เข้าสู่ระบบอีกหนึ่งวันทำงานปกติ เห็ดหอมมีอัดเทปถ่ายรายการทำอาหาร เป็นรายการที่มีผู้ชมเยอะพอสมควร พิธีกรของรายการนี้ก็สนิทสนมกับเธอด้วยอีกฝ่ายเป็นคนเฮฮาอารมณ์ดีและได้เจอกันตามงานอีเวนต์บ่อยๆ
“พี่เล็งมานานแล้วน้องเห็ด ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ หุ่นแซ่บน่ากินคนนั้นใครอะค่ะ พี่เห็นนะว่าเขามากับหนู” เสียงแจ๋วแหววของพี่อลิซ สาวสองซึ่งเป็นพิธีกรของรายการเข้ามาถามเธอระหว่างกำลังพักเบรก ผู้ชายที่พี่อลิซหมายถึงจะเป็นใครไปเสียอีก หากไม่ใช่ตะวัน… “อ๋อ บอดีการ์ดหนูน่ะค่ะพี่” “หืม? เดี๋ยวนี้มีบอดีการ์ดแล้วเหรอคะ” “ก็ให้มาช่วยแบ่งเบาภาระเจ๊ปิงปองน่ะค่ะ” ใครจะไปบอกความจริงกันเล่าว่าหน้าที่ของไอ้บอดีการ์ดคนนี้คือตามมาคุมพฤติกรรมเธอต่างหาก “แล้วบอดีการ์ดสุดหล่อของน้องเห็ดชื่ออะไรเหรอคะ” สายตาแพรวพราวเก็บความอยากไม่อยู่ของพี่อลิซกำลังจ้องมองไปยังตะวัน รายนั้นแค่ยืนหน้านิ่งๆ เหมือนหุ่นรูปปั้นแต่ออร่าความหล่อกระแทกตาคนในสตูดิโอเต็มๆ กลายเป็นจุดสนใจแย่งซีนเธอไปเสียได้ “ชื่อตะวันค่ะ” “ตะวัน~ แหม ชื่อก็เพราะ หน้าก็หล่อ น้องเห็ดไปหาบอดีการ์ดงานดีแบบนี้มาจากไหนคะเนี่ย พี่ละอิจฉ๊าอิจฉา..” พี่อลิซมองตะวันจนหมอนั่นหันมาสบตาพอดีจึงส่งยิ้มเป็นมารยาทให้นิดหน่อย ทำเอาพี่แกเขินตัวบิดแทบจะม้วนเป็นเลขแปด ยังเหลือเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะเริ่มถ่ายรอบต่อไป เห็ดหอมขอตัวพี่อลิซและเจ๊ปิงปองออกมาจากสตูดิโอเพราะเธอนัดคนคนนึงเอาไว้ให้มาหาที่นี่ และป่านนี้อีกฝ่ายคงใกล้มาถึงแล้ว “จะไปไหน” “ไปไหนก็เรื่องของฉัน” “แค่ตอบดีๆ มันจะตายไหม” “ตาย” “เออ งั้นก็ตายให้ดูหน่อย” เสียงเข้มเต็มไปด้วยความเหลืออดบ่งบอกว่าคนพูดหงุดหงิดมากแค่ไหน แต่เห็ดหอมก็ทำเพียงแค่เบ้ปากกลับ เธอเดินหน้าเชิดผ่านร่างสูงอย่างอวดดี “แม่ง ไม่เดินสะดุดส้นสูงตกลงมาคอหักสักทีวะ” สบถเบาๆ กับตัวเองก่อนถอดถอนหายใจและพยายามสงบสติอารมณ์ รีบเดินตามหลังคนตัวเล็กแบบรักษาระยะห่าง เขาก็ไม่อยากตามติดเธอทุกฝีก้าวขนาดนี้หรอกหากภาพความทรงจำเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เธอโดนกระชากกระเป๋ามันจะยังวนเวียนในหัวไม่หายไปไหน รถขายไอศกรีมบีบแตรปี๊นๆ เมื่อขับเข้ามาจอดพักใต้ร่มต้นไม้ใหญ่หน้าสตูดิโอ แม่ค้าหน้าตาคุ้นเคยทำให้ตะวันจำได้ว่าคือคนเดียวกับที่ช่วยเห็ดหอมไว้เมื่อคราวโดนโจรกระชากกระเป๋า “มาตรงเวลาดีจัง” “สวัสดีค่ะพี่เห็ดหอม” เธอยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อมพร้อมส่งยิ้มกว้างจนใบหน้าพองกลมดูน่ารักน่าเอ็นดู “พี่อุตส่าห์นัดหนูทั้งที หนูก็ต้องมาให้ตรงเวลาสิคะ” เมื่อครั้งก่อนที่ข้าวทิพย์ช่วยเห็ดหอมจากโจรกระชากกระเป๋า เห็ดหอมเลยช่วยเธอกลับด้วยการเหมาไอศกรีมและยังขอเบอร์โทร.ติดต่อไว้ด้วย ตอนที่ได้รับสายจากเห็ดหอมนั้นข้าวทิพย์ดีใจมาก และก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีกเมื่อดาราสาวเหมาไอศกรีมของเธอทั้งหมดเพื่อเลี้ยงทีมงานในสตูดิโอแห่งนี้ เห็ดหอมส่งข้อความบอกเจ๊ปิงปองให้เรียกทุกคนมากินไอศกรีม ไม่นานเหล่าทีมงานก็ทะยอยเดินออกมาจากด้านใน เสียงพูดคุยเฮฮาอารมณ์ดีขณะเข้าแถวรับไอศกรีมพร้อมสีหน้าค่าตาเบิกบานกันถ้วนหน้า “อะ เอาไป” ไอศกรีมกะทิโรยถั่วราดนมข้นหวานเป็นทอปปิงด้านบนถูกยื่นให้ตรงหน้าตะวัน “ฉันไม่กิน” ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “เอาไปเถอะน่า คนอื่นๆ เขาก็กินกันทั้งนั้น อย่าเรื่องมากได้ไหม” “ก็ฉันไม่ชอบ” “ไม่ชอบหรือไม่กล้ากินกันแน่ ฉันไม่วางยานายหรอก” นับวันก็ยิ่งทำตัวเหมือนพวกบอดีการ์ดในละครที่ระแวงแม้แต่ของกิน “งั้นก็ดี ฉันกินเองก็ได้” เห็ดหอมยักคิ้วไม่ยี่หระ เธอค่อยๆ บรรจงยื่นลิ้นเลียไอศกรีมขณะสายตาจ้องมองตะวันโดยที่เขาเองก็มองเธออยู่เช่นกัน “อร่อยจัง~” เสียงหวานเอ่ยบอก ตะวันรู้สึกว่าลมหายใจของเขาสะดุดลงเมื่อสายตาเอาแต่โฟกัสวิธีกินของเธอ เห็ดหอมงับไอศกรีมด้านบนเต็มปากเต็มคำ ดูดเลียอย่างเอร็ดอร่อย ลิ้นอมชมพูของเธอกำลังทำเขาเสียสมาธิ เกือบเผลอหลุดจินตนาการไปถึงเรื่องอื่น… “กินให้มันดีๆ” ต่อให้ตอนนี้คนอื่นจะจับกลุ่มกันเป็นหย่อมๆ ต่างคนต่างกินและพูดคุยกันไม่ได้มีใครสนใจใครนัก แต่หากใครหันมาเห็นเห็ดหอมในตอนนี้มันคงดูไม่ดีเท่าไร “กินไอติม ถ้าไม่ให้ดูดให้เลียจะให้กินยังไง” เธอพูดออกมาได้หน้าตาเฉย แต่เขาที่เป็นผู้ชายเมื่อได้ยินประโยคแบบนั้นมันก็อดคิดลึกไม่ได้จริงๆ “ก็กินให้มันเรียบร้อยกว่านี้หน่อย เธอเป็นผู้หญิงนะ ทำท่าทางเหมือนไอ้นั่นอยู่ได้” ประโยคท้ายเสียงของตะวันแผ่วเบาลงก่อนจะเมินสายตาหนีหน้าคนตัวเล็ก ไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากของเธอที่โผล่ชัดขึ้นมา “เหมือนไอ้นั่น? เหมือนอะไรเหรอ” “อย่าให้ฉันต้องพูดดีกว่า เธอก็รู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร” ทำเป็นแอ๊บใสซื่อ หน้าตาบ๊องแบ๊วอินโนเซนส์ เขานี่อยากกลอกตามองบนให้หลายๆ รอบ “ฮึ..ฉันก็แค่กินไอติมเอง ถ้านายคิดว่ามันดูเหมือนกำลังทำแบบนั้น อันนี้ก็ไม่รู้นะว่าใครหมกมุ่นกันแน่” ลิ้นเล็กๆ ปาดเลียไอศกรีมขาวละมุนเข้าปากอีกครั้งก่อนจะยิ้มยียวนแล้วเดินเข้าสตูดิโอ เขายังไม่ทันสวนกลับเลยนะ ก็อยากมาทำท่าให้สื่อไปถึงเรื่องแบบนั้นทำไม ทั้งดูดทั้งเลียขนาดนั้น ใครๆ แม่งก็คิดเหมือนกันหมดนั่นแหละวะ กูไม่ได้หมกมุ่นโว้ย! ตะวันไม่ได้ตามเห็ดหอมเข้าไปในสตูดิโอทันทีเพราะมีสายโทรศัพท์เรียกเข้าจากเพื่อนเสียก่อน อีกอย่างถึงตามเข้าไปก็เกะกะทีมงานคนอื่น เขาจึงตัดสินใจรอข้างนอกแทน ยังไงซะก็มีเจ๊ปิงปองอยู่ด้วยทั้งคนอยู่แล้ว “พี่ตะวัน~” เสียงหวานใสของข้าวทิพย์ หญิงสาวที่เคยบอกว่าเธอเป็นรุ่นน้องของเขาเรียกชื่อดังขึ้น ทำให้ปั้นสิบที่อยู่ในสายรีบเอ่ยแซวทันที (เสียงสาวที่ไหนเรียกมึงวะไอ้ตะวัน ไปเป็นบอดีการ์ดให้พี่เห็ดหอมมึงยังมีเวลาเหล่สาวอีกเหรอ) “บ้านมึงสิ ก็แค่รุ่นน้องที่เคยรู้จักน่ะ” ตะวันตอบกลับไปเพื่อตัดบท “อ้าว พี่คุยโทรศัพท์อยู่เหรอคะ ขอโทษทีค่ะ…ข้าวไม่ทันมอง” เธอยิ้มแหยเมื่อรู้ตัวเผลอเสียมารยาท ขยับยืนถอยห่างเว้นระยะให้ตะวัน “ไม่เป็นไร พี่กำลังจะวางสายอยู่พอดี” ตะวันเก็บโทรศัพท์ให้เข้าที่ เขามองในมือของข้าวทิพย์ที่เธอถือไอศกรีมมาด้วย “ข้าวให้ค่ะ” “ขอบใจนะ” ตะวันยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะรับถ้วยไอศกรีมจากเธอเพื่อไม่ให้หญิงสาวเสียน้ำใจ แม้ว่าเขาจะไม่ชอบกินเลยก็ตาม “อร่อยไหมคะ” “อื้ม อร่อยดีนะ เราขายแบบนี้มานานแล้วเหรอ” “ก็ตั้งแต่เรียนจบม.ปลายเลยค่ะ” ทั้งคู่นั่งคุย ผลัดกันบอกเล่าเรื่องราวของอีกฝ่าย เสียงหัวเราะคิกคักของข้าวทิพย์ดังขึ้นอย่างสดใส เธอดีใจที่ได้มีโอกาสกลับมาเจอตะวันอีกครั้งและตอนนี้การเข้าถึงตัวเขาก็ไม่ได้ยากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว สมัยเรียนพี่เขาฮ็อตจะตายไป สาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง เป็นขวัญใจเด็กผู้หญิงทั้งโรงเรียนเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







