แชร์

การกลับมาของเขา

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-24 05:13:12

เวลาได้ผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า หลิวอวี้เหม่ยมองไปทั่วทั้งฝ่ามือของตัวเองที่บัดนี้รอยบอบช้ำจากการถูกน้ำร้อนลวกหายดีแล้ว

          “ฮูหยิน!” เสียงเรียกของสาวใช้ดังขึ้นทำให้นางหลุดจากภวังค์

          “มีอะไรงั้นหรือ”

           “คือว่า แฮ่ก ๆ ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วเจ้าค่ะ! บ่าวในจวนบอกว่าเห็นขบวนรถม้ากับทหารจำนวนมากผ่านด่านประตูใหญ่ของเมืองหลวงแล้ว”

           “จริงรึ!” นางเอ่ยด้วยความดีใจ หลังจากได้ยินสิ่งที่เพ่ยอิงบอก

          “เจ้าค่ะ

          เถียนไฉ่หงเห็นลูกสะใภ้มายืนรอตรงประตูใหญ่หน้าจวนอยู่ก่อนแล้ว หลังจากทราบข่าวว่าแม่ทัพหลิงเหยียนมาถึงแล้วเอ่ยถามขึ้น

          “เจ้าก็มาด้วยรึ”

          “ข้าต้องมาอยู่แล้วสิเจ้าคะ สามีข้ากลับมาทั้งที”

          “อย่าได้ปากดีไปฟ้องหลิงเหยียนเชียว มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”

          นางหาได้มีกะจิตกะใจฟังคำขู่ของมารดาเลี้ยงของสามี แต่จดจ่อมองไปยังถนนหน้าจวนด้วยใจเต้นระทึกเต็มที เพราะในที่สุดจะได้เจอคนที่ตนรอมาเนิ่นนาน

          “ฮูหยิน ท่านแม่ทัพมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ร้องบอกเจ้านายของตน

          “ข้าเห็นแล้ว” นางเอ่ยตอบ ในขณะที่สายตาจดจ้องไปที่ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังควบม้ามาที่จวนตระกูลหลิง โดยมิได้สังเกตว่ามีรถม้าตามหลังมาด้วย หลิวอวี้เหม่ยยังไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ยอันใด นางก็เห็นเขาเดินจับมือสตรีนางหนึ่งลงจากรถม้า ภาพตรงหน้าที่เห็นทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันทำให้ใจของนางเจ็บปวดรวดร้าวขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามปราม

          “หึ” เถียนไฉ่หงเหยียดยิ้ม ก่อนหันกลับไปมองลูกสะใภ้ด้วยท่าทียิ้มเยาะ ยามเห็นใบหน้าสตรีอ่อนวัยกำลังหน้าเสีย เมื่อเห็นสามีของตนเดินควงคู่มากับสตรีที่ไหนก็ไม่รู้

          “ฮูหยิน” เขาเอ่ยเรียกแม่เลี้ยงของตนว่าฮูหยิน ด้วยไม่เคยคิดว่านางเป็นมารดาถึงได้เอ่ยอย่างเป็นทางการเช่นนี้

          “ท่านแม่ทัพเล่า เหตุไฉนถึงมีเพียงเจ้ากับแม่นางผู้นี้”

          “ท่านพ่อตายแล้วขอรับ”

          “เจ้าว่าอะไรนะ!”

          “ท่านพ่อถูกฝ่ายศัตรูลอบทำร้ายทำให้สิ้นชีพในสนามรบ”

          “มะ...ไม่จริง ท่านพี่!” เถียนไฉ่หงทรุดตัวนั่งลงกับพื้นร้องไห้ปานจะขาดใจ

          “ท่านแม่ทัพ” อวี้เหม่ยเรียกสามีพร้อมเข้าสวมกอด ทันทีที่เข้าสวมกอดแนบอกแกร่งของผู้เป็นสามี นางรู้ได้ทันทีว่าอ้อมกอดนี้ไม่ใช่อ้อมกอดที่ตนรอคอย อ้อมกอดแสนอบอุ่นที่คะนึงหามาเนิ่นนาน ทว่าตอนนี้กลับเย็นเฉียบประหนึ่งแผ่นน้ำแข็งก็มิปาน อีกทั้งสายตาของเขาที่มองมายังเรียบเฉยเสียจนหัวใจของนางเริ่มสั่นคลอน

          “ไม่ได้เจอกันหลายปี เจ้าสบายดีใช่หรือไม่” เขาถามแล้วดันตัวของนางออกห่าง ทำให้อวี้เหม่ยหน้าเสียเล็กน้อย

          “ข้า...สบายดีเจ้าค่ะ” นางใช้หางตามองไปที่มารดาสามีที่กำลังร้องห่มร้องไห้ หากไม่นับเรื่องนี้ชีวิตในจวนของนางสุขสบายดี

          “ดีแล้ว”

          “ว่าแต่สตรีผู้นั้นเป็นใครหรือเจ้าคะ” ในที่สุดนางก็ได้ถามสามีของตัวเองว่าสตรีแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาที่แท้เป็นใครกัน

          “นางเป็นบุตรสาวของรองแม่ทัพลี่น่ะ”

          “แล้วทำไมนางถึงกลับมาพร้อมท่านล่ะเจ้าคะ”

          “ตอนนี้นางไร้ที่พึ่ง ครอบครัวของนางล้วนตายไปหมดแล้ว นับจากนี้ไปนางจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย”

          ร่างบางหันไปมองหน้าสตรีนางนั้นด้วยความเห็นใจที่ต้องสูญเสียครอบครัว

          “ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้นางอยู่เรือนรับรองก็แล้วกัน”

          “ลี่ถิง”

          “เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ”

          “มาคารวะฮูหยินของข้าสิ”

          “ลี่ถิง คารวะฮูหยิน” เอ่ยพร้อมโน้มตัวลงเคารพตามมารยาท แม้นางจะรู้สึกไม่พอใจที่ท่านแม่ทัพไม่ได้แนะนำนางให้ฮูหยินของเขารู้จักอย่างเป็นทางการว่านางมีฐานะใด

          “ตามสบายเถิด อยู่ที่นี่กฎในจวนไม่ได้เข้มงวดเหมือนค่ายทหาร ขอเพียงเจ้าทำตามกฎของตระกูลเป็นพอ อย่างที่เจ้าเห็นสตรีที่กำลังร้องไห้อยู่คือมารดาเลี้ยงของท่านแม่ทัพ แม้นางจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ แต่ถ้าหากอยู่ที่นี่เจ้าจะต้องเคารพนาง ไม่ต่างจากท่านแม่ทัพ”

          “ลี่ถิง คารวะฮูหยิน” นางพูดขึ้นอีกครั้ง ทำให้เถียนไฉ่หงลุกขึ้นยืนพร้อมวางท่าประหนึ่งเป็นเจ้าของจวน

          “หน้าตาของเจ้าสะสวยใช้ได้ มิน่าเล่าหลิงเหยียนถึงได้พาเจ้าเข้าจวนมาด้วย เห็นทีคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วกระมัง”

          “ฮูหยิน” แม่ทัพหนุ่มเรียกหญิงวัยชราเสียงเข้ม ก่อนหันไปมองหน้าฮูหยินของตัวเอง

          “หากไม่มีอันใดแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถิด ข้าจะให้สาวใช้นำทางไปที่เรือนรับรอง”

          “ขอบคุณฮูหยินที่มีน้ำใจ ถ้าเช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว”

          คล้อยหลังลี่ถิง ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น

          “ศพของสามีข้าอยู่ที่ใด”

          “ข้าฝังศพของท่านพ่อไว้ที่บ้านเดิมสกุลหลิงแล้วขอรับ”

          “เหตุใดเจ้าถึงทำตามอำเภอใจ เจ้าควรถามความเห็นข้าก่อนมิใช่รึ”

          “ทุกอย่างเป็นความต้องการของท่านพ่อ ว่าแต่ท่านเถิดตัดสินใจแล้วรึยังว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปหรือจะกลับบ้านเดิม”

          “เจ้าถือดีอย่างไรถึงกล้ามาไล่ข้า!”

          “ท่านไม่ใช่ทั้งมารดาผู้ให้กำเนิดข้า ทั้งยังไม่ใช่คนที่เลี้ยงดูข้ามาอีก มิหนำซ้ำยังไม่ใช่ฮูหยินเอกที่ตบแต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามประเพณี ท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่”

          “เจ้านิสัยเหมือนมารดาของเจ้าไม่มีผิด! มิน่าเล่าท่านแม่ทัพถึงไม่เคยเห็นลูกในไส้อย่างเจ้าอยู่ในสายตา” ท้ายประโยคนางค่อนแคะลูกเลี้ยงด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

          หลิงเหยียนกำหมัดแน่น ยามหวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่บิดาขอตัดขาดจากมารดาทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด ต้นเหตุมาจากสตรีผู้นี้

          “ท่านแม่ทัพเพิ่งเดินทางมาถึงคงเหนื่อยไม่น้อย ข้าว่าพวกเรารีบกลับเรือนกันเถิด” อวี้เหม่ยห้ามทัพ ถึงแม้ว่าจะไม่อยากทำก็ตามที ทว่ามีสายตานับสิบคู่จ้องมองมาทำให้ต้องทำแบบนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    เจ้าสาว(จบ)

    เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนสกุลฟู่ดังเข้าหูชินอ๋อง เขาไม่รีรอที่จะมาหาหญิงสาวถึงที่จวน แม้ว่าจะมีงานมากมายให้สะสาง แต่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของนางมากที่สุด “ท่านอ๋อง มาได้ยังไงกัน” ฟางซินทำหน้าตกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มยืนกอดอกมองอยู่หน้าเรือนนอน เวลานี้ค่ำมืดแล้ว มีผู้ใดบ้างนอกจากนางที่จะออกมารับแขกเช่นนี้ “ห่างกันยังไม่พ้นวัน ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าจะเนื้อหอมจนพวกแมลงสาปจากตระกูลต่าง ๆ ตามมาตอมถึงที่จวน” “พวกแมลงสาปที่ว่าคงไม่ได้หมายถึง...” “ข้าหมายถึงพวกขุนนางที่ส่งแม่สื่อมาสู่ขอเจ้า”ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของคนตรงหน้า นางถอนหายใจราวกับปลงตก “แล้วไม่ดีหรือเจ้าคะ” “นี่เจ้าแกล้งไม่รู้หรืออย่างไร ว่าข้ารู้สึกกับเจ้าเช่นไร” เอ่ยพลางขยับตัวมาประชิดร่างบาง “ข้าขอพูดตามตรง ถึงแม้ตระกูลฟู่จะเป็นตระกูลขุนนาง ทว่าตอนนี้เหลือเพียงข้ากับซานเฉิง ข้าไม่ต้องการแต่งไปเป็นอนุของผู้ใด หากต้องกลายเป็นชายารองของท่าน ข้าขอออกเรือนกับบุรุษที่ได้รักคงดีเสียกว่า” “แล้วใครบอกเจ้า ว่าข้าจะให้เจ้าเป็นแค่ชายารอง” เขายิ้มบอกแล้วรวบเอวนางเข้าส

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    แม้จะอยากเอ่ยปากไล่

    หลายวันมานี้นางอยู่ที่จวนชินอ๋อง หากจะกลับจวนของตนก็ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เหตุเพราะชายหนุ่มให้ลูกน้องของเขาตามติดนางทุกฝีก้าว ราวกับว่ากลัวนางจะหนีจากเขาไปเสียอย่างนั้น “พวกท่านทั้งสอง ไม่มีงานทำหรือเจ้าคะ ทำไมถึงได้เอาแต่ตามติดข้า” “เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง” เทียนบอกนาง “หากไม่ใช่เพราะท่านอ๋องเป็นคนสั่ง มีหรือข้าจะอยากเสียเวลามาทำเรื่องพวกนี้” น้ำเสียงประชดประชันของเทียนหมิงเอ่ยเหมือนดั่งเคย แม้ปากเขาจะพูดจาเช่นนี้ แต่การกระทำกลับมิใช่คนโฉด จะว่าไปแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งก่อนนางยังไม่ได้เอ่ยขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเอาไว้ “แม้ท่านจะปากดี แต่ข้าจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน เรื่องคราวก่อนต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นข้าคงไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร บางทีข้าอาจไม่มีหน้ามายืนอยู่ที่เมืองหลวงนี้อีก” ฟางซินถือโอกาสขอบคุณเขา “เรื่องนั้นข้าแค่เดินผ่านไปเห็นเข้าถึงได้ช่วยเจ้าเอาไว้” “พี่เทียนหมิง ในเมื่อนางขอบคุณ ท่านก็รับเอาไว้เถิด ทำไมถึงต้องต่อล้อต่อเถียงด้วยล่ะขอรับ” เทียนอ้ายที่ยืนฟังอยู่พูดแทรกพร้อมกับส่ายหัวระอากับพฤต

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    เกือบถูกทำร้าย

    ม่านตาของนางสะท้อนกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาด้านใน ทำให้ฟางซินลืมตาตื่นขึ้นมาช่วงเช้าของอีกวันพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ แสนคุ้นเคย “นี่ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน” “เจ้าตื่นแล้วหรือ” เฉินเฟยหลงถามขึ้น เมื่อเห็นว่าร่างบางนั่งอยู่บนเตียงนอนของตัวเอง เขาเพิ่งออกไปเอาถังน้ำอุ่นกับยามาให้นาง ที่แขนของฟางซินมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย หากปล่อยทิ้งไว้เกรงว่าอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้ ด้วยความเป็นห่วงเขาถึงได้ให้คนไปจัดเตรียมยาไว้ให้ “ท่านอ๋อง ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมหรือ” “เจ้าจำอะไรไม่ได้รึ เมื่อคืนเจ้าเกือบถูกอวี้หลานทำร้าย นางคิดทำให้เจ้าแปดเปื้อน ข้าไม่อยากจะคิดว่าถ้าหากเทียนหมิงไปช่วยเจ้าไม่ทัน จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น” “เมื่อคืน ข้าแค่เดินไปส่งแม่นางโม่วหลันที่เรือนรับรอง ไม่ได้เจอท่านหญิงอวี้หลานเหมือนที่ท่านเอ่ย” “นางสมรู้ร่วมคิดกับอวี้หลานเพื่อทำร้ายเจ้า แต่เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่มีวันให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” “เป็นเพราะนางไม่ได้เป็นพระชายาของท่าน นางถึงได้คิดมาทำร้ายข้าเช่นนี้” ฟางซินกล่าวโทษเขากลาย ๆ เพราะได้ยินมาบ้างว่าเขาไปขอยกเลิกพ

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    กรรมตามสนอง

    ตั้งแต่นางกลับจวนมาได้กำจัดหมิ่นเยว่เป็นคนแรก โดยการโบยนางเสร็จก็ขายนางไปเป็นทาสที่หอนางโลมใกล้ชายแดน เมื่อจัดการเรื่องภายในจวนเข้าที่เข้าทางแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเอาคืนสองแม่ลูกนั่น ฟางซินสั่งให้บ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงไปรื้อค้นเรือนนอนของพวกนางจนเละเทะไม่เหลือชิ้นดี "นี่พวกเจ้าทำอะไร!" ลู่จิ่งอี้ที่เข้ามาเห็นพอดีได้ถามขึ้นเสียงดัง "พวกเราแค่ทำตามคำสั่งคุณหนู หลีกไป!" เอ่ยจบได้ผลักนางจนล้มลงไปอีกทาง ไม่นานนักฟางซินได้เดินเข้ามา "ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสั่งให้คนมาทำลายห้องนอนของข้า หลานข้า บอกข้าสิว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนสั่ง" ลู่จิ่งอี้เอ่ยทันทีที่เห็นร่างบาง "ใครหลานเจ้ากัน" ว่าพลางตบหน้าของสตรีย่างวัยชราสองที ในอดีตนางเคยถูกตบเช่นนี้ หากนางจะเอาคืนบ้างก็ถือว่าสมควร "เจ้ากล้าตบหน้าข้าหรือ" "มากกว่าตบข้าก็ทำได้" "นี่เจ้าคิดจะทำอะไร" "ส่งเสื้อผ้าให้นางเสีย แล้วไล่ให้ไปอยู่ที่ท้ายจวน ที่ ๆ ข้าเคยอยู่ จำไว้ถ้าไม่ครบสามวันอย่าได้ให้อาหารนางกับลูก ไม่เว้นแม้แต่หมั่นโถว ใครขัดคำสั่งข้า ข้าจะไม่ละเว้นแ

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    ปล่อยข่าว

    “เรื่องนี้ข้าเป็นพยานได้นะขอรับ ว่าแม่นางฟู่เป็นคนลงมือตบตีท่านหญิง” “ข้าไม่ได้ถามความเห็นเจ้า” “เรียนท่านอ๋อง กัวกงกงมาขอรับ” “เขามาที่นี่ทำไมกัน” “เรื่องนี้เห็นบอกว่าเกี่ยวกับการพระราชทานสมรสของท่านกับท่านหญิง” ฟู่ฟางซินกับเทียนอ้ายที่เดินตามหลังมาได้ยินประโยคนี้เข้า จากที่จะขอเข้าพบชายหนุ่ม ฟางซินตัดสินใจเดินกลับห้องของตัวเองแทนพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย แม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าไม่ช้าหรือเร็ว เขากับท่านหญิงก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี แต่ทำไมหัวใจของนางถึงได้รู้สึกหน่วงเช่นนี้กัน “ท่านพี่ ร้องไห้ทำไมหรือขอรับ” ซานเฉิงเข้ามาเห็นพี่สาวร้องได้จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป้นห่วง ก่อนใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาให้ “พี่แค่คิดถึงจวน พวกเรากลับจวนกันดีหรือไม่” นางโกหกน้องชาย “ขอรับ” ฟู่ฟางซินเก็บข้าวของบางส่วนกลับจวนไปพร้อมกับบอกให้เทียนอ้ายส่งของที่เหลือกลับมาให้นางทีจวนภายหลัง กลับจวนครั้งนี้มีคุณชายเทียนอ้ายมาส่ง นางกับน้องชาย ลี่ผิงและจื่อหรงที่ขอติดตามมาด้วยได้เดินทางมาถึงที่จวนสกุลฟู่ที่บัดน

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    ไม่อาจทนฟัง

    ทันทีที่ท่านหญิงอวี้หลานทราบข่าวเข้าว่าชินอ๋องอาศัยอยู่กับสตรีคนหนึ่ง ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยแม้แต่เฉียดเข้าใกล้หญิงใด ถึงแม้จะให้สตรีปรนนิบัติบนเตียง แต่ไม่เคยยกพวกนางเหล่านั้นขึ้นเป็นสนมหรือชายารอง “ท่านหญิง เหตุใดท่านถึงร้อนใจนักล่ะเจ้าคะ” “เจ้าจะไม่ให้ร้อนใจได้อย่างไร ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องให้สตรีนางหนึ่งมาอยู่ที่นั่นด้วย” จนกระทั่งลงจากรถม้าที่หน้าจวนชินชินอ๋องจึงได้รีบสาวเท้าเดินขอเข้าพบว่าที่สามีเป็นการด่วน ทว่าระหว่างทางกลับได้พบสตรีนางหนึ่ง หน้าตาของนางดงามหมดจรด “เห็นทีคงเป็นเจ้ากระมัง” นางว่าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ฟางซิน “ท่านพูดเรื่องอะไรกัน” “ข้าคือว่าที่พระชายาของชินอ๋อง คิดว่าเจ้าคงได้ยินมาบ้างว่าอีกไม่นานข้ากับท่านอ๋องจะแต่งงานกัน” “ที่แท้ท่านคือท่านหญิงอวี้หลาน” “รู้ก็ดีแล้วนี่ แล้วทำไมถึงยังหน้าด้านมาอยู่ที่นี่อีก ข้าถามบ่าวในจวนแล้วเจ้าเป็นลูกสาวของใต้เท้าฟู่ ในเมื่อฮ่องเต้คืนจวนให้เจ้าแล้ว ทำไมถึงไม่กลับไปเสียที” “ท่านรู้จักข้าด้วยอย่างนั้นหรือ” “ในเมืองหลวงนี

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    ถึงเวลายอมรับความจริง

    โจวอันหรงตั้งใจมอบปิ่นหยกสีขาวสะอาดตานำไปมอบให้สามีที่จะเข้าพบองค์ฮ่องเต้ในวันรุ่งขึ้น แต่ดันเห็นอนุอิ่นและชายหนุ่มพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ผ่านทางหน้าต่างที่เปิดกว้างอยู่ มิวายต้องให้บ่าวรับใช้ไปรายงาน“เรียนนายท่าน ฮูหยินขอพบขอรับ”“ให้นางเข้ามา” พอได้ยินเสียงแว่วมาจากด้านใน นางถึงได้ถือวิสาสะเดินเข้า

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    คาดโทษ

    “แล้วอย่างไรเล่า ข้าคงไม่ลดตัวลงไปทำตัวเช่นนั้นเพื่อให้บุรุษผู้หนึ่งพึงพอใจเหมือนกับเจ้า แต่ข้าคงลืมไปกระมังว่าพื้นเพเจ้ามิใช่คนชั้นสูงถึงได้ไร้ความเหนียมอายที่จะรบกวนผู้อื่นเช่นนี้” ทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ของฮูหยินสาว สตรีชั้นสูงที่นั่งอยู่ถึงกับยกยิ้มพึงพอใจในคำตอบ“น่าแปลกใจยิ่งนักที่สตรีส

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    สงสัย

    “หากเป็นดังที่เจ้าว่าข้าก็เบาใจ มารดาของเจ้ามีนิสัยเจ้าวิตกกังวลมาตั้งแต่เด็ก ๆ พ่ออย่างข้าถึงต้องคอยเอาใจใส่นางมากกว่าลูกคนอื่น” “ท่านพ่อจะถามอวี้เหม่ยเรื่องใดหรือขอรับ” ใต้เท้าหลิวแทรกขึ้น “ระยะนี้สามีเจ้าเป็นยังไงบ้าง เขาดูแลเจ้าดีรึไม่” “ท่านตาไม่ต้องกังว

  • ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน    ถามไถ่

    “ข้าต้องกลับไปอยู่แล้ว ที่ท่านแม่ล้มป่วยเป็นเพราะเรื่องที่ท่านแม่ทัพถูกลดตำแหน่งขุนนาง เรื่องพวกนี้เกี่ยวข้องกับข้าโดยตรง หากไม่กลับไปท่านแม่คงไม่หายดีในเร็ววันแน่” “ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะรีบจัดเตรียมของให้ท่านนะเจ้าคะ” “รบกวนเจ้าด้วย” หลังจากที่อวี้เหม่ยกลับสกุลห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status