مشاركة

ออกไปทำงาน

last update تاريخ النشر: 2026-02-02 10:30:39

ยามดึกสงัดเมื่อส่งเสี่ยวไป๋เข้านอนในคืนหนึ่ง หลี่ซืออวี้ได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง ช่วงกลางวันนางได้เข้าไปในเมืองเพื่อทำบางอย่างและเตรียมตัวพร้อมสำหรับบางสิ่ง

ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามจนมั่นใจว่าบุตรชายหลับสนิทแล้ว นางลุกขึ้นจากที่นอนสวมชุดดำพรางใบหน้ามิดชิด มุ่งหน้าสู่ตรอกแคบในย่านตะวันตกของเมือง นางไม่ได้เป็นหญิงอ่อนแอผู้อาศัยความสงสารอีกต่อไป แต่นางคือลู่ชิงเยียน อดีตมือสังหารผู้ไม่เคยปล่อยให้เป้าหมายหลุดรอด

เป้าหมายของนางคืนนี้คือ อู๋เหยียนเจ้าของโรงบ่อนใหญ่ผู้โหดเหี้ยมที่ผู้คนต่างหวาดกลัว ไม่ใช่เพียงเพราะเขามีอิทธิพลในเมืองนี้ แต่เพราะเขาไม่มีใครแตะต้องได้ ทว่าคืนนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น

หลี่ซืออวี้ปีนข้ามกำแพงหลังเรือนหรู โดยไร้สุ้มเสียง มียามสองคนเดินตรวจอยู่ห่างออกไป นางปล่อยเข็มยาสลบออกจากปลอกแขน กระทบคอทั้งคู่พอดี ชายสองคนทรุดร่างลงโดยไร้แม้แต่เสียงร้อง

นางสังเกตตำแหน่งห้องชั้นบน แสงไฟเรืองรองผ่านหน้าต่างกระจกสี

อู๋เหยียนอยู่ในนั้น กำลังดื่มเหล้าสุราพร้อมหัวเราะอย่างชอบใจกับหญิงงามในอ้อมแขน

สายตานางเย็นเยียบ นางโยนเม็ดควันพิษผ่านช่องหน้าต่างเข้าห้อง ก่อนถีบตัวทะยานเข้าไปโดยไร้เสียง หญิงงามผงะล้มลงหมดสติ ส่วนอู๋เหยียนคว้าดาบใต้โต๊ะออกมา

"ใคร!"

เขาคำราม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ

"คนที่เจ้าลืมไปแล้วว่าเคยฆ่าพ่อเขา"

นางตอบคำถามแทนลูกค้าของนาง ในน้ำเสียงปนแววเย็นชา

"หรือจะบอกว่า เจ้าไม่เคยนับจำนวนศพที่เหยียบหัวมาเลยสินะ"

ยังไม่ทันที่อู๋เหยียนจะสบถ นางก็พุ่งเข้าใส่ การต่อสู้สั้นแต่รุนแรง อู๋เหยียนแข็งแกร่ง ทว่าเชื่องช้าและประมาท นางแทงมีดเข้าสะบักหลังเขา หลบหมัดและบิดแขนจนอีกฝ่ายทรุดลง

สุดท้าย มีดของนางปักทะลุหน้าอกเขา ขณะดวงตาของอู๋เหยียนเบิกโพลง สะท้อนเงาของร่างบางในชุดดำที่เขาไม่มีโอกาสได้รู้ชื่อ

"เจ้า..."

เขากระซิบคำสุดท้าย

"คิดเสียว่าข้ากำลังส่งเจ้าไปสบายก็แล้วกัน"

หลี่ซืออวี้ตอบเสียงเรียบ ก่อนลบทุกอย่างออกจากห้อง ทั้งคราบเลือด รอยเท้า ทิ้งไว้เพียงศพเย็นชืดและห้องที่เหมือนไม่เคยมีใครเข้ามา

เมื่อรุ่งสาง ข่าวการตายของอู๋เหยียนสะเทือนไปทั้งเมือง แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนลงมือ ไม่มีแม้แต่เงา ไม่มีพยาน มีเพียงข่าวลือว่า

"นักฆ่าผู้ไร้ร่องรอย"

รุ่งเช้าของวันถัดมา เมืองทั้งเมืองปั่นป่วน

"หัวหน้าอู๋ตายแล้ว!"

"ศพยังอยู่ในห้อง แต่ประตูหน้าต่างปิดสนิท ไม่มีใครเห็นคนเข้าออกเลยสักคน!"

ข่าวลือแพร่สะพัดราวเพลิงลามทุ่ง ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าคนอย่างอู๋เหยียนจะตายได้ง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีแม้แต่เงาของผู้ลงมือ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีกลิ่นเลือด

เหล่าลูกน้องของอู๋เหยียนจำนวนสิบกว่าคนพากันระดมกำลังออกตามหาผู้ต้องสงสัยทั่วเมือง

หัวหน้าพวกเขา เถาไห่ เป็นชายร่างใหญ่ที่มีรอยแผลยาวจากคางจรดคอกระแทกโต๊ะเสียงดังในโรงน้ำชา

"ใครมันกล้าทำเรื่องนี้! เมืองนี้ไม่เคยมีใครฆ่าคนของเราแล้วลอยนวล!"

เขาหันไปทางชาวบ้านที่นั่งตัวสั่นอยู่ในโรงน้ำชา ดวงตาแข็งกร้าว

"เมื่อคืนใครเห็นอะไร ใครได้ยินเสียงผิดปกติ ถ้าโกหก ข้าจะควักลิ้นออกมาสับให้เละ"

แต่ชาวเมืองเพียงก้มหน้าเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้าสบตา บางคนกลืนน้ำลาย บางคนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

หญิงชราที่ขายขนมแถวหน้าบ่อนอดไม่ได้ที่จะกระซิบกับเพื่อนบ้าน

"ข้าว่า ต้องเป็นพวกมือสังหารในตำนานแน่ ๆ"

"หรือว่า ปีศาจ ข้ายังได้ยินเสียงหมาหอนตอนเที่ยงคืนเลย"

เด็กเล็ก ๆ หลายคนถูกแม่ลากกลับบ้านไม่ให้เดินเพ่นพ่าน ทุกคนหวาดกลัว บ้างกลัวเถาไห่ บ้างกลัวนักฆ่าลึกลับ บ้างก็ยินดีในใจที่อู๋เหยียนซึ่งเคยบีบบังคับพวกเขาไปสู่ปรโลกแล้ว

เถาไห่สบถเสียงต่ำ

"ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ข้าจะลากมันมาแล่เนื้อเองกับมือ!"

ขบวนของลูกน้องอู๋เหยียนออกตระเวนทั้งวัน ตั้งแต่ตลาดเช้าจนถึงถนนทางแคบที่มืดมิดในช่วงกลางคืน พวกเขาถามทุกคน ดูทุกย่างก้าวของผู้คน ทว่าไร้เบาะแส

และหลี่ซืออวี้กลับนั่งสงบในเรือนผุพังกับถ้วยน้ำอุ่นในมือ

เสี่ยวไป๋วิ่งมากอดเอวนาง

"ท่านแม่ เมื่อคืนข้าฝันว่าท่านเป็นนางพญา"

หลี่ซืออวี้ยิ้มบาง ๆ ดวงตาสะท้อนความเย็นชาที่เก็บซ่อนไว้หลังหน้ากากของความอ่อนโยน

"ความฝันบางอย่างก็ใกล้ความจริงกว่าที่เจ้าคิด"

สามวันหลังการตายของอู๋เหยียน ในเมืองยังคงตึงเครียด แต่เถาไห่เริ่มมั่นใจว่า ฆาตกรไม่ได้หนีออกนอกเมืองมันต้องยังซ่อนตัวอยู่ที่นี่

วันนั้นขบวนลูกน้องของอู๋เหยียนในชุดดำสิบกว่านาย ถืออาวุธครบมือ มุ่งหน้าไปยังนอกเมืองตะวันออกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านชนบทยากจนที่สุด

พวกเขาหยุดหน้าบ้านไม้เก่าหลังหนึ่ง เสียงเด็กหัวเราะแว่วมาจากข้างใน

"ที่นี่น่าสงสัยเกินไป"

เถาไห่คำราม ดวงตาเย็นเฉียบ

"สืบมาแล้วว่ามีแม่หม้ายชื่อหลี่ซืออวี้อยู่กับลูกชายวัยห้าขวบเพียงลำพัง"

พวกเขาเตะประตูเข้าไป

เสียงไม้กระแทกพื้นดังสนั่น

หลี่ซืออวี้ยืนอยู่กลางห้อง เสื้อผ้าธรรมดา มัดผมหางม้าหลวม ๆ และมีเสี่ยวไป๋ยืนเกาะชายเสื้ออย่างตกใจ

"ท่านแม่"

"หลบหลังแม่ไว้"

เสียงของนางนิ่งสงบ แต่แฝงความเยือกเย็นที่ทำให้เถาไห่ชะงักวูบหนึ่ง

"ข้ามาหาเจ้าดี ๆ อย่าคิดหนี หลี่ซืออวี้ ข้ารู้ว่าเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของหัวหน้าเรา!"

หลี่ซืออวี้ยิ้มบาง ดวงตาเฉียบคม

"หากข้ามีส่วนจริง เจ้าคิดว่าเจ้าจะมายืนสบตาข้าได้อยู่หรือ"

เถาไห่กราดเกรี้ยว พุ่งเข้าใส่ ทว่าในพริบตาเดียว หลี่ซืออวี้คว้าช้อนเหล็กจากโต๊ะ กวาดสั้น ๆ เข้าข้อมือเขาจนดาบร่วง จากนั้นกระแทกเข่าเข้าชายโครงอย่างแม่นยำ

เสียง ครึ่ก ดังขึ้นจากซี่โครง

เถาไห่ทรุดลง แต่ลูกน้องอีกสองคนบุกเข้ามา นางเหวี่ยงร่างหลบ พริบตาเดียวก็เตะเสาไม้ให้ร่วงลงมาขวางประตูด้านหลัง พร้อมใช้หม้อดินฟาดศีรษะคนที่พุ่งตามมา

"โอ๊ย!"

หนึ่งในพวกมันร้องเสียงหลง ก่อนถลาออกไปชนผนังไม้เก่าพังลงไม่เป็นท่า

หลี่ซืออวี้คว้าเสี่ยวไป๋ขึ้นอุ้มไว้ แขนข้างหนึ่งจับเชือกที่ผูกไว้กับคานหลังบ้านนางปีนขึ้นหลังคาได้ในไม่กี่อึดใจ แล้วหายวับไปท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อของผู้ไล่ล่า

"นางหายไปได้อย่างไร"

"มันปีนขึ้นหลังคาทั้งที่อุ้มเด็กได้อย่างไรกัน"

เถาไห่กัดฟันลุกขึ้นอย่างยากลำบาก หน้าแดงก่ำเพราะความอับอาย คนในละแวกนั้นเริ่มออกมามุงดู พูดคุยกันเบา ๆ ด้วยสีหน้าสมเพช

"พวกมันน่ากลัวนัก แต่ยังแพ้ผู้หญิงแม่ลูกอ่อน"

"ข้าไม่กล้าหัวเราะเสียงดัง แต่ข้างในขำจนท้องแข็งแล้วล่ะ"

เถาไห่คำรามลั่น

"หุบปากให้หมด!"

พวกมันจำต้องล่าถอย ทิ้งความเสียหน้าและแววตาเกลียดชังไว้เบื้องหลัง

และในค่ำคืนนั้นเอง เสียงหัวเราะเบา ๆ ของหลี่ซืออวี้ดังขึ้นในความมืดของตรอกเล็กหลังบ้าน

"เจ้าพวกโง่ อย่าเล่นกับคนที่เคยฝึกฆ่าคนด้วยมือเปล่าเลย"

โรงเตี๊ยมชั้นในของเมืองในช่วงกลางคืน

ภายในห้องมีเพียงแสงตะเกียงสลัว และชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาคือ คุณชายซุน พ่อค้าใหญ่ผู้ว่าจ้างให้อู๋เหยียนตายแต่ไม่คิดว่าเรื่องจะสำเร็จรวดเร็วและเงียบเชียบขนาดนี้

หลี่ซืออวี้ในชุดคลุมสีดำเข้ามาเงียบ ๆ ผ่านประตูลับราวภูตผี

"เรียบร้อยแล้ว"

เสียงของนางสั้นกระชับ

คุณชายซุนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ แล้วเลื่อนถุงเงินหนักอึ้งไปให้

"เจ้าทำได้จริง ๆ ข้าไม่คิดว่าจะมีใครลอบฆ่าหมอนั่นได้ง่ายขนาดนี้"

หลี่ซืออวี้แตะถุงเงินนั้นเพียงแวบ ก่อนหันสายตาเย็นชาไปยังเขา

"แต่ข้าคิดว่าราคานี้...ต่ำเกินไป"

"หา?"

เขาขมวดคิ้ว

"เราตกลงกันแล้ว"

"แต่ข้าไม่ได้ตกลงกับใครว่าจะไม่บอกว่าผู้ว่าจ้างคือใคร หากเกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง"

น้ำเสียงนางเรียบนิ่ง แต่แฝงแรงกดดันมหาศาล

คุณชายซุนเหงื่อแตกพลั่ก ดวงตาสั่นระริก

"เจ้า ขู่ข้ารึ"

"เปล่า"

หลี่ซืออวี้ยิ้มบาง ๆ

"ข้าแค่เตือน ว่าสิ่งที่มีมูลค่าไม่ใช่แค่ฝีมือของข้า แต่คือความเงียบของข้าด้วย"

เขากัดฟันแน่น ก่อนโบกมือให้คนสนิทด้านหลังนำเงินเพิ่มออกมาอีกถุง

"ทั้งหมดอยู่ในนี้ ถือว่าเราจบกัน"

หลี่ซืออวี้หยิบถุงเงินขึ้นมา น้ำหนักน่าพอใจ จากนั้นนางหมุนตัวจะจากไป

แต่ก่อนถึงประตู เสียงของคุณชายซุนดังขึ้นอีกครั้ง

"หากวันหน้าข้าต้องการคนมีฝีมือ"

"ข้าไม่รับงานจากคนที่ลังเลจะจ่ายตั้งแต่แรก"

นางตัดบทโดยไม่หันกลับ

ทันใดนั้น ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน ตะเกียงในห้องกะพริบ และเมื่อทุกคนหันไปมอง ประตูไม้กลับเปิดอยู่เพียงแง้มเดียวแต่ไร้เงาของหลี่ซืออวี้

"หายไปแล้ว"

คนสนิทของคุณชายซุนรีบวิ่งออกไปนอกห้อง มองซ้ายขวาในตรอกแคบ แต่ไม่เห็นแม้แต่ชายผ้า

คุณชายซุนลูบเครา ด้วยสีหน้าซับซ้อน

"คนผู้นั้น ไม่ธรรมดาจริง ๆ"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ตอนจบ

    หลังพิธีเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ผ่านไปสามเดือน ฮ่องเต้องค์ใหม่ฟื้นฟูกฎหมายให้เข้มแข็งขึ้น ฮองเฮาก่อตั้งโรงหมอหลายแห่งในราคาย่อมเยาและก่อตั้งสำนักศึกษาด้านการแพทย์แก่สามัญชน เมื่อเรัยนจบสามารถสอบเข้าทำงานในวังหลวงและโรงหมอภายใต้การอุปถัมภ์ของฮองเฮา มีโครงการสร้างอาชีพและกระจายรายได้ไปทั่วเมืองและจะขยับขยายออกไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ในอีกไม่ช้า เช้าวันพักผ่อน ท้องฟ้ายามเย็นทอแสงสีทองอ่อน ๆ ทาบลงบนสระหยกด้านหลังตำหนักด้านใน เสียงสายลมพัดใบไม้ไหวบางเบาคล้ายจะกระซิบเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น หลงจิ่นเซวียนในชุดธรรมดาไร้เครื่องทรง เดินเข้ามาช้า ๆ บนศาลาริมน้ำ หลี่ซืออวี้ นั่งทอดสายตามองสายน้ำที่ไหลนิ่ง ราวกับกำลังทบทวนเรื่องราวในใจ เมื่อเขามาถึง นางไม่ได้หันไปมอง แต่พูดขึ้นเรียบ ๆ อย่างเป็นทางการ "ฝ่าบาทยังไม่เหนื่อยอีกหรือ เหนื่อยจากการไล่ตามคนที่ทำร้ายพระทัยท่านถึงเพียงนี้" เขาหยุดยืนเงียบ หัวเราะแผ่วเบา ก่อนนั่งลงข้าง ๆ โดยไม่รอให้นางอนุญาต "เหนื่อยแต่ก็ยังอยากเดินต่อ เพราะปลายทางคือเจ้า" "ยามนี้มีเพียงเราสองคน ยังมีพิธีรีตองอีกหรือ" นางเบือนหน้ามองเขา ดวงตานิ่งเรียบแต่ลึกในนั้นมีบางอย่างไหวว

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   แต่งงานใหม่

    ณ ตำหนักด้านใน หลี่ซืออวี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างในอก ทั้งเบา สบายและอุ่นใจ แม้ยังไม่ได้เอ่ยวาจามากไปกว่านี้ แต่หัวใจก็ไม่ได้ต่อต้านอีกต่อไป ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างมั่นคง "ท่านแม่ แต่งตัวสวย ๆ ไว้นะ" "วันนี้มีอะไรกันอีก" เมื่อประตูเปิดออก เหล่านางกำนัลนับสิบคนกรูกันเข้ามาแต่งองค์ทรงเครื่องให้นางอย่างอ่อนโยน พร้อมยื่นชุดผ้าไหมสีขาวประดับลายมังกรเมฆทองไม่ใช่ชุดสามัญ แต่เป็นชุดเจ้าสาวของวังหลวง "เป็นพระราชบัญชาเพคะ วันนี้คือวันอภิเษกของพระองค์อย่างเป็นทางการ" หลี่ซืออวี้เบิกตาขึ้นเล็กน้อยเอ่ยคัดค้านอย่างงุนงง "อภิเษกอะไรกัน ข้าไม่รู้เรื่องมาก่อน พวกเจ้าจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ" นางกำนัลจึงอธิบายว่า "เหล่ากงกงแจ้งมาว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฮ่องเต้จึงจะประกาศราชโองการเพคะ" เสี่ยวไป๋ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพึงพอใจ ขฯะที่หลี่ซืออวี้หน้าตึงเพราะขัดพระบัญชาฮ่องเต้ไม่ได้ "มัดมือชกข้าชัด ๆ " "เรื่องมงคลเช่นนี้ท่านแม่ไม่ควรปฏิเสธนะขอรับ" ลานพระราชพิธี ท่ามกลางสายตาคนทั้งราชสำนัก ขุนนาง ข้าราชบริพาร นางกำนัลเหล่าทหารล้อมรอบลานพิธีที่ประดับด้วยผ้าไหมสีแด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ทดสอบ

    ภายในท้องพระโรงหลังพิธีเฉลิมฉลองฟื้นฟูราชสำนักอีกหกเดือนต่อมา หลายเดือนมานี้หลี่ซืออวี้ยังรู้สึกว่านางไม่เป็นที่ชอบใจของขุนนางครึ่งวังหลวง เมื่อวันนี้มีโอกาสนางจึงทูลฮ่องเต้ถึงเรื่องนี้ เหล่าขุนนางมากหน้าหลายตานั่งอยู่ในตำแหน่งตามลำดับ บางคนยังมีสีหน้าขุ่นเคือง บางคนกระซิบกระซาบต่อกันถึง สตรีผู้อวดดี ที่กล้าท้าทายอำนาจวังหลวง หลงจิ่นเซวียนนั่งบนบัลลังก์ ท่าทางสงบนิ่ง แต่สายตาจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีอ่อนที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรง นางคือหลี่ซืออวี้ นางเงยหน้าขึ้นพูดเสียงชัดกังวาน "ฝ่าบาท วันนี้หม่อมฉันมิได้มาในฐานะสตรีของท่านแต่มาในฐานะผู้ที่ไม่ได้ภักดีต่อใครนอกจากความจริง" เสียงกระซิบในหมู่ขุนนางเริ่มดังขึ้นทันที ขุุนนางคนหนึ่งฮึดฮัดเอ่ยขึ้น "สตรีผู้นี้บังอาจนัก! กล้าขึ้นเสียงกับฮ่องเต้เชียวหรือ!" หลี่ซืออวี้ปรายตามองอย่างไม่หวั่นไหว "ข้ารู้ว่าท่านทั้งหลายไม่ชอบข้า แต่หากไม่ใช่เพราะข้า ขุนนางกว่าครึ่งในที่นี้คงไม่มีโอกาสนั่งบนตำแหน่งเดิมอย่างสงบสุข" คำพูดนั้นทำให้บางคนชะงัก บางคนแสร้งไม่สบตา นางหันกลับมาหาฮ่องเต้ ที่นั่งนิ่งไม่พูด "ฝ่าบาท หม่อมฉันขอบททดสอบห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ผลัดแผ่นดิน

    พระราชพิธีราชาภิเษกในท้องพระโรง ท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางผู้มาเฝ้ารับเสด็จฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์องค์ใหม่ ท่ามกลางเสียงพิธีกรรมอันสง่างาม หลงจิ่นเซวียนได้กล่าวในพิธีอันเป็นมลคล "ข้าสาบานต่อหน้าสวรรค์และราษฎร ว่าจะปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม สันติสุข และภักดีต่อราษฎรทุกคน" เสียงแซ่ซ้องและคำถวายพระพรดังสนั่น ทว่าดวงตาของฮ่องเต้แฝงความหนักแน่นและความคิดลึกซึ้ง ฮ่องเต้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนพระราชวัง ด้านหลี่ซืออวี้ที่เตรียมตัวออกเดินทางนางหันไปมองลูกชายที่กำลังยิ้มสดใส "ข้าจะโตขึ้นด้วยตัวเอง แม้จะไม่อยู่ในวังหลวง" หลี่ซืออวี้และเสี่ยวไป๋สวมเสื้อผ้าธรรมดา เดินผ่านประตูใหญ่ของพระราชวังโดยไร้เงาของฮ่องเต้ ทั้งสองแม่ลูกก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ท่ามกลางแสงแดดและลมพัดเบา ๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน ยามสายแสงแดดอ่อนอุ่นทอแสงบาง ๆ ขบวนม้ารถเล็ก ๆ เคลื่อนไปอย่างเงียบเชียบ หัวหน้าขบวนคือหลี่ซืออวี้กับเสี่ยวไป๋ในชุดสามัญ ทั้งคู่ไม่มีราชโองการ ไม่มีการอำลาอย่างเป็นทางการ ทันใดนั้น เสียงเกือกม้าดังขึ้นราวกับพายุ สายลมแรงกรูเข้ามาพร้อมร่างหนึ่

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ลมหายใจสุดท้าย

    กลางดึก เสียงเพรียกหวาดกลัวของสาวใช้ดังลั่นขณะที่เสี่ยวไป๋ถูกแบกเข้ามา เลือดซึมจากบาดแผลยาวบนสีข้าง หายใจรวยริน หลี่ซืออวี้ใบหน้าแข็งราวกับน้ำแข็ง "ออกไปให้หมด! เอายาห้ามเลือดมา แล้วปิดประตูให้แน่น" หลงจิ่นเซวียนยืนตัวแข็งอยู่ข้างประตู สายตาเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ขณะที่นางโน้มตัวเย็บแผลให้ลูกอย่างใจเย็นแต่มือสั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่น เงียบอยู่นาน ก่อนที่หลี่ซืออวี้จะพูดทั้งที่สายตายังจับจ้องที่แผล "ทำได้แม้กระทั่งเด็ก" หลงจิ่นเซวียนยืนยันหนักแน่นต่อหน้านาง "ข้าจะไม่ปล่อยให้นางลอบทำร้ายได้อีก ข้าจะส่งทหาร…" นางแทรกขึ้นทันที “เจ้ามันขี้ขลาด!” นางผุดลุกขึ้น หมุนตัวเผชิญหน้าเขา ดวงตากร้าวราวกับน้ำแข็งแตกกระจาย "ข้าไม่ใช่คนที่ต้องให้เจ้าปกป้อง แต่ลูกของข้าควรปลอดภัยในเขตของตัวเอง นี่น่ะหรือคือ อยู่ข้างข้าอย่างที่เจ้าพูด" "ข้าก็เจ็บไม่ต่างไปจากเจ้า นางเป็นแม่ของข้า ข้าพยายามเลือกทางที่ไม่ทำร้ายใคร" "แต่ข้าจะทำร้ายแล้ว! ฟังนะหลงจิ่นเซวียน ข้าไม่ใช่แม่พระ ข้าเคยเป็นนักฆ่า เคยเรียนวิชาพิษ เคยส่งคนตายโดยไม่ต้องเปื้อนมือ ข้าอดกลั้นเพื่อให้เจ้ามีศักดิ์ศรี แต่ครั้งนี้…" เสียงเงียบ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ลอบสังหาร

    ห้องลับภายในตำหนักไทเฮายามค่ำ แสงเทียนส่องสลัวสะท้อนใบหน้าแก่ชราของไทเฮาที่ซีดเผือดเพราะโรครุมเร้า แต่ดวงตายังเต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้นนางเอ่ยเสียงแหบพร่าแต่เด็ดขาด "ฆ่านางไม่ได้ ก็จงหั่นหัวลูกของนางเสีย" เสียงกึกของถ้วยชาตกลงพื้นเมื่อขันทีคนสนิทหน้าซีดเผือด พยายามทัดทาน "แต่เด็กคนนั้นคือ..." "ข้ารู้ว่ามันคือหลานข้า! แต่ข้าไม่เคยรับมัน! เด็กคนนั้นคือจุดอ่อนของนางหากทำให้มันเจ็บชีวิตนางก็จะต้องย่อยยับไปด้วย!" ภายในห้องเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนนางพูดเสียงแผ่วเย็นเฉียบ "ส่งคนในคราบนักเลงข้างนอกตำหนัก ทำให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ อย่าให้สาวมาถึงข้าได้ เข้าใจหรือไม่" ขันทีกัดฟันพยักหน้า น้ำตาคลอเล็กน้อยอย่างจำยอม ลานหน้าตำหนักรองในเช้าวันถัดมา เสี่ยวไป๋วิ่งเล่นกับข้ารับใช้คนสนิท มือน้อยถือกังหันกระดาษหมุนตามลม เด็กชายหัวเราะเอิกเกริก ไร้เดียงสาต่ออันตรายที่ใกล้เข้ามา ในเงาของมุมกำแพง ชายชุดดำสามคนลอบเข้ามาเงียบเชียบ ดาบสั้นในมือแวววับอย่างน่ากลัว ก่อนที่พวกมันจะทันก้าวถึงร่างเล็ก เสียงคำรามหนึ่งดังขึ้นพร้อมเงาร่างสูงทะยานออกจากซุ้มไม้ไผ่ หลงจิ่นเซวียนส่งเสียงกร้าว "อย่าแตะต้องลูกข้า!

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ได้พบกัน

    ณ ตำหนักรองแห่งวังหลวงแคว้นต้าหลง แสงคบเพลิงไหวระริกสะท้อนเงาใบหน้าคมคายขององค์รัชทายาทหลงจิ่นเซวียน ผู้กำลังนั่งนิ่งอยู่หน้ารายงานลับจากองครักษ์เงาจดหมายร้อยเรียงด้วยลายมือสั่นเทา'เป็นนางจริง ๆ นางมิใช่เพียงหมอสามัญ แต่มีความสามารถในการล้วงความลับ ล่อหลอก และทำให้ข้าต้องเปิดเผยทุกอย่างโดยไม่ได้ต

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   โรงหมอเซียนลู่

    ยามเช้าของวันใหม่ หลี่ซืออวี้สวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ข้างกายมีเสี่ยวไป๋เดินตามติดพร้อมถือถุงผ้าใส่ติดตัวอย่างสมุนไพร สองแม่ลูกเดินลัดเลาะไปยังทางตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งเงียบสงบแต่ผู้คนสัญจรไม่ขาดสาย"ตรงนั้นหรือขอรับท่านแม่" เสี่ยวไป๋ชี้ไปยังเรือนไม้เก่าหลังหนึ่ง อยู่ริมทางที่มองเห็นลำธารเล็ก ๆ ไห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   หมอพเนจร

    หลี่ซืออวี้ปลูกพืชสมุนไพรไว้หลากหลายชนิด ถึงเมืองหลวงฝั่งตะวันออกจะเงียบสงบคล้ายเขตชนบท ทว่ายารักษาโรคก็มีราคาแพงและยังขาดแคลน นางเปลี่ยนวิธีการโดยการออกรักษาคนป่วยตามบ้านโดยการเคาะประตูเสนอการรักษาในราคาไม่แพง หลี่ซืออวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่าเคลือบฝุ่นของบ้านหลังหนึ่ง เสียงไอแหบแห้งลอดออกมาจากภ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ความเจ็บปวดของหลงจิ่นเซวียน

    ข่าวต่าง ๆ แพร่ไปถึงวังหลวง "ทูลองค์รัชทายาท ขณะนี้ในเมืองหลวงมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นพะย่ะค่ะ" หลงจิ่นเซวียนหรี่ตาลง รอฟังการรายงานของราชองครักษ์ "ว่ามา" "ระยะนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ขุนนางผู้มากอิทธิพลตายในหอนางโลมซึ่งหาตัวคนร้ายไม่พบ และกลุ่มเด็กขอทานมีขนาดใหญ่ขึ้นพะย่ะค่ะ" ในเมืองหล

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status