LOGINบทที่27
คืนสถานะ
คอนโดนะโม
ทันทีที่รถหรูจอดสนิท ปอร์เช่ไม่รอช้าที่จะกวาดขาก้าวลงจากรถ ร่างสูงโปร่งสง่ามุ่งหน้าไปยังห้องพักของนะโมด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและคำถาม
เขาไม่รู้เลยว่าการเผชิญหน้ากันครั้งนี้จะจบลงยังไง เอยจะถูกบังคับ หรือเธอจะเต็มใจกลับไปหาอรรถพลอย่างที่มันบอกกับเขา
แม้ลึกๆ เขาจะรู้สึกหวาดกลัวกับคำตอบ แต่ปอร์เช่ก็พยายามบอกตัวเองว่าเขาพร้อมที่จะยอมรับความจริงทุกอย่าง
เขายังเชื่อมั่น... เชื่อว่าเอยต้องมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องเลือกทางเดินนี้ เพราะในโลกของความรัก บางครั้งอารมณ์ก็อยู่เหนือการควบคุม และความรักที่ไร้สติก็มักทำให้คนเราตาบอดจนทำในสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป
ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดราวกับกระแสลมก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดกระหน่ำ ปอร์เช่หยุดยืนหน้าห้องครู่หนึ่งก่อนจะใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปหาเอย
วินาทีที่บานประตูเปิดออก สองสายตาก็ประสานสบกันเข้าอย่างจัง... สายตาของปอร์เช่ที่เต็มไปด้วยความห่วงใยระคนสับสน กลายเป็นเหมือนดาบสองคมที่กรีดหัวใจของเอยจนเป็นแผลเหวอะหวะ
เอยยืนตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มือบางกำลังลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมเตรียมจะก้าวออกจากห้องเพื่อไปหาอรรถพล เธอไม่คิดเลยว่าปอร์เช่จะปรากฏตัวขึ้นได้เวลาขนาดนี้
"ปอร์..." เอยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เห็นแววตาที่สั่นไหวไม่เข้าใจของเขาแล้ว เธอแทบอยากจะโผเข้ากอดเขาและสารภาพความจริงทุกอย่าง
แต่แล้ว... ใบหน้าคมเข้มแสนอำมหิตของอรรถพลก็ผุดขึ้นมาเตือนสติตัวเอง
เธอทำแบบนั้นไม่ได้!
เธอไม่อาจลากปอร์เช่ลงมายุ่งกับเรื่องพวกนี้ด้วยได้ เอยจึงตัดสินใจหยิบหน้ากากนางร้ายที่คุ้นเคยขึ้นมาสวมอีกครั้ง ยอมกลายเป็นคนเลวในสายตาของปอร์เช่ ยังดีกว่าเห็นชีวิตของเขาต้องพังพินาศเพราะเธอ
"หมายความว่ายังไงเอย... เอยกำลังจะไปไหน!?" ปอร์เช่เค้นเสียงถามเข้ม ทั้งที่รู้อยู่เต็มหัวใจว่าเอยกำลังจะไปไหน
เอยจึงเหยียดยิ้มบางเบา พลันปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เย็นชาและเยียบเย็นมากขึ้นจนน่าใจหาย
"เอยคิดว่าปอร์ก็น่าจะรู้แล้วนะว่าเอยจะไปไหน... เอยขอโทษนะปอร์ ...แต่เอยรักคุณอรรถ เอยตัดใจไปจากเขาไม่ได้จริงๆ" เธอพูดพลางหลบสายตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงหัวใจ
"เอยจะกลับไปหาคุณอรรถ ส่วนเรื่องของเรา... เอยขอให้มันจบลงแค่นี้เถอะนะ เอยอยากกลับมาเป็นเพื่อนปอร์เหมือนเดิม... ได้ไหม?"เอยฝืนพูดประโยคจบง่าย ๆที่ทำร้ายทั้งเขาและเธอ
"ยกโทษให้เอยนะ..."
ปอร์เช่ขมวดคิ้วจนเป็นปม ความโกรธตีกันรวนอยู่ในอกแกร่ง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจะเป็นคนแบบนี้
แต่เมื่อมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขากลับเห็นหยาดน้ำตาที่รื้นขอบตาจนแทบกั้นไม่อยู่ ซึ่งมันขัดแย้งกับคำพูดที่ดูใจร้ายของเธอในตอนนี้เหลือเกิน
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
"เอยคิดดีแล้วเหรอ? คุณอรรถกำลังจะหมั้นนะ เอยกลับไปหามันไม่เท่ากับกับเอยยอมเป็นเมียเก็บมันเหรอ" เอยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ปอร์เช่รู้แล้วสินะ ว่าเป็นคุณอรรถ
"ปอร์รู้"
"ไม่มีอะไรที่ปอร์อยากรู้แล้วไม่รู้!" เอยยิ้มเศร้า ใช่สินะ ปอร์เช่เองก็มีอำนาจมากพอๆ กับคุณอรรถ การที่เขาอยากจะรู้อะไรหรือต้องการอะไรสักอย่าง มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
"เอยยอมกลับไปอยู่ในสถานะนั้นเอง ปอร์จะด่าจะว่าเอยก็ได้ แต่เอยรักเขามาก" น้ำเสียงเอยสั่นพร่า
"เอย เอยไม่ควรที่จะลดศักดิ์ศรีตัวเองแบบนี้ รักมันแต่เอยก็ตัดมันได้แล้วนี่ บอกปอร์มาว่ามันบังคับเอยใช่ไหม" เขายังคงปักใจเชื่อว่าคนอย่างเอยไม่มีทางกลับไปหาขุมนรกใบเดิมแน่ถ้าไม่ถูกบีบคั้นจากอรรถพล
ทว่าเอยกลับส่ายหน้าช้าๆ
"เอยขอโทษที่เอยละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพราะว่ารักเขา ไม่มีใครบังคับเอยแต่เอยยอมที่กลับไปเอง ปอร์เข้าใจเอยได้ไหม อีกอย่างเอยขอร้องอย่าไปยุ่งกับคุณอรรถอีก" เอยเงยหน้ามองปอร์เช่ที่ยืนนิ่งงันด้วยความเจ็บปวด เขาส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ
แม้จะพยายามหาเหตุผลมาซัพพอร์ตการตัดสินใจของเธอเพียงใด ในหัวของเขาก็ยังเต็มไปด้วยคำถาม!
และเขาจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และอะไรที่ทำให้เอยยอมอรรถพลได้มากถึงขนาดนี้
ซึ่งเขาเองก็ยังมีไพ่ใบสุดท้าย...
ผู้จัดการคนเก่าของเอยที่ตอนนี้ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาจะต้องตามขุดให้ถึงรากเหง้าว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้นางร้ายแถวหน้าอย่างเอยต้องตกอับเพียงชั่วข้ามคืน จนยอมลดตัวไปเป็นเด็กเลี้ยงของอรรถพลแบบนี้!
"โอเค... ไม่เป็นไรเอย" ปอร์เช่ผ่อนลมหายใจยาว "ไม่ว่าเอยจะตัดสินใจยังไง ปอร์จะอยู่ข้างเอยเสมอ... ในฐานะเพื่อน"
คำว่าเพื่อนมันช่างขมในความรู้สึก แต่มันคือทางเดียวที่จะทำให้เขาไม่สูญเสียเธอไป
"แล้วนี่... จะกลับไปอยู่กับมันเลยเหรอ?"
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







