เข้าสู่ระบบ“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านย่า หลังจากนี้ถ้าเจียวเจียวมีของอร่อยๆ ก็จะเอามาให้ท่านย่าเช่นกันนะเจ้าคะ”
“ดี ดี” ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะอย่างมีความสุข “เจ้ามีน้ำใจ หลังจากนี้ถ้าย่ามีของอร่อยๆ ก็จะแบ่งให้เจ้าด้วยแน่นอน”
จางเจิ้งเหอยิ้ม “ท่านย่าอย่ารักนางมากไปจนทำให้นางเสียคนนะขอรับ”
“ข้าเป็นคนรักหลานสะใภ้ ข้าอยากจะรักแค่ไหนก็เรื่องของข้า”
ฮูหยินผู้เฒ่าดึงจ้าวเยี่ยนเจียวเข้ามา ชอบมือที่นุ่มนิ่มของนางมากเห็นท่าทางที่อบอุ่นและมีความสุขของทั้งสามคน จางซินอวี้ก็แค่นเสียงฮึขึ้นมา ลุกขึ้นอย่างหยิ่งผยอง บอกว่าเหนื่อยแล้ว หมุนตัวลาจากไป
ไม่เห็นเป็นดีที่สุด
รอยยิ้มบนใบหน้าของฮูหยินหยางแข็งค้าง นางมองสะใภ้เฮ่ออย่างตำหนิ เป็นลูกสะใภ้เหมือนกัน แต่สะใภ้เฮ่อกลับไม่รู้ว่าจะเอาใจคนอย่างไร ดูจ้าวเยี่ยนเจียวสิ เพิ่งเข้ามาในจวนไม่นานก็สามารถทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุขได้ขนาดนี้แล้ว
สะใภ้เฮ่อรู้ว่านางถูกตำหนิโดยไม่มีเหตุผล ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าลงเพื่อหลบเลี่ยงสายตาราวกับมีดของแม่สามี
คนที่ดูแลเรื่องในจวนโหวคือฮูหยินหยาง ส่วนเซวี่ยอิงถง ฮูหยินของคุณชายใหญ่ของเรือนหลัก เป็นหลานสาวของแม่ทัพเซวี่ยซื่อหลางผู้ร่วมก่อตั้งแคว้น นางเป็นบุตรสาวของตระกูลแม่ทัพ มีฐานะเหมาะสมกับจางซื่อฉิน และเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองเป็นทั้งสามีภรรยาและเพื่อนร่วมรบด้วยกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานางอยู่กับสามีที่ชายแดน จึงนับว่าเป็นผู้หญิงที่เก่งกาจอย่างหาได้ยาก
จ้าวเยี่ยนเจียวเมื่อเข้ามาในจวนโหวแล้ว นางไม่สนใจเรื่องการจัดการเรื่องในจวน การที่จะมีอำนาจได้ต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่าง สำหรับนางแล้ว การกินอิ่มนอนหลับ และได้อยู่กับสามีรูปงามนั้นสำคัญกว่าการมีอำนาจมากนัก
ไม่ต้องพูดถึงจางเจิ้งเหอที่ไม่ได้สนใจอำนาจในมือของเรือนรอง สิ่งที่เขาใส่ใจคือเรื่องที่เรือนรองทำชั่วอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นจ้าวเยี่ยนเจียวจึงไม่ได้มีปัญหากับเรือนรองในเรื่องการจัดการเรื่องในจวน
อย่างไรก็มีฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ เรือนรองจึงไม่กล้าที่จะลดค่าใช้จ่ายลง ดังนั้นจ้าวเยี่ยนเจียวจึงยังคงกินอิ่มนอนอุ่นอย่างเป็นสุขกับสามีของนาง เวลาผ่านไปแค่หนึ่งเดือน นางก็ดูเหมือนจะอ้วนขึ้นอีกแล้ว
ช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดในจวน คุณชายใหญ่ที่คุณชายรองคาดว่าจะกลับมาก่อนวันตรุษจีน ไม่สามารถกลับมาได้เนื่องจากบางสิ่งบางอย่าง
ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า เมื่อเห็นว่ามีคนหายไปจากโต๊ะอาหารหลายคน ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว นางก็ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน
หลังจากที่จางเจิ้งเหอแต่งงานกับจ้าวเยี่ยนเจียวแล้ว เขาปล่อยให้จ้าวเยี่ยนเจียวเปลี่ยนชื่อเรือนที่อาศัยมาตั้งแต่เด็กเป็นเรือนเหมยหลิน เพียงแต่ว่าเรือนนี้ก็เหมือนกับเรือนเหมยหลินในหงเสีย ภายในก็ไม่มีต้นบ๊วย แต่มีต้นท้อมากมาย จางเจิ้งเหอจึงอดหยอกล้อนางไม่ได้
แต่จ้าวเยี่ยนเจียวก็ยังคงทำตามที่นางต้องการ สำหรับนางแล้ว จะมีหรือไม่มีป่าเหมยนั้นไม่สำคัญ ขอแค่ชื่อนี้สื่อถึงความคิดถึงที่มีต่อท่านป้าของนางเท่านั้นก็พอ
เรือนเหมยหลินตั้งอยู่ติดกับเรือนซ่งชิง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่ารักจางเจิ้งเหอมากแค่ไหน ตั้งแต่เด็กนางก็ให้เขาอยู่ใกล้ตัวที่สุด
เมื่อกลับมาถึงเรือนเหมยหลิน จ้าวเยี่ยนเจียวก็เรียกจินจื่อทันที “สุราบ๊วยที่ท่านป้าให้มาเอาไปเก็บไว้ที่ไหน?”
จินจื่อตอบทันที “เก็บไว้ในห้องใต้ดินเจ้าค่ะ”
“ไปเอาออกมา” จ้าวเยี่ยนเจียวสั่ง
ในตอนที่ออกจากหยางโจว ฉินเยว่เกือบจะเอาทุกอย่างที่นางมีมาให้จ้าวเยี่ยนเจียวรวมถึงสุราบ๊วยด้วย
จินจื่อรีบไปจัดการทันที
“เป็นอะไรไป?” จางเจิ้งเหอหันไปมองนาง “วันนี้มีอารมณ์จะดื่มกับสามีสักหน่อยหรือ?”
จ้าวเยี่ยนเจียวส่ายหัว “ย่อมมีอารมณ์ แต่ไม่ใช่จะดื่มกับท่าน ข้าจะไปดื่มกับท่านย่า”
จางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เห็นจ้าวเยี่ยนเจียวสั่งให้เตรียมอาหารว่างบางอย่าง
นางบอกว่า “เมื่อกี้ท่านย่ากินได้ไม่มาก เกรงว่าตอนกลางคืนจะหิว”
จางเจิ้งเหอยื่นมือไปโอบกอดนางไว้ “เจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก”
นางยกศีรษะขึ้นในอ้อมแขนของเขา “ท่านย่ารักท่าน ข้าก็ต้องรักท่านย่าของท่านด้วย”
จางเจิ้งเหอจ้องมองนาง สีหน้าของเขาก็อ่อนโยนขึ้น
“วันนี้ควรจะเป็นวันที่ครอบครัวรวมตัวกัน” จ้าวเยี่ยนเจียวกะพริบ คิดถึงฉินเยว่ “ไม่รู้ว่าวันนี้ท่านป้าของข้าจะเป็นอย่างไรบ้าง?”
ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ
“เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป
ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา
ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร
คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร
ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม







