ANMELDENห้องนอนชั้น 3
นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสองครึ่ง...
แต่ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของ 'ชาสมุนไพรไล่หวัดสูตรเมอร์เวล' จะยังเอาชนะไข้หวัดที่สะสมมาจากความเหนื่อยล้าของมาเฟียหนุ่มไม่ได้ในทันที คอสมอสยังคงมีไข้ต่ำๆ ร่างกายรุมๆ และมีอาการไอแห้งอยู่เป็นระยะ
ความลำบากจึงตกมาอยู่ที่ 'พยาบาลจำเป็น' อย่างลูซี่
หลังจากให้บอดีการ์ดช่วยพยุงเจ้านายตัวโตขึ้นมานอนราบบนเตียงคิงไซส์ในห้องนอนของเขาเอง ลูซี่ก็แทบไม่ได้หยุดพัก เธอเข้าครัวไปเคี่ยวซุปไก่ตุ๋นร้อนๆ มาป้อนคนป่วยที่บ่นว่าขมปากขมคอจนยอมกินไปได้แค่ครึ่งชาม จากนั้นก็ต้องคอยบิดผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดตามใบหน้า ซอกคอ และแผงอกแกร่งเพื่อระบายความร้อนให้เขาทุกๆ สองชั่วโมง
"อืม...ลูซี่..."
คนป่วยที่นอนหลับตาพริ้มส่งเสียงครางฮือในลำคอ เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นจากผ้าขนหนูที่แตะลงบนซอกคอ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธอแน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมให้เธอผละออกห่าง
"ฉันอยู่นี่แล้ว ปล่อยมือก่อนคอสมอส ฉันจะเอาผ้าไปซักน้ำ" ลูซี่ถอนหายใจยาว พยายามแกะนิ้วแกร่งออก แต่คนป่วยกลับดื้อดึง ยื้อยุดข้อมือเธอไว้จนร่างบางเซถลาลงไปนั่งแหมะอยู่บนขอบเตียง
"ไม่เอา ไม่ให้ไป" คอสมอสงึมงำ เสียงแหบพร่าและอู้อี้เหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจ "นั่งอยู่ตรงนี้แหละ... ร้องเพลงกล่อมหน่อยสิ ฉันปวดหัว นอนไม่หลับเลย"
ลูซี่เบิกตากว้าง...มาเฟียหน้าโหดที่สั่งคุมคาสิโนทั้งลาสเวกัส กำลังอ้อนให้เธอร้องเพลงกล่อมเนี่ยนะ!? "ฮัดชิ้ว! ฟี้..."
เสียงจามเบาๆ ตามด้วยเสียงพ่นลมหายใจยาวพรืดไม่ได้มาจากคนป่วยบนเตียง แต่มาจากเจ้าลูลู่ ดัลเมเชียนตัวป่วนที่นอนหมอบอยู่บนพรมข้างเตียง มันส่งเสียงคราง "งื้ดดด... แฮ่..." คล้ายจะบ่นในภาษาหมา ประมาณว่า 'เจ้านายเลิกอ้อนสักทีเถอะ ฉันจะนอน!' ก่อนที่มันจะกลอกตา แล้วพลิกตัวหนีความรำคาญ
ลูซี่หลุดขำพรืดเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจ้าลูลู่ เธอหันกลับมามองคนตัวโตบนเตียงที่ยังคงจับมือเธอไว้แน่น แววตาเว้าวอนของเขาทะลวงกำแพงน้ำแข็งในใจเธอจนละลายหมดสิ้น
"โอเคๆ ไม่ไปแล้ว ยอมแพ้นายจริงๆ เลย"
ลูซี่ดึงเก้าอี้บุนวมมานั่งชิดขอบเตียง ยอมปล่อยให้เขากุมมือเธอไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นลูบกลุ่มผมสีดำสนิทของเขาอย่างแผ่วเบา เลดี้สาวเริ่มฮัมเพลงกล่อมเด็กภาษาฝรั่งเศสที่ท่านแม่เคยร้องให้ฟังตอนเด็กๆ ด้วยน้ำเสียงหวานใสและนุ่มนวล
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ตีสี่
เพลงกล่อมจบลงไปนับสิบรอบ ลูซี่เริ่มสัปหงก ศีรษะเล็กผงกขึ้นลงก่อนจะสัปหงกฟุบลงไปกับขอบเตียงนุ่ม ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนดูแลเขาทั้งคืนทำให้เธอทนฝืนลืมตาต่อไปไม่ไหว
คนป่วยที่จริงๆ แล้วอาการดีขึ้นมากและไข้เริ่มลดลงเพราะการดูแลอย่างดีของเธอ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืด นัยน์ตาสีรัตติกาลทอดมองร่างบางที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงด้วยความรู้สึกผิดปนหวงแหน
เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พิงพนักเตียง ก่อนจะรั้งท่อนแขนเล็กเบาๆ
"ลูซี่ ตื่นขึ้นมาก่อนครับ"
"อื้อ... เช้าแล้วเหรอ..." ลูซี่งัวเงียเงยหน้าขึ้นมา ตาปรือเยิ้มด้วยความง่วงจัด "นายไข้ขึ้นอีกแล้วเหรอ ปวดหัวไหม" สิ่งแรกที่เธอถามยังคงเป็นอาการของเขา
"เปล่า ฉันดีขึ้นแล้ว" คอสมอสส่ายหน้า เขากระเถิบตัวเว้นที่ว่างบนเตียงคิงไซส์ฝั่งหนึ่งให้เธอ "แต่เธอต่างหากที่ตาจะปิดแล้ว... ขึ้นมานอนบนนี้สิ นอนฟุบแบบนั้นเดี๋ยวก็ปวดหลังหรอก"
ลูซี่เบิกตากว้าง ความง่วงกระเจิงไปครึ่งหนึ่งเมื่อได้ยินคำชวน "บะ... บ้าเหรอ! เตียงนายนะ! ฉันกลับไปนอนห้องตัวเองก็ได้"
"ไม่ได้!" คอสมอสรีบคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แกล้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด "ถ้าเธอไป แล้วฉันไข้กลับตอนเช้ามืดจะทำยังไง? ใครจะเช็ดตัวให้ ลูลู่มันทำไม่ได้นะ"
"แต่เตียงมัน..." ลูซี่อึกอัก หน้าเริ่มร้อนผ่าว "อีกอย่าง ฉันไม่อยากไปเบียดนาย เดี๋ยวนายอึดอัด นอนไม่สบายตัว แล้วเดี๋ยวฉันจะติดไข้นายด้วย"
"เตียงตั้งกว้าง เบียดที่ไหน" คอสมอสใช้ไม้ตาย เอนตัวลงไปนอนหงาย ทำหน้าตาออดอ้อนเหมือนลูกหมาป่วย "ขึ้นมาเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่กวน จะนอนนิ่งๆ เลย นะครับเลดี้"
เจอสายตาอ้อนวอนกับน้ำเสียงแหบพร่าแบบนั้นเข้าไป เลดี้จอมหยิ่งก็ถึงกับพ่ายแพ้ราบคาบ
"ก็ได้ แค่นอนเฉยๆ นะ ถ้าขยับตัวมากวนฉัน ฉันจะถีบนายตกเตียงจริงๆ ด้วย"
ลูซี่ขู่ฟ่อเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน เธอถอดรองเท้าสลิปเปอร์ออก แล้วค่อยๆ คลานขึ้นไปบนเตียงกว้าง ทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เขาโดยเว้นระยะห่างไว้เกือบฟุต ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอ
แต่กฎของการเว้นระยะห่าง ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของคอสมอส
ทันทีที่ลูซี่หลับตาลง วงแขนแกร่งก็ตวัดวาดสวมกอดจากด้านหลัง รั้งเอวบางให้ขยับเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่ยังคงรุมๆ ด้วยพิษไข้
"อ๊ะ! คอสมอส! ไหนสัญญาของนาย คนเจ้าเล่ห์"
"ชู่ว ไม่ได้กวนสักหน่อย แค่ขอกอด ฉันหนาว"
คนป่วยอ้างหน้าด้านๆ ทั้งที่ตัวร้อนเป็นไฟ เขาซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอขาวเนียนของเธออย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนลูซี่ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงที่เต้นสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบ
"นายมัน... จอมโกหก..." ลูซี่บ่นพึมพำเสียงแผ่ว แต่ร่างกายกลับผ่อนคลายลง ยอมปล่อยให้เขากอดรัดแต่โดยดี ความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่คุ้นเคยทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งคืนมลายหายไปจนหมดสิ้น เธอกระชับผ้าห่มให้คลุมตัวเขาเพิ่มขึ้นอีกนิด ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก
ในขณะที่บนเตียงคิงไซส์อบอวลไปด้วยความโรแมนติกและความคลั่งรักของเจ้านาย...
เมื่อมองต่ำลงไปที่พื้นห้อง ภาพที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงคือเจ้าสุนัขดัลเมเชียนตัวโต ที่ตอนนี้กำลังนอนหงายท้องแอ้งแม้ง โชว์พุงลายจุดขาวดำอย่างหมดสภาพบนเบาะนอนหรูหราของมัน ขาทั้งสี่ชี้ฟ้า หลับลึกพร้อมกับกรนเสียงดังครอกฟี้อย่างสบายใจเฉิบ ไม่ได้รับรู้ถึงรังสีความหวานเลี่ยนที่ลอยวนอยู่เหนือหัวเลยแม้แต่นิดเดียว
นี่แหละนะ... ชีวิตหมาที่มีแฟนไปเข้าแคมป์ กับชีวิตเจ้านายที่มีเลดี้มานอนเฝ้า มันช่างแตกต่างกันจริงๆ
คำทวงรางวัลหน้าตายของมาเฟียหนุ่ม ทำเอาความมั่นใจของเลดี้สาวที่เพิ่งฟื้นฟูเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา ลูซี่หน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แต่คราวนี้เธอไม่ได้วิ่งหนีเหมือนทุกที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วพยักหน้า"กะ...ก็ได้ นั่งลงสิ ฉันจะล้างแผลให้ก่อน"คอสมอสยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างว่าง่าย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย ลูซี่หยิบกล่องปฐมพยาบาลและเจลสมานแผลนวัตกรรมใหม่ของเขามาจัดการให้อย่างเบามือที่สุดใบหน้าหวานใสขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ คอสมอสจ้องมองแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชด้วยความหลงใหล ความเจ็บแสบจากบาดแผลแทบไม่มีผลกับเขาเลยเมื่อเทียบกับความปั่นป่วนในหัวใจ"เสร็จแล้ว...แผลดูดีขึ้นมากเลยนะ พรุ่งนี้น่าจะ..."ลูซี่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ทันทีที่เธอแปะพลาสเตอร์กันน้ำแผ่นสุดท้ายเสร็จ มือหนาข้างขวาก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอให้ถลำลงมานั่งแหมะบนตักแกร่งทันที"หมดหน้าที่หมอแล้ว... ถึงเวลาจ่าย 'ค่ารักษา' สักทีนะ เลดี้"น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่คอสมอสจะทาบทับริมฝีปากหยักลึกลงมาบดเคล้าความหวานโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว จู
แสงแดดยามเช้ายังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ แต่ภายในห้องประชุมผนังทึบของคฤหาสน์กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดคอสมอสนั่งอยู่หัวโต๊ะกระจกตัวยาว แขนซ้ายที่เพิ่งเย็บแผลถูกพันด้วยผ้าพันแผลใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง เขามองภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดและเศษซากกระสุนที่บอดี้การ์ดเก็บกู้มาได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวาน"ไอ้มือปืนรับจ้างนั่นหนีรอดไปได้ครับบอส ส่วนพวกรถที่ขับไล่กวดเรา พวกมันกัดลิ้นตัวเองตายก่อนที่เราจะเค้นความลับได้" อดัมมือขวาคนสนิทรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนฝั่งนั้นจะจ้างพวกเดนตายมาทำงาน และเตรียมการมาอย่างดีเพื่อเล็งเป้าไปที่เลดี้ลูซี่โดยเฉพาะ""พวกสวะเอ๊ย..." คอสมอสสบถเสียงเหี้ยม นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ที่ทำให้ลูกน้องในห้องแทบกลั้นหายใจความหวาดกลัวของลูซี่ที่ร้องไห้ตัวสั่นในอ้อมกอดเขาทั้งคืน เป็นเหมือนเชื้อไฟที่ราดรดลงบนความโกรธแค้นของมาเฟียหนุ่ม เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างหวาดผวาแบบนี้อีกต่อไป"ในเมื่อพวกมันชอบลอบกัดอยู่ในมุมมืด เราก็จะกระชากหัวพวกมันออกมาสว่างๆ" คอสมอสแสยะยิ้มร้ายกาจ แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว "อดั
หลังจากผ่านพ้นบทเรียนจูบแรกที่ทำเอาหัวใจแทบวาย ลูซี่ที่หน้าแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกก็รีบขอตัวหนีกลับมานอนที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้คนป่วยเจ้าเล่ห์นอนยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีแต่ทว่าเมื่อความเงียบสงัดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงบ่าย ก็เริ่มประท้วง ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเขินอายเมื่อครู่ เริ่มตีรวนขึ้นมาในรูปแบบของฝันร้ายฟุ่บ! ปัง! ปัง!เสียงปืนไรเฟิลดังก้องอยู่ในหัวของลูซี่ ภาพจุดเลเซอร์สีแดงที่ชี้มาตรงหน้าผาก สลับกับภาพร่างสูงใหญ่ของคอสมอสที่พุ่งเข้ามากอดเธอไว้ ก่อนที่เลือดสีแดงฉานจะสาดกระเซ็นย้อมเสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม ภาพนั้นทับซ้อนกับเด็กชายวัยสิบแปดปีในรูปถ่ายตัดต่อที่ถูกซ้อมจนเลือดอาบ และเด็กชายวัยห้าขวบที่นอนจมกองเลือดเพื่อปกป้องเธอ"ไม่...ไม่เอาแล้ว...คอสมอส!"ร่างบางบนเตียงนอนดิ้นกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าหวาน มือเล็กรวบกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาปิดสนิทแต่กลับมีหยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เสียงละเมอสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่มืดมิด"อย่าตายนะ... คอสมอส... เลือด... เลือดเต็มไ
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องน้ำก็เปิดออก คอสมอสเดินออกมาในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท กระดุมถูกติดอย่างเรียบร้อยทุกเม็ดตามคำสั่งเป๊ะ แม้ผมจะยังชื้นนิดๆ แต่ความหล่อเหลาและรังสีความอันตรายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยลูซี่นั่งรออยู่ตรงขอบเตียงกว้าง เมื่อเห็นเขาทำตามข้อตกลงอย่างว่าง่าย เลดี้สาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเข้าไปหามาเฟียหนุ่มที่กำลังยืนรอรับรางวัลด้วยสายตาพราวระยับ"เก่งมาก...คนไข้เชื่อฟังหมอแบบนี้ ต้องได้รางวัล"ลูซี่ยิ้มบางๆ เธอขยับเข้าไปประชิดตัว ยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนแผลที่ต้นแขนซ้าย ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยฟอดดด...ฟอดดด...จมูกรั้นกดฝังลงบนแก้มสากทั้งซ้ายและขวา สูดดมกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสดชื่นผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศเข้าเต็มปอด คอสมอสหลับตาพริ้มรับสัมผัสแสนหวาน รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อร้ายกาจ เขายกมือข้างขวาขึ้นตวัดรัดเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอก แล้วก้มลงหอมแก้มเนียนนุ่มของเธอคืนทั้งสองข้างเช่นกัน"ชื่นใจจัง..." คอสมอสกระซิบชิดใบหู ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียไม่ห่างพวงแก้มใส "แต่รางวัล
หลังจากทานซุปจนหมดชามและกินยาเรียบร้อย ลูซี่ก็ประคองคอสมอสกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้นสามเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ คนเจ็บถูกสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาดดังนั้น ภาระหน้าที่ที่เต็มใจจึงตกเป็นของพยาบาลส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องน้ำหรูหราที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ไอน้ำอุ่นๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำสปาหอมสดชื่น คอสมอสนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้สตูลบุกำมะหยี่กันน้ำตรงหน้าอ่างล้างหน้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงสแล็กที่ถูกพับขาขึ้นมาลวกๆลูซี่ในสภาพรวบผมมวยสูง แขนเสื้อถูกถลกขึ้น กำลังใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสบู่อุ่นจัด ค่อยๆ บรรจงเช็ดไปตามแผงอก ลาดไหล่ และแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นไปโดนผ้าพันแผลที่ต้นแขนซ้าย ส่วนท่อนล่างเขาก็นุ่งผ้าขนหนูเอาไว้บรรยากาศในห้องน้ำเงียบกริบ มีเพียงเสียงน้ำหยดและเสียงลมหายใจ ที่ดูเหมือนจะติดขัดของใครบางคน"เอ่อ...ลูซี่"คอสมอสส่งเสียงเรียกเบาๆ นัยน์ตาสีดำขลับที่เคยมองใครต่อใครด้วยความดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้หลุบต่ำลงมองหยดน้ำบนพื้น หูทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มแดงเถือก ลามไปจนถึงลำคอ"หืม น้ำร้อ
"กระสุนแค่ถากไปครับบอส ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูก ผมทำแผลและเย็บปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่คืนนี้อาจจะมีไข้ขึ้นสูงเพราะแผลอักเสบนะครับ ผมจะจัดยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไว้ให้"หมอฟิลลิปรายงานอาการ ขณะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าคอสมอสพยักหน้ารับเรียบๆ แต่คนที่ดูจะใส่ใจกับคำสั่งหมอมากกว่าคนป่วยกลับเป็นเลดี้สาวที่ยืนกุมมือเขาอยู่ไม่ห่าง ลูซี่ขยับเข้าไปใกล้คุณหมอ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"คุณหมอคะ แล้วเรื่องการล้างแผลล่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง? ต้องระวังเรื่องน้ำหรืออาหารอะไรเป็นพิเศษไหม?"คำถามรัวเป็นชุดของลูซี่ทำเอาคุณหมอยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดแผล การทายา และข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเลดี้สาวก็ตั้งใจฟังและจดจำทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ราวกับนักเรียนหน้าชั้นที่กำลังจดเลคเชอร์คอสมอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เม่นน้อยของเขา ไม่กลัวเลือดของเขาอีกต่อไปแล้ว*********************หนึ่งชั่วโมงต่อมาแม้จะเป็นถึงเลดี้แห่งเมอร์เวล แต่ลูซี่ก็สลัดคราบลูกคุณหนูทิ้ง จัดการรวบผมยาว สวมผ้ากันเปื้อน และลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำซุปบำรุงกำลังให้คนเจ็บลูซี่เลือกทำซุปมันฝร







