مشاركة

เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม
เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม
مؤلف: zuey

สิ้นหวัง

مؤلف: zuey
last update تاريخ النشر: 2026-02-26 18:22:47

“องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ยินดีจะช่วยหม่อมฉันเอาชนะคนเหล่านั้นหรือไม่” เสียงของนางอ่อนหวานแต่มั่นคง ทุกสายตาในลานฝึกต่างหันมาจับจ้องยังหญิงสาว พี่ชายของนางที่ได้ยินน้องสาวแสดงความขวัญกล้า เขาถึงกับอ้าปากค้าง

ส่วนมู่หรงฉางชิงทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก

“แน่นอน...เปิ่นไท่จื่อย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้า” คำตอบนั้นทำให้คนที่อยู่ในลานฝึกต่างเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว

คำพูดของชายหนุ่มแม้จะทำให้ใบหน้าของเซี่ยหรงเหยาร้อนผ่าว แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาท่าทีได้อย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามนิ่งสงบ ริมฝีปากบางยกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในอก หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอก

สืออีที่ยืนอยู่ด้านนอกลานฝึก มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าเบาๆ

“ครั้งก่อนเป็นพี่ชายที่ใช้องค์รัชทายาทเพื่อจัดการกับตวนอ๋อง ครั้งนี้เป็นน้องสาว...คนสกุลเซี่ยนี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกชื่นชมพวกเขาในใจ

“เจ้ากล้าใช้เขาลงแข่งกับตวนอ๋องได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา เพราะกลัวว่ารัชทายาทหนุ่มจะได้ยิน

“ข้าไม่มีทางเลือก”

เซี่ยหรงเหยาตอบกลับพลางก้มหน้าลงเล็กน้อย

“หากพี่ชายของข้าเอาชนะตวนอ๋อง นั่นก็หมายความว่าสกุลเซี่ยทำให้ราชวงศ์ต้องเสียหน้า แต่หากพ่ายแพ้...เจ้าคิดว่าคนอย่างหลินเสวี่ยถงจะไม่แก้แค้นข้าหรือ” ว่านหนิงอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย

“เพราะอย่างนั้น เจ้าจึงใช้องค์รัชทายาทสั่งสอนตวนอ๋องสินะ”

“ก็พวกเขาเป็นพี่น้องกัน จะแพ้หรือชนะก็ไม่เกี่ยวกับคนนอกอย่างพวกเรา” เซี่ยหรงเหยาตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เป่าหนิง! เจ้าฉลาดที่สุด!” ว่านหนิงอวิ๋นเผลอร้องออกมาด้วยความดีใจ จนลืมไปว่า...ตนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คน

“เป่าหนิงหรือ...” เสียงทุ้มต่ำพึมพำแผ่วเบา มู่หรงฉางชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เป่าหนิงของข้า...” แววตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปเรียบนิ่งดั่งเดิม น้ำเสียงของชายหนุ่มแม้จะแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนพอให้สืออีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเต็มสองหู

องครักษ์หนุ่มยกมือปิดปากตนเอง บัดนี้เขาได้รู้ถึงความรู้สึกและจุดประสงค์ของนายเหนือหัว ที่พยายามเข้าใกล้หญิงสาวสกุลเซี่ยแล้ว

เมื่อเห็นรัชทายาทผู้เยือกเย็นในยามศึก เผยรอยยิ้มอ่อนโยนเพียงเพราะหญิงสาวนางหนึ่ง...เกรงว่าพี่น้องที่ชายแดน คงได้รีบจัดงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองแล้ว

ทางด้านมู่หรงจ้านที่คิดว่าตนจะสามารถควบคุมเซี่ยหรงเหยาเอาไว้ในกำมือ กลับนึกไม่ถึงเลยว่า...พี่ชายต่างมารดาจะตอบตกลงเข้าร่วมการแข่งขันอย่างง่ายดายเช่นนั้น ยิ่งเมื่อนึกถึงภาพก่อนหน้านี้ ภาพที่มู่หรงฉางชิงโอบสตรีของตนไว้ในอ้อมแขน

ความรู้สึกขุ่นเคืองและความอยากเอาชนะก็พลันพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ร่างสูงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าพี่ชายผู้มีอำนาจเหนือกว่าตน แววตาคมยามนี้เต็มไปด้วยแรงกดดัน

“ถ้าท่านพ่ายแพ้ให้ข้าในวันนี้ จะต้องถูกเสด็จพ่อทรงตำหนิอย่างหนัก ฟังคำของข้าเถิด ถอนตัวไปซะ แล้วข้าจะถือว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น”

ชายหนุ่มไม่มีท่าทีสุภาพหลงเหลืออยู่อีกแล้ว น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการข่มขู่ แต่กลับไม่อาจสั่นคลอนสีหน้าสงบนิ่งของมู่หรงฉางชิงได้แม้แต่น้อย

“ในยามปกติ...เจ้าใช้ปากยิงธนูหรือ” เพียงคำพูดเดียว กลับทำให้มู่หรงจ้านถึงกับหุบปากเงียบไปทันที

ความเยือกเย็นในน้ำเสียงนั้น ทำให้บรรยากาศรอบลานฝึกเงียบงันลง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยมีอาจารย์ฟ่านเป็นผู้ตัดสิน

สองเชื้อพระวงศ์หนุ่มก้าวออกมายืนประจันหน้า เบื้องหน้าเป็นเป้าธนูสองอันที่ตั้งห่างออกไปนับร้อยจั้ง

“ข้ายังคงจะพูดคำเดิม หากท่านถอยตอนนี้ เรื่องทั้งหมดในวันนี้จะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น” มู่หรงจ้านกล่าวอีกครั้งขณะน้าวสายธนู

“สืออี...” เสียงเรียกของมู่หรงฉางชิงดังขึ้นเบาๆ

องครักษ์คนสนิทก้าวออกมาพร้อมผ้าปิดตา ก่อนจะส่งให้เจ้านายของตน มู่หรงฉางชิงรับมาแล้วเดินมายังเซี่ยหรงเหยา เพื่อให้ฟ้นางช่วยผูกปิดดวงตาของตนเองอย่างไม่ลังเล

“นี่!...”

หญิงสาวตกใจต่อการกระทำของชายหนุ่ม ทว่ารอบด้านมีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้อง นางจำใจต้องผูกผ้าปิดตาให้รัชทายาทหนุ่มอย่างไม่เต็มใจนัก

“ขอบคุณนะ...เป่าหนิง” เสียงกระซิบชื่อเล่นของตนทำหญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าว ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะรู้แม้กระทั่งชื่อเล่นที่พระนางไทเฮาทรงตั้งให้ตน

หลังมู่หรงฉางชิงถูกปิดดวงตา สืออีได้พาชานหนุ่มเดินมาหยุดยังที่เดิม เสียงสายธนูถูกดึงจนตึง ก่อนที่ลูกธนูจะถูกปล่อยออกไปในพริบตา เสียง “ฉึก!” ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน

“สิบแต้ม!”

อาจารย์ฟ่านขานเสียงดัง ธนูดอกนั้นปักอยู่ตรงกลางเป้าอย่างแม่นยำ ทั้งที่ชายหนุ่มมิได้เล็งแม้แต่น้อย อีกทั้งยังถูกปิดตาอยู่

“ว้าว! ช่างเก่งกาจยิ่งนัก สมกับเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจ!”

ว่านหนิงอวิ๋นร้องออกมาพร้อมตบมือเสียงดังด้วยความตื่นเต้น มู่หรงจ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกมือทั้งสองข้างสั่นเทา ธนูในมือถูกน้าวเอาไว้ แต่กลับไม่กล้าปล่อยออกไป

“อะไร...เจ้ากลัวแล้วรึ”

แม้ดวงตาของมู่หรงฉางชิงจะยังคงถูกปิดเอาไว้ ทว่าน้ำเสียงกลับเฉียบคม กระแทกลงกลางใจน้องชายต่างมารดาได้อย่างแม่นยำ

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วลานฝึกอีกครั้ง เหล่าผู้ชมต่างกลั้นหายใจรอชมผลงานของตวนอ๋อง แต่จนแล้วจนรอด ลูกธนูดอกนั้นก็ไม่ถูกยิงออกไปเสียที

ยามนี้ในใจของทุกคน ต่างรู้ดีว่า ผู้ชนะ...อาจถูกตัดสินไปแล้วตั้งแต่ลูกธนูดอกแรกพุ่งออกจากสาย

มู่หรงจ้านพูดไม่ออก เขาผ่อนสายธนูลงช้าๆ ก่อนจะโยนมันลงพื้นอย่างแรง เสียงคันธนูกระทบพื้นดังสะท้อนก้อง

“ข้าจะจดจำความอัปยศในวันนี้ให้ขึ้นใจ” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความอาฆาต เขาหันหลังให้ทุกคนแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก

“ไชโย! เราชนะแล้ว!” เสียงโห่ร้องของว่านหนิงอวิ๋นดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสของเซี่ยหรงเหยา

สตรีทั้งสองจับมือกันกระโดดไปมาด้วยความดีใจ ท่าทางร่าเริงของทั้งคู่ทำให้เหล่าพี่ชายที่ยืนมองอยู่ ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (1)
goodnovel comment avatar
Nattery
ทำไมตั้งชื่อตอนสิ้นหวังหล่ะ ในเมื่อเนื้อหามันไม่ใช่
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 1

    ร่างสูงโปร่งแบกกวางตัวเขื่องเดินลงจากเขาราวกับไม่มีน้ำหนัก เลือดจากเหยื่อยังคงหยดลงเป็นจุดสีแดงเข้มตามทาง ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวเป็นทางจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างใบหู ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทำให้รอยแผลนั้นยิ่งชัดเจนชาวบ้านที่พบเห็นชายหนุ่มต่างรีบถอยห่าง เพราะรอยแผลเป็นทำให้พวกเขาต่างคา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   บทส่งท้าย ครอบครัวอันสมบูรณ์

    เสียงล้อรถม้าบดกับพื้นหินดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงภาพของจักรพรรดินีและพระราชสวามีที่ยังคงยืนส่งอยู่หน้าประตูเมือง ภาพแห่งมิตรภาพ ความผูกพัน และคำอวยพรที่อบอุ่นเหนือสิ่งใดในโลกเมื่อขบวนรถม้าของตระกูลมู่หรงแล่นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นเจา ผู้คนต่างออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เสียงกลองและขล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ลูกน้อยของข้าเจ้ากลับมาแล้ว

    “จ้าวเหลยขอรับ” ทันทีที่ชื่อของจ้าวเหลยหลุดออกจากปากเด็กน้อย เซี่ยหรงเหยาพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างราวกับพึ่งเข้าใจบางสิ่ง“เด็กน้อย เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหูของเจ้าได้หรือไม่” มู่หรงจ้านหันไปมองมู่หรงจื่ออิง อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบาๆ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้หญิงงามตรงหน้าเซี่ยหรงเหยา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ม้าพยศ

    แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status