที่จวนสกุลหวังบ่อยตั้งแต่เด็กๆ พร้อมคุณชายใหญ่จนบ่าวไพร่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่ช่วงหลังมานี่ตลอดระยะเวลาสามปีต่างหากที่ท่านแม่ทัพห่างเหินจากท่านหญิงหว่านถิงไปร่างอรชรเดินตรงไปยังเรือนใหญ่เพื่อเข้าไปคารวะบิดาารดาของท่านแม่ทัพเทียนเฉิงก่อนที่จะไปหาเขาต่อ“คารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าคะ”“อ้าวหว่านถิงเองหรอลูก นั้นเอาอะไรมาฝากลุงกับป้าอีกหรือ”“ขนมน่ะเจ้าค่ะ มีหลายอย่างเชียว”“เช่นนั้นนั่งกับป้าดื่มน้ำชาสักหน่อยเถิด เป็นเช่นไรบ้างวันก่อนนั้นได้ข่าวว่าเจ้าพลัดตกน้ำพร้อมจื่อลั่ว”“ไม่เป็นอะไรมากเจ้าคะจับไข้เล็กน้อยดื่มยาก็หายดีแล้
หว่านถิงกลับถึงจวนของนางโดยการมาส่งจากองค์ชายเจ็ดหยวนซิน ร่างอันบอบบางสั่นระริกเดินกระชับเสื้อคลุมที่องค์ชายเจ็ดสวมให้เข้าหากันเมื่อนางเริ่มหนาวมากขึ้นริมฝีปากอวบอิ่มก็เริ่มเซียดเซียวไม่ต่างกัน ดึกป่านนี้แล้วไม่รู้พี่ชายของนางกลับจวนมาบ้างหรือยัง ใบหน้างามเผยความอ้างว้างและเหงาภายในจิตใจออกมาจวนที่ช่างกว้างใหญ่หรูหรามีข้าทาสบริวารมากมายแต่กลับมีเพียงนางเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ ส่วนพี่ชายของนางนั้นตั้งแต่ที่เขาตั้งใจสืบทอดตำแหน่งองครักษ์หลวงต่อจากบิดา เขาก็แทบไม่ว่างมานั่งกินข้าวกับนางเช่นเมื่อก่อนนั้นอีกเลยลู่จูนรีบเข้ามากุมฝ่ามือบางของท่านหญิงหว่านถิงเอาไว้เพื่อให้ไออุ่นจากฝ่ามือของนางมอบความอบอุ่นให้แก่ท่านหญิง“โธ่….ท่านหญิงของบ่าวตัวเย็นเฉียบเลยเจ้าคะ มาเถอะบ่าวจะเตรียมน้ำอุ่นให้ท่านเอง”“ขอบใจนะลู่จิน หากเจ้าเป็นบุรุษข้าจะแต่งกับเจ้า”“โธ่….ท่านหญิงของลู่จิน ถึงอย่างไรลู่จินเชื่อว่าสักวันท่านหญิงของบ่าวจะต้องเจอบุรุษที่รักท่านและท่านก็รักเขาเช่นกัน”หว่านถิงเผยรอยยิ้มบางๆ ให้กับลู่จินก่อนจะเดินตามลู่จินกลับเรือนของนางไป ไม่รู้ป่านนี้ท่านแม่ทัพเทียนเฉิงจะประคบประหงมจื่อลั่วไปถึ





