เข้าสู่ระบบ
ณ คอนโดหรูชั้นที่สามสิบในยามค่ำคืน
ห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีกระจกที่สามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้รอบทิศทาง หากคนด้านในมองออกไปด้านนอกคงได้เห็นแสงไฟจากตึกต่าง ๆ ที่เปล่งประกายระยิบระยับ ตัดกับแสงไฟจากสะพานแขวน ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดของแม่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
เสียงหอบหายใจถี่ปะปนกับเสียงครางหวาน ขณะคนด้านล่างนอนหลับตาพริ้ม เรียวปากสวยเม้มแน่น ค่อย ๆ ปรือตามองคนด้านบนด้วยดวงตาเหม่อลอย
รอยสักรูปหัวกะโหลกมีงูพันรอบตัดกับลำคอขาวของชายหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมจากกายที่เป็นเอกลักษณ์ชวนน่าหลงใหล
ขณะที่มือขาวทาเล็บสีแดงสดค่อย ๆ ลูบไล้รอยสักตรงคอลงมายังแผงอกแกร่ง พลางคิดว่า... นี่เธอกำลังมีอะไรกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกอย่างนั้นหรือ
“อ๊ะ ๆ ... ซี้ด แบบนั้นแหละค่ะ”
เธอร้องลั่นเมื่อถูกอีกฝ่ายสอบเอวเข้าออกอย่างถูกใจ ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ขณะที่คนด้านบนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะตอบสนองร่างอรชรโดยการสอบเอวถี่ยิบ จนคนตัวเล็กต้องจับแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของอีกคน เพื่อยึดเหนี่ยวไม่ให้ศีรษะตัวเองชนกับขอบเตียงเสียก่อน
“นี่ครั้งแรกของเธอจริงๆ เหรอ?”
ร่างสูงเอ่ยถามอย่างสงสัย คิ้วหนาขมวดแน่น รับรู้ได้ถึงแรงบีบรัดจากด้านใน ถ้าไม่ติดว่ารอบที่แล้วอีกฝ่ายมีเลือดปนออกมา เขาคงคิดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเธอเสียอีก
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่คุณ... อ๊ะ!”
คำประชดนั้นกลับทำให้คนตัวสูงอารมณ์เสียขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ก่อนจะลงโทษคนตัวเล็กด้วยการจับหันหลัง จนเห็นดอกกุหลาบสีสดบวมเป่งอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มไม่เร่งรีบ เขาคว้าเอามวนบุหรี่ตรงหัวเตียงขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันสีขาวลอยฟุ้งในอากาศอย่างใจเย็น ปล่อยให้ร่างบางค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น
สะโพกกลมส่ายไปมาด้วยความร้อนใจ เมื่อไฟราคะยังไม่มอดดับ เธอเอี้ยวตัวจ้องมองดวงตาแสนเย็นชาคู่นั้นอย่างเว้าวอน เชื้อเชิญให้เขานำพาความสุขของเธอไปถึงฝั่ง
“คุณ... เร็ว ๆ สิ”
“ใจร้อนจริงนะ”
ชายหนุ่มยกยิ้ม ปากคาบบุหรี่ราคาแพง มือหนาจับสะโพกกลม ก่อนจะดันลำกายใหญ่เข้าไปทีเดียวจนมิดอย่างง่ายดาย คนตัวเล็กสั่นระริก สองมือยันเตียงแทบไม่อยู่ ต้องคว้าหมอนใบใหญ่มากอดไว้
“ถึงกับเสร็จเลยหรือไง” เขายิ้มเยาะพร้อมเอามือแหวกแก้มก้นจนเห็นทางเชื่อมต่อ ขณะที่เอวสอบเข้าออกช่องทางหวานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ช่างเป็นภาพที่ชวนปลุกความดิบเถื่อนในตัวเขาได้ดีทีเดียว
“อื้อ... ไม่ไหว ฉันไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวสะบัดศีรษะจนผมยาวสลวยกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง ความรู้สึกมวนท้องน้อยทำให้ปลายเท้าจิกเกร็ง แรงบีบรัดแน่นขึ้น จนคนด้านหลังถึงกับคิ้วกระตุก
“ซี้ด... แม่ง เสียวฉิบหาย”
ถ้อยคำหยาบโลนถูกพ่นออกมา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดับบุหรี่ทั้งที่ยังเหลืออีกตั้งครึ่งมวน
“อ๊ะ ๆ ... อื้ม ไม่ไหว จะเสร็จแล้วคุณ!” เธอร้องลั่นเมื่อร่างกายทนแรงต้านทานไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
“ซี้ด... ทนอีกแป๊บสิ จะได้เสร็จพร้อมกัน”
สองมือหนาจับที่เอวคอด ก่อนจะสอบเอวเข้าออกอย่างรุนแรง จนขาเตียงราคาแพงดังเอี๊ยดอ๊าด
ไม่นานร่างบางก็เกร็งกระตุก พอดีกับจังหวะที่เอวหนาสอบเข้าครั้งสุดท้าย หญิงสาวรับรู้ถึงความอุ่นวาบที่ฉีดเข้ามาในกาย แต่ด้วยฤทธิ์น้ำเมาผสมกับความเหน็ดเหนื่อย ทำให้เธอสลบไสลไปทั้งอย่างนั้น
“เหี้ย... ถุงแตก”
เมื่อถอนตัวออก ชายหนุ่มถึงกับสบถถ้อยคำหยาบคายด้วยอารมณ์คุกรุ่น มองดูกลีบกุหลาบที่มีน้ำสีขาวขุ่นไหลออกมาเป็นสาย สีหน้าของเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่เด็กคนนี้ไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องถ่อไปหาเพื่อนหมอให้มันด่าเล่น ๆ อีกแน่นอน
เจ้าของรอยสักรูปหัวกะโหลกและงูถอนหายใจ เขาเดินไปหยิบธนบัตรสีเทาปึกหนึ่ง ซึ่งมากพอสำหรับราคาความบริสุทธิ์ของหญิงสาว แล้ววางไว้ตรงหัวเตียง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ร่างบางนอนแผ่หลาทั้งอย่างนั้น โดยไม่คิดจะกลับมาเหลียวมองอีกเลย
เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล
“โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ
แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่
เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ
“คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว
การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร







