Share

บทที่ 6 ล้ำเส้น

Penulis: Thrymr
last update Tanggal publikasi: 2026-04-16 02:57:14

ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และการเคลื่อนไหวฉับพลันเมื่อครู่ทำให้ร่างเล็กเซเล็กน้อย กว่าจะรู้ตัวว่าเอวบางถูกอีกฝ่ายคว้าเอาไว้ก็ตอนที่ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดลงมาบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา

พริบตานั้นกลิ่นหอมดิบชื้นลึกลับของป่าลึกก็กำจายโอบล้อมเธอไว้ บรูคลินในเวลานี้ไม่อาจรับรู้สิ่งใด ราวกับแสงสว่างทั้งชีวิตถูกคนตรงหน้าฉกฉวยไปพร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่ม

ไม่ต่างจากเปลวเทียนแห่งสติสัมปชัญญะของมาเฟียหนุ่ม

มอดดับลงในพริบตา เพียงเพราะกลิ่นดอกไม้หอมหวานยามรัตติกาลแผ่กำจายในโพรงปากอุ่น…

ที่สุดแล้วเปลือกตาสีอ่อนก็พับลงเมื่อพ่ายแพ้ให้กับสัญชาตญาณดิบส่วนลึก มาร์คัสหวังแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนเอาความหอมหวานของอีกฝ่ายมาดับไฟปรารถนาที่กำลังแผดเผาเขาจากภายในช้า ๆ

อ่า...

สถานะ ‘น้องสาว’ ที่เคยพร่ำบอกว่าที่ผู้นำฮาเซงาวะถูกฝังกลบปิดตายไปพร้อม ๆ กับที่ฝ่ามือแกร่งเลื่อนขึ้นมากอบกุมเนินเต้าอวบอิ่มนุ่มมืออีกครั้ง

ภายใต้ไฟสลัวนวลตา เรือนผมสีดำธรรมชาติพลิ้วไหวไปตามองศาการจูบที่เปลี่ยนไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน ฝ่ามือแกร่งของเขาบีบเคล้นอกอวบของอีกคนครั้งแล้วครั้งเล่า

บรูคลินแทบจมดิ่งในอ้อมกอดของเขา เมื่ออีกฝ่ายเพิ่มความหนักหน่วงในการจูบอย่างต่อเนื่องจนเธอแทบทานทนไม่ไหว รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายเพราะจุมพิตบ้าคลั่ง

กระทั่ง…

“เธอจูบตอบ” น้ำเสียงต่ำพร่าเอ่ยเมื่อถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะสำรวจลึกลงไปในก้นบึ้งนัยน์ตาของอีกฝ่ายด้วยความสับสน ก่อนฝ่ามือแกร่งจะเลื่อนจากหน้าอกอวบผ่านไหปลาร้าสวยไปวางบนไหล่มน แล้วออกแรงกดร่างเล็กให้นั่งลงบนโซฟาตามเดิม

เสียงหัวใจสองดวงที่เต้นสับสนไม่เป็นจังหวะดังแหวกความเงียบ

ดวงตากลมสวยช้อนขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ขณะที่สติเริ่มกลับเข้าที่อีกครั้ง ก่อนจะเริ่มประเมินสถานการณ์ล่อแหลมในตอนนี้ทันที

บรรยากาศรอบตัวมาเฟียตรงหน้าต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง มาร์คัสหวังในเวลานี้ราวกับหลุดพ้นจากพันธนาการของทุกสิ่งทุกอย่าง มีเพียงมวลอารมณ์ปรารถนาและความทรมานแปลกประหลาดที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไรเวียนว่ายอยู่ในห้วงรัตติกาลมืดมิดคู่นั้น

“อ๊ะ”

โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เมื่อท้องนิ้วแกร่งของคนตรงหน้าแตะลงมาบนริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา มาร์คัสหวังเกลี่ยไล้ท้องนิ้วโป้งบนกลีบปากอิ่มไปมา

สัมผัสนั้นของเขาพ่วงมาด้วยการยับยั้งชั่งใจที่ปลายนิ้ว

ประกายเว้าวอนบางเบาที่พาดผ่านนัยน์ตารัตติกาลคู่คมทำคนมองหายใจติดขัดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนแทบจะหยุดหายใจเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจหญิงสาวกระตุกไหววูบกะทันหัน

“ช่วยที…”

ช่วย?

อะ…ไร

“…ช่วยฉัน ด้วยตรงนี้ของเธอ”

วินาทีนั้นราวกับเลือดทั้งหมดในกายหญิงสาวดิ่งวูบ สมองขาวโพลนไม่อาจตอบรับหรือปฏิเสธคำขอร้องที่ไร้ซึ่งตรรกะของเขา รู้ตัวอีกทีจุมพิตแผ่วเบาก็ประทับลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา

อ่า…

บรูคลินพับเปลือกตาสีมุกลงพลางเม้มริมฝีปากแน่น

“ตั้งสติหน่อยมาร์คัส”

มาเฟียหนุ่มเองก็ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน กดข่มความทรมานที่กำลังกัดกินเขาจากภายใน

ความทรมานที่เธอไม่เคยเห็นมันจากคนตรงหน้าเวียนว่ายในนัยน์ตาคมดุที่มักสะท้อนภาพเธอเลือนลาง

จู่ ๆ ความรู้สึกเห็นใจก็เริ่มก่อตัวสูงขึ้น…

ทว่า…

ไม่ได้

“นายกับฉันล้ำเส้นกันเกินพอแล้ว” ประโยคปฏิเสธเมื่อครู่ราวกับมือปริศนาที่ยื่นมาตบจิตใต้สำนึกของมาเฟียหนุ่มให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง

นั่นสินะ

เขากับยัยเพื่อนบ้านนี่…

“งั้นเธอเข้าไปพักในห้องนอนนั่น…”

“…”

“…มันถูกสร้างมาอย่างดี ไม่ต้องห่วงว่าจะได้ยินเสียงฉันตอนกำลังเอากับใคร” จบประโยคร่างสมส่วนก็ทรุดตัวเอนลงบนโซฟาข้าง ๆ ว่าที่คู่หมั้น เปลือกตาสีอ่อนพับลงอย่างจนใจเมื่อไม่อาจทนความทรมานที่อยากปลดปล่อยทุกขณะได้อีกต่อไป

มือแกร่งจัดการปลดเข็มขัดราคาแพงออกแล้วรั้งซิปกางเกงยีนลงโดยไม่ได้สนใจว่าคนข้างกายจะเห็นอะไรต่อมิอะไรที่มันตื่นตัวจวนจะปริแตกของเขา

ให้ตายเถอะว่ะ

เขาไม่แม้แต่จะคิดเรียกบรรดาหญิงสาวที่อยากขึ้นเตียงกับเขาใจจะขาดมาช่วยบรรเทาไอ้ฤทธิ์ยาสวะนี่ ทว่ากลับเอ่ยปากขอร้องยัยนั่น ทั้งที่พอจะรู้ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอย่างไร

ยิ่งเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ นั่นเดินห่างออกไปไกลมากเท่าไหร่ ความน่าสมเพชก็สลักรากลึกลงกลางใจเขามากขึ้นเท่านั้น

ยาเวรนี่ทำให้เขาดูแย่

ป่านนี้ยัยเด็กข้างบ้านคงเย้ยหยันสมเพชเขายกใหญ่

กรามแกร่งขบกันแน่นเข้าขณะที่ฝ่ามือหนารูดรั้งแก่นกายอุ่นร้อนขึ้นลงถี่กระชั้นด้วยแรงอารมณ์ที่ซัดกระหน่ำ ทว่าทั้งที่เขาอยากจะปริแตกเต็มทีแต่ไม่รู้ทำไม…

ฉันเกลียดนาย

ตั้งสติหน่อยมาร์คัส

นายกับฉันล้ำเส้นกันเกินพอแล้ว

“แม่ง…”

บรูคลิน…

หมับ!

โลกสว่างวาบในวินาทีนั้น สัมผัสของฝ่ามือเล็กบนท่อนแขนแกร่งเรียกนัยน์ตาคมดุที่ถูกความปรารถนาส่วนลึกกลืนกินไปเกือบทั้งหมดให้หันไปมอง

ภาพตรงหน้าคือดวงหน้าหวานคุ้นตาที่พวงแก้มแดงระเรื่อไม่ต่างจากมะเขือเทศสุกที่เขาโปรดปราน มาเฟียหนุ่มมองอีกคนที่นั่งคุกเข่ากลางหว่างขาเขาด้วยสายตาที่หลากหลายยากจะอ่าน

ขณะที่อีกฝ่ายเม้มริมฝีปากอิ่มแน่นจนเป็นเส้นตรงก่อนเปรย

“ให้ตาย…การอยู่ตรงหว่างขานายมันไม่สนุกเลยสักนิด…” นัยน์ตาคนทั้งคู่สบประสานกันพร้อมกับที่หัวใจเริ่มเร่งอัตราการเต้นอย่างบ้าคลั่ง

“ฉันทำให้เพราะเวทนาหรอกนะ…” ระยะห่างที่มีก่อนหน้าลดลงอีกครั้ง

“ห้ามทำเหมือนนายมีความสุขหรือชอบมัน…”

ก่อนที่พริบตานั้นตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดของเขาจะถูกเรียวมือสั่นระริกยื่นมากอบกุมเอาไว้อย่างเงอะงะ

“…แล้วก็ห้ามปากสว่างบอกใครเด็ดขาด”

โลกเงียบลงทันตา กระทั่งหัวใจของมังกรก็เสมือนถูกแช่แข็ง เมื่อดวงหน้าหวานของคนตรงหน้าโน้มลงไปตรงหว่างขาของเขาช้า ๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดบนความปรารถนาที่ตั้งชันก่อนจะทำในสิ่งที่ทำให้มังกรตัวที่สองของตระกูลหวังหลุดพ้นจากพันธนาการของความสุขุม

“อืมม…”

เธอนี่มัน…

วินาทีที่ริมฝีปากเล็กค่อย ๆ ครอบลงบนส่วนปลายหยักโค้ง ประกายบางอย่างที่ยากจะอ่านก็วาบผ่านนัยน์ตาสีรัตติกาลวูบหนึ่ง กลิ่นหอมหวานของดอกไม้หอมเย้ายวนยามราตรีไล่ปลุกปั่นเผาผลาญสติที่เหลือน้อยนิดของมาเฟียหนุ่มอีกครั้ง

กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นเข้าเมื่อโพรงปากอุ่นชื้นค่อย ๆ กลืนกินตัวตนของเขาทีละนิด ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของริมฝีปากนุ่มล้วนมาพร้อมกับกระแสเสียวซ่านที่แตกต่างไปจากทุกประสบการณ์ที่ผ่านมา

ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ช่ำชอง ออกจะเงอะงะสวนทางกับความใจกล้าบ้าบิ่นของเจ้าตัวด้วยซ้ำ

เรียวคิ้วเข้มที่พาดเหนือนัยน์ตาสีรัตติกาลมุ่นเข้าหากันเพราะมวลอารมณ์สับสนมากมายตีรวนอัดแน่นสุมกลางโพรงอก

ยิ่งมองภาพตรงหน้าความสับสนเหล่านั้นก็ยิ่งก่อตัวทับถม

ทำไมยัยนี่ถึง…

“อืมมม…” มาร์คัสหวังคำรามต่ำ ห้วงภวังค์ความคิดเมื่อครู่อันตรธานไปเมื่อเรียวลิ้นเงอะงะครูดไปตามเส้นเลือดที่กำลังเดือดพล่าน

กระแสวาบหวามเสมือนไฟฟ้าอ่อน ๆ นับไม่ถ้วนแล่นปราดไปทั่วทั้งร่างกายกำยำ เมื่อเรียวลิ้นเล็กลากสำรวจความนูนหนาของเส้นเลือดที่โอบล้อมตัวตนอวบใหญ่กว่าขนาดมาตรฐานของตนซ้ำ ๆ

ทุกจังหวะการลากผ่านของปลายลิ้นมาพร้อมกับความประหม่าหวาดหวั่น ทว่ากลับเจือปะปนไปด้วยความใจกล้าที่เป็นนิสัยพื้นฐานของอีกฝ่าย

ดีฉิบหาย…

มาเฟียหนุ่มยกยิ้มพึงพอใจเมื่อเรียวมือเล็กอีกข้างเคลื่อนขึ้นมาประคองโคนอุ่นส่วนที่เหลือไปพร้อมขยับเรียวปากดูดกลืนลำกายของเขาจนแก้มสีมะเขือเทศสุกนั่นตอบลงในทุกจังหวะที่ดูดดึง

ต่างจากอีกฝ่ายที่เปลือกตาสีมุกพับแน่นเข้าหากันราวกับไม่อยากรับรู้ว่าตนเองกำลังทำสิ่งน่าอายด้วยการปรนเปรออีกฝ่ายอย่างไร

‘มนุษยธรรม’ ความจริงแล้วเธออยากเมินคำบ้า ๆ นี่ที่มันเอาแต่ก้องอยู่ในหัว ทว่าที่สุดแล้วจิตใต้สำนึกก็พาเธอมาถึงจุดนี้จนได้

จิตใต้สำนึกที่เต็มไปด้วย…

อ่า…มันเพราะเธอและเขาเติบโตมาด้วยกัน การที่คนคนนี้ยังหยั่งรากลึกในใจเธอคงเป็นเพราะเส้นใยบาง ๆ ของความผูกพันที่ยังหลงเหลืออยู่ก็เท่านั้น

เธอ ‘ตัดใจ’ จากเขาได้นานแล้ว

คนตรงหน้าคือมาร์คัส หวังผู้เย่อหยิ่ง ปากร้าย ใจดำ ไม่ใช่พี่มาร์ค พี่ชายที่อบอุ่น แสนดีของเธออีกต่อไป

และใช่ ทั้งหมดนี่มันก็แค่การหยิบยื่นเศษเสี้ยวความเห็นใจให้อีกฝ่ายในฐานะเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งเท่านั้น เธอเปล่ามีความรู้สึกอื่นใดเจือปะปน

“บรูคลิน…” ฉับพลันเสียงแหบทุ้มก็ดังแหวกภวังค์ความคิดเมื่อครู่ สมองที่พร่าเบลออยู่แล้วแทบจะหยุดทำงานไปชั่วขณะ เมื่อปลายนิ้วร้อนของเขาสัมผัสเข้าที่กรอบหน้าสวย ก่อนที่ปรอยผมที่ร่วงเกะกะจะถูกเขาเกี่ยวไปไว้หลังใบหูเห่อร้อน

เปลือกตาสีอ่อนพับแน่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อฝ่ามือแกร่งเคลื่อนมาวางบนศีรษะเล็ก สัมผัสแผ่วเบาที่เรือนผม กอปรกับกลิ่นกายหอมลุ่มลึกที่กรุ่นผ่านตัวตนของเขาในริมฝีปากเธอ สามารถฉุดสติที่เพียรประคองไว้ก่อนหน้าให้ร่วงหล่นลงไปในหุบเหวแห่งความปรารถนาที่ไม่ควรได้อย่างง่ายดาย

“…อ่า โคตรดี” คำพูดตรงไปตรงมาหลุดออกจากปากคนที่ปากไม่เคยตรงกับใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อริมฝีปากเล็กดูดกลืนตัวตนของเขาจนเกือบสุดความยาว ก่อนจะถอยร่นออกมาตวัดไล้เลียส่วนปลายหยักโค้งด้วยปลายลิ้นสะเปะสะปะยากจะเดาทิศทาง 

ใช่ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันดี

ดีมาก ๆ

Thrymr

ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ

| 1
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทพิเศษ 9 เพราะการรักคุณมันง่ายดายเพียงเท่านั้น [3]

    “อะ อ๊า” เสียงครางหวานที่ดังหวิวทุกครั้งที่เขาตอกตรึงความใหญ่โตเข้ามา เสียงหอบหายใจเมื่อความรู้สึกถูกครอบครองแล่นพล่านไปตามหลอดเลือดเดือดพล่าน เสียงผิวเนื้อกระทบกันในความเงียบดังอยู่เนิ่นนาน…กระทั่งร่างกายถึงปลายขอบความปรารถนาเดียวกัน คนทั้งคู่จึงทิ้งตัวหอบหายใจกอดกันแนบแน่น มาเฟียหนุ่มซุกใบหน้าลงกับต้นคอขาวของภรรยาคนสวยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า“ขอบคุณครับ…ทูนหัว” ดวงหน้าสวยชื้นเหงื่อคลี่รอยยิ้มบางพลางกระชับอ้อมกอดแน่น ขณะโน้มประทับจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาของสามีด้วยความรักใคร่“ขอบคุณเรื่องอะไรคะ”อีกฝ่ายผละขึ้นมาสบตา ส่งผ่านทุกความรู้สึกที่เวียนว่ายในนัยน์ตารัตติกาลคู่คมที่ไม่เคยละไปจากเธอเลยสักครั้ง“ขอบคุณที่เธอขารักพี่อย่างดี” เสียงพร่าแผ่วของเขาราวกับปุยนุ่นที่ไล้ผ่านหัวใจดวงน้อยของเธอ บรูคลินคลี่ยิ้มขณะเขี่ยผมที่ปรกลงบนหน้าผากเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย…” คุณชายรองตระกูลหวังยกมือเรียวขาวของภรรยาขึ้นมากดจูบหนัก ๆ ด้วยความรักใคร่ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของอีกฝ่าย“…เพราะการรักที่รักมันง่ายมากเลยไงคะ” ที่ผ่านมา ‘ความรัก’ ครั้งนี้มันดูเหมือ

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทพิเศษ 9 เพราะการรักคุณมันง่ายดายเพียงเท่านั้น [2]

    “ตอนนี้อยากทำมากกว่าถูหลังแล้วค่ะ” เสียงหวานออดอ้อนกระซิบแผ่วแล้วกดจูบลงบนสันจมูกโด่งของคนตรงหน้าแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนในแบบที่ทำให้มาเฟียมากอำนาจอย่างเขาพ่ายแพ้ราบคาบทุกครั้ง“ยัยเด็ก” เสียงคนตรงหน้าเข้มขึ้นทันทีเมื่อเป็นฝ่ายถูกรุกไล่ ก่อนต้องขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนอีกครั้งเมื่อความเป็นเขาถูกเรียวมือเล็กข้างหนึ่งกอบกุมเอาไว้แล้วชักรูดขึ้นลงความรู้สึกแปลบปลาบจากการถูกมือนุ่มสัมผัสอย่างช่ำชองและรู้จุดกระสันแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่วินาทีหลังจากนั้นความเสียวซ่านจะพุ่งโจมตีไปทั่วเรือนกายกำยำ เมื่อสะโพกกลมกลึงยกขึ้นน้อย ๆ แล้วกดลงครอบครองความเป็นเขาช้า ๆ ราวกับต้องการให้รู้สึกถึงทุกแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายใน“อืม...” ลำคอแกร่งส่งเสียงคราง มาร์คัสหวังปล่อยให้คนบนร่างควบคุมทุกจังหวะ ร่างกายเล็กขยับเนิบช้าทว่าหนักแน่น ความร้อนจากออนเซ็นแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่างคนทั้งคู่ ทว่าไม่มีอะไรร้อนระอุเท่าสัมผัสของทั้งสองฝ่ายที่กำลังโรมรันร่างกายเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ~” เสียงครางหวานดังประสานไปกับเสียงน้ำกระเพื่อม เมื่อจุดกระสันภายในถูกแกนกายใหญ่โตของคนใต้ร่างแตะเข้าซ้ำ ๆ“เธอขา

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทพิเศษ 9 เพราะการรักคุณมันง่ายดายเพียงเท่านั้น

    โตเกียวในค่ำคืนสุดสัปดาห์ ร่างสะโอดสะองของบรูคลินเดินตรงเข้าไปในลิฟต์แก้วของคลับหรูแห่งหนึ่งใจกลางย่านเศรษฐกิจ ขณะที่นัยน์ตารัตติกาลคู่คมของคุณชายรองตระกูลหวังมองตามหลังผู้เป็นภรรยาจากส่วนรับรองชั้นล่าง“ให้ผมขึ้นไปเสริมทีมฮาเซงาวะไหมครับ” ลูกน้องคนสนิทอย่างเล่ยหานกระซิบถามผู้เป็นนาย ก่อนอีกฝ่ายจะตอบ“ไม่ต้อง…เรารออยู่นี่จนกว่านายหญิงจะเสร็จธุระ”ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นไปชั้นหก ที่มีห้องส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเจรจาธุรกิจมาร์คัสหวังนั่งนิ่ง ไม่ไถโทรศัพท์ ไม่อ่านอะไรทั้งนั้นแม้กระทั่งเมนูอาหาร เขาแค่นั่งเฝ้าประตูทางเข้าราวกับรู้ว่ามีใครกำลังจะย่างเท้าเข้ามาในไม่กี่นาทีข้างหน้าที่สุดแล้วบุคคลที่เขาเฝ้ารอก็มาชายวัยสามสิบต้น ๆ แต่งตัวเนี๊ยบเดินผ่านหน้าเขาไปโดยที่มีโทรศัพท์แนบหู เดิมทีเขาเพียงจะสังเกตท่าทีของว่าที่พาร์ทเนอร์ฮาเซงาวะที่วันนี้ภรรยาคนสวยของเขามาเป็นตัวแทนในการเจรจาทางธุรกิจทว่า…ตัวเล็กดีว่ะจัดสักน้ำก่อนเซ็นต์น่าจะง่ายหน่อยของแบบนี้ไม่ต้องรีบคุย ซอยไปคุยไปเร้าใจกว่าเยอะเพล้ง!!ไวกว่าความคิด แก้วบนโต๊ะแตกคามือมาเฟียตระกูลใหญ่ มาร์คัสหวังกดข่มอาร

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทพิเศษ 8 แอชตัน & อลิเซีย [2]

    ค่ำคืนนั้น ในครัวขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารอันคุ้นเคยของคนสองรุ่น เสียงหัวเราะของพ่อลูกจากห้องน้ำยังคงแว่วมาเป็นระยะ คลอเคล้าไปกับเสียงเคี้ยวของเด็กน้อยที่กำลังเพลินกับมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยองค์ประกอบภายในบ้านที่ถูกจัดวางอย่างดี กอปรกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยสายใยแห่งความรัก ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความหมายของคำว่า ‘บ้าน’“ปะป๊าช่วยยกกับข้าวทีค่ะ” เสียงหวานของหม่ามี้คนสวยเอ่ยจากหน้าเตาขณะอุ้มลูกสาวไปนั่งบนเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก“ครับเมีย” มาเฟียหนุ่มตอบรับอย่างไม่ลังเล พร้อมรอยยิ้มที่เผยความภักดีที่มีให้อีกฝ่ายอย่างมั่นคงเสมอมา“อาหย่อยจัง” เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังพูดไม่คล่องนักดังขึ้นจากเก้าอี้สูงประจำตำแหน่ง เมื่อมือป้อมเล็กตักอาหารฝีมือผู้เป็นแม่เข้าปาก“หม่ามี้เหนื่อยไหมครับ” ขณะที่เด็กชายวัยสี่ขวบเงยหน้าจากจานข้าวตรงหน้าแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนหัวใจของคนเป็นแม่อบอุ่นขึ้นในวินาทีนั้น“คุนคุนไม่ดื้อ หม่ามี้ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” บรูคลินยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ“คุนค

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทพิเศษ 8 แอชตัน & อลิเซีย

    แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้าไปในห้องนั่งเล่น แสงอุ่นละมุนไล้บนโซฟาหนังแท้ขนาดใหญ่ที่ร่างสมส่วนของมาเฟียหนุ่มนั่งอยู่ แล็ปท็อปวางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้านัยน์ตารัตติกาลคู่คมจดจ่ออยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยม ขณะที่มือข้างหนึ่งโอบลูกสาววัยแรกเกิดเอาไว้อย่างทะนุถนอม เบบี๋มังกรวัยสิบวันนอนหลับปุ๋ยในอ้อมแขนผู้เป็นพ่อ ริมฝีปากเล็กจิ๋วเผยอเล็กน้อยราวกับกำลังฝันดีบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้า มีขวดนมของเบบี๋มังกรคนพี่วางเรียงข้างแก้วกาแฟที่ยังมีไออุ่นระเหยอยู่ ข้างกายมาเฟียใหญ่มีร่างอ่อนเพลียของภรรยาคนสวยเอนพิงหมอนอิงนุ่ม ๆ โดยที่ในอ้อมแขนมีเด็กชายวัยสองขวบที่กำลังซุกตัวหลับสนิทกลิ่นแป้งเด็กเจือปะปนกับกลิ่นหอมจางจากเส้นผมของบรูคลินที่เพิ่งสระใหม่ช่วยเติมบรรยากาศภายในเรือนหอแห่งนี้ให้ละมุนและนิ่งสงบครืดดด~ขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับการตรวจงานตรงหน้าและเฝ้าภรรยากับลูก ๆ จู่ ๆ สมาร์ตโฟนเครื่องหรูก็สั่นเป็นสัญญาณของการโทรเข้า ฝ่ามือแกร่งรีบเอื้อมไปหยิบขึ้นมากดรับสายทันทีเพราะกลัวเสียงสั่นจะทำให้เบบี๋ตื่น“ว่าไง” เขารับสายเสียงนิ่ง ก่อนที่ปลายสายจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดอย่างอารมณ์ดี

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทพิเศษ 7 หัวใจอีกดวง

    กลิ่นอายของฤดูหนาวปีถัดมาไล้ผ่านกระจกบานใหญ่ของตึกกาสิโนสูงระฟ้าสาขาหลักตระกูลหวัง ทว่าบรรยากาศของห้องประชุมขนาดใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยความนิ่งขรึมในแบบขององค์กรในโลกสีเทากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศประหลาดในเช้าวันนี้เพราะคุณชายรองตระกูลหวังที่นั่งหัวโต๊ะประชุมมีสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก กลิ่นอายอันตรายและแรงกดข่มของมาเฟียใหญ่แผ่กำจายออกมามากผิดปกติจนคนในห้องต่างลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากมาร์คัสขมวดคิ้วมองเอกสารในมือราวกับมันเป็นภาษาต่างดาวจากนั้นก็หยิบช็อกโกแลตออกจากกล่องขึ้นมากัดคำใหญ่ จนบรรดาลูกน้องที่นั่งร่วมประชุมอีกหกชีวิตต่างลอบสบตากันเงียบ ๆ ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดใครมันจะไปกล้า?เพราะคุณชายรองที่ปกติไม่แม้แต่จะแตะของหวาน กลับนั่งเคี้ยวช็อกโกแลตกร้วม ๆ ราวกับเป็นของโปรดอย่างไรอย่างนั้นปึก!ฉับพลันแฟ้มเอกสารก็ถูกโยนลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่เสียงเข้มดุเจือไอสังหารจะดังแหวกความเงียบ“ทำไมรายงานนี่มันกลิ่นเหม็น ๆ วะ” สิ้นคำนั้นทุกคนในห้องต่างสะดุ้งเฮือก ก่อนที่หนึ่งในทีมวิเคราะห์จะเอ่ยเสียงสั่น“มะ…มันคือกระดาษรีไซเคิลครับ คุณชายเคยสั่งให้ใช้…”“เปลี่ยน!” น้ำเสียงแข็งก

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทที่ 18 ไหนว่าไม่ให้ค่า?

    สายลมเอื่อยเฉื่อยพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างหลังไร่องุ่นที่ทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา เสียงใบไม้ไหวขณะต้องลม กอปรกับแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ที่ส่องผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ที่ทอดเงาลงบนพื้นหญ้าเขียวขจีรอบคอกม้า ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณนี้เหมาะสำหรับการหย่อนอารมณ์เป็นอย่างยิ่งบรูคลินเดินทอดน่องเข้ามาในพื้น

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทที่ 13 อกหักครั้งแรก

    งานระดมทุนมูลนิธิลูเธอร์เสียงคลื่นกระทบตัวเรือดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ล้อไปกับสายลมเย็นที่พัดเอื่อยเฉื่อยเหนือน่านน้ำยามท้องฟ้าครองสีรัตติกาล ดวงไฟระยิบระยับจากเรือสำราญลำมหึมาของตระกูลลูเธอร์ทอดเงาวูบไหวลงบนผืนน้ำราวกับแสงของหมู่ดาวที่ตกกระทบบนผิวทะเลค่ำคืนหรูหรานี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากแวดวงชั้น

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทที่ 9 ลดทอนความขมด้วย…จูบ

    รอยยิ้มร้ายที่ประดับอยู่บนริมฝีปากหยักได้รูปทำคนป่วยนิ่งงันไปชั่วขณะ บรูคลินรู้จักความดึงดันและนิสัยชอบเอาชนะของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีคนอย่างมาร์คัสหวังอยากได้อะไรมีหรือที่จะไม่ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้สมปรารถนา หากแต่มีเรื่องเดียวที่ไอ้มังกรชั่วโรคจิตตรงหน้าทำไม่ได้นั่นคือการได้ครองหัวใจคุณหนูตระกูลใ

  • เจ้าของหัวใจรัตติกาล   บทที่ 8 ไม่น่าซด

    จบประโยคนั้นร่างสูงสง่าก็ผละถอยออกไป บรูคลินหยัดกายลุกขึ้นถลึงตาจ้องอีกฝ่ายที่ยังคงไว้ซึ่งท่าทีเผด็จการไม่เปลี่ยน“เมื่อกี้เห็นอะไรลืมไปให้หมด” ประโยคขอร้องที่ค่อนไปทางออกคำสั่งดังขึ้นไล่หลังคนตัวสูงที่ถือวิสาสะบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว ช่วงขายาวชะงักทันที มาร์คัสหวังหันกลับมามองเจ้าของห้อง ก่อนท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status