แพ้รักคนใจร้าย

แพ้รักคนใจร้าย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-09-21
โดย:  วารินทร์ทิพย์ยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
86บท
2.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เรายังจะต้องคุยอะไรกันอีก...แค่ฉันบอกว่าเจ็บ นายยังไม่ฟังเลย

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

'I offered myself to the devil to pay off a debt.'

The moment the black car pulled up outside my apartment, I knew my life was no longer mine.

My palms were damp. My throat was dry, but I didn’t hesitate. I opened the door and stepped in, trading freedom for survival.

The man waiting for me inside didn’t smile.

I could see him from inside his car, looking so unbothered.

I almost peed my pants as I walked towards the car.

His name is Milo Petrov.

The name was enough to make grown men piss themselves. He ruled the Russian underworld with an iron fist and a mind colder than Siberian winters.

Milo Petrov was the last person I thought I'd get entangled with.

He was ruthless, merciless, even to his own son. He is everything the devil was.

Now, his eyes devoured me.

His stare was cold, sharp and unapologetic.

“You're Emilie,” he said, his voice low like a purr that could turn into a growl at any moment.

I nodded. “Yes.”

“You're younger than I expected.”

“I turned nineteen last month.”

Milo’s gaze lingered on me. Not in the way boys looked at girls. No. This was the way a wolf sizes up the deer it just cornered. His silence stretched, curling around me like smoke, it was suffocating.

“Your father owed me half a million euros,” he said, lounging back like a king on a throne. “Instead, he offered his daughter. Interesting.”

I swallowed hard. “I agreed.”

He tilted his head, studying me with mild amusement. “Brave. Or stupid. I haven’t decided yet.” He suggested I come inside the car with a nod.

I sat stiffly across from him, gripping the hem of my coat, determined not to tremble. “I came here to settle the debt. I’ll do what’s required of me.”

A cruel smile flickered on his lips. “You have no idea what that means.”

No, I didn’t. But I had no choice. My father’s drunken gambling had left our lives hanging by a thread. If Milo hadn’t accepted me, he would’ve taken everything else.

His gaze dropped to my legs, bare beneath my short black dress. “Did your father dress you like that, or did you want to impress me?”

“I dressed myself,” I said, voice steady, though my skin burned.

He leaned forward, slowly, like a predator approaching a trembling fawn. His fingers brushed my chin, tilting my face up so our eyes locked.

“You will live in my penthouse. Eat what I give you. Wear what I choose. Speak only when I allow it. You will only obey me.”

I blinked, refusing to look away.

“And if I refuse?” I asked.

His smile vanished. “You won’t.”

The car sped through the city, tinted windows sealing me in a world far from anything I’d known. By the time we reached his skyscraper, my pulse was a steady roar in my ears.

We stepped into a private elevator. Alone with him, I was painfully aware of every inch of space between us. He didn’t touch me…. Not yet, he didn’t need to.

His presence alone consumed everything.

When the elevator doors opened, I stepped into a world of marble and gold. The penthouse was sleek, modern, and cold, just like him.

“Boris will watch over you. Lydia will help you settle in,” Milo said, already turning away.

I should have let him leave. I should have kept my mouth shut. But something reckless stirred inside me.

“I thought I was here to belong to you.”

He stopped.

Turned.

Walked back toward me like a storm ready to break.

“You are mine,” he said, voice dark with promise. “But I decide when I’ll take what’s mine.”

The air left my lungs as he backed me against the wall, his hand braced beside my head. His mouth was inches from mine, his breath warm, and intoxicating.

“I don’t take virgins gently. Emilie.” hearing how smoothly he called my name made shivers run down my spine.

My heart stuttered. “How do you know I’m…?”

His fingers brushed the side of my neck. “I always know.”

I should have been scared. And I was. But not of him hurting me.

I was scared of how badly I wanted him to.

What the fuck is this bizarre feelings?.

Why am I oddly attracted to him?.

I must be out of my mind.

He pulled away, as if sensing the war inside me.

“Rest. Tomorrow, we’ll go over the rules. And Emilie,” he added, pausing at the door, “if you try to run, I won’t kill you. I’ll kill him.”

My father. He would kill my father if I try to run.

The door shut with a soft click, but the echo of his threat rang louder than any scream.

My father was the cause of everything. If he hasn't sqandered our money, sold our properties and took a loan, all these would have been averted.

But no. He choose to be a pain in the ass.

I stood in front of the mirror later that night, still wearing the black dress I’d chosen so carefully. I thought I looked confident when I left home. Now I looked like a lamb in a butcher’s shop, ready to be sliced.

My fingers grazed the silk bedsheets, the chandelier above the bed glinting like a crown. This room was fit for a queen.

But I wasn’t a queen. I was a debt.

And tomorrow, the devil would begin collecting.

As I sank into the bed, I didn’t cry.

I thought about Andrew, his soft smile, the gentle way he held my hand when we were younger. He used to whisper that he’d protect me. That he’d marry me someday.

He didn’t know I now belonged to his father.

And if he ever found out, it would destroy him.

I closed my eyes. The silk pillow was cool ag

ainst my cheek, but my skin still burned from Milo’s gaze.

And even though I should’ve hated him, I didn’t.

Not yet. I guess.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

วารินทร์ทิพย์
วารินทร์ทิพย์
...️...️...️...️...️...️...️...️...️...️...️...️...️
2025-09-25 18:27:54
0
0
86
บทแรก
บทที่ 1. ปัญหาเห้อ......มิรินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินตามหลังเพื่อน ๆ ออกไปที่โรงจอดรถ เธอยืนมองเฌอเบลล์ที่กำลังขึ้นรถมาร์ตินด้วยแววตาเศร้า ทั้งที่มันควรจะเป็นภาพที่คุ้นชิน แต่พอรู้ว่าเฌอเบลล์รู้สึกยังไงกับมาร์ติน ก็อดจะเสียใจไม่ได้ มิรินยังคงจ้องมองทั้งสอง ก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้สึกถึงการถูกจ้องมอง และหันมาที่รถของเธอเช่นเดียวกัน มิรินรีบเปิดประตูเข้าไปในรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองทันที เพราะกลัวว่ามาร์ตินจะรู้ว่าเธอแอบมองอยู่รองเท้าส้นสูงขนาดสองนิ้วเหยียบลงที่คันเร่งรถด้วยความเร็วสูงโดยไม่สนใจสายตาเพื่อน ๆ ที่มองตาม"ยัยริน รีบไปไหนอะ ทำไมต้องขับรถเร็วขนาดนั้น""นัดเด็กไว้เปล่า เห็นมีเด็กปีสองมาวอแว"เจเลอร์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีหยอกล้อ ต่างจากอีกคนที่เอ่ยแทรกขึ้นมาทันที" มิรินไม่ใช่คนแบบนั้น"น้ำเสียงนิ่งเรียบโดยมาร์ตินดังขึ้น ก่อนที่จะขับรถออกไปด้วยความเร็วไม่ต่างกันภายในห้องนอนสีขาวสะอาดตา ตกแต่งแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง มีร่างสวยในชุดนอนสีหวานเดินวนไปวนมาด้วยท่าทางร้อนรน เรียวปากเล็กก็บ่นพึมพำราวกับนางเอกกำลังท่องบทละครหลังข่าว“ฉันขอโทษนะ จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้คิดอย่
อ่านเพิ่มเติม
บทสอง
บทที่ 2. คาร์น เควินคาร์นมิริน... ตื่นมาในช่วงสายของวัน เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อน ดวงตาที่บวมแดงดูก็รู้ว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก มิรินนั่งคิดอยู่สักพักว่าเธอควรจะไปมหา’ลัยยังไงไม่ให้เพื่อน ๆ สงสัยว่าที่บ้านของเธอกำลังเจอกับปัญหาอะไรในขณะเดียวกันเพื่อน ๆ ก็อดที่จะเป็นห่วงเธอไม่ได้"ทำไมวันนี้ยัยรินไม่มาอะ ปกติไม่เคยขาดของอาจารย์ธีระนะ มีอะไรรึเปล่าอะ"นานะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าวันนี้ เพื่อนสนิทของเธอไม่ยอมมาเรียน"คงติดธุระมั้ง"ไวน์เอ่ยขึ้นก่อนจะยกมือทักทาย เจเลอร์และมาร์ตินที่กำลังเดินเข้ามา"หรือว่า จะเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานที่เธอปรึกษาอะ ยัยเบลล์"นานะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ทำเอาทุกคนขมวดคิ้วยุ่งทันที ก่อนที่เจเลอร์และมาร์ติน จะเดินมาถึงโต๊ะหินอ่อน"งั้นเราก็โทรไปถามยัยรินเลยดี""มีไร"มาร์ตินเอ่ยถามขึ้นทันที เมื่อได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทอีกคน"ก็วันนี้น่ะสิติน ยัยรินไม่มาเรียนอะ ปกติไม่เคยขาดวิชาอาจารย์ธีระนะ"เฌอเบลล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเพื่อน ก่อนจะจ้องมองท่าทีของเพื่อนสนิทอย่างมาร์ติน"ก็โทรไปถามดิ เบอร์ก็มี"มาร์ตินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก
อ่านเพิ่มเติม
บทสาม
บทที่ 3. คำถามซึ่งไร้คำตอบทรงยศเอ่ยขี้น ก่อนจะดึงร่างลูกสาวออกห่าง แต่มิรินกลับสวมกอดผู้เป็นพ่อไว้แน่นกว่าเดิม ส่งผลให้เศษแจกันบาดเข้าบริเวณแขนของเธอ"ถ้าพ่อตายรินจะอยู่ยังไง อย่าทิ้งรินไปอีกคนเลยนะคะ รินไม่เหลือใครแล้ว"มิรินค่อย ๆ ทรุดตัวลงที่พื้น ท่ามกลางหยาดเลือดของตัวเอง ลมหายใจค่อย ๆ อ่อนลง ๆ ก่อนที่เธอจะเป็นลมหมดสติไป ทรงยศค่อย ๆ ทิ้งเศษแจกันในมือลง ก่อนจะสวมกอดลูกสาวไว้แน่น เขาไม่น่าเห็นแก่ตัว สิ้นคิด ทำอะไรไม่คิดถึงลูกเลย"พ่อขอโทษริน เจ็บมากไหมลูก เจ็บมากไหม"ทรงยศเข้าไปพยุงลูกสาวด้วยท่าทีสติแตก ก่อนจะอุ้มร่างลูกสาวไปที่โซฟาอย่างทุลักทุเลปัก! อ๊ะ! เศษแจกันปักเข้าที่เท้าของผู้เป็นพ่อ ก่อนที่เขาจะดึงมันออก แล้วคลานไปหยิบกล่องยา เพื่อมาทำแผลให้ให้ลูกสาว แม้ว่าหยาดเลือดบริเวณฝ่าเท้าของตัวเองนั้นจะไหลออกมาไม่หยุดก็ตาม ทรงยศจัดการล้างแผลให้ลูกสาวพร้อมหยดน้ำตา และพรั่งพรูคำว่าขอโทษออกมาไม่หยุด หลังจากที่จัดการทำแผลให้ลูกสาวคนเล็กเรียบร้อย จึงจัดการทำแผลให้ตัวเอง และเก็บกวาดเศษกระจกจำนวนมาก เพราะกลัวว่ามิรินจะเผลอเหยียบ และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นเวลาหลายชั่วโมง ที่หญิงสาวหมดส
อ่านเพิ่มเติม
บทสี่
บทที่ 4.ภาพบาดตามิรินเอ่ยถามเพื่อนสนิทของเธอเหมือนทุกครั้ง ก่อนที่เฌอเบลล์จะสวมกอดแขนของเธอ"โอ๊ย!"มิรินเอ่ยร้องขึ้น เมื่อเฌอเบลล์บีบเข้าที่แผลของเธออย่างตั้งใจ"ริน ฉันขอโทษนะ ฉันลืมตัวอะ""ริน มีเลือดออกด้วยอะ ไปห้องพยาบาลก่อนไหม"นานะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเลือดของเธอไหลออกมาเป็นจำนวนมาก มาร์ตินยังคงจับจ้องไปที่มิรินด้วยสายตาดุดันไม่ต่างจากเดิม"เหอะ!" เสียงเจเลอร์เอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เมื่อเห็นว่ามาร์ตินยังคงยืนมองนิ่ง เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนมาร์ตินคงอุ้มเธอไปที่ห้องพยาบาล"ไม่เป็นไรนานะ เรามีเอาอุปกรณ์ทำแผลมา"มิรินค่อย ๆ หยิบ ๆ ยาล้างแผลและผ้าก็อซออกมาทำความสะอาดบาดแผลด้วยตัวเอง"ฉันช่วยไหมจะได้ไวขึ้น “ไม่เป็นไร ฉันทำเองดีกว่าเดี๋ยวมือเธอเหม็น""ฉันขอโทษจริง ๆ นะยัยริน ฉันไม่ได้ตั้งใจ แล้วแบบนี้ใครจะเป็นคนไปซื้อข้าวให้ฉันล่ะ""เธอยังมีอารมณ์จะกินข้าวอยู่เหรอยัยเบลล์ มิรินเจ็บอยู่นะ"นานะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เมื่อเฌอเบลล์งอแงจะกินข้าวอย่างเดียว"เบลล์จะกินอะไรล่ะ เดี๋ยวเราไปซื้อให้"" จริงนะ งือ ตินน่ารักที่สุดเลย ขอบคุณนะ”คำพูดของชายหนุ่มที่เปล่งอ
อ่านเพิ่มเติม
บทห้า
บทที่ 5. ไม่สำคัญมิรินเดินย่างกรายเข้ามาในห้องเรียน เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบค่อย ๆ หมุน มิรินทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทันที"โอ๊ย เจ็บชะมัด!"มิรินสบถขึ้นด้วยความเจ็บปวด เมื่อเธอเผลอทิ้งน้ำหนัก แรงเกินไปมิรินซุกใบหน้าเข้าหาโต๊ะทันที ก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด ทว่าเธอกลับรู้สึกถึงการถูกจ้องมอง ดวงตาสีนิลค่อย ๆ ปรับโฟกัส ก่อนจะเห็นเด็กรุ่นน้องปีสองที่ตามวอแวเธอหลายอาทิตย์ก่อน จ้องมองเธอโดยใบหน้าห่างกันแค่คืบ" นี่ นาย!" มิรินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ"ผมเห็นว่าพี่หลับอยู่เลยไม่อยากรบกวน เลยเอาเสื้อคลุมมาให้"มิรินก้มมองเสื้อแจ็กเกตยีนส์ตัวโคร่งที่คลุมร่างของเธอแทบมิด"ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง"มิรินเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสดใสก่อนจะส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม “เอ่อ! ขอโทษนะครับ” เปเปอร์ค่อย ๆ หยิบเจลลดไข้ออกมาจากกระเป๋าและติดลงบนหน้าผากของเธอ"พอดีตอนเดินสวนกันพี่ตัวร้อนมาก ผมเลยแวะซื้อเจลลดไข้มาแปะไว้น่ะครับ"มิรินส่งยิ้มให้รุ่นน้อง ก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะอีกครั้งและผล็อยหลับไปในที่สุดเจเลอร์ที่ยืนมองอยู่จึงกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะนึกถึงคำพูดของมาร์ติน เมื่อตอนที่มาร์ตินนั้นจะสารภาพรักกับมิริน แต่กลับได
อ่านเพิ่มเติม
บทหก
บทที่ 6. ไม่ฟัง มาร์ตินเอ่ยขึ้นก่อนจะมองตามร่างหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกไป ตั้งแต่วันนั้นมิรินก็ไม่เคยพูดจากับเขาอีกเลย เขาต้องการคุยกับเธอให้รู้เรื่อง แต่เหมือนเฌอเบลล์จะคอยขัดจังหวะอยู่ตลอด เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำ มิรินได้รับข้อความจากมาร์ตินว่าให้มาในช่วงห้าโมงเย็น เธอกดออดหน้าห้องชายหนุ่ม ก่อนที่มาร์ตินจะเดินออกมาเปิดประตู มิรินค่อย ๆ เดินย่างกรายเข้าไปในห้อง ก่อนจะเห็นขวดเหล้าจำนวนมากวางอยู่ "เพื่อนล่ะ" มิรินแสร้งถามออกไปเมื่อเห็นว่าไม่มีเพื่อนคนไหนมาเลยสักคน "ยังไม่ถึง" มาร์ตินตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเตรียมทุกอย่างรอเพื่อน "เบลล์ต้องดีใจมาก แน่ ๆ ที่นายเตรียมทุกอย่างเพื่อรอเธอแบบนี้" "เธอคิดงั้นเหรอ" "อื้ม.." มิรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและซ่อนน้ำตาไว้ภายใต้รอยยิ้ม "ช่วงนี้เธอเป็นอะไร หลบหน้าฉันทำไม" "มาร์ติน..." มิรินเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทขึ้น เมื่ออยู่ ๆ ชายหนุ่มก็พุ่งเข้ามาหาเธอ ทำให้แผ่นหลังเธอชนกับผนังห้อง "ถอยไปนะ" มิรินยังคงเอ่ยห้ามเอ่ยชายหนุ่มเริ่มเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้พวงแก้มของเธอ "ไม่ได้เป็นอะไร แค่เห็นว่านายคุยกับเบลล์อยู่ ฉันเลยไม่อยากแทร
อ่านเพิ่มเติม
บทเจ็ด
บทที่ 7. ลาจาก"ทำไมตินไม่ใส่เสื้อ ร้อนเหรอ"มิรินซ่อนเรียวแขนไว้ข้างหลังทันที เมื่อเห็นว่าเฌอเบลล์พยายามจ้องมองมาที่เธอ"ทำไมยัยรินมาถึงไวจัง ทั้งที่บ้านไกลจากที่นี่มาก"นานะเอ่ยขึ้น ก่อนจะจ้องมองเฌอเบลล์และมิรินสลับกัน"ฉันกลัวรถติดอะ เลยแวะรับเจมาด้วย เนอะ! เรามาถึงพร้อมกัน ตั้งแต่แรกเลยนะ"มิรินพยายามอธิบายให้เพื่อนเข้าใจทว่ากลับยิ่งอธิบายมากเท่าไหร่กลับแย่ลง"เธอนี่ก็ขี้เสือกดีเหมือนกันเนอะ"ไวน์เอ่ยขึ้น ก่อนจะปาลูกบอลไปที่หัวหญิงสาว"มิริน""อ๊ะ! อาว่าไงติน"มิรินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจทันที ที่ชายหนุ่มเรียกชื่อ"แล้วทำไมแกต้องสะดุ้งขนาดนั้นวะยัยริน ทำราวกับไอ้ตินมันเป็นผี"ไวน์เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นท่าทีหวาดกลัวของเพื่อนสนิท"ติน มีอะไรรึเปล่า ให้เบลล์ช่วยไหม""ไม่เป็นไร เบลล์มาเหนื่อย ๆ นั่งเถอะ""โอ๊ย! ความเป็นห่วงกันนั้น จะคลั่งรักไปไหนคะ พ่อคูนนน!!!"นานะแสร้งเอ่ยแซวทั้งคู่ขึ้น ก่อนที่เฌอเบลล์จะแสดงความเขินอายของมาอย่างเห็นได้ชัด"ฉันอยากนั่งใกล้เจอะ นายขยับไปหน่อยได้ไหม "มิรินเอ่ยขึ้น ก่อนจะนั่งแทรกกลางระหว่างไวน์และเจเลอร์ โดยมีสายตาของมาร์ตินจับจ้องมองอยู
อ่านเพิ่มเติม
บทแปด
บทที่ 8. การหายไปของมิรินมิรินเอ่ย ก่อนจะลุกขึ้น และเดินไปที่ห้องน้ำหญิงทันที เสื้อนักศึกษา ค่อย ๆ ถูกปลดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่องรอยความบอบช้ำที่บริเวณหน้าอกขวาลามมาถึงหัวไหล่ของเธอมิรินลูบไล้เบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำและเห็นภาพบาดตาที่มาร์ตินนั้นกำลังทายาให้เฌอเบลล์อยู่"อ้าว รินมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่เดินเข้าไป"ไวน์เอ่ยถามเพื่อนสนิทขึ้น ก่อนที่เฌอเบลล์และมาร์ตินจะค่อย ๆ หันมาที่เธอรวมถึงนานะและเจเลอร์ที่นั่งอยู่"ไปกัน""โอ๊ย!"ไวน์กอดเข้าที่คอหญิงสาวเหมือนปกติ แต่ว่าครั้งนี้ มิรินกลับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เพื่อนทุกคนจะวิ่งเข้ามาหา"ริน เป็นอะไร ฉันขอโทษ"ไวน์เอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะเห็นร่องรอยแดงเถือกที่โผล่พ้นเสื้อนักศึกษาของหญิงสาว"มิริน!" ไวน์เอ่ยเรียกชื่อมิริน ก่อนจะพยุงเธอไปนั่ง และค่อย ๆ ปลดกระดุมนักศึกษาของเธอออกหนึ่งเม็ด เผยให้เห็น ร่องรอยแดงเขียวของการถูกบอลอัด"ยัยริน เธอเป็นหนักกว่ายัยเบลล์อีกนะ ไปหาหมอไหม"มาร์ตินจ้องใบหน้าหญิงสาวด้วยแววตาเรียบนิ่ง"เป็นขนาดนี้ทำไมไม่บอกวะ ถ้าไหล่หลุดขึ้นมาจะทำยังไง มานี่"มาร์ตินบีบแขนหญิงสาว
อ่านเพิ่มเติม
บทเก้า
บทที่ 8. การหายไปของมิรินมิรินเอ่ย ก่อนจะลุกขึ้น และเดินไปที่ห้องน้ำหญิงทันที เสื้อนักศึกษา ค่อย ๆ ถูกปลดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่องรอยความบอบช้ำที่บริเวณหน้าอกขวาลามมาถึงหัวไหล่ของเธอมิรินลูบไล้เบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำและเห็นภาพบาดตาที่มาร์ตินนั้นกำลังทายาให้เฌอเบลล์อยู่"อ้าว รินมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่เดินเข้าไป"ไวน์เอ่ยถามเพื่อนสนิทขึ้น ก่อนที่เฌอเบลล์และมาร์ตินจะค่อย ๆ หันมาที่เธอรวมถึงนานะและเจเลอร์ที่นั่งอยู่"ไปกัน""โอ๊ย!"ไวน์กอดเข้าที่คอหญิงสาวเหมือนปกติ แต่ว่าครั้งนี้ มิรินกลับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เพื่อนทุกคนจะวิ่งเข้ามาหา"ริน เป็นอะไร ฉันขอโทษ"ไวน์เอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะเห็นร่องรอยแดงเถือกที่โผล่พ้นเสื้อนักศึกษาของหญิงสาว"มิริน!" ไวน์เอ่ยเรียกชื่อมิริน ก่อนจะพยุงเธอไปนั่ง และค่อย ๆ ปลดกระดุมนักศึกษาของเธอออกหนึ่งเม็ด เผยให้เห็น ร่องรอยแดงเขียวของการถูกบอลอัด"ยัยริน เธอเป็นหนักกว่ายัยเบลล์อีกนะ ไปหาหมอไหม"มาร์ตินจ้องใบหน้าหญิงสาวด้วยแววตาเรียบนิ่ง"เป็นขนาดนี้ทำไมไม่บอกวะ ถ้าไหล่หลุดขึ้นมาจะทำยังไง มานี่"มาร์ตินบีบแขนหญิงสาว
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status