แชร์

ใครๆ ก็รัก

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 11:58:07

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปีนี้เป็นปีแรกที่พวกนางต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีกันและกัน

จางเจิ้งเหอโค้งตัวลง ใบหน้าของเขาเข้าไปใกล้นางจนจมูกของทั้งสองคนแตะกัน ลมหายใจของพวกเขารินรดกันเช่นนั้น

จินจื่อที่ถือสุราบ๊วยมายืนตัวแข็งทื่อหยุดอยู่ที่ประตูทันที ไม่กล้าขยับตัว

“เอาไว้พอถึงฤดูใบไม้ผลิเราจะกลับไปกัน” เขาจูบนางไปครั้งหนึ่ง

ดวงตาของนางเป็นประกาย “ได้หรือเจ้าคะ?”

นางแสดงความดีใจออกมา ถึงแม้จะจากมาไม่กี่เดือน แต่นางก็คิดถึงสถานที่ที่นางเติบโตมาทุกวัน

จางเจิ้งเหอพยักหน้า จับมือของจ้าวเยี่ยนเจียวเดินไปยังเรือนซ่งชิงที่อยู่ห่างออกไปแค่กำแพงกั้น

ในเรือนซ่งชิง ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนอื่นแยกย้ายกันไปพัก ไม่ใช่เพราะนางเหนื่อย แต่เพราะนางอารมณ์ไม่ดี เมื่อเห็นจางเจิ้งเหอกับจ้าวเยี่ยนเจียวที่กลับมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อน นางก็รู้สึกโล่งใจ

นางโบกมือเรียกจ้าวเยี่ยนเจียวที่ดูเหมือนตุ๊กตาต้าอาฝูให้เข้ามา มองดูนางสวมชุดสีแดง ก็รู้สึกว่ามีความสุขมาก อารมณ์ก็ดีขึ้นโดยไม่รู้ตัว จึงให้คนรับใช้ที่อยู่ข้างๆ นำไพ่ใบไม้[1]ออกมาเล่น

ในช่วงเทศกาลนี้ หิมะโปรยปรายอยู่ข้างนอก แต่ในห้องกลับมีเตียงเตาอุ่นๆ มีสุรา มีขนม และยังได้เล่นไพ่ด้วย นี่คือความสุขที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต

จางเจิ้งเหอก็อยู่เป็นเพื่อนด้วย เขาแกะถั่วให้เป็นครั้งคราววางลงบนจานที่อยู่ข้างๆ มองใบหน้าที่อ้วนกลมของจ้าวเยี่ยนเจียวที่ขยับปากอยู่ตลอดเวลาก็รู้สึกว่าน่ารักมาก

จ้าวเยี่ยนเจียวเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขาเป็นครั้งคราว หยิบถั่วที่เขาแกะแล้วเข้าปากกินอย่างรู้ใจ ทั้งสองคนเข้ากันได้ดีมาก

ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าทั้งสองคนรักกัน นางก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “เมื่อไม่กี่วันก่อนย่าไปถวายพระพรไทเฮาในวัง ได้พบกับผิงเฉิงจวิ้นจู่ นางเห็นย่าแล้วก็บอกว่าผิวพรรณของย่าดูดีมาก” ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ย่าบอกว่าเพราะอวี้หรงส่านที่หลานสะใภ้รองให้มาดีมาก จวิ้นจู่ถึงกับชมว่าจวนโหวได้สะใภ้ที่ดีมีวาสนา บรรดาฮูหยินคนอื่นๆ ต่างก็พากันเห็นด้วย”

ผิงเฉิงจวิ้นจู่คือพระมารดาของไทเฮากับเยว่ฉีอวิ๋น เป็นท่านยายของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน นางมาจากจวนอ๋องซู่ซึ่งได้รับตำแหน่งอ๋องต่างแซ่จากการสร้างคุณูปการให้แก่ชาติบ้านเมือง เมื่อก่อนนางเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง มีชื่อเสียงโด่งดัง หลังจากแต่งงานเข้าจวนเยว่กั๋วกงแล้ว นางก็ยิ่งโดดเด่น จวิ้นจู่และฮูหยินผู้เฒ่าเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสาวๆ

“มีคุณชายสามเยว่อยู่ ของที่จวิ้นจู่ใช้ย่อมต้องดีกว่าแน่นอน องค์หญิงชมข้าต่อหน้าคนอื่นเพราะเห็นแก่ท่านย่าและคุณชายรอง ทำให้ข้ามีหน้ามีตา”

“เด็กคนนี้ ช่างพูดจริงๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าตบมือของจ้าวเยี่ยนเจียวเบาๆ “สมแล้วที่ยายแก่คนนี้รักเจ้า”

“ฟังคำพูดของท่านย่าสิ เพิ่งจะเจอหน้ากันไม่นาน ท่านย่าก็รักน้องสะใภ้รองแล้ว สะใภ้ใหญ่เช่นข้าจะทำอย่างไรดีนะ?”

ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเสียงที่ประตู ใบไพ่ในมือของนางก็หลุดลงมาด้วยความตื่นเต้น นางมองไปที่ประตู “อิงถงหรือ?! อิงถงกลับมาแล้ว?!”

จ้าวเยี่ยนเจียวมองตามไป ได้ยินชื่อนี้นางก็ขมวดคิ้ว ว่าหรือว่าฮูหยินของคุณชายใหญ่เซวี่ยอิงถงกลับมาแล้ว?

นางเคยนึกภาพว่าเซวี่ยอิงถงที่เป็นสตรีเก่งกาจควรจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อได้เห็นในวันนี้ ก็เป็นไปตามที่นางคาดไว้จริงๆ สง่างาม ผิวคล้ำเล็กน้อย รูปร่างสูงกว่าสตรีทั่วไป สวมชุดขี่ม้าดูคล่องแคล่วและสง่างาม ผ้าคลุมสีดำปลิวสะบัดไปด้านหลังตามจังหวะก้าวเดิน ทำให้ดูโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง

“ท่านย่าเจ้าคะ” เซวี่ยอิงถงเดินไปข้างหน้า คุกเข่าคำนับก่อน จากนั้นก็ลุกขึ้นจับมือของฮูหยินผู้เฒ่า "ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

“กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดีแล้ว” ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่ามีน้ำตาคลอ

“พี่สะใภ้ใหญ่” จางเจิ้งเหอประคองจ้าวเยี่ยนเจียวให้ลุกขึ้น

“อย่าเลย! พวกเจ้าสองคนไม่ต้องมากพิธีกับพี่สะใภ้หรอก” เซวี่ยอิงถงห้ามทั้งสองคนที่กำลังจะเข้ามาทำความเคารพ “นั่งลง”

ฮูหยินผู้เฒ่าจับมือของเซวี่ยอิงถงไว้ “ถงเอ๋อร์ ทำไมมีแค่เจ้า? เจ้าใหญ่ล่ะ? แล้วท่านอาของเจ้าอีก? พวกเขาไม่ได้กลับมาพร้อมกับเจ้าหรอกหรือ”

เมื่อได้ยินคำถาม เซวี่ยอิงถงก็มีสีหน้าจริงจังขึ้น นางลูบมือของฮูหยินผู้เฒ่า “คุณชายใหญ่และท่านอาต้องใช้เวลาอีกสักพักเจ้าค่ะ ครั้งนี้คุณชายใหญ่เป็นห่วงท่านก็เลยให้ข้ากลับมากับท่านแม่ทัพใหญ่ก่อน”

“ฉีสือกลับมาแล้วหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าแปลกใจ ใบหน้าของนางดูมีความสุข เยว่ฉีสือ บุตรชายคนโตของจวิ้นจู่มีอายุเท่ากับบิดาของคุณชายใหญ่และคุณชายรอง ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองจวน เรียกได้ว่านางนั้นเฝ้าดูเยว่ฉีสือเติบโตมาตั้งแต่เด็ก

[1] มีการละเล่นไพ่กระดาษชื่อว่าเยี่ยจึซี่ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ว่ากันว่าขุนพลใหญ่หานซิ่น เป็นผู้ประดิษฐ์เยี่ยจึซี่ขึ้นในกองทัพเพื่อให้ทหารได้พักผ่อนหย่อนใจและบรรเทาความคิดถึงบ้านในขณะออกรบ เนื่องจากไพ่มีขนาดเล็กเท่าใบไผ่จึงเรียกชื่อตามนั้น ต่อมาแพร่กระจายไปยังโลกตะวันตกในสมัยราชวงศ์หยวน และเปลี่ยนแปลงกลายเป็น ไพ่ทาโรต์ ไพ่โป๊กเกอร์ในปัจจุบัน ส่วนในประเทศจีนเองก็ได้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงกลายเป็น ไพ่นกกระจอกในที่สุด 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status