Masukในเมื่อไม่อยากเป็นเมียแต่ง เขาจะทำให้เธอ กลายเป็นแค่ 'เมียบำเรอ' แต่อัคคีคงไม่รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ ดาริกา ลูกสาวของลูกหนี้ ที่เขาบังคับให้แต่งงานด้วย! *** อัคคี สิทธิไกวัลย์ นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของภาคใต้ ที่ใครต่างให้ฉายาว่า เจ้าพ่อเกาะร้อยดาว เขามีลูกชายน่ารักวัยห้าขวบที่กำพร้าแม่ ชื่อน้องพี เมื่อมารดาต้องการให้หาแม่คนใหม่ให้ลูกชาย โดยเสนอลูกสาวของลูกหนี้ เขาเห็นรูปเธอครั้งแรกก็ตกลงใจยอมแต่ง แต่ดาริกากลับหนีงานแต่งงาน เมื่อถูกหยามขนาดนี้มีหรือเจ้าพ่อเกาะร้อยดาวจะยอม เขาตามไล่ล่าจนจับหญิงสาวมาได้ในสภาพความจำเสื่อม ในเมื่อไม่อยากเป็นเมียแต่ง เขาจะทำให้เธอ กลายเป็นแค่ 'เมียบำเรอ' แต่อัคคีคงไม่รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ ดาริกา ลูกสาวของลูกหนี้ ที่เขาบังคับให้แต่งงานด้วย!
Lihat lebih banyakหลายเดือนผ่านไปนับจากงานแต่งงานที่เกาะร้อยดาว ชีวิตของบรรเจิดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ช่อดอกไม้ในมือวันนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ดอกไม้ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่จุดประกายความคิดบางอย่างในใจเขา ตั้งแต่วันนั้นภาพของเจนจรัส หญิงสาวผู้แข็งกร้าวแต่ก็เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ก็วนเวียนอยู่ในความคิดเขาตลอดเวลา เขาตามสืบจนรู้ว่าเธอกับนลินรัตน์ น้องสาว มาเปิดร้านขายข้าวแกงเล็กๆ อยู่ในตลาดแห่งหนึ่งในตัวเมืองวันนั้นบรรเจิดเดินทางมาถึงหน้าร้านข้าวแกงของเจนจรัสในช่วงบ่าย ลูกค้าเริ่มซาลงแล้ว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และแล้วสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างของเจนจรัสที่กำลังยืนหันหลังจัดร้านอยู่ ร่างของเธอไม่เหมือนเดิม... เธอสวมชุดคลุมท้องที่เห็นได้ชัดว่าท้องของเธอนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับมีชีวิตน้อยๆ กำลังเติบโตอยู่ภายในบรรเจิดถึงกับตะลึง ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ อึ้งไปชั่วขณะ หัวใจของเขากระตุกวูบ ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งความประหลาดใจ ความสับสน และความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ถูก เขาก้าวเท้าเข้าไปหาเธอช้าๆ"คุณเจนจรัส!" เขาเรียกชื่อเธอเสียงพร่าเจนจรัสสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมามองต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นบรรเจิด สีหน้าข
หน้าห้องรอคลอดของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง อัคคี และ นที สองหนุ่มที่ปกติสุขุม เยือกเย็น ตอนนี้กลับนั่งไม่ติดที่พากันเดินสวนกันไปมาหน้าห้องคลอด ด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด มือทั้งสองข้างประสานกันแน่น ราวกับภาวนาขอพรให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีนายอนันต์ และ คุณมาเรีย พ่อแม่ของอัคคี รวมถึง ท่านทูตอรรถ และ คุณหญิงแม้นเดือน รวมถึงคุณภัทรกับคุณนุชนารถพ่อแม่ของนที ต่างก็มารวมตัวกันให้กำลังใจ น้องพียืนอยู่ข้างๆ ผู้เป็นปู่กับย่า แววตาใสซื่อจ้องมองประตูห้องคลอดอย่างสนใจ ไม่เข้าใจความตึงเครียดของผู้ใหญ่ แต่ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่สำคัญสีหน้าของแต่ละคน เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกไม่แพ้กัน ส่วนนายพิพัฒน์ ที่นั่งอยู่บนรถเข็น มีนางแก้วคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ได่แต่มองไปยังประตูห้องคลอดด้วยแววตาเป็นห่วงไม่ต่างกันเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนทุกคนแทบจะหยุดหายใจ ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก พยาบาลสาวเดินออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าเปื้อนเหงื่อแต่แววตาเต็มไปด้วยความยินดี สองหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก หันขวับไปที่ประตูพร้อมกันด้วยความตื่นเต้นสุดขีด"ยินดีด้วยค่ะคุณอัคคี คุณดารินทร์คลอดแล้วนะคะ" พยาบาลเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่อบอุ่นอัคคีรีบเ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักหรูอีกห้องหนึ่งไม่ไกลกันนัก ห้องหอของนทีและดาริกา ก็ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่โรแมนติกไม่แพ้กัน แสงเทียนหอมอ่อนๆ ส่องสว่าง สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ต่างจากห้องหอของอัคคีและดารินทร์ที่เน้นความร้อนแรง ห้องนี้กลับเต็มไปด้วยความละมุนละไมนทีในชุดนอนผ้าไหมสีเข้ม ยืนอยู่ริมระเบียงห้องที่เปิดโล่งออกสู่ทะเล มองดูแสงจันทร์ที่ทอประกายบนผิวน้ำ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขสงบที่เพิ่งค้นพบในชีวิต ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ แขนแกร่งทั้งสองข้างวางพาดบนราวระเบียง เขาสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืนเข้าเต็มปอด กลิ่นไอทะเลบริสุทธิ์ช่วยให้จิตใจเขาผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนอันแสนพิเศษดาริกาเดินเข้ามาหาเขาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เธอสวมชุดนอนผ้าไหมเนื้ออ่อนสีชมพูอ่อนที่ขับให้ผิวขาวผ่องของเธอดูโดดเด่นและงดงาม เธอโอบแขนเรียวรอบเอวของนทีจากด้านหลังแล้วซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างออดอ้อน สัมผัสอบอุ่นจากร่างกายของเธอทำให้หัวใจของนทีเต้นระรัวอย่างมีความสุข"พี่น้ำยืนมองอะไรคะ" ดาริกาเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบานทีพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับดาร
หลังจากงานเลี้ยงฉลองที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะจบลง ดวงจันทร์ดวงกลมลอยเด่นอยู่เหนือท้องฟ้าสีครามเข้ม แสงจันทร์นวลผ่องทอประกายลงมายังผืนน้ำทะเลที่ทอดยาวจรดขอบฟ้า สายลมยามค่ำคืนพัดเอื่อยพากลิ่นไอเค็มเคล้ากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ที่ประดับอยู่ในห้องพักสุดหรูบนเกาะร้อยดาวห้องหอของอัคคีและดารินทร์ถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน เตียงกว้างใหญ่ปูด้วยผ้าปูที่นอนเนื้อดีสีขาวสะอาดตา มีกลีบกุหลาบสีแดงสดโปรยปรายอยู่ทั่วราวกับพรมสีแดงแห่งความรัก ผ้าโปร่งบางเบาถูกคลุมอยู่เหนือเตียงพลิ้วไหวตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ สร้างบรรยากาศที่อ่อนหวานและโรแมนติกเกินคำบรรยาย แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นภาพของอัคคียืนรออยู่ข้างเตียงในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแข็งแกร่งและรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ใบหน้าคมคายของเขาเต็มไปด้วยความเสน่หาและความรอคอย ดวงตาคมกริบเปล่งประกายร้อนแรงเมื่อประตูห้องเปิดออกดารินทร์ ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ในชุดนอนผ้าไหมเนื้อบางเบาสีขาวราวกับปุยเมฆที่โอบรัดเรือนร่างอรชร ทรวงอกอวบอิ่มภายใต้ชุดนอนพลิ้วไหวตามจังหวะการเดิน ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยควา
ช่วงเย็นของวันเดียวกัน แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของ นายอนันต์ สิทธิไกวัลย์ ยังคงตึงเครียดแต่ก็เจือด้วยความหวังที่จะคลี่คลายปัญหาทุกอย่างให้จบลงได้เสียที หลังจากที่ทุกคนกลับมาถึงคฤหาสน์พร้อมกับ น้องพี ที่ปลอดภัยดารินทร์ ซึ่งรอคอยอยู่ที่คฤหาสน์ด้วยใจระทึก เมื่อเห็นน้องพีเดินเข้าม
เสียงปืนที่ดังสนั่นตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของแขไข ทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านนอกสวนปาล์มรกร้างต่างตกตะลึงชั่วขณะ ก่อนที่อัคคีจะพุ่งตัวนำหน้าเข้าไปในสวนปาล์มทันที ตามมาด้วยนที และคนของพวกเขาที่ติดอาวุธครบมือเมื่อทุกคนบุกฝ่าพงหญ้ารกทึบเข้ามาได้ พวกเขาก็ต้องพบกับภาพที่น่าสยดสยองเบื้องหน้า ร่างของนายเพิกและ
น้องพี เด็กชายตัวน้อยยังคงถูกกักขังอยู่ในสวนปาล์มรกร้าง ร่างกายเล็กๆ ของเด็กชายนั่งอยู่ใต้ต้นปาล์ม เขาไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้หวาดกลัวอย่างที่แขไขและนายเพิกคาดคิด น้องพีกำลังพยายามคลายเชือกที่มัดมืออย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ทั้ง แขไข และ นายเพิก ที่กำลังสาละวนกับการหารือแผนการอยู่ไม่ไกลรู้ตัวแขไขและนายเพิก
หลังจากที่อัคคีและดารินทร์กลับมาถึงคฤหาสน์ของนายอนันต์ ไม่นาน บรรเจิดก็เดินทางมาถึงตามคำสั่งของคุณภัทร เขาก้าวเข้ามาในห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด สีหน้าของเขาจริงจังยิ่งกว่าปกติ"คุณอนันต์ครับ ผมบรรเจิดเลขาของคุณนทีครับ" เขากล่าวพลางโค้งศีรษะเล็กน้อย“ผมได้รับคำสั่งจากคุณภัทร ให้มาช่วยเร











