مشاركة

อารัมภบท 2

last update تاريخ النشر: 2026-08-19 15:16:06

แต่ใจข้านั้นมีเพียงเจ้า

เวลาผ่านไปได้เพียงสามปี ก็เป็นวันครบรอบวันเกิดของคุณหนูน้อยแห่งตระกูลซิน ‘ซินซีซวน’ ผู้คนภายในงานต่างครื้นเครง เสียงบรรเลงเพลงดังไม่ขาดสาย ส่วนหนูน้อยเจ้าของงานนั้นกลับวิ่งเล่นไปทั่วจวนอย่างสนุกสนาน

ความปราดเปรียวของนางแม้แต่สาวใช้ยังเอาไม่อยู่

ในตอนที่เด็กสาวกำลังจะปีนขึ้นภูผาจำลองนั้น สองเท้าน้อย ๆ กลับก้าวพลาดจนเกือบร่วงหล่น แต่เป็นโชคดีของนางที่มีบุรุษหนุ่มมารับไว้ทัน

ซีซวนน้อยเงยหน้ามองชายที่โอบกอดตน บ่าวรับใช้ที่มองเห็นคุณหนูตนอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษรูปงามที่แสนคุ้นเคยก็เกิดความรู้สึกอันหลากหลาย ท่านชายผู้นี้หากได้ยินว่าฮูหยินมีอาการผิดแปลกไป ภายในวันนั้นเขาจะปรากฏขึ้นมาทันที ราวกับผีสาง

"เจ้าเด็กน้อยช่างซนยิ่งนัก” ซีห่าวเอ่ยเสียงเข้ม เพียงแค่ปรายตามองแก้วตาดวงใจของพี่สาวเขาเท่านั้น แต่แววตานั้นหาได้มีความรักใคร่เอ็นดูไม่ กลับเป็นเพียงแววตาที่ดำสนิท เสียจนแม้แต่ท้องนภายามค่ำคืนก็มิอาจสู้ไหว

หากแต่ว่าเด็กสาวเพียงแค่จ้องใบหน้าที่แสนคมเข้มและมองเลยไปทางข้างหลัง ก่อนจะพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนแกร่ง หลังจากนั้นจึงวิ่งไปยังหญิงสาวที่งามสง่าแต่กลับดูบอบบาง จนแม้แต่สายลมวสันต์ก็ยังทำร้ายร่างกายนางได้

“ซีเอ๋อร์ไยไม่ขอบคุณท่านน้าของเจ้าเล่า” เป็นซิงเยียนที่เข้ามา นางมองลูกสาวตนด้วยแววตารักใคร่ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่เพียงแค่สงบนิ่ง

“ซีห่าวเจ้ามาในวันนี้ได้ แสดงว่าการสงครามไม่ยุ่งยากเสียแล้วกระมัง” ซิงเยียนกลืนความรู้สึกอึดอัดจากสายตาของอีกฝ่ายลงไปในลำคอเรียวระหง พลางอุ้มเจ้าลิงน้อยแสนซนเดินไปยังเขา

ชายหนุ่มเพียงแค่แค่นยิ้ม ก่อนจะหยิบกล่องไม้สีเข้มออกมา “ร่างกายของเจ้ายังไม่หายดี ข้าจึงนำโอสถชั้นเลิศที่เจอระหว่างทำศึกมาให้กับเจ้า”

ซิงเยียนกลืนน้ำลายอีกครา พลางมองสิ่งของที่อยู่ในมือชายหนุ่ม พร้อมทั้งพยายามปั้นน้ำเสียงให้ดูสบายใจมากที่สุด นางเองก็มิรู้ว่าเหตุใดตนถึงต้องระมัดระวังท่าทีเช่นนี้ เพียงแต่นางต้องให้เกียรติฟูจวินของนางเท่านั้น

“วันนี้เป็นวันเกิดของซีเอ๋อร์ ของขวัญชิ้นนี้ควรเป็นของซีเอ๋อร์เสียมากกว่ากระมัง” ซิงเยียนแย้มยิ้มอ่อนโยน พลางส่งสายตาให้สาวใช้เข้ามารับของ “แต่ขอบใจเจ้าที่ยังคิดถึงเจี่ยเจียคนนี้อยู่ เราเข้าไปข้างในกันดีกว่านะ”

ซีห่าวแค่นยิ้มอีกครั้ง มองแผ่นหลังอันบอบบางของหญิงสาวที่เดินเข้าไปภายใน พลันหัวใจรู้สึกดำมืด

เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันเกิดวัยห้าขวบของซีซวน วันนี้ก็ดั่งเช่นทุกปีที่คึกคัก

คุณหนูน้อยสกุลซินวิ่งหลบหลีกบรรดาสาวใช้ที่หมายจะพานางไปแต่งกาย บังเอิญได้มาเห็นแผ่นหลังที่แสนคุ้นเคย เขาผู้นี้มักมาพร้อมโอสถสำหรับมารดาตนเสมอ ไม่มีของขวัญอะไรมอบให้กับนางนอกจากเพียงคำพูดที่พอได้ฟังแล้วต้องรู้สึกตงิดในใจ ถึงแม้เจ้าตัวจะเด็กนัก แต่ความเฉลียวฉลาดของนางก็เป็นที่ประจักษ์ของซือฝูนางทั้งหลาย

ในตอนที่นางกำลังตัดสินใจไปทวงของขวัญจากชายหนุ่ม นัยน์ตากลมโตสุกสกาวบังเอิญเห็นร่างของมารดาตนที่มีสีหน้าดำมืด หัวคิ้วทั้งสองขมวดกันจนเกือบเป็นปม ในความทรงจำของเด็กสาว ใบหน้าเช่นนี้หาได้เกิดขึ้นไม่ หนูน้อยซีซวนที่เกิดความรู้สึกอึมครึมรีบก้าวย่างไปหาพวกเขาทันที

“ข้าไม่ใช่ตี้ตีของเจ้าซิงเยียน! ไม่ว่าจะคราใดข้าไม่เคยมองเจ้าเป็นพี่สาวของข้า! พ่อของเจ้าแค่สงสารข้า ดังนั้นเจ้าอย่าได้ริอ่านมีความคิดเหมือนพ่อของเจ้า!” ซีห่าวกล่าวเสียงกร้าว นั่นยิ่งทำให้ซีซวนรีบวิ่งเข้าไปใกล้โดยฉับพลัน

แต่ยังไม่ทันที่หนูน้อยจะไปถึง บุรุษในชุดเกราะก็หมุนตัวกลับมา ทั้งสองประสานสายตากัน ความเย็นเยียบลุกลามไปทั่วตัวเด็กสาว ซีห่าวเดินมาทางนางช้า ๆ พลางเอ่ยเสียงเจือแววสมเพช

“เสี่ยวไหจื่อช่างมีนิสัยไม่ดีเสียจริง” ซีห่าวกล่าวพลางแค่นหัวเราะ ในมือของเขายังคงถือจดหมายที่ได้รับจากซิงเยียน “ช่างไม่แตกต่างจากบิดาของเจ้า”

“ท่านน้า!อย่าได้กล่าวหาท่านพ่อของข้านะ!” แม้ซีซวนจะไม่เข้าใจในความหมายที่แท้จริงของคำพูดเหล่านี้ แต่ไหนเลยนางจะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาด่าทอบิดาตน

เพียงแต่ซีห่าวแค่ระบายยิ้มเหยียดเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง

หลังจากวันนั้นชายหนุ่มมารยาททรามผู้นี้ก็ไม่ปรากฏตัวที่จวนสกุลซินอีกเลย มีเพียงแต่กล่องไม้เรียบ ๆ สีเข้มที่ยังคงถูกส่งมายังจวน เป็นของขวัญที่มอบให้แก่ซิงเยียนเท่านั้น

จนกระทั่งเข้าสู่วันเกิดปีที่เจ็ดของซีซวน

ท่ามกลางเสียงบรรเลงเพลงและเสียงพูดคุยดังอื้ออึง คุณหนูน้อยซีซวนก็เพลิดเพลินกับเหล่าขนมที่ถูกส่งมาเพื่อเอาใจนาง ทำไมนางจะไม่รู้ว่าของจากพวกคนเหล่านี้ มีไว้เพื่อต้องการกระซับไมตรีกับบิดาเท่านั้น ทั้งหวังจะได้ร่วมกิจการ และหวังจะส่งเหล่าแม่นางที่ทำท่าเหนียงอายมาเป็นอนุของบิดาตน

ถึงแม้ว่าซิงอีจะไม่มีท่าทีสนใจ แต่ไฉนเลยเหล่าบรรดาเฒ่าเจ้าเล่ห์จะไม่ยอมรามือ หนึ่งในพ่อค้าหัวใสกระแอมไอเสียงดัง จนทำให้เสียงบรรเลงพิณต้องดับลง

“จะเป็นกระไรหรือไม่ถ้าข้าจะให้ลูกสาวของข้าได้บรรเลงเพลง นางนั้นทุ่มทุนซ้อมบทเพลงใหม่ เพื่อที่จะได้ให้คุณหนูน้อยได้เพลิดเพลินกับเสียงอันไพเราะ” ตาเฒ่าเอ่ยพลางแย้มยิ้มหน่อย ๆ เหล่าคนที่มีจุดประสงค์เดียวกันต่างพากันฟึดฟัด

ซิงอีเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ เท่านั้น ก่อนจะผายมือไปยังเครื่องดนตรีที่ตั้งอยู่ไม่ไกล “ให้ข้าได้ชื่นชมฝีมือของแม่นางหน่อยเถิด”

ซีซวนมุ้ยปากพลางสะกิดแขนมารดาตน นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาจะต้องอ่อนโอนด้วย เพียงแต่ซิงเยียนแค่หันมาปรามแม่หนูน้อยทางสายตาเท่านั้น ก่อนจะเผยยิ้มใสกระจ่าง ที่ใครได้มองก็ต้องหวั่นไหว

เสียงพิณบรรเลงขึ้นอย่างอ้อยอิ่งและอ่อนหวาน พาลพาให้ผู้คนที่ได้ฟังต่างลุ่มหลง ดวงหน้าเล็กที่ระบายยิ้มหวาน ช้อนตามองซิงอีที่เพียงแค่หยอกเย้าฮูหยินตนเท่านั้น แม้ในใจหญิงสาวจะระอุด้วยไฟริษยา แต่นางก็ทำได้เพียงบรรเลงพิณ เพื่อแสดงความสามารถ อย่างน้อยก็เพื่อจุดประสงค์ที่มีในใจ

หญิงสาวรู้มาแค่เพียงว่าฮูหยินสกุลซินผู้นี้ เป็นหญิงที่ไม่มีความสามารถดุจหญิง อีกทั้งความอ่อนหวานก็ยังสู้ตนไม่ได้แต่เพียงน้อย แต่ถึงอย่างงั้นนายท่านสกุลซินกลับไม่เหลียวแลตนเลยแม้แต่หางตา นั่นยิ่งทำให้นางแทบอยากจัดการให้คนตรงหน้าต้องรู้สึกอับอาย

จนเมื่อเสียงพิณสิ้นสุดลง เสียงปรบมือก็ดังขึ้นท่วมท้น หญิงสาวค้อมตัวเพียงเล็กน้อย ก่อนจะยกชายแขนเสื้อสีชมพูอ่อนขึ้นปิดริมฝีปากที่ระบายยิ้มอ่อนหวาน

“ช่างเป็นผู้ที่มีความสามารถยิ่งนัก” ซิงอีเอ่ยพร้อมทั้งปรบมือหน่อย ๆ ไม่ทันที่ผู้เฒ่าคนนั้นจะได้เปิดโอกาสในการสานสัมพันธ์

หนูน้อยเจ้าของวันเกิดก็ย่างกรายลงไปตรงกลาง

เธอระบายยิ้มกว้างและดวงหน้ากลมนุ่มที่แลดูไร้เดียงสา

เรียกเสียงชื่นชมไม่ขาดสาย “ข้าขออภัยท่านทั้งหลาย ที่มาขัดจังหวะแห่งความหรรษา”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • โบยบินสู่คิมหันต์   บทที่ 1.2 เด็กสาวผู้มีงานล้นมือ

    “ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อยก่อนเขากลับมา” ซีซวนพึมพำ พลางหมุนตัวเดินไปสวมชุดที่อาฟู่ได้จัดเตรียมไว้ให้ท่ามกลางอากาศที่เริ่มอบอุ่นขึ้น ถึงกระนั้นหิมะก็ยังคงโปรยปราย พื้นผิวสีขาวที่นุ่มนวล แต่มันกลับแฝงไปด้วยภัยอันตรายที่มากล้น ซีซวนมองทิวทัศน์ตรงหน้าพลางนึกย้อนไปยังวันวานที่แสนขมขื่น นางถูกท่านป้าสั่งลงโทษให้โกยหิมะ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บและบรรยากาศที่เย็นยะเยือก ร่างกายที่แสนอ่อนแอของเด็กหญิง ฝ่ามือที่ถูกหิมะกัดกิน มันยังคงตามหลอกหลอนนางเสมอทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูคิมหันต์ยังไม่ทันที่ความทรงจำเหล่านั้นจะกลับมาจนหมด หญิงสาวเพียงแค้นยิ้มก่อนจะเดินไปยังจุดหมายที่ตั้งมั่น นับตั้งแต่ที่นางย้ายเข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้ ความสุขในสมัยก่อนก็มลหายไปสิ้น ถึงผู้คนภายในจวนจะใจดีกับนางเพียงใด แต่นางก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่การเสแสร้ง ภายในใจที่ดำมืดค่อย ๆ กลืนกินความนึกคิดของนางไปอย่างช้า ๆ“พ่อบ้านฮุ่ย ท่านมีข่าวคราวอันใดจากสนามรบบ้างหรือไม่?” ซีซวนเอ่ยเสียงหวานเนิบนาบกับชายชราที่กำลังจัดแจงภายในห้องโถงกลางผู้ที่ถูกเรียกเพียงแค่ปรายตามองนางหน่อย ๆ เท่านั้น พลางทอดถอนหายใจก่อนจะยื่นจดหมายให้กับน

  • โบยบินสู่คิมหันต์   บทที่ 1.1 เด็กสาวผู้มีงานล้นมือ

    “นายหญิงน้อย ๆ จดหมายจากสายสืบแถบชายแดนส่งมาแล้วนะเจ้าคะ!” เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มวิ่งพรวดพราดเข้ามาภายในห้องที่เงียบสงบ ถึงแม้ภายในห้องจะบังเกิดความวุ่นวาย แต่บนเตียงกลับไม่เกิดการเคลื่อนไหวใด ๆ ร่างบางเพรียวระหงทำเพียงขดตัวอยู่ภายใต้ผ้านวมสีชาดอ่อนเท่านั้น“นายหญิงน้อย!” เด็กสาวถลาไปเขย่าตัวหญิงสาวที่เพียงแค่ส่งเสียงเบา ๆ “จดหมายจากชายแดนเลยนะเจ้าคะ!”“อาฟู่... ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าเรียกข้าว่านายหญิงน้อยที่นี่อย่างไรเล่า” หญิงสาวมุ่ยปาก พลางยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง“ขอโทษเจ้าค่ะ เอ่อ...คุณหนูซิน นี่จดหมายเจ้าค่ะ” อาฟู่รีบยื่นจดหมายให้กับเจ้านายตนทั้งหมด โดยมีจดหมายจากสายสืบที่นางกล่าวอยู่บนสุด นางบรรจงวางไว้แบบนี้ เพราะรู้ดีว่านายหญิงตนเฝ้าคอยข่าวคราวมากเพียงใดเพียงแต่ซินซีซวนแค่ปรายตามองซองจดหมายซองนั้น ก่อนจะใช้ฝ่ามือเรียวยาวหยิบซองจดหมายอื่น ๆ ขึ้นมาเปิดอ่านคร่าวๆ แม้อาฟู่จะไม่เข้าใจในการกระทำนี้ แต่นางเพียงแค่น้อมรับและหยุดที่จะสงสัย“ไปบอกหว่างมู่ให้เตรียมสมุดบัญชีของโรงเตี้ยมซีฮวา ข้ามีอะไรที่อยากตรวจสอบเสียหน่อย” ซีซวนกล่าวเพียงสั้น ๆ ก่อนจะจัดการอ่านจดหมายทั้งหมดในคราเดียว แล้วใน

  • โบยบินสู่คิมหันต์   อารัมภบท 3

    การจากลาชั่วนิรันด์เด็กน้อยยกมือคารวะผู้คนภายในเรือน แม้จะออกเสียงยังไม่ชัด แต่น้ำเสียงที่เจือใสราวกับเพชรของนาง ก็บังเกิดให้ใครหลาย ๆ คนอยากได้ยินเสียง“มีอันใดหรือซีเอ๋อร์” ซิงอีแม้เดาความคิดลูกสาวตนเองได้ แต่เขาก็หาได้สนใจไม่“บทเพลงใหม่ของพี่สาว ข้าได้ฟังแล้วเกิดความรู้สึกปีติยิ่งนัก จะเป็นอย่างไรหรือไม่ ถ้าให้ข้าได้บรรเลงเพลงนั้นกลับเพื่อเป็นการขอบคุณท่านทั้งหลายที่มาร่วมงาน” ซีซวนเอ่ยพลางแย้มยิ้มไร้เดียงสา แววตากลมโตของนางอ้อนวอนผู้คนด้วยความสดใส“บทเพลงนี้ลูกสาวข้าใช้เวลาฝึกซ้อมนามแรมปี แต่เสี่ยวกูเหนียงเช่นเจ้ากลับได้ฟังเพียงครั้งเดียว ก็สามารถบรรเลงได้แล้วหรือ” ตาเฒ่าโอหังเอ่ยเสียดสีอย่างจงใจ แต่หนูน้อยเพียงแค่ระบายยิ้มหวาน“ไม่มีอันใดที่เสียหาย หากข้าเล่นได้ไม่ดี ก็มีเพียงแต่ให้พี่สาวได้มาสอนข้าเล่นเท่านั้น” ซีซวนเอ่ยข้อเสนอที่หากตาเฒ่านี้ได้ฟังก็ตาโตหูผึ่ง“หึ!ย่อมได้ เสียอย่างไรวันนี้ก็คือวันเกิดของเสี่ยวกูเหนียง การได้ฟังเสียงพิณของเจ้าก็นับว่าเป็นบุญหูนัก” ตาเฒ่าระบายยิ้มละโมบ พลางหันไปยิ้มให้กับบุตรสาวของตนด้วยความดีใจหากได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่บ่อยครั้ง ก็มีโอกาสที่นาย

  • โบยบินสู่คิมหันต์   อารัมภบท 2

    แต่ใจข้านั้นมีเพียงเจ้าเวลาผ่านไปได้เพียงสามปี ก็เป็นวันครบรอบวันเกิดของคุณหนูน้อยแห่งตระกูลซิน ‘ซินซีซวน’ ผู้คนภายในงานต่างครื้นเครง เสียงบรรเลงเพลงดังไม่ขาดสาย ส่วนหนูน้อยเจ้าของงานนั้นกลับวิ่งเล่นไปทั่วจวนอย่างสนุกสนานความปราดเปรียวของนางแม้แต่สาวใช้ยังเอาไม่อยู่ ในตอนที่เด็กสาวกำลังจะปีนขึ้นภูผาจำลองนั้น สองเท้าน้อย ๆ กลับก้าวพลาดจนเกือบร่วงหล่น แต่เป็นโชคดีของนางที่มีบุรุษหนุ่มมารับไว้ทันซีซวนน้อยเงยหน้ามองชายที่โอบกอดตน บ่าวรับใช้ที่มองเห็นคุณหนูตนอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษรูปงามที่แสนคุ้นเคยก็เกิดความรู้สึกอันหลากหลาย ท่านชายผู้นี้หากได้ยินว่าฮูหยินมีอาการผิดแปลกไป ภายในวันนั้นเขาจะปรากฏขึ้นมาทันที ราวกับผีสาง"เจ้าเด็กน้อยช่างซนยิ่งนัก” ซีห่าวเอ่ยเสียงเข้ม เพียงแค่ปรายตามองแก้วตาดวงใจของพี่สาวเขาเท่านั้น แต่แววตานั้นหาได้มีความรักใคร่เอ็นดูไม่ กลับเป็นเพียงแววตาที่ดำสนิท เสียจนแม้แต่ท้องนภายามค่ำคืนก็มิอาจสู้ไหวหากแต่ว่าเด็กสาวเพียงแค่จ้องใบหน้าที่แสนคมเข้มและมองเลยไปทางข้างหลัง ก่อนจะพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนแกร่ง หลังจากนั้นจึงวิ่งไปยังหญิงสาวที่งามสง่าแต่กลับดูบ

  • โบยบินสู่คิมหันต์   อารัมภบท 1

    ในใจของเจ้านั้นมีผู้ใดภายในจวนหลังใหญ่ที่กำลังจะมีงานอันหวานชื่นในวันพรุ่ง บ่าวทุกคนต่างวิ่งวุ่นไปทั่วเรือนต่าง ๆ พร้อมข้าวของที่จำเป็นสำหรับพิธีการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ผ้าผืนบางสีแดงสวยถูกประดับประดาพร้อมทั้งเสียงจอแจที่ดังไม่หยุดหย่อน ราวกับพิธีนี้ได้ช่วยจุดประกายแห่งความผาสุกให้กับบ่าวในเรือนขึ้นอีกครั้งในยามนี้ที่พ่อบ้านจวนสกุลซินกำลังออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแห่งความปีติยินดี แม้ท่าทางจะเคร่งขรึมแต่ใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน ในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันดีที่สุดของคุณชายใหญ่สกุลซิน แม้ว่าตนจะอายุล่วงเลยมานานขนาดนี้แล้ว แต่หลังจากความเศร้าโศกแห่งการสูญเสียครั้งที่ผ่านมา จึงทำให้งานครั้งนี้สำคัญยิ่งนัก“พ่อบ้านหว่างไยถึงได้จัดการคนเดียวเสียหมด ไม่ต้องรีบร้อน ๆ” ยังไม่ทันขาดคำคะนึงถึง คุณชายใหญ่จวนสกุลซิน ซินซิงอีก็เดินเข้ามาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มพ่อบ้านหว่างรีบกุลีกุจอเข้าไปหาคุณชายใหญ่พลางดวงตาทั้งสองข้างที่ใกล้ฝ้าฟางเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาใส “จะไม่ให้เหลาเหย่คนนี้รีบร้อนได้อย่างไร คุณหนูใหญ่ผู้นั้นต่างเป็นที่หมายปองของบรรดาบุรุษหนุ่ม ถ้าช้าเพียงก้าวเดียว ไฉนเลยจะมิม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status