เข้าสู่ระบบเสียงปืนยังดังสะท้อนก้องไม่ขาดสาย แต่ในหูของไซรัสกลับเงียบสนิทราวโลกทั้งใบดับวูบ เขาก้มลงมองร่างของเซเรน่าที่แนบอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าเธอซีดขาวจนแทบไร้สีเลือด ลมหายใจแผ่วราวเส้นด้าย
“บอสครับ นายหญิง.....”
ศรันที่ตามมาสบทบเสียพูดหายไปในลำคอเมื่อเห็นหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นนาย หัวใจของเขากระวูบพลันคิดหรือว่าพวกเราจะมาช้าเกินไป...
“ศรันพาเซเรน่าไปโรงพยาบาลแทนฉันที….จำไว้ไม่ว่ายังไงก็ต้องช่วยชีวิตเธอให้ได้”
ไซรัสสั่งเสียงเฉียบพลางส่งร่างของเซเรน่าให้ไปอยู่ในอ้อมแขนของศรันมือขวาที่เขาไว้ใจอย่างแผ่วเบา มือสั่นเทาแตะข้างแก้มหญิงสาวอีกครั้ง ริมฝีปากเขาเม้มแน่นจนเลือดซึม
ศรันลังเลเล็กน้อย “แล้วบอสจะไม่ไปกับผมและนายหญิงเหรอครับ”
“เป้าหมายของมันคือฉัน...ถ้าฉันไปด้วยเซเรน่าจะไม่ปลอดภัย”
“บอสต้องระวังตัวนะครับ....พวกเราสัญญาว่าจะพานายหญิงไปโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยแน่นอนครับ” ศรันต้องกัดฟันรับคำก่อนอุ้มเซเรน่าออกไปทางประตูหลังโดยมีลูกน้องคุ้มกัน
เมื่อเห็นว่าคนรักถูกพาตัวออกไปจากโกดังได้อย่างปลอดภัยแล้ว ดวงตาคู่คมที่เคยสั่นไหว...บัดนี้เปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทราวผืนน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง มือข้างหนึ่งยังคงเปื้อนเลือดของเซเรน่า ส่วนอีกข้างกำปืนไว้แน่นจนเส้นเลือดขึ้นนูน
“น่าสมเพชนะพี่ชาย...” เสียงของซิกดังขึ้น “สุดท้ายก็ต้องเห็นผู้หญิงที่ตัวเองรักตายต่อหน้า เหมือนที่ฉันเคยเห็นทุกอย่างพังไปเพราะแก”
ปัง!
เสียงปืนขัดจังหวะคำพูดนั้นในพริบตา กระสุนพุ่งเฉียดใบหน้าซิกไปเพียงเส้นผม ชายหนุ่มชะงักก่อนหัวเราะเยาะ
“เร็วขึ้นมากเลยนะ...พี่ชาย”
ไซรัสก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ช้าแต่มั่นคงทุกก้าวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันราวกับมวลอากาศรอบตัวหนักขึ้น
“นาย...ไม่สมควรจะพูดถึงเธอด้วยปากของนาย”
เสียงของไซรัสต่ำ ลึก และเย็นเยียบจนเลือดแทบหยุดไหล เขายกปืนขึ้นเล็งตรงหน้าซิก
“ฉันเตือนแล้ว...” ซิกยิ้ม “อย่าคิดว่ากระสุนนั่นจะหยุดฉันได้”
ซิกเหนี่ยวไกสวนกลับ เสียงปืนดังระงมอีกครั้ง กระสุนเฉียดผนังเหล็กเป็นประกายไฟ ลูกน้องทั้งสองฝ่ายปะทะกันรุนแรง เสียงร้องอย่างเจ็บปวดปะปนกับกลิ่นควันดินปืน แต่ไซรัสไม่ได้สนใจสิ่งใดอีกแล้วร่างสูงเดินตรงเข้าหาซิกกลางห่ากระสุน เหมือนปีศาจที่หลุดออกจากกรง มือของเขายิงสวนอย่างแม่นยำทุกนัด
ปัง ปัง ปัง!
ลูกน้องของซิกล้มระเนระนาดจนทั่วพื้นเปื้อนเลือด เมื่อเหลือเพียงสองคนที่ยังยืน สายตาของพี่น้องก็ประสานกันตรงกลางโกดัง
“แก...ก็แค่สัตว์เดรัจฉานที่หลงคิดว่าตัวเองสูงส่ง”
“ส่วนแก...” ไซรัสเอ่ยเสียงต่ำ “ก็แค่ไอ้ชาติหมาที่ไม่มีสมอง”
ทั้งคู่เหนี่ยวไกพร้อมกัน เสียงปืนดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก กระสุนจากซิกเฉียดแขนไซรัส ส่วนกระสุนของไซรัสฝังเข้าช่วงท้องของซิกเต็มแรง ซิกทรุดลงทันทีเลือดไหลทะลักจากบาดแผล เขาหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่เสียงขาดห้วง
“แกชนะอีกแล้วสินะ...”
ไซรัสเดินเข้าไปใกล้ ดวงตาเย็นเฉียบ
“ใช่....ฉันชนะแกแล้ว” เขากระซิบแล้วเหนี่ยวไกอีกครั้ง “นี่สำหรับที่แกแตะต้องผู้หญิงของฉัน”
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นในระยะเผาขน ร่างของซิกทรุดฮวบลงไร้ชีวิตดวงตายังคงเปิดค้างอย่างไม่ยอมหลับ
ไซรัสยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นควันและเลือด เสียงยิงปืนที่เคยดังก้องอยู่ภายในโกดังผ่านไปไม่นานก็สงบลง เมื่อหัวหน้าอย่างซิกถูกกำจัดลูกน้องปลายแถวที่คอยรับใช้ต่างพากันหลบหนีเอาชีวิตรอดแต่ก็ถูกจับตัวมาได้ บางคนโชคร้ายพยายามขัดขืนก็ถูกยิงตาย
และบางคนยังต้องรับผลกรรมกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป....
“กรี๊ดดดด ปล่อยฉันนะ!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นขณะที่ถูกชายชุดดำลากตัวออกมาจากที่ซ่อนมุมหนึ่งภายในโกดัง ไซรัสและธันวาปรายตามองหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่พวกเขาคุ้นหน้า
กอหญ้า...
“เธอร่วมมือกับน้องชายฉันสินะ” ไซรัสเอ่ยออกมาเสียงเย็นเพราะจำอีกฝ่ายได้จากวีดีโอกล้องวงจรปิดในวันที่เซเรน่าถูกลักพาตัว
กอหญ้าสะบัดตัวดิ้นสุดแรงจนผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเปื้อนน้ำตาและเลือดที่กระเด็นมาจากใครบางคน
“ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ! ซิกเป็นคนบังคับฉัน! เขาขู่จะฆ่าฉันถ้าไม่ทำตาม!”
ไซรัสหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นเย็นเฉียบเสียจนคนฟังขนลุก “บังคับงั้นเหรอ...” เขาเดินเข้าหาอย่างช้า ๆ จนรองเท้าหนังราคาแพงหยุดลงตรงหน้าเธอ
“เธอคิดว่าฉันโง่เหมือนภาคินหรือไง”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา