แชร์

แม่ของเสี่ยวไป๋

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-01 13:16:33

เด็กทั้งกลุ่มมองมาตามเสียงรวมทั้งเสี่ยวไป๋

"ดูสิ นางผีโครงกระดูกมาช่วยลูกของมัน"

เด็ก ๆ เริ่มหัวเราะเยาะนางเมื่อเห็นสภาพผู้หญิงผอมแห้งถือท่อนไม้ขนาดใหญ่ท่อนหนึ่ง ดูอย่างไรก็เหมือนโครงกระดูกเดินได้

เสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปหานาง เขากางมือเล็ก ๆ ออกปกป้องไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้

"ท่านแม่อยู่ด้านหลังข้าขอรับ ข้าจะปกป้องท่านเอง"

แววตาของเด็กน้อยดุดันและน่ากลัวแต่เด็กเหล่านั้นกลับขบขันสองแม่ลูก

"มาถึงก็ดีแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เสี่ยวไป๋รังแกอาหาน"

อาหานเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเสี่ยวไป๋สองปี เขานั่งกุมใบหน้าที่เริ่มบวมพลางชี้มือมาที่นางอย่างอาฆาต

"ข้าจะฟ้องท่านพ่อ แล้วข้าจะบอกท่านพ่อไม่ให้รับของป่าสกปรกของเจ้าเป็นของขวัญหรอกนะ"

หลี่ซืออวี้ยืนฟังเด็ก ๆ พูดกับนางอย่างไร้ความเคารพยำเกรง แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมานางกับลูกถูกรังแกมามากเพียงใด เด็กยังมีปฏิกิริยาเช่นนี้ แล้วผู้ใหญ่เล่าจะหนักกว่านี้กี่เท่า

"พวกเจ้ามีสิบคน แต่บอกว่าถูกเสี่ยวไป๋รังแก ไม่ปรักปรำกันไปหน่อยหรือ เพราะที่ข้าเห็นคือพวกเจ้ารุมรังแกลูกข้า"

เสี่ยวไป๋เงยหน้ามองมารดาที่ยกมือขึ้นกอดอกพูดกับเพื่อนอาหาน เด็กน้อยกระพริบตาปริบ ๆ กับท่าทางที่เปลี่ยนไปของมารดา โดยปกติหลี่ซืออวี้อ่อนแอสุภาพและยอมคน นางจึงถูกเอาเปรียบมาตลอดตั้งแต่เขาจำความได้

"พวกเราไม่ได้รังแก เจ้ากล่าวหาพวกเรา"

เด็กชายรูปร่างท้วมและตัวใหญ่ที่สุดปฏิเสธ พร้อมกับชี้หน้าของนาง หลี่ซืออวี้ก้าวเข้าไปหาเขาช้า ๆ ท่าทางของนางดูเยือกเย็น นางยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่งจ้องมองเด็กชายตัวโตอย่างพิจารณา

"เจ้านี่นะ ออกรับแทนผู้อื่นช่างไม่กลัวตายจริง ๆ วันนี้ตอนข้าลงจากเขาเห็นพรานป่าพูดกันว่า มีการซื้อขายอวัยวะเด็ก ยิ่งตัวโตยิ่งราคาสูงและยิ่งอ้วนท้วนอย่างเจ้าพ่อค้าให้ราคาเพิ่มถึงสองเท่า"

เด็กชายตื่นตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเพราะความกลัวแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ภายในแววตาเบิกกว้างสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่

"เจ้าข่มขู่ข้า"

เขาโต้กลับนางทว่าเสียงที่เล็ดลอดออกมากลับสั่นเครือ หลี่ซืออวี้นึกสนุกนางจึงพูดต่อไป

"บ้านของข้ายากจน หากไม่มีอะไรกินข้าก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าข้าจะชำแหละเจ้า เสี่ยวไป๋ก็เป็นลูกมือที่ดี"

นางหันไปสบตาเสี่ยวไป๋ สองแม่ลูกเหมือนรู้กัน เสี่ยวไป๋จึงพยักเพยิดเล่นละครตามน้ำไปกับมารดา

"ขอเพียงท่านแม่สั่งมา เสี่ยวไป๋คนนี้ยินดีรับคำสั่งขอรับ"

เขาพูดแล้วทำท่าทางอย่างเป็นผู้ใหญ่ทำให้เด็กชายตัวอ้วนเริ่มสั่นสะท้าน

"เจ้า...ปีศาจทั้งแม่ทั้งลูก"

หลี่ซืออวี้หักไม้เป็นสองท่อนพร้อมจ้องมองท่อนที่มีปลายแหลมแล้วหัวเราะเจ้าเล่ห์

"จะควักส่วนใดก่อนดี ลูกตา หรือแทงเข้าที่หัวใจ"

เสียงของนางน่ากลัวดุจแม่มดจริง ๆ เด็กทั้งกลุ่มต่างหวาดกลัว คนที่ยืนอยู่รีบสาวเท้าวิ่งก่อน ส่วนอีกหลายคนที่นั่งกับพื้นต่างดึงมือกันลุกขึ้น วิ่งไม่คิดชีวิตพลางส่งเสียงกรีดร้องไปตามทาง

เสี่ยวไป๋หัวเราะขบขันจนตัวงอที่กลุ่มอันธพาลถูกแม่ของเขาหลอกจนไม่เหลือความเก่งกาจใด ๆ

"ท่านแม่ดูสิขอรับ พวกนั้นหัวหดหมดแล้ว ฮ่า ฮา"

นางโยนไม้ในมือทิ้งแล้วก้มลงเอามือปัดเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นของบุตรชาย เอ่ยถามขึ้น

"เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่"

"ไม่ขอรับ แค่พวกเขาเหยียบซาลาเปาของข้า"

นางมองตามมือเล็กที่ชี้ไปยังเศษอาหารเปื้อนดิน ครุ่นคิดว่าถึงเสี่ยวไป๋ไม่ใช่ลูกของนางแต่นางได้อาศัยเจ้าของร่างเดิม นางจะดูแลเสี่ยวไป๋ให้ดีที่สุด

"ช่างมันเถอะเดี๋ยวแม่ทำให้เจ้ากินใหม่"

"ขอรับ"

นางจูงมือเสี่ยวไป๋ที่ยิ้มกว้างอย่างร่าเริง วันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษที่มารดาของเขาไม่ได้อ่อนแอทำให้เขาเป็นห่วงนางอีกต่อไป

ขณะที่สองแม่ลูกเดินกลับบ้าน เสียงหัวเราะของเสี่ยวไป๋ยังไม่ขาดหาย เขากระชับมือที่จับมารดาไว้แน่น ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยประกายแห่งความชื่นชม

"ท่านแม่ ข้าว่า ท่านแม่เก่งกว่าทหารในเรื่องเล่าเสียอีก"

เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง ดวงตาสดใสเป็นประกาย

"พวกนั้นไม่มีใครกล้าสู้ท่านแม่เลย"

หลี่ซืออวี้หัวเราะในลำคอ ส่ายหน้าช้า ๆ

"แม่ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก แค่ไม่อยากให้ลูกต้องร้องไห้อีกก็เท่านั้น"

"แต่ว่า..."

เสี่ยวไป๋เม้มปากแน่น ดวงตาเริ่มแดงเรื่อ เขาหยุดเดินแล้วหันไปเงยหน้ามองนางจริงจัง

"ท่านแม่ไม่ต้องปกป้องข้าเพียงลำพัง ข้าโตพอจะปกป้องท่านแม่ได้แล้ว ถ้าใครว่าอะไรท่านอีก ข้าจะสู้ให้สุดแรงเลย"

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหลี่ซืออวี้สั่นสะเทือน นางก้มลงคุกเข่าเพื่ออยู่ในระดับสายตาเดียวกับลูกชาย ใช้มือทั้งสองข้างประคองแก้มเล็กของเขา

"เจ้ารู้หรือไม่ แค่เจ้าบอกว่าจะปกป้องแม่ แม่ก็มีแรงสู้ทุกอย่างแล้ว"

"จริงหรือขอรับ"

เขายิ้มกว้างอีกครั้ง ก่อนจะโผเข้ากอดนางแน่น

"จริงที่สุดจ้ะ"

วันนี้เสี่ยวไป๋ไม่ได้เพียงแค่ภูมิใจในตัวมารดา แต่ยังเริ่มภาคภูมิใจในตัวเอง

ในฐานะลูกชายของแม่ที่กล้าหาญที่สุด

ภายในกระท่อมไม้หลังน้อย กลิ่นแป้งนุ่มและกลิ่นน้ำซุปสมุนไพรหอมอบอวลทั่วห้องครัว หลี่ซืออวี้นวดแป้งด้วยจังหวะมั่นคง มือเรียวที่เต็มไปด้วยรอยกร้านจากงานหนักเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เสี่ยวไป๋นั่งห้อยขาอยู่ตรงขอบโต๊ะไม้ เขามองมารดาด้วยดวงตาเป็นประกาย

"ท่านแม่เก่งจริง ๆ ทำอะไรก็ดูน่าอร่อยไปหมด"

เด็กน้อยว่าพลางใช้มือเท้าคางมองแป้งกลม ๆ ที่นางปั้นเป็นลูกกลม

"เจ้ากินได้หมดก็เพราะเจ้าตะกละต่างหากล่ะ"

หลี่ซืออวี้แกล้งพูดหยอก ดวงตานางแม้เหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวันแต่กลับอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก นางเคยอยู่ตัวคนเดียวไร้ซึ่งความรู้สึกกับผู้อื่น ทว่าเมื่อได้สัมผัสกับความไร้เดียงสาของเด็กน้อยนางกลับมีความรู้สึกคล้ายอ่อนโยนลง

"ข้าไม่ได้ตะกละ ข้าแค่รักของกินฝีมือท่านแม่ต่างหาก"

เสี่ยวไป๋ตอบเสียงดัง แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างมีชีวิตชีวา

หลี่ซืออวี้ยิ้มออก นางคีบเนื้อหมูบดปรุงรสวางไว้ตรงกลางแป้ง แล้วห่ออย่างประณีต

"จำได้หรือไม่ว่าแม่เคยบอกอะไรเสี่ยวไป๋ตอนเล็ก ๆ"

นางชวนคุยจากความทรงจำของร่างเดิม

"ท่านแม่บอกว่าถึงแม่จน ถึงแม่อ่อนแอ แต่แม่จะไม่มีวันปล่อยให้ลูกหิว"

เขาท่องอย่างคล่องปาก แล้วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ

"ตอนนั้นข้ายังไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"

หลี่ซืออวี้เงยหน้าขึ้นมามองเขา ดวงตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย

"เพราะท่านแม่เข้มแข็ง ลูกจึงได้กินของอร่อย และท่านแม่สู้ ลูกถึงไม่ต้องกลัวใคร ข้าจะโตไว ๆ แล้วดูแลท่านแม่บ้าง"

นางวางซาลาเปาลูกสุดท้ายลงในลังถึง หันกลับมากอดลูกชายเอาไว้แน่น

"ไม่ต้องรีบโตหรอก แค่เจ้ามีหัวใจแกร่งเช่นนี้ แม่ก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"

ไม่นานกลิ่นซาลาเปาร้อน ๆ ก็โชยมาจากลังถึง ไอน้ำระเหยขึ้นเป็นสายบาง ๆ เสี่ยวไป๋นั่งกินซาลาเปาไปพลางพูดไปพลางอย่างมีความสุข ส่วนหลี่ซืออวี้ก็นั่งมองลูกชายด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

เสียงหัวเราะและกลิ่นซาลาเปาอบอวลไปทั้งกระท่อมหลังน้อย แม้บ้านจะเล็กและมีชีวิตที่ลำบาก แต่ตรงนี้คือที่ปลอดภัยที่สุดในโลกของเสี่ยวไป๋

ขณะหลี่ซืออวี้จัดวางซาลาเปาลงในลังถึง นางหยิบห่อผักดองที่หมักไว้ในไหดินเผาเล็ก ๆ ออกมาอย่างทะนุถนอม กลิ่นเปรี้ยวหอมอ่อน ๆ ลอยฟุ้งจนเสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้น

"นั่นมัน ผักดองสูตรเก่าของท่านยายทวดใช่หรือไม่ขอรับ"

เขาถามด้วยเสียงตื่นเต้น ดวงตาเปล่งประกาย

หลี่ซืออวี้พยักหน้าช้า ๆ

"ใช่จ้ะ ยายทวดของเจ้าเคยบอกว่า ในวันที่ไม่มีเงินซื้อหมูหรือซื้อแป้งดี ๆ แม้แค่ผักดองก็ทำให้ซาลาเปาอร่อยได้ หากใส่ความรักลงไป"

นางตักผักดองหั่นฝอยคลุกกับเนื้อหมูผสมซอสถั่วเล็กน้อย ห่อไว้ในซาลาเปาลูกพิเศษลูกหนึ่ง

"ลูกนี้ของเสี่ยวไป๋ ข้างในคือสูตรลับที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น มีทั้งความทรงจำและความตั้งใจของแม่รวมอยู่ด้วยนะ"

เสี่ยวไป๋รับซาลาเปานั้นจากมือนางอย่างทะนุถนอม แม้จะยังร้อนอยู่ก็ไม่ยอมปล่อย เขากัดเบา ๆ แล้วเคี้ยวช้า ๆ แววตาเด็กชายไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกินกว่าจะพูดออกมา

"ซาลาเปาของท่านแม่อร่อยที่สุดเลยขอรับ"

หลี่ซืออวี้นั่งมองลูกชายด้วยแววตานุ่มลึก น้ำเสียงของนางพลันอ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยพลังโดยปริยาย

"แม่จะฝึกฝนฝีมือให้ดียิ่งกว่านี้ จะทำซาลาเปาให้เสี่ยวไป๋ได้กินจนโตเป็นหนุ่ม ไม่ว่าใครจะดูถูกแม่หรือว่าเจ้าไร้ค่า แต่จงจำไว้นะ ว่าเราสองคนมีค่าต่อกันเสมอ"

เสี่ยวไป๋พยักหน้าแรงจนผมกระเซิง เขายื่นมือออกมากอดมารดาแน่น ลืมซาลาเปาในมือไปชั่วขณะ

"ข้าภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของท่านแม่ขอรับ"

สองแม่ลูกกอดกันแน่น อาจไม่มีเงินไม่มีทรัพย์สินใด แต่อ้อมกอดและซาลาเปาร้อน ๆ นี้ คือขุมทรัพย์ล้ำค่าที่สุดของครอบครัวนาง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ตอนจบ

    หลังพิธีเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ผ่านไปสามเดือน ฮ่องเต้องค์ใหม่ฟื้นฟูกฎหมายให้เข้มแข็งขึ้น ฮองเฮาก่อตั้งโรงหมอหลายแห่งในราคาย่อมเยาและก่อตั้งสำนักศึกษาด้านการแพทย์แก่สามัญชน เมื่อเรัยนจบสามารถสอบเข้าทำงานในวังหลวงและโรงหมอภายใต้การอุปถัมภ์ของฮองเฮา มีโครงการสร้างอาชีพและกระจายรายได้ไปทั่วเมืองและจะขยับขยายออกไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ในอีกไม่ช้า เช้าวันพักผ่อน ท้องฟ้ายามเย็นทอแสงสีทองอ่อน ๆ ทาบลงบนสระหยกด้านหลังตำหนักด้านใน เสียงสายลมพัดใบไม้ไหวบางเบาคล้ายจะกระซิบเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น หลงจิ่นเซวียนในชุดธรรมดาไร้เครื่องทรง เดินเข้ามาช้า ๆ บนศาลาริมน้ำ หลี่ซืออวี้ นั่งทอดสายตามองสายน้ำที่ไหลนิ่ง ราวกับกำลังทบทวนเรื่องราวในใจ เมื่อเขามาถึง นางไม่ได้หันไปมอง แต่พูดขึ้นเรียบ ๆ อย่างเป็นทางการ "ฝ่าบาทยังไม่เหนื่อยอีกหรือ เหนื่อยจากการไล่ตามคนที่ทำร้ายพระทัยท่านถึงเพียงนี้" เขาหยุดยืนเงียบ หัวเราะแผ่วเบา ก่อนนั่งลงข้าง ๆ โดยไม่รอให้นางอนุญาต "เหนื่อยแต่ก็ยังอยากเดินต่อ เพราะปลายทางคือเจ้า" "ยามนี้มีเพียงเราสองคน ยังมีพิธีรีตองอีกหรือ" นางเบือนหน้ามองเขา ดวงตานิ่งเรียบแต่ลึกในนั้นมีบางอย่างไหวว

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   แต่งงานใหม่

    ณ ตำหนักด้านใน หลี่ซืออวี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างในอก ทั้งเบา สบายและอุ่นใจ แม้ยังไม่ได้เอ่ยวาจามากไปกว่านี้ แต่หัวใจก็ไม่ได้ต่อต้านอีกต่อไป ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างมั่นคง "ท่านแม่ แต่งตัวสวย ๆ ไว้นะ" "วันนี้มีอะไรกันอีก" เมื่อประตูเปิดออก เหล่านางกำนัลนับสิบคนกรูกันเข้ามาแต่งองค์ทรงเครื่องให้นางอย่างอ่อนโยน พร้อมยื่นชุดผ้าไหมสีขาวประดับลายมังกรเมฆทองไม่ใช่ชุดสามัญ แต่เป็นชุดเจ้าสาวของวังหลวง "เป็นพระราชบัญชาเพคะ วันนี้คือวันอภิเษกของพระองค์อย่างเป็นทางการ" หลี่ซืออวี้เบิกตาขึ้นเล็กน้อยเอ่ยคัดค้านอย่างงุนงง "อภิเษกอะไรกัน ข้าไม่รู้เรื่องมาก่อน พวกเจ้าจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ" นางกำนัลจึงอธิบายว่า "เหล่ากงกงแจ้งมาว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฮ่องเต้จึงจะประกาศราชโองการเพคะ" เสี่ยวไป๋ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพึงพอใจ ขฯะที่หลี่ซืออวี้หน้าตึงเพราะขัดพระบัญชาฮ่องเต้ไม่ได้ "มัดมือชกข้าชัด ๆ " "เรื่องมงคลเช่นนี้ท่านแม่ไม่ควรปฏิเสธนะขอรับ" ลานพระราชพิธี ท่ามกลางสายตาคนทั้งราชสำนัก ขุนนาง ข้าราชบริพาร นางกำนัลเหล่าทหารล้อมรอบลานพิธีที่ประดับด้วยผ้าไหมสีแด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ทดสอบ

    ภายในท้องพระโรงหลังพิธีเฉลิมฉลองฟื้นฟูราชสำนักอีกหกเดือนต่อมา หลายเดือนมานี้หลี่ซืออวี้ยังรู้สึกว่านางไม่เป็นที่ชอบใจของขุนนางครึ่งวังหลวง เมื่อวันนี้มีโอกาสนางจึงทูลฮ่องเต้ถึงเรื่องนี้ เหล่าขุนนางมากหน้าหลายตานั่งอยู่ในตำแหน่งตามลำดับ บางคนยังมีสีหน้าขุ่นเคือง บางคนกระซิบกระซาบต่อกันถึง สตรีผู้อวดดี ที่กล้าท้าทายอำนาจวังหลวง หลงจิ่นเซวียนนั่งบนบัลลังก์ ท่าทางสงบนิ่ง แต่สายตาจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีอ่อนที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรง นางคือหลี่ซืออวี้ นางเงยหน้าขึ้นพูดเสียงชัดกังวาน "ฝ่าบาท วันนี้หม่อมฉันมิได้มาในฐานะสตรีของท่านแต่มาในฐานะผู้ที่ไม่ได้ภักดีต่อใครนอกจากความจริง" เสียงกระซิบในหมู่ขุนนางเริ่มดังขึ้นทันที ขุุนนางคนหนึ่งฮึดฮัดเอ่ยขึ้น "สตรีผู้นี้บังอาจนัก! กล้าขึ้นเสียงกับฮ่องเต้เชียวหรือ!" หลี่ซืออวี้ปรายตามองอย่างไม่หวั่นไหว "ข้ารู้ว่าท่านทั้งหลายไม่ชอบข้า แต่หากไม่ใช่เพราะข้า ขุนนางกว่าครึ่งในที่นี้คงไม่มีโอกาสนั่งบนตำแหน่งเดิมอย่างสงบสุข" คำพูดนั้นทำให้บางคนชะงัก บางคนแสร้งไม่สบตา นางหันกลับมาหาฮ่องเต้ ที่นั่งนิ่งไม่พูด "ฝ่าบาท หม่อมฉันขอบททดสอบห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ผลัดแผ่นดิน

    พระราชพิธีราชาภิเษกในท้องพระโรง ท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางผู้มาเฝ้ารับเสด็จฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์องค์ใหม่ ท่ามกลางเสียงพิธีกรรมอันสง่างาม หลงจิ่นเซวียนได้กล่าวในพิธีอันเป็นมลคล "ข้าสาบานต่อหน้าสวรรค์และราษฎร ว่าจะปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม สันติสุข และภักดีต่อราษฎรทุกคน" เสียงแซ่ซ้องและคำถวายพระพรดังสนั่น ทว่าดวงตาของฮ่องเต้แฝงความหนักแน่นและความคิดลึกซึ้ง ฮ่องเต้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนพระราชวัง ด้านหลี่ซืออวี้ที่เตรียมตัวออกเดินทางนางหันไปมองลูกชายที่กำลังยิ้มสดใส "ข้าจะโตขึ้นด้วยตัวเอง แม้จะไม่อยู่ในวังหลวง" หลี่ซืออวี้และเสี่ยวไป๋สวมเสื้อผ้าธรรมดา เดินผ่านประตูใหญ่ของพระราชวังโดยไร้เงาของฮ่องเต้ ทั้งสองแม่ลูกก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ท่ามกลางแสงแดดและลมพัดเบา ๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน ยามสายแสงแดดอ่อนอุ่นทอแสงบาง ๆ ขบวนม้ารถเล็ก ๆ เคลื่อนไปอย่างเงียบเชียบ หัวหน้าขบวนคือหลี่ซืออวี้กับเสี่ยวไป๋ในชุดสามัญ ทั้งคู่ไม่มีราชโองการ ไม่มีการอำลาอย่างเป็นทางการ ทันใดนั้น เสียงเกือกม้าดังขึ้นราวกับพายุ สายลมแรงกรูเข้ามาพร้อมร่างหนึ่

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ลมหายใจสุดท้าย

    กลางดึก เสียงเพรียกหวาดกลัวของสาวใช้ดังลั่นขณะที่เสี่ยวไป๋ถูกแบกเข้ามา เลือดซึมจากบาดแผลยาวบนสีข้าง หายใจรวยริน หลี่ซืออวี้ใบหน้าแข็งราวกับน้ำแข็ง "ออกไปให้หมด! เอายาห้ามเลือดมา แล้วปิดประตูให้แน่น" หลงจิ่นเซวียนยืนตัวแข็งอยู่ข้างประตู สายตาเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ขณะที่นางโน้มตัวเย็บแผลให้ลูกอย่างใจเย็นแต่มือสั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่น เงียบอยู่นาน ก่อนที่หลี่ซืออวี้จะพูดทั้งที่สายตายังจับจ้องที่แผล "ทำได้แม้กระทั่งเด็ก" หลงจิ่นเซวียนยืนยันหนักแน่นต่อหน้านาง "ข้าจะไม่ปล่อยให้นางลอบทำร้ายได้อีก ข้าจะส่งทหาร…" นางแทรกขึ้นทันที “เจ้ามันขี้ขลาด!” นางผุดลุกขึ้น หมุนตัวเผชิญหน้าเขา ดวงตากร้าวราวกับน้ำแข็งแตกกระจาย "ข้าไม่ใช่คนที่ต้องให้เจ้าปกป้อง แต่ลูกของข้าควรปลอดภัยในเขตของตัวเอง นี่น่ะหรือคือ อยู่ข้างข้าอย่างที่เจ้าพูด" "ข้าก็เจ็บไม่ต่างไปจากเจ้า นางเป็นแม่ของข้า ข้าพยายามเลือกทางที่ไม่ทำร้ายใคร" "แต่ข้าจะทำร้ายแล้ว! ฟังนะหลงจิ่นเซวียน ข้าไม่ใช่แม่พระ ข้าเคยเป็นนักฆ่า เคยเรียนวิชาพิษ เคยส่งคนตายโดยไม่ต้องเปื้อนมือ ข้าอดกลั้นเพื่อให้เจ้ามีศักดิ์ศรี แต่ครั้งนี้…" เสียงเงียบ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ลอบสังหาร

    ห้องลับภายในตำหนักไทเฮายามค่ำ แสงเทียนส่องสลัวสะท้อนใบหน้าแก่ชราของไทเฮาที่ซีดเผือดเพราะโรครุมเร้า แต่ดวงตายังเต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้นนางเอ่ยเสียงแหบพร่าแต่เด็ดขาด "ฆ่านางไม่ได้ ก็จงหั่นหัวลูกของนางเสีย" เสียงกึกของถ้วยชาตกลงพื้นเมื่อขันทีคนสนิทหน้าซีดเผือด พยายามทัดทาน "แต่เด็กคนนั้นคือ..." "ข้ารู้ว่ามันคือหลานข้า! แต่ข้าไม่เคยรับมัน! เด็กคนนั้นคือจุดอ่อนของนางหากทำให้มันเจ็บชีวิตนางก็จะต้องย่อยยับไปด้วย!" ภายในห้องเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนนางพูดเสียงแผ่วเย็นเฉียบ "ส่งคนในคราบนักเลงข้างนอกตำหนัก ทำให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ อย่าให้สาวมาถึงข้าได้ เข้าใจหรือไม่" ขันทีกัดฟันพยักหน้า น้ำตาคลอเล็กน้อยอย่างจำยอม ลานหน้าตำหนักรองในเช้าวันถัดมา เสี่ยวไป๋วิ่งเล่นกับข้ารับใช้คนสนิท มือน้อยถือกังหันกระดาษหมุนตามลม เด็กชายหัวเราะเอิกเกริก ไร้เดียงสาต่ออันตรายที่ใกล้เข้ามา ในเงาของมุมกำแพง ชายชุดดำสามคนลอบเข้ามาเงียบเชียบ ดาบสั้นในมือแวววับอย่างน่ากลัว ก่อนที่พวกมันจะทันก้าวถึงร่างเล็ก เสียงคำรามหนึ่งดังขึ้นพร้อมเงาร่างสูงทะยานออกจากซุ้มไม้ไผ่ หลงจิ่นเซวียนส่งเสียงกร้าว "อย่าแตะต้องลูกข้า!

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ได้พบกัน

    ณ ตำหนักรองแห่งวังหลวงแคว้นต้าหลง แสงคบเพลิงไหวระริกสะท้อนเงาใบหน้าคมคายขององค์รัชทายาทหลงจิ่นเซวียน ผู้กำลังนั่งนิ่งอยู่หน้ารายงานลับจากองครักษ์เงาจดหมายร้อยเรียงด้วยลายมือสั่นเทา'เป็นนางจริง ๆ นางมิใช่เพียงหมอสามัญ แต่มีความสามารถในการล้วงความลับ ล่อหลอก และทำให้ข้าต้องเปิดเผยทุกอย่างโดยไม่ได้ต

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   โรงหมอเซียนลู่

    ยามเช้าของวันใหม่ หลี่ซืออวี้สวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ข้างกายมีเสี่ยวไป๋เดินตามติดพร้อมถือถุงผ้าใส่ติดตัวอย่างสมุนไพร สองแม่ลูกเดินลัดเลาะไปยังทางตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งเงียบสงบแต่ผู้คนสัญจรไม่ขาดสาย"ตรงนั้นหรือขอรับท่านแม่" เสี่ยวไป๋ชี้ไปยังเรือนไม้เก่าหลังหนึ่ง อยู่ริมทางที่มองเห็นลำธารเล็ก ๆ ไห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   หมอพเนจร

    หลี่ซืออวี้ปลูกพืชสมุนไพรไว้หลากหลายชนิด ถึงเมืองหลวงฝั่งตะวันออกจะเงียบสงบคล้ายเขตชนบท ทว่ายารักษาโรคก็มีราคาแพงและยังขาดแคลน นางเปลี่ยนวิธีการโดยการออกรักษาคนป่วยตามบ้านโดยการเคาะประตูเสนอการรักษาในราคาไม่แพง หลี่ซืออวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่าเคลือบฝุ่นของบ้านหลังหนึ่ง เสียงไอแหบแห้งลอดออกมาจากภ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ความเจ็บปวดของหลงจิ่นเซวียน

    ข่าวต่าง ๆ แพร่ไปถึงวังหลวง "ทูลองค์รัชทายาท ขณะนี้ในเมืองหลวงมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นพะย่ะค่ะ" หลงจิ่นเซวียนหรี่ตาลง รอฟังการรายงานของราชองครักษ์ "ว่ามา" "ระยะนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ขุนนางผู้มากอิทธิพลตายในหอนางโลมซึ่งหาตัวคนร้ายไม่พบ และกลุ่มเด็กขอทานมีขนาดใหญ่ขึ้นพะย่ะค่ะ" ในเมืองหล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status