เข้าสู่ระบบแต่ใจข้านั้นมีเพียงเจ้า
เวลาผ่านไปได้เพียงสามปี ก็เป็นวันครบรอบวันเกิดของคุณหนูน้อยแห่งตระกูลซิน ‘ซินซีซวน’ ผู้คนภายในงานต่างครื้นเครง เสียงบรรเลงเพลงดังไม่ขาดสาย ส่วนหนูน้อยเจ้าของงานนั้นกลับวิ่งเล่นไปทั่วจวนอย่างสนุกสนาน
ความปราดเปรียวของนางแม้แต่สาวใช้ยังเอาไม่อยู่
ในตอนที่เด็กสาวกำลังจะปีนขึ้นภูผาจำลองนั้น สองเท้าน้อย ๆ กลับก้าวพลาดจนเกือบร่วงหล่น แต่เป็นโชคดีของนางที่มีบุรุษหนุ่มมารับไว้ทันซีซวนน้อยเงยหน้ามองชายที่โอบกอดตน บ่าวรับใช้ที่มองเห็นคุณหนูตนอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษรูปงามที่แสนคุ้นเคยก็เกิดความรู้สึกอันหลากหลาย ท่านชายผู้นี้หากได้ยินว่าฮูหยินมีอาการผิดแปลกไป ภายในวันนั้นเขาจะปรากฏขึ้นมาทันที ราวกับผีสาง
"เจ้าเด็กน้อยช่างซนยิ่งนัก” ซีห่าวเอ่ยเสียงเข้ม เพียงแค่ปรายตามองแก้วตาดวงใจของพี่สาวเขาเท่านั้น แต่แววตานั้นหาได้มีความรักใคร่เอ็นดูไม่ กลับเป็นเพียงแววตาที่ดำสนิท เสียจนแม้แต่ท้องนภายามค่ำคืนก็มิอาจสู้ไหว
หากแต่ว่าเด็กสาวเพียงแค่จ้องใบหน้าที่แสนคมเข้มและมองเลยไปทางข้างหลัง ก่อนจะพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนแกร่ง หลังจากนั้นจึงวิ่งไปยังหญิงสาวที่งามสง่าแต่กลับดูบอบบาง จนแม้แต่สายลมวสันต์ก็ยังทำร้ายร่างกายนางได้
“ซีเอ๋อร์ไยไม่ขอบคุณท่านน้าของเจ้าเล่า” เป็นซิงเยียนที่เข้ามา นางมองลูกสาวตนด้วยแววตารักใคร่ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่เพียงแค่สงบนิ่ง
“ซีห่าวเจ้ามาในวันนี้ได้ แสดงว่าการสงครามไม่ยุ่งยากเสียแล้วกระมัง” ซิงเยียนกลืนความรู้สึกอึดอัดจากสายตาของอีกฝ่ายลงไปในลำคอเรียวระหง พลางอุ้มเจ้าลิงน้อยแสนซนเดินไปยังเขา
ชายหนุ่มเพียงแค่แค่นยิ้ม ก่อนจะหยิบกล่องไม้สีเข้มออกมา “ร่างกายของเจ้ายังไม่หายดี ข้าจึงนำโอสถชั้นเลิศที่เจอระหว่างทำศึกมาให้กับเจ้า”
ซิงเยียนกลืนน้ำลายอีกครา พลางมองสิ่งของที่อยู่ในมือชายหนุ่ม พร้อมทั้งพยายามปั้นน้ำเสียงให้ดูสบายใจมากที่สุด นางเองก็มิรู้ว่าเหตุใดตนถึงต้องระมัดระวังท่าทีเช่นนี้ เพียงแต่นางต้องให้เกียรติฟูจวินของนางเท่านั้น
“วันนี้เป็นวันเกิดของซีเอ๋อร์ ของขวัญชิ้นนี้ควรเป็นของซีเอ๋อร์เสียมากกว่ากระมัง” ซิงเยียนแย้มยิ้มอ่อนโยน พลางส่งสายตาให้สาวใช้เข้ามารับของ “แต่ขอบใจเจ้าที่ยังคิดถึงเจี่ยเจียคนนี้อยู่ เราเข้าไปข้างในกันดีกว่านะ”
ซีห่าวแค่นยิ้มอีกครั้ง มองแผ่นหลังอันบอบบางของหญิงสาวที่เดินเข้าไปภายใน พลันหัวใจรู้สึกดำมืด
เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันเกิดวัยห้าขวบของซีซวน วันนี้ก็ดั่งเช่นทุกปีที่คึกคัก
คุณหนูน้อยสกุลซินวิ่งหลบหลีกบรรดาสาวใช้ที่หมายจะพานางไปแต่งกาย บังเอิญได้มาเห็นแผ่นหลังที่แสนคุ้นเคย เขาผู้นี้มักมาพร้อมโอสถสำหรับมารดาตนเสมอ ไม่มีของขวัญอะไรมอบให้กับนางนอกจากเพียงคำพูดที่พอได้ฟังแล้วต้องรู้สึกตงิดในใจ ถึงแม้เจ้าตัวจะเด็กนัก แต่ความเฉลียวฉลาดของนางก็เป็นที่ประจักษ์ของซือฝูนางทั้งหลาย
ในตอนที่นางกำลังตัดสินใจไปทวงของขวัญจากชายหนุ่ม นัยน์ตากลมโตสุกสกาวบังเอิญเห็นร่างของมารดาตนที่มีสีหน้าดำมืด หัวคิ้วทั้งสองขมวดกันจนเกือบเป็นปม ในความทรงจำของเด็กสาว ใบหน้าเช่นนี้หาได้เกิดขึ้นไม่ หนูน้อยซีซวนที่เกิดความรู้สึกอึมครึมรีบก้าวย่างไปหาพวกเขาทันที
“ข้าไม่ใช่ตี้ตีของเจ้าซิงเยียน! ไม่ว่าจะคราใดข้าไม่เคยมองเจ้าเป็นพี่สาวของข้า! พ่อของเจ้าแค่สงสารข้า ดังนั้นเจ้าอย่าได้ริอ่านมีความคิดเหมือนพ่อของเจ้า!” ซีห่าวกล่าวเสียงกร้าว นั่นยิ่งทำให้ซีซวนรีบวิ่งเข้าไปใกล้โดยฉับพลัน
แต่ยังไม่ทันที่หนูน้อยจะไปถึง บุรุษในชุดเกราะก็หมุนตัวกลับมา ทั้งสองประสานสายตากัน ความเย็นเยียบลุกลามไปทั่วตัวเด็กสาว ซีห่าวเดินมาทางนางช้า ๆ พลางเอ่ยเสียงเจือแววสมเพช
“เสี่ยวไหจื่อช่างมีนิสัยไม่ดีเสียจริง” ซีห่าวกล่าวพลางแค่นหัวเราะ ในมือของเขายังคงถือจดหมายที่ได้รับจากซิงเยียน “ช่างไม่แตกต่างจากบิดาของเจ้า”
“ท่านน้า!อย่าได้กล่าวหาท่านพ่อของข้านะ!” แม้ซีซวนจะไม่เข้าใจในความหมายที่แท้จริงของคำพูดเหล่านี้ แต่ไหนเลยนางจะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาด่าทอบิดาตน
เพียงแต่ซีห่าวแค่ระบายยิ้มเหยียดเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง
หลังจากวันนั้นชายหนุ่มมารยาททรามผู้นี้ก็ไม่ปรากฏตัวที่จวนสกุลซินอีกเลย มีเพียงแต่กล่องไม้เรียบ ๆ สีเข้มที่ยังคงถูกส่งมายังจวน เป็นของขวัญที่มอบให้แก่ซิงเยียนเท่านั้น
จนกระทั่งเข้าสู่วันเกิดปีที่เจ็ดของซีซวน
ท่ามกลางเสียงบรรเลงเพลงและเสียงพูดคุยดังอื้ออึง คุณหนูน้อยซีซวนก็เพลิดเพลินกับเหล่าขนมที่ถูกส่งมาเพื่อเอาใจนาง ทำไมนางจะไม่รู้ว่าของจากพวกคนเหล่านี้ มีไว้เพื่อต้องการกระซับไมตรีกับบิดาเท่านั้น ทั้งหวังจะได้ร่วมกิจการ และหวังจะส่งเหล่าแม่นางที่ทำท่าเหนียงอายมาเป็นอนุของบิดาตน
ถึงแม้ว่าซิงอีจะไม่มีท่าทีสนใจ แต่ไฉนเลยเหล่าบรรดาเฒ่าเจ้าเล่ห์จะไม่ยอมรามือ หนึ่งในพ่อค้าหัวใสกระแอมไอเสียงดัง จนทำให้เสียงบรรเลงพิณต้องดับลง
“จะเป็นกระไรหรือไม่ถ้าข้าจะให้ลูกสาวของข้าได้บรรเลงเพลง นางนั้นทุ่มทุนซ้อมบทเพลงใหม่ เพื่อที่จะได้ให้คุณหนูน้อยได้เพลิดเพลินกับเสียงอันไพเราะ” ตาเฒ่าเอ่ยพลางแย้มยิ้มหน่อย ๆ เหล่าคนที่มีจุดประสงค์เดียวกันต่างพากันฟึดฟัด
ซิงอีเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ เท่านั้น ก่อนจะผายมือไปยังเครื่องดนตรีที่ตั้งอยู่ไม่ไกล “ให้ข้าได้ชื่นชมฝีมือของแม่นางหน่อยเถิด”
ซีซวนมุ้ยปากพลางสะกิดแขนมารดาตน นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาจะต้องอ่อนโอนด้วย เพียงแต่ซิงเยียนแค่หันมาปรามแม่หนูน้อยทางสายตาเท่านั้น ก่อนจะเผยยิ้มใสกระจ่าง ที่ใครได้มองก็ต้องหวั่นไหว
เสียงพิณบรรเลงขึ้นอย่างอ้อยอิ่งและอ่อนหวาน พาลพาให้ผู้คนที่ได้ฟังต่างลุ่มหลง ดวงหน้าเล็กที่ระบายยิ้มหวาน ช้อนตามองซิงอีที่เพียงแค่หยอกเย้าฮูหยินตนเท่านั้น แม้ในใจหญิงสาวจะระอุด้วยไฟริษยา แต่นางก็ทำได้เพียงบรรเลงพิณ เพื่อแสดงความสามารถ อย่างน้อยก็เพื่อจุดประสงค์ที่มีในใจ
หญิงสาวรู้มาแค่เพียงว่าฮูหยินสกุลซินผู้นี้ เป็นหญิงที่ไม่มีความสามารถดุจหญิง อีกทั้งความอ่อนหวานก็ยังสู้ตนไม่ได้แต่เพียงน้อย แต่ถึงอย่างงั้นนายท่านสกุลซินกลับไม่เหลียวแลตนเลยแม้แต่หางตา นั่นยิ่งทำให้นางแทบอยากจัดการให้คนตรงหน้าต้องรู้สึกอับอาย
จนเมื่อเสียงพิณสิ้นสุดลง เสียงปรบมือก็ดังขึ้นท่วมท้น หญิงสาวค้อมตัวเพียงเล็กน้อย ก่อนจะยกชายแขนเสื้อสีชมพูอ่อนขึ้นปิดริมฝีปากที่ระบายยิ้มอ่อนหวาน
“ช่างเป็นผู้ที่มีความสามารถยิ่งนัก” ซิงอีเอ่ยพร้อมทั้งปรบมือหน่อย ๆ ไม่ทันที่ผู้เฒ่าคนนั้นจะได้เปิดโอกาสในการสานสัมพันธ์
หนูน้อยเจ้าของวันเกิดก็ย่างกรายลงไปตรงกลาง
เธอระบายยิ้มกว้างและดวงหน้ากลมนุ่มที่แลดูไร้เดียงสา เรียกเสียงชื่นชมไม่ขาดสาย “ข้าขออภัยท่านทั้งหลาย ที่มาขัดจังหวะแห่งความหรรษา”ซีห่าวหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นเมื่อไป๋หลิ่งหงรายงานถึงสิ่งที่ได้รับรู้ เมื่อวานนางลักลอบหนีออกจากจวน เพื่อไปกระทำสิ่งนี้เองหรือ ยิ่งคิดซีห่าวยิ่งเผยรอยยิ้มร้าย เขาส่ายศีรษะเพียงเล็กน้อย ท่าทางที่แลดูสบายใจเช่นนี้เล่นเอาจิตใจของไป๋หลิ่งหงแทบดิ่งออกจากอก“นางอยากให้ข้ากลายเป็นคนเถื่อนเช่นนั้นรึ!” ซีห่าวเอ่ยขึ้นในที่สุด เขานึกขันนักที่คนเช่นนางกล้าคิดวางแผนต่ำช้าเช่นนี้ได้เป็นโชคดีของชายหนุ่มที่ได้ส่งคนไปสอดส่องถึงในโรงเตี้ยม แต่เดิมเขาตั้งใจไว้ว่าจะปล่อยวางเรื่องของนาง หญิงสาวอยากทำเช่นไรก็จะไม่ก้าวก่ายนางอีก แต่...“ถ้าเช่นนั้นก็ให้แผนของนางสำเร็จไปเลยดีหรือไม่ เจ้าว่าอย่างไรสหายสนิทของข้า” แม้รอยยิ้มร้ายของแม่ทัพหนุ่มจะยังไม่จางหายไป แต่น้ำเสียงของเขาช่างดูสุขสมนัก“ท่านชื่นชมในตัวแม่นางไท่งั้นรึ! ข้านึกว่าท่านแอบชอบแม่นางซินเสียอีก” ไป๋หลิ่งหงเบ้ปาก พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง“ปากมากเสียจริง แม่นางไท่ก็ดูเป็นหญิงที่เพียบพร้อมอยู่หรอก แต่ข้าอยากเห็นความสิ้นหวังในดวงตาของหญิงเจ้าเล่ห์เสียยิ่งนัก ว่ายามที่เห็นตนเองตกอยู่ในหลุมพรางที่เป็นคนขุดขึ้น
ซีซวนวางกล่องไม้ขนาดเล็กไว้บนโต๊ะ พร้อมทั้งกระดาษแผ่นหนึ่งที่นางเป็นคนเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง “ภายในกล่องนี้คือยาเสน่หาไร้พัวพัน เป็นยาปลุกกำหนัดชั้นดีที่ไร้สี ไร้กลิ่น แม้แต่เข็มเงินก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพียงหยดเดียวก็สามารถทำให้ท่านแม่ทัพเฉิงโหยหาแต่เจ้าตลอดค่ำคืน เจ้าจะได้เสพสุขสมที่แม้แต่แม่นางซินก็ไม่ได้รับอย่างไรละ”“เจ้าจะให้ข้าใช้ยาปลุกกำหนัดกับท่านแม่ทัพเฉิงหรือ!” ซูลี่เบิกตากว้าง วิธีไร้คุณธรรมเช่นนี้ แม่นางผู้นี้ช่างหาญกล้านัก“เป็นอันใด เพียงวิธีนี้ท่านถึงจะได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านไม่สนใจหรือ” ซีซวนหัวเราะเสียงหวานแสนกังวาน นางเปิดกล่องเผยเห็นขวดยาสีขาวหิมะ “อีกสองวันแม่นางซินก็จะจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับท่านแม่ทัพเฉิง ท่านก็นำสุราฤทัยไร้โศกของโรงเตี้ยมข้าไปเป็นของกำนัลเสียสิ เพียงผสมลงไปหนึ่งหยด ด้วยกลิ่นสุราอันหอมหวานคงกลบตัวยาได้แน่”“เจ้า” ซูลี่ขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย “เจ้าเอาจริงรึ” น้ำเสียงหวาดหวั่นเพียงน้อยของแม่นางไท่ แลดูแล้วเหมือนคนที่สนใจในข้อเสนอ“เห็นข้าเป็นคนพูดเล่นหรือ” ซีซวนหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง นางส่งกระดาษแผ่นในมือให้ซู
อาฟู่นวดคลึงนายสาวอย่างเอาใจ ในยามนี้แม้ต่อให้นางจะเป็นพระโพธิสัตว์ ก็คงไม่อาจปัดเป่าอารมณ์ขุ่นมัวของนายสาวได้ นางรู้ดีว่าข้อมูลที่ได้รับมาครานี้ ช่างเป็นข้อมูลที่หนักหนาเพียงใด“จะเอาอย่างไรดีเจ้าคะนายหญิงน้อย” อาฟู่ตัดสินใจถามในที่สุดซีซวนเพียงแค่หยิบกระดาษกับพู่กันออกมาบรรจงเขียนอย่างสวยงามเท่านั้น เมื่อตัวอักษรตัวสุดท้ายถูกบรรจงสรรสร้างขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว นางก็จัดการพับกระดาษแผ่นนั้นใส่ซองแล้วส่งให้บ่าวสาว“จงนำไปมอบให้ท่านแม่ทัพเฉิง บอกว่าข้ารู้สึกผิดในทุกเรื่องอย่างยิ่ง โปรดอ่านและตัดสินใจในเร็ววัน ข้าจะได้จัดเตรียมทุกสิ่งอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”อาฟูมองซองจดหมายในมือ นางไม่เข้าใจแผนการครั้งนี้ของนายสาวตนยิ่งนัก ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายซีซวนมองผลอิงเถาที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม พลางหวนนึกถึงวันวานที่เคยมีความสุขภายใต้ลมวสันต์ ใกล้ถึงวันเกิดนางไปทุกขณะ และความฝันของนางใกล้จะเป็นจริงแล้ว แต่มันจะยังต้องล่าช้าออกไป เพราะนางจำเป็นต้องจัดการกับคนที่ทำลายชีวิตตนให้สาสมนายท่านเฉิงมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ พลางหัวคิ้วห
ซีซวนกลับมาถึงจวนในยามเซิน เท้ายังไม่ทันพ้นประตูจวน ท่านแม่ทัพหนุ่มก็ควบม้ามาถึงเช่นกัน เฉิงซีห่าวขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวไม่ทำตามคำสั่ง ถึงอย่างงั้นเขาเพียงแค่ลงจากหลังม้า ก่อนเดินตรงมาทางหญิงสาว“เจ้าไปที่ใดมา” ซีห่าวเอ่ยถามเสียงเรียบหญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย พลางตัดสินใจหมุนตัวทำความเครพอีกฝ่าย “เรียนท่านแม่ทัพเฉิง ข้าน้อยซินซีซวนอยากไปที่ใด ย่อมได้ไป ท่านคงไม่ถือสาเด็กร้ายกาจเช่นข้ากระมัง”ซีห่าวส่งเสียงในลำคอ แล้วส่งดาบคู่กายให้บ่าวรับใช้คนหนึ่ง “ข้าลืมไปว่าเจ้าไม่ใช่เสี่ยวกูเหนียงที่ไร้เดียงสาแล้ว ย่อมได้ เจ้าอยากไปที่ใดข้าล้วนไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ข้าเพียงแค่กังวลว่าเจ้าจะนำเรื่องเสียหายมาสู่จวนข้า”ซีซวนหัวเราะขึ้นมาคำหนึ่ง นางระบายยิ้มหวานที่เจือแววดูแคลน “ข้าเป็นเพียงผู้อยู่อาศัย คงไม่สามารถทำจวนท่านเสียหายได้ ดังนั้นท่านคงไม่ต้องกังวลสิ่งใด ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปพักก่อน หวังว่าท่านจะไม่ฉุดรั้งข้าไว้” ซีซวนโค้งตัวคำนับลงอย่างเชื่องช้า ในตอนที่กำลังจะหมุนตัวหันไปอีกทาง แม่ทัพหนุ่มก็เอื้อมมือคว้าแขนเรียว“ยามนี้แล้ว ท่านคงไม่คิด
“ท่านว่าอย่างไรนะ” นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง พร้อมหัวคิ้วมนขมวดเข้าหากันช้า ๆ ในใจนางเต้นรัวเร็วนัก แต่นางไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกต่อหน้าเจ้างูร้ายนี้ได้เลย“ภายใต้ชายคาเดียวกัน ภายใต้ความเป็นวีรบุรุษปกป้องหญิงงาม เจ้าไม่เคยนึกสงสัยคนผู้นี้เลยหรือ?” จางหมิ่นหัวเราะเสียงเบาหวิว ปลายนิ้วยาวลูบวนขอบแก้วชา โดยไม่ยกขึ้นดื่มเลยแม้แต่น้อย“เจ้าว่ามันแปลกหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ชิงชังเจ้านักหนา แต่ทำไมถึงได้รับเลี้ยงดูเจ้าล่ะ มิใช่เพราะรู้สึกผิดหรือหึ ๆ”ซีซวนข่มก้อนความรู้สึกที่พวยพุ่งอยู่ในท้อง พลางพยายามกลบอารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าหมายถึงเฉิงซีห่าวอย่างงั้นหรือ”“ไยไม่พูดกับข้าเยี่ยงลูกค้าแล้วล่ะหึ ๆ”“เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ! เฉิงซีห่าวเป็นผู้ช่วยข้าออกมาจากนรกขุมนั้น ต่อให้เขาจะลอบฆ่าข้าก็ช่างปะไร แต่เขาที่ยึดมั่นในคุณธรรมความกตัญญู ไม่มีทางทำร้ายพวกท่านทั้งสองแน่!”เวยจางหมิ่นหัวเราะขึ้นจมูก ก่อนยกแก้วชาขึ้นจิบ “น้องชายงั้นรึ? พ่อแม่เดียวกันหรือ ก็ไม่ใช่ ญาติรึ ก็ยังไม่ใช่อีก ก็แค่ทหารนายหนึ่งที
ซีซวนปรายสายตามองถุงเงินที่วางอยู่ไม่ห่าง ก่อนเคลื่อนนัยน์ตาเย็นมาทางคุณหนูไท่ ในใจนางนั้นมีคำตอบอยู่แล้ว ว่าไม่มีทางช่วยเหลือศัตรู ต่อให้อีกฝ่ายจะยกสมบัติลับประจำตระกูลมาให้ นางก็ไม่คิดจะใช้สายตามองยังไม่ต้องให้เถ้าแก่เนี้ยได้เอ่ยอันใด ซูลี่ก็หยิบภาพวาดเหมือนของนางผู้หนึ่งขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ “ข้าต้องการให้เจ้าไปสืบข้อมูลของซินซีซวนมาให้แก่ข้า ทั้งเรื่องที่จะส่งผลให้ชีวิตนางต้องย่อยยับ หรือเรื่องอันใดก็ได้ที่ข้าสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้”ซีซวนถอนหายใจเสียงดัง พลางโน้มตัวดันถุงเงินใบนั้นกลับไปทางอีกฝ่าย “ท่านคงฟังมาผิดแล้วกระมัง ข้านั้นจะทำธุรกิจด้วยก็ต่อเมื่อ... ข้าได้ผลประโยชน์ทุกประการ การทำลายชีวิตของแม่นางผู้หนึ่งจะทำให้ข้าได้ผลประโยชน์อันใด”คิ้วทรงใบหลิวคู่งามขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ในตอนที่นางกำลังจะโต้เถียงกลับคืนไปนั้น ซีซวนก็ปรบมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนมีชายชุดดำสองสามคนเข้ามาภายในห้องรับรอง“เงินสองร้อยตำลึงทองท่านเก็บไว้ใช้เองเถิดคุณหนูไท่ แต่ถ้าหากข้ามองหาผลประโยชน์อันใดจากตัวท่านได้แล้ว ข้าค่อยส่







