Masukครามเดินนำมาส่งเพียงแค่หน้าประตูบานคู่ขนาดใหญ่ ก่อนจะก้มศีรษะให้แล้วปลีกตัวออกไป ทิ้งให้เธอเผชิญหน้ากับความมืดสลัวภายในเพียงลำพัง
เอยเปิดประตูเข้ามาในห้องโถง ซึ่งมีระเบียงกว้างเปิดรับลมทะเลด้านนอก ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มกำลังยืนทอดสายตามองออกไปที่ความมืดมิดของผืนน้ำยามพรบค่ำ ในมือของเขาถือแก้วคริสตัลที่มีสีน้ำอำพันเข้มสั่นไหวสะท้อนแสงไฟวิบวับ
"มาเร็วกว่าที่คิด... นึกว่าจะเล่นตัวจนต้องให้คนของผมพังประตูเข้าไป แล้วลากตัวเอยออกมาให้เรื่องมันบานปลายเสียอีก" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังขึ้น โดยที่เจ้าของร่างสูงนั้นไม่ได้หันกลับมามองเธอเลยสักนิด
เอยยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สองมือประสานกันแน่นเพื่อปกปิดอาการสั่นเทาที่เริ่มลามไปทั่วร่าง "เอยมาตามที่คุณต้องการแล้วค่ะ ไหนล่ะคะดินเนอร์?"
อรรถพลหมุนกายกลับมาอย่างเชื่องช้า แสงไฟสีสลัวตกกระทบบนใบหน้าคมเข้มที่บัดนี้ดูดุดันและเย็นชาจนน่ากลัว เขาสาวเท้าสืบเข้ามาหาเธออย่างคุกคามจนเอยต้องก้าวถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ
"คุณอรรถ!" เอยอุทานเรียกชื่อเขาเสียงดังด้วยความตกใจกับการจู่โจมอันรวดเร็ว เมื่อมือหนาคว้าเอวบางเอาไว้ได้และกระชับกอดเธอไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก!
"รีบ?" นัยน์ตาคมเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างเย้ยหยัน
"เพื่อนเอยอยู่ที่ห้องคนเดียว เอยต้องรีบกลับค่ะ"
"หึ!" อรรถพลยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจกับข้ออ้างตื้น ๆ ของเธอ
"เอยขอโทษ..." เพราะอรรถพลในเวลานี้ดูน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะต่อกรด้วยได้ เอยรู้ตัวว่าเธออ่อนแอและไร้ที่พึ่ง จึงต้องยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองลงอีกครั้งเพื่อเอ่ยคำขอโทษออกไปก่อน ทั้งที่ลึก ๆ เธอไม่คิดว่าตัวเองผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
แต่ต้องยอมให้เรื่องมันจบ...
ซึ่งคำขอโทษที่หลุดออกมาจากปากของเอยทำให้อรรถพลชะงักไปอึดใจ เขาไม่คิดว่าผู้หญิงที่เคยอวดดีและด่าทอเขาในวันนั้นจะยอมเอ่ยขอโทษง่าย ๆ ในวันนี้
การกระทำที่แสร้งทำเป็นอยากจับเขาที่สปาวันนั้น... ที่แท้ก็แค่การแสดงละครตบตาเพื่อเอาตัวรอดสินะ เขาเองก็เพิ่งจะมารู้ตัวว่าเสียท่าให้กับการแสดงของเธอเมื่อไม่นานมานี้เอง
เอยปฏิเสธเขาซ้ำ ๆ แต่กลับแสร้งเผยธาตุแท้หน้าเงินในตอนสุดท้าย มันย้อนแย้งและไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
แต่ช่างเถอะ... เธอหลอกเขาได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ!
"ในทุก ๆ เรื่องที่เอยเคยทำให้คุณอรรถไม่พอใจ... เอยขอโทษนะคะ" เอยเงยหน้าขึ้นสบตาคมคายที่กำลังจ้องมองเธออยู่เช่นกัน "แล้วเรา... จบกันดี ๆ ได้ไหมคะ ต่างคนต่างอยู่ ให้เอยได้ใช้ชีวิตและทำงานในวงการบันเทิงโดยไม่มีการกลั่นแกล้งใด ๆ จากคุณ"
อรรถพลแค่นยิ้มขบขันในลำคอ ที่แท้เธอก็กลัวว่าเขาจะใช้อิทธิพลในมือ กลั่นแกล้งเธอจนไม่มีที่ซุกหัวในวงการสินะ ถึงได้ยอมก้มหัวขอโทษเขาดี ๆ ศิโรราบให้เขาง่าย ๆ แบบนี้
"จบกันดี ๆ งั้นเหรอ? งั้นคงต้องมาดูว่าเอยจะทำให้ผมพอใจได้มากแค่ไหน" เขาแค่นหัวเราะพลางเชยคางมนของเธอขึ้นมา บังคับให้หญิงสาวต้องสบสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและความหึงหวงอันแรงกล้า
วันนี้เขาจะทบต้นทบดอกเอาคืนเธอที่บังอาจทำให้เขาโมโห สับสนตัวเองจนแทบบ้าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
วันนี้ความอดทนทั้งหมดของเขาจะสิ้นสุดลงเสียที!
"คุณอรรถ..." เอยขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาแฝงนัยมา "เอยต้องทำยังไงคุณถึงจะพอใจคะ"
"เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าต้องทำยังไง" อรรถพลเลื่อนสายตาลงมามองริมฝีปากบางอย่างสื่อความหมาย เอยส่ายหน้าปฏิเสธทันที
"เอยไม่มีวันทำแบบนั้นอีก! เอยมีแฟนแล้วคุณจะทำแบบนี้กับเอยไม่ได้... อีกอย่างคุณไม่กลัวว่าเอยจะหาทางจับคุณหรือไง"
"แผนการตื้น ๆ แบบนั้นมันหลอกผมได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละเอย"
คำพูดรู้ทันของอรรถพลทำให้ร่างของเอยสั่นสะท้าน เขาจับไต๋เรื่องที่เธอแกล้งอ่อยเขาได้แล้วจริงๆ
"..."
"และถึงเอยจะอยากจับผมจริงๆ ผมก็มีวิธีทำให้เอยเชื่องกับผมได้"
"..."
"ถ้าอยากกลับเข้ามาทำงานในวงการโดยไม่ถูกผมค่อยกลั่นแกล้ง... ก็แค่ยอมกลับมาเป็นของเล่นของผมเหมือนเดิม เป็นเด็กดีที่เชื่อฟัง แล้วผมจะประเคนทุกอย่างที่เอยต้องการให้เอง"
เอยส่ายหน้าพัลวัน เธอไม่มีวันยอมทำตามที่เขาบงการเด็ดขาด สิ่งที่เขาต้องการมันไม่ต่างอะไรกับการบังคับให้เธอกลับไปเป็นเมียน้อยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ของเขาเลย!
"ปฏิเสธเพราะคิดจะเล่นตัว? หรือเพราะอยากได้มากกว่านั้น?!" อรรถพลยังคงสาดคำพูดดูถูกเหยียดหยามใส่เธอไม่เปลี่ยน "เธอเดินเกมถูกแล้วเอย รู้ไหมว่าตอนนี้ผมแทบจะคลั่งตายเพราะเอยได้อยู่แล้ว!" มือหนาบีบเข้าที่คางมนแรงขึ้นจนเอยรู้สึกเจ็บแปลบ หญิงสาวกัดฟันอดทนต่อความเจ็บ
"เอยรักผมนี่... ใช้โอกาสนี้ทำให้ผมลุ่มหลงเอยซ้ำ ๆ สิ แล้วเอยอยากได้อะไรผมจะหามาให้เอยทุกอย่าง" เอยมองสบตาอรรถพลด้วยความตัดพ้อและเสียใจอย่างถึงที่สุด
ตอนที่เธอยอมอยู่ข้างกายเขาดี ๆ เป็นเขาเองที่ผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ไยดี ตอนนี้กลับมาสั่งให้เธอเดินกลับเข้ากรงขังเหมือนสัตว์เลี้ยงที่เชื่องต่อเจ้าของ...
ไม่มีทางที่เธอจะกลับไป!
หัวใจของเธอต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดเหล่านั้นมาได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...
"เอยอยากได้อะไร คุณอรรถก็จะให้จริงๆ เหรอคะ?" เอยรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเสียงสั่น
"ใช่ แค่เอยบอกมาว่าต้องการอะไร ผมจะให้เอยทุกอย่าง" อรรถพลย่ามใจ เขารู้ดีว่าเอยรักเขามาก และนี่คือไพ่ตายที่เขาถือเหนือกว่าเธอเสมอ แค่เขาเกลี้ยกล่อมเธอดี ๆ มีหรือที่ผู้หญิงคนนี้จะไม่ยอมศิโรราบกลับมาเป็นของเขาเหมือนเดิม
"เอยต้องการให้คุณอรรถถอนหมั้น... แล้วมาแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับเอยค่ะ" เอยคลี่ยิ้มบางเบา เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอขอเป็นสิ่งที่อรรถพลไม่มีวันให้เธอได้ และการที่เธอแกล้งเรียกร้องสิ่งนี้ มันจะช่วยกระตุ้นให้เขารู้สึกรังเกียจความโลภของเธอจนยอมปล่อยเธอไปเอง
ทว่าคำตอบนั้นกลับจุดชนวนระเบิดในอกของชายหนุ่ม
"ฝันอยู่หรือไงเอย! ผมไม่มีวันยกย่องผู้หญิงอย่างเอยขึ้นมาเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายหรอกนะ!"
เอยยิ้มสมเพชให้กับตัวเองในใจ เมื่อถูกอรรถพลบดขยี้หัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า และก็เป็นเธอเองที่เปิดโอกาสให้เขาเหยียบย่ำมันจนแหลกสลายขนาดนี้ "งั้นเรื่องที่คุณอรรถต้องการ... เอยก็ขอปฏิเสธค่ะ"
"คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าผมแล้วหรือไง ถึงได้กล้าเชิดหน้าปฏิเสธผมแบบนี้!"
"เอยไม่ได้ปฏิเสธคุณเพราะคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า แต่เอยขอปฏิเสธคุณ... เพราะเอยเลือกปอร์เช่! เอยไม่มีวันยอมเป็นแค่เมียลับ ๆ ของคุณหรอกนะคะ"
อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานด้วยสายตาวาวโรจน์ดุดัน ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายกาจลึก เขาโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นบรั่นดีเข้มข้นทำเอาเอยเริ่มใจเสีย "ตอนแรกผมก็คิดว่าจะเกลี้ยกล่อมเอยดี ๆ นะ... แต่ดูเหมือนว่าเอยจะโง่และอวดดีกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ"
"จะทำอะไร... ปล่อยนะ!" เอยพยายามจะก้าวถอยหนี ทว่าเขากลับขยับรุกคืบตามไล่ต้อนเธอจนหมดทางหนี
อ๊ะ!
"อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ!" เอยถูกอรรถพลรั้งเอวบางกอดรัดเธอเอาไว้ได้อีกครั้ง เธอพยายามผลักอกเขาออก แต่มือหนากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวพร้อมกับดันร่างบางเข้ากับผนังห้อง ร่างแกร่งกดเบียดร่างกายกำยำของเขาเข้าหาจนแนบชิดแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน
"ขอร้อง เอยมีปอร์เช่แล้ว และคุณเองก็มีคู่หมั้นแล้ว เราต่างคนต่างก็มีเจ้าของกันหมดแล้ว เรื่องในอดีตเอยขอร้องให้มันจบลงแค่วันนี้เถอะนะคะ"
เหอะ!!
มีเจ้าของ แล้วกูล่ะ!?
"มีเจ้าของงั้นเหรอ?" อรรถพลคำรามถามเสียงต่ำ แววตาที่เคยเย็นชากลับเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะด้วยแรงหึงหวง
"ตอบมาดี ๆ ว่าใครที่เป็นเจ้าของเธอ มัน! หรือฉัน!?"
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
"ระดับนี้แล้ว เอยก็รู้ว่าปอร์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ซัพพอร์ตเก่งที่หนึ่งอีกด้วยนะ""ฮ่า ๆๆ น่ารักที่สุดเลย" เอยหันไปยิ้มตาหยีให้ปอร์เช่อย่างสุขใจหัวใจที่เคยบอบช้ำค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเพราะผู้ชายคนนี้ และเขาก็ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นทุกวันว่า...เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ยอมเปิดใจให้เขาเดินเข้ามา"ขอบคุณ
บทที่9การกลับมาหลายวันต่อมา...ความเงียบที่ดูมาคุเกิดขึ้นภายในห้องทำงานของอรรถพล มันกดดันยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมาเมื่อครามก้าวเข้ามาพร้อมกับรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเอยซึ่งหลังจากที่ส่งคนสะกดรอยตามเอยอย่างใกล้ชิดมาหลายวัน เขาก็ค้นพบความจริงว่าเอยไม่ได้อยู่คอนโดของนะโม"คุณเอยไม่ได้อยู่ที่คอนโดขอ
เอยนิ่งเงียบไป คงมีเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้ามาไม่หยุดหย่อน เนิ่นนานเอยเริ่มสบตากับปอร์เช่อีกครั้งเพราะสำหรับเอยแล้ว... การมีปอร์เช่อยู่ในชีวิต ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะใดก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือเธอสูญเสียปอร์เช่ไปไม่ได้...เปอร์เช่ได้ยินข้อเสนอของเอย เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดหวังหรือน้อยใจออกมาเลยแม้แต่น้อย
หลังจบมื้อเที่ยง ปอร์เช่พาเอยมาเดินเล่นรับลมที่ชายหาด บรรยากาศรอบตัวดูพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวที่บ้างก็ลงเล่นน้ำ บ้างก็เดินทอดน่อง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังคลอไปพร้อมกับสายลมเย็นที่ปะทะใบหน้า ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคนมันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต







