Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 7 — คนที่อยู่หลังประตู

Share

บทที่ 7 — คนที่อยู่หลังประตู

last update publish date: 2026-10-17 18:08:42

“จดหมายฉบับนั้นอยู่กับข้า”

หลิงยวนกล่าวขึ้นก่อนเยว่ซีจะเอ่ยสิ่งใด

นางเงยหน้าจากเศษกระดาษเปื้อนเลือด

“ฉบับที่ข้าส่งมาขอบันทึกหรือเจ้าคะ”

เขาพยักหน้า แล้วให้อาจารย์ฉินส่งคนไปนำเอกสารจากห้องตนเอง

ไม่นาน กระดาษสองแผ่นก็ถูกวางเคียงกันใต้โคม

ฉบับในมือหลิงยวนสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีก ข้อความและที่อยู่ครบถ้วน ส่วนเศษกระดาษจากตัวผู้ต้องหามีลายดอกไม้ตรงขอบกับตัวอักษรของเยว่ซีหลงเหลืออยู่ครึ่งบรรทัด

นางก้มเข้าไปดูใกล้ ๆ

“แผ่นที่ท่านเก็บไม่ใช่ฉบับที่ข้าเขียน”

อาจารย์ฉินหยิบมันขึ้น

“เจ้าจำได้แน่หรือ”

“ก่อนส่ง ข้าทำน้ำหยดตรงคำว่าหลินอัน หมึกจึงซึม ข้ารอให้แห้งแล้วเขียนทับ แต่แผ่นนี้มีเพียงรอยหมึกฟุ้ง ไม่มีเส้นที่ข้าเขียนซ้ำ”

หลิงยวนยกกระดาษส่องแสง

ด้านหลังเรียบเกินไป ไม่มีรอยกดของปลายพู่กัน

“วิชาลอกเงาหมึก”

เขาวางมันลงอย่างระมัดระวัง

“คนเปลี่ยนเก็บสำเนาไว้ในแฟ้ม แล้วเอาต้นฉบับออกไป”

เยว่ซีมองที่อยู่ของตนบนกระดาษ

จดหมายที่หวังว่าจะพาไปหาความจริง กลับพาคนแปลกหน้าไปถึงยายก่อน

“อย่าเพิ่งโทษตัวเอง”

นางเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหลิงยวน

เขาเลื่อนจดหมายออกจากมือนาง

“การส่งคำร้องเข้าสำนักไม่ใช่ความผิด”

อาจารย์ฉินเก็บกระดาษทั้งสองลงในกล่องแยกช่อง

“ผู้รับคำร้องภายนอกมีสี่คน ข้าจะเรียกมาสอบทีละคน”

“ตรวจคนที่มีสิทธิ์นำกระดาษเก่าออกจากหอด้วย” หลิงยวนกล่าว “ต้นฉบับถูกใช้เขียนคำสั่ง แสดงว่าผู้ใช้คิดว่าไม่มีใครจะได้มันกลับมา”

คราวนี้เขาไม่มองเพียงชื่อในบัญชีอีกแล้ว

⸻

ก่อนฟ้าสาง หอวินัยย้ายผู้ต้องหาทั้งสองไปยังห้องรักษาด้านใน

คนรับจ้างขนฟืนกับชายที่ปลอมเป็นศิษย์ถูกแยกจากกัน อาจารย์ฉินถอดเสื้อผ้าเดิมออกตรวจทั้งหมด ใช้ผ้าของสำนักแทน และไม่ให้ผู้ใดนำยาหรืออาหารเข้าโดยไม่ผ่านมือเขา

เผยเหวินซูยังอยู่ในห้องรับรองของหอวินัย

เขาไม่ได้ถูกล่าม แต่ประตูมีคนเฝ้า

เมื่อหลิงยวนผ่านหน้าห้อง เสียงเรียกก็ดังขึ้น

“ศิษย์พี่โม่”

เขาหยุด

เหวินซูยืนอยู่ข้างโต๊ะ เสื้อแขนหนึ่งมีรอยขาดจากเหตุระเบิดเมื่อครู่

“คนผู้นั้นเห็นข้าแล้วกลัว มิได้แปลว่าข้าเป็นผู้สั่ง”

“ข้าทราบ”

“เช่นนั้นเหตุใดจึงยังไม่ให้ข้ากลับ”

“เพราะเขายังให้การไม่จบ”

เหวินซูมองผ้าที่พันมือหลิงยวน

“ท่านช่วยคนที่พยายามฆ่าตัวเองไว้ อาจไม่ได้สิ่งใดตอบแทน”

“เขายังไม่ตาย”

หลิงยวนพูดเพียงเท่านั้นแล้วเดินต่อ

รอยยิ้มบางบนใบหน้าเหวินซูค่อย ๆ หายไป

⸻

เมื่อเยว่ซีตื่นอีกครั้ง แสงเช้าส่องถึงปลายเตียงแล้ว

นางผุดลุกจนผ้าห่มหล่น

“ข้าสาย!”

“อาจารย์ฉินให้เจ้าพักครึ่งวัน”

เสี่ยวถังนั่งเย็บถุงผ้าอยู่ริมหน้าต่าง ในปากคาบด้ายไว้จึงพูดไม่ชัดนัก

เยว่ซีมองรอบห้อง

เมื่อคืนหลังออกจากหอวินัย นางกลับมาถึงเรือนพักแล้วล้มตัวลงทั้งที่ยังไม่ได้ถอดเสื้อคลุม

“ยายเล่า”

“กำลังช่วยโรงครัวเด็ดผัก บอกว่านั่งเฉย ๆ แล้วเมื่อย”

นางโล่งใจจนไหล่ตก

เสี่ยวถังวางงานในมือลง

“เจ้ามีเรื่องยุ่งมากใช่หรือไม่”

เยว่ซีเงียบไป ก่อนพยักหน้า

“บางเรื่องข้ายังเล่าไม่ได้”

“เช่นนั้นไม่ต้องเล่า”

อีกฝ่ายหยิบหมั่นโถวใต้ฝาครอบมาวางให้

“แต่หากจะไม่กลับมานอน ส่งคนมาบอก ข้าจะได้ไม่คอยฟังเสียงประตู”

เยว่ซีรับหมั่นโถวมา

“ขอโทษ”

“เก็บคำขอโทษไว้ช่วยข้าคัดวิชาพื้นฐานเถอะ เมื่อเช้าข้าเขียนชื่อเส้นปราณผิดไปสามแห่ง”

“เจ้าจะให้ข้าคัดแทนหรือ”

“ให้เจ้าดูว่าข้ายังผิดที่ใดอีก”

เยว่ซีขยับไปนั่งข้างหน้าต่าง

ทั้งสองก้มตรวจตำราด้วยกันพักหนึ่ง เสียงคนกวาดลานกับเสียงฝึกกระบี่จากที่ไกล ๆ ทำให้เช้านี้ดูเหมือนวันที่นางควรได้มีตั้งแต่แรกเข้าสำนัก

นางอยากให้มันเป็นเช่นนี้นานอีกหน่อย

⸻

ยามสาย ผู้ดูแลหอจดหมายเหตุถูกเชิญมาพบเจ้าสำนักพร้อมรายชื่อผู้รับคำร้อง

หนึ่งในสี่คนลาป่วยอยู่ที่บ้านตั้งแต่ก่อนเยว่ซีขึ้นเขา สองคนทำหน้าที่ลงเลขและตอบจดหมาย ส่วนผู้ดูแลเฉาซึ่งรับผิดชอบขนย้ายเอกสาร เป็นคนเดียวที่เข้าออกได้ทั้งหอจดหมายเหตุกับเรือนรับรอง

“เขาขนหนังสือหกหีบมาด้วยหรือไม่” อาจารย์ฉินถาม

“เป็นคนจัดคิวคนงานเจ้าค่ะ”

“อยู่ที่ใดตอนนี้”

“โรงเก็บกระดาษเก่า เขาบอกว่าจะย้ายของชื้นออกก่อนฝนตก”

หลิงยวนเงยหน้าขึ้นทันที

“วันนี้มีการเผากระดาษหรือ”

หญิงผู้ดูแลพยักหน้า

“เผาทุกปลายเดือนเจ้าค่ะ”

อาจารย์ฉินหันไปสั่งศิษย์หน้าประตู

“หยุดเตาไว้ก่อน ตรวจของทุกมัด”

หลิงยวนลุกขึ้นตาม

เจ้าสำนักมองมือที่ยังพันผ้าของเขา

“พาคนไปด้วย”

“ขอรับ”

⸻

เยว่ซีมาถึงหอจดหมายเหตุช่วงก่อนเที่ยง

ผู้ดูแลฝากให้นางกับเสี่ยวถังช่วยขนเสื่อรองหนังสือจากลานด้านหลังเข้ามา เพราะเมฆฝนเริ่มคลุมยอดเขา งานนี้ไม่ต้องเปิดตู้เอกสารและมีศิษย์คนอื่นทำอยู่ด้วย

นางม้วนเสื่อผืนสุดท้าย ขณะรถเข็นบรรทุกกระดาษผ่านประตูข้างมา

ชายวัยกลางคนเป็นผู้เข็น เขาสวมเสื้อสีเทา มีแหวนทองแดงที่นิ้วชี้

“หลบหน่อย”

เสี่ยวถังยกเสื่อออกจากทาง

ล้อรถกระแทกธรณีประตู กระดาษมัดบนสุดเลื่อนตกลงมา

เยว่ซีก้มจะช่วยเก็บ แต่ชายผู้นั้นรีบกดมือบนมัดกระดาษก่อน

“ไม่ต้อง ข้าจัดเอง”

นางชะงัก

แผ่นที่เลื่อนออกจากเชือกไม่เหมือนกระดาษเสีย

มีตรารับเอกสารสีแดงอยู่ตรงหัวมุม และวันที่ยังใหม่เพียงไม่กี่เดือน

“ท่านจะนำไปที่ใดเจ้าคะ”

“ของเปียก ใช้ไม่ได้แล้ว”

มือเขาดันกระดาษกลับใต้เชือก

เยว่ซีไม่ได้แตะมันอีก นางขยับหลบพร้อมเสื่อในแขน แล้วหันไปหาเสี่ยวถัง

“เราเอาของเข้าทางหน้ากันเถอะ”

นางจับแขนเพื่อนแล้วเดินกลับ

พอพ้นมุมกำแพงจึงกระซิบ

“ไปตามผู้ดูแล บอกว่ามีคำร้องใหม่อยู่ในรถกระดาษเก่า”

เสี่ยวถังมองหน้านางแล้วรีบวิ่งไป

เยว่ซียืนอยู่ตรงระเบียงที่มีคนผ่าน คอยดูว่ารถออกประตูใด โดยไม่ได้ตามเข้าไปในโรงเก็บ

แต่ชายเสื้อเทาไม่เข็นรถต่อ

เขามองทางที่เสี่ยวถังวิ่งไป แล้วปล่อยด้ามจับช้า ๆ

⸻

เสียงไม้แตกดังขึ้นจากด้านหลัง

เยว่ซีหันขวับ

รถเข็นพลิกคว่ำ กระดาษกระจายลงพื้น เถ้าสีดำพวยพุ่งจากใต้กองราวกับมีถ่านติดไฟซ่อนอยู่

“ถอยออกจากลาน!” นางตะโกน

ศิษย์ที่กำลังเก็บเสื่อหันมอง ก่อนคนหนึ่งจะยกมือปิดจมูกแล้วทรุดลง

ควันนั้นไม่ใช่ควันไฟธรรมดา

เยว่ซีดึงผ้าเช็ดหน้ามาปิดปาก รีบคว้าแขนศิษย์ที่อยู่ใกล้ประตู ลากพ้นแนวควันไปยังระเบียง

เสียงฝีเท้าพุ่งตามมา

ชายเสื้อเทาไม่ได้หนีทางประตูข้าง

เขาตรงมาหานาง

เยว่ซีเห็นมือที่เอื้อมมาก่อนเห็นอาวุธสั้นในอีกมือ นางปล่อยเสื่อที่ถืออยู่คลี่ขวางระหว่างทั้งสอง แล้วถอยไปทางเสาระเบียง

คมมีดแทงทะลุเสื่อ

ชายผู้นั้นสะบัดมันทิ้ง คว้าแขนซ้ายนางไว้

“มานี่!”

เยว่ซีไม่ฝืนดึงกลับ

นางก้าวตามแรงหนึ่งก้าว หมุนข้อมือเข้าหาช่องนิ้วโป้งอย่างที่หลิงยวนเคยสอน แล้วกระแทกไหล่เข้าขอบประตู

มืออีกฝ่ายคลายเพียงชั่วขณะ

พอให้นางหลุดออกมาได้

เยว่ซีวิ่งไปทางลานหน้า แต่ชายผู้นั้นเร็วกว่า เขาดึงคอเสื้อจากด้านหลังจนลมหายใจสะดุด

นางคว้าเสาไว้เต็มแรง

ความร้อนพุ่งขึ้นตามแขน

ไม้ใต้ฝ่ามือเริ่มมีควัน

เยว่ซีตกใจ รีบคลายมือ ก่อนที่พลังจะลามออกมา

คมมีดเย็นเฉียบแตะข้างลำคอ

“อย่าขยับ”

นางหยุด

เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังจากหน้าลาน

หลิงยวนยืนอยู่ตรงประตู อาจารย์ฉินกับศิษย์หอวินัยตามมาถึงด้านหลัง

ชายที่จับนางกระชากถอยจนแผ่นหลังชิดผนัง

“ให้ข้าออกไป!”

หลิงยวนมองคมมีด แล้วเลื่อนสายตาไปยังมือที่กำคอเสื้อนาง

“ปล่อยนาง”

“เปิดประตูข้าง! เอาคนออกให้หมด!”

อาจารย์ฉินยกมือห้ามศิษย์ที่กำลังจะเข้าล้อม

หลิงยวนก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว

คมมีดกดลึกขึ้นจนเยว่ซีรู้สึกเจ็บ

เขาหยุดทันที

“มือเจ้าสั่น” เขากล่าว

“อย่ามาสั่งสอนข้า!”

“ข้าไม่ได้สั่งสอน”

มือซ้ายของหลิงยวนวางบนด้ามกระบี่

เยว่ซีมองเขา หัวใจเต้นจนได้ยินเสียงตัวเองหายใจ

สายตาเขาเลื่อนลงเพียงนิดเดียว

ไปยังเท้าของนาง

เยว่ซีเข้าใจ

นางทิ้งน้ำหนักลง ย่อเข่าพร้อมใช้ส้นเท้ากระแทกหน้าแข้งคนด้านหลังสุดแรง

แรงรั้งที่คอเสื้อกระตุก

คมกระบี่สีเงินผ่านเหนือศีรษะนางไป

เสียงโลหะกระทบพื้นดังพร้อมเสียงร้อง

หลิงยวนเข้าถึงตัว ดึงนางออกจากแนวมีดก่อนใช้ฝักกระบี่กระแทกอกผู้ดูแลเฉา ร่างนั้นถอยชนผนัง ยันต์สองแผ่นตรึงข้อมือทั้งสองไว้กับไม้ทันที

ทุกอย่างจบลงก่อนเยว่ซีจะยืดตัวได้เต็มที่

มือของหลิงยวนประคองหลังนางไว้

“ยืนไหวหรือไม่”

นางพยักหน้าแล้วรีบตอบ

“ไหวเจ้าค่ะ”

อาจารย์ฉินเข้าควบคุมตัวชายผู้นั้น ส่วนศิษย์คนอื่นรีบดับควันและพาคนที่สูดเข้าไปออกจากลาน

หลิงยวนก้มดูคอนาง

มีแผลบาง ๆ ใต้กราม เลือดซึมเพียงเล็กน้อย

เยว่ซีเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไป จึงรีบบอก

“ไม่ลึกเจ้าค่ะ”

เขาไม่ตอบ

เพียงหยิบผ้าสะอาดกดตรงแผลด้วยมือที่ยังพันผ้าอยู่

⸻

ผู้ดูแลเฉาถูกถอดแหวนและยึดของทั้งหมดก่อนนำตัวออกจากลาน

ในแหวนมีผงทำให้หมดสติ ส่วนใต้รถเข็นมีถาดอาคมซ่อนอยู่ มันถูกเตรียมมาเพื่อทำลายกระดาษในคราวเดียว

แต่ศิษย์หอวินัยหยุดไฟได้ก่อนลามหมด

อาจารย์ฉินเปิดมัดที่เยว่ซีเห็น พบคำร้องจากคนภายนอกหลายสิบฉบับ รายการเบิกยา และกระดาษคำสั่งซึ่งเขียนด้วยหมึกชนิดเดียวกับที่พบในตัวผู้ต้องหา

ผู้ดูแลเฉามองหลักฐานบนพื้นแล้วหลับตา

“ใครให้เจ้าสลับจดหมาย” อาจารย์ฉินถาม

เขาไม่ตอบ

หลิงยวนยืนอยู่ข้างรถที่พลิกคว่ำ

“เก็บไว้ถามในหอวินัย ตรวจตัวให้หมดก่อน อย่าให้เหลือยันต์แม้แต่ชิ้นเดียว”

ครั้งนี้ผู้ต้องหาไม่ได้ถูกพาเข้าไปทั้งชุดเดิมอีก

⸻

เยว่ซีนั่งรออาจารย์ฉินทายาในห้องข้างหอ

เสี่ยวถังวิ่งเข้ามาหน้าซีด

“ข้าไปเรียกคนกลับมา เจ้าก็หายไปแล้ว!”

“ข้าอยู่ตรงระเบียง เขาตามมาเอง”

เสี่ยวถังจับไหล่นางมองแผลที่คอ แล้วน้ำตาก็คลออย่างห้ามไม่อยู่

เยว่ซียกมือแตะแขนเพื่อน

“ข้ายังอยู่”

“ครั้งหน้าให้ข้าตะโกนเรียกตรงนั้นเลยได้หรือไม่ ข้าไม่อยากวิ่งกลับมาแล้วไม่เห็นเจ้า”

นางพยักหน้า

หลิงยวนเดินเข้ามาพร้อมยาตลับเล็ก เสี่ยวถังจึงถอยให้ ก่อนบอกว่าจะไปอยู่เป็นเพื่อนยายหวังไว้ ไม่ให้หญิงชราได้ยินข่าวจากคนอื่นจนตกใจ

เมื่อเหลือสองคน เยว่ซีจึงเห็นว่าผ้าพันมือเขามีเลือดซึมใหม่

“แผลท่านเปิดแล้ว”

“ขยับหน้าไปทางซ้าย”

นางทำตามอย่างไม่เต็มใจ

เขาใช้ปลายนิ้วแตะยาลงบนแผลที่คออย่างเบามือ เยว่ซีเกร็งทันทีเมื่อความเย็นสัมผัสผิว

“เจ็บ?”

“เย็นเจ้าค่ะ”

หลิงยวนจึงทาต่อ

นางมองขนตาเขาซึ่งอยู่ใกล้กว่าทุกครั้ง กลิ่นยาอ่อน ๆ ปนกับกลิ่นไม้สนจากเสื้อ ทำให้เผลอกลั้นหายใจโดยไม่เกี่ยวกับความกลัวแล้ว

“เสร็จแล้ว”

เยว่ซีรีบหันกลับ

“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้อง—”

“เจ้าถอยออกมาแล้ว เรียกคนแล้ว”

เขาปิดตลับยา

“เขาเป็นคนตามจับเจ้า”

นางเม้มปาก

“แต่ข้าเกือบปล่อยพลัง”

“แล้วเจ้าหยุดได้”

หลิงยวนมองมือของนาง

“จำให้ได้ว่าหยุดอย่างไร นั่นสำคัญกว่าการจำว่าเจ้ากลัวเพียงใด”

เยว่ซีค่อย ๆ พยักหน้า

เมื่อเขาจะลุก นางจับชายแขนเสื้อไว้

“คราวนี้ถึงตาท่าน”

หลิงยวนก้มมอง

นางชี้มือที่เปื้อนเลือดของเขา

“เปลี่ยนผ้าก่อนเจ้าค่ะ”

เขามองนางครู่หนึ่ง แล้วนั่งลงตามเดิม

⸻

คืนนั้น ผู้ดูแลเฉายอมพูดหลังรู้ว่าคนปลอมเป็นศิษย์ยังมีชีวิตและจำเขาได้

เขารับเงินเพื่อคัดชื่อผู้ที่สอบถามเรื่องหลินอัน ส่งต้นฉบับจดหมายออกไป และช่วยนำบัญชีจากชั้นบนลงมาไว้ในหีบหนังสือเปียก

คำสั่งส่วนใหญ่รับผ่านช่องกำแพงเรือนรับรอง

คนที่จ่ายเงินให้เขาโดยตรงคือเฉินฝู ผู้ดูแลขบวนที่หายตัวไป

“เผยเหวินซูเกี่ยวข้องหรือไม่” อาจารย์ฉินถาม

ผู้ดูแลเฉาส่ายหน้า

“ข้าไม่เคยรับคำสั่งจากเขา”

อาจารย์ฉินยังจดคำให้การต่อโดยไม่แสดงสีหน้า

หลิงยวนหยิบสมุดบัญชีปกน้ำตาลวางลงตรงหน้า

“ข้อความเรื่องคำให้การของหลินจิ้งเหยียน ใครเติมลงไป”

ผู้ดูแลเฉาเงยหน้าขึ้น

“ไม่มีใครเติม”

“ชื่อผู้ส่งมอบถูกขูด”

“ข้าขูดเองตามคำสั่ง แต่รายการนั้นมีอยู่เดิม”

หลิงยวนเลื่อนนิ้วไปยังหมายเลขเอกสาร

“ฉบับจริงอยู่ที่ใด”

ชายผู้นั้นกลืนน้ำลาย

“เฉินฝูเอาออกไปแล้ว”

“เมื่อใด”

“ก่อนนางมาถึงสำนัก”

คำตอบทำให้ห้องเงียบไป

เอกสารที่ศาลาเป็นของปลอม ใช้สร้างความระแวง

แต่คำให้การที่อ้างถึงในบัญชีมีอยู่จริง

หลิงยวนถามต่อ

“เจ้าจำชื่อผู้ส่งมอบได้หรือไม่”

ผู้ดูแลเฉาลังเล ก่อนพยักหน้า

เขาเขียนชื่อลงบนกระดาษด้วยมือสั่น ๆ

ซูหว่านชิง

⸻

อาจารย์ฉินนำข่าวมาแจ้งเยว่ซีในเช้าวันรุ่งขึ้นตามที่รับปากว่าจะไม่ปิดผลตรวจจากนาง

นางอ่านชื่อบนกระดาษแล้วส่ายหน้า

“ข้าไม่รู้จักเจ้าค่ะ”

“เป็นผู้ส่งเอกสารเข้าสำนักหลังเหตุเมืองหลินอันสิบสามวัน เรากำลังตามหาที่อยู่”

เยว่ซีวางกระดาษลง

“หมายความว่าคนผู้นี้อาจรู้ว่าคำให้การมาจากที่ใด”

“ใช่ แต่ยังไม่แน่ว่าเนื้อหาคืออะไร”

นางพยักหน้า ไม่รีบผูกมันเข้ากับข้อกล่าวหาในเอกสารปลอม

อย่างน้อยครั้งนี้มีชื่อคนให้ตาม ไม่ใช่คำสั่งให้ไปศาลาร้างตามลำพัง

หลิงยวนเดินเข้ามาขณะนั้น ในมือมีแผ่นกระดาษอีกใบ

“พบปลายทางที่เฉินฝูไปแล้ว”

อาจารย์ฉินรับมาดู

เป็นชื่อโรงพักม้านอกเมืองกับเส้นทางต่อไปยังหุบเขาทางเหนือ

ใต้ชื่อสถานที่ มีบันทึกจากศิษย์ที่ออกติดตาม

เขาไม่ได้เดินทางคนเดียว

มีหญิงผู้หนึ่งถูกพาขึ้นรถ แขนทั้งสองพันผ้า นางบอกคนดูแลม้าว่าชื่อซูหว่านชิง ก่อนถูกผู้ติดตามห้ามพูด

เยว่ซีลุกขึ้น

หลิงยวนอ่านบรรทัดสุดท้ายซ้ำ แล้วพับกระดาษเก็บ

“ข้าจะออกไปกับคนของหอวินัย”

เขาหันมาหานางก่อนที่นางจะถาม

“ข้ามาบอกเจ้าก่อน”

เยว่ซีมองผ้าที่พันมือเขาอยู่

คราวนี้นางไม่ได้รั้งแขนเสื้อ

“พานางกลับมาให้ได้เจ้าค่ะ”

เขาพยักหน้าแล้วเดินออกไป

เสียงกระบี่กระทบห่วงเอวดังเบา ๆ เมื่อเขาก้าวพ้นประตู

นับตั้งแต่มาถึงชิงเสวียน เยว่ซีเพิ่งมีพยานคนแรกที่อาจเล่าเรื่องพ่อแม่ได้โดยไม่ผ่านความทรงจำของหลิงยวน

และคนของเซี่ยจิ้งเหิงกำลังพานางหนีไปก่อน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 54 — ชื่อที่เกือบเรียกออกมา

    ระหว่างทางเดินผ่านลานฝึก“อายุสิบปี ข้าฝึกกระบี่จนหักไปเจ็ดเล่มแล้ว”เสียงจากลานด้านล่างทำให้หลินเยว่ซีหยุดเท้าศิษย์หนุ่มผู้หนึ่งกำลังยกกระบี่ไม้ขึ้นอวดเพื่อน อีกสองคนยืนฟังด้วยสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งเบื่อ ขณะที่คนพูดยังเล่าต่อว่าตนเคยประลองชนะใครบ้างเยว่ซีเผลอหันไปทางซ้ายคำพูดเกือบหลุดจากปากเจ้าว่าคราวนี้เป็นเพราะกระบี่ราคาถูกอีกหรือไม่แต่ข้างกายนางมีเพียงราวระเบียงไม่มีหญิงสาวที่ยืนกลั้นหัวเราะแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ด้วยกันลมเช้าพัดชายแขนเสื้อผ่านหลังมือ เยว่ซีค่อย ๆ หันกลับมา มองศิษย์กลุ่มนั้นเดินลงจากลานจนลับสายตาวันแรกที่มาถึงชิงเสวียน นางเองก็เคยยืนฟังใครบางคนโอ้อวดเช่นนี้แล้วเสี่ยวถังก็กระซิบเรื่องกระบี่ราคาถูกทั้งสองหัวเราะจนคนด้านหน้าหันมอง ก่อนพร้อมใจกันแหงนหน้าดูฟ้าราวกับไม่เคยได้ยินอะไรตอนนั้นทุกอย่างยังง่ายนักนางยังไม่ต้องคิดว่าคำใดจริง มือที่ยื่นมาจะพาไปที่ใด และคนที่เรียกว่าเพื่อนกำลังปิดบังอะไรไว้บ้าง“เยว่ซี”นางหันตามเสียงโม่หลิงยวนยืนอยู่ตรงหัวบันได ในมือถือสมุดปกเทาสองเล่ม เขามองเลยไปยังทางเดินว่างข้างนาง ก่อนกลับมาสบตา“เจ้ารอใครอยู่หรือ”เยว่ซีส่ายหน้า แล

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 52 — พลังที่ตอบรับ

    เถาวัลย์พุ่งผ่านข้างแก้มหลินเยว่ซี ก่อนรัดข้อมือหุ่นไม้ที่ฟาดลงมาไว้ได้พอดีเสียงไม้กระแทกกันดังลั่นนางย่อตัวลอดใต้แขนหุ่น หมุนกระบี่ฟันผ้าแดงตรงเอว แล้วรีบถอยก่อนหุ่นอีกตัวจะเข้าถึงช้าไปก้าวเดียวกระบองไม้กวาดต่ำเข้าหาขาเยว่ซีกระโดดหลบ ปลายเท้าเฉี่ยวกระบองจนเสียหลัก เถาวัลย์ซึ่งรัดหุ่นตัวแรกพลันตึง กระชากแขนนางกลับไปด้วยแทนที่จะฝืนดึง นางปล่อยปราณออกจากเถาวัลย์ทันทีมือว่างกดลงบนพื้นยอดเถาอีกเส้นเลื้อยจากกระถางข้างเสา พันรอบหลักไม้ที่ฝังไว้ เยว่ซีคว้ามันแล้วเหวี่ยงตัวพ้นแนวกระบอง ก่อนลงเท้าบนพื้นห่างออกไปสองก้าวเสียงกลไกหยุดลง“สองผืน”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างคันควบคุม มองผ้าแดงในมือนาง“แต่มีหุ่นสามตัว”เยว่ซีหอบจนไหล่ขยับ“ตัวที่สามไม่มีผ้า”“เจ้ามองเห็นเมื่อใด”“ตอนมันไล่ตีข้าเป็นรอบที่สอง”เขาปล่อยคันควบคุม“ถ้าเช่นนั้นวันนี้เจ้าไม่เสียแรงสู้กับสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้ว”เยว่ซีก้มมองเถาวัลย์ซึ่งคลายตัวลงข้างเท้าสิบวันก่อน นางยังทำได้เพียงเร่งต้นถั่วจนเกือบถอนมันทั้งรากตอนนี้นางควบคุมเถาวัลย์ที่มีรากอยู่แล้วได้ไกลสามวา รั้งของหนักกว่าตัวเองได้ชั่วครู่ และปล่อยพันธะก่อนแรงสะท้อนจะย

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 51 — กระบี่ที่นางเลือกถือ

    “หากผนึกปราณข้าไปตลอดชีวิต พวกท่านก็จะสูญเสียผู้ที่อ่านแผนผังของเซี่ยจิ้งเหิงได้”เผยเหวินซูเอ่ยขึ้นก่อนผู้คุมจะพาเขาออกจากหอคำวินิจฉัยเพิ่งถูกอ่านจบริบทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดและนำทรัพย์ส่วนตัวชดใช้ กักขังตลอดชีวิตภายใต้ผนึกปราณ ห้ามติดต่อผู้เสียหายและผู้ร่วมคดีโดยพลการ ความร่วมมือในการตามหาผู้ถูกกักขังถูกนำมาพิจารณาแล้ว แต่ไม่อาจลบความผิดที่เขาวางแผนและลงมือซ้ำหลายครั้งเผยเหวินซูไม่ได้มองผู้ตัดสินเขามองโม่หลิงยวน“เจ้ากำลังหาทางถอนตัวจากผนึกของนาง มิใช่หรือ”เสียงขยับเก้าอี้เงียบลงเยว่ซีรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่หันมา แต่หลิงยวนยังนั่งอยู่ที่เดิม“เรื่องรักษาของนางไม่อยู่ในข้อวินิจฉัยวันนี้”“แต่ข้าช่วยได้”“เจ้าส่งสิ่งที่รู้ให้ผู้คุมได้ พวกเขาจะนำไปตรวจ”“แล้วข้าจะได้อะไร”หลิงยวนลุกขึ้นเขาไม่ได้เดินเข้าหาเผยเหวินซู เพียงรับเสื้อคลุมจากพนักเก้าอี้แล้วหันไปทางประตู“คำวินิจฉัยอ่านจบแล้ว”ครั้งนี้ความเงียบไม่ได้เกิดจากความลังเลเผยเหวินซูเพิ่งพบว่าไม่มีใครกำลังรอฟังราคาที่เขาจะเรียกอีก“เยว่ซี!”นางหยุดอยู่ข้างยายหวัง“เจ้าไม่อยากให้เขาหายหรือ”เยว่ซีหันกลับไป“หากท่านมีวิธีรัก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 50 — ชื่อที่ต้องรับผิด

    หลินเยว่ซีอ่านคำให้การของลั่วชิงเหยาจบในเช้าวันถัดมานางไม่ได้เริ่มจากหน้าที่กล่าวถึงตนเอง แต่เริ่มจากรายชื่อคนที่ถูกส่งผ่านด่านด้วยป้ายสกุลลั่วหญิงสองคนซึ่งเพิ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาจากเหมืองอยู่ในนั้นข้างชื่อมีข้อความที่ผู้สอบสวนเขียนกำกับไว้ว่า คนหนึ่งเดินเองไม่ได้ อีกคนยังสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงล้อเกวียนเยว่ซีวางนิ้วลงตรงบรรทัดนั้น ก่อนพลิกหน้าต่อเรื่องบัญชีหลินอัน สมุดที่ถูกแทรกไว้ในกองหนังสือ และการนำเอกสารของบิดาออกจากหีบ ลั่วชิงเหยารับว่าเป็นผู้ลงมือ นางไม่ได้อ้างว่าเผยเหวินซูจับมือนางทำทว่ายังมีประโยคหนึ่งที่เยว่ซีขีดเส้นใต้ข้าคิดว่าเขาเพียงต้องการพาคนเหล่านั้นไปไว้ในที่ซึ่งไม่มีใครตามพบนางมองประโยคนี้อยู่นานแล้วจึงเขียนคำถามลงบนกระดาษอีกแผ่นเหตุใดคนเหล่านั้นจึงต้องถูกซ่อน⸻โม่หลิงยวนนั่งอยู่ใต้ชายคาเมื่อเยว่ซีเดินไปถึงข้างมือเขามีถ้วยยาเปล่า หนังสือเปิดอยู่บนตัก แต่ยังไม่ได้พลิกหน้านางมองถ้วยยาก่อนอย่างเคย“วันนี้ไม่ต้องให้ข้าเตือนแล้วหรือเจ้าคะ”“อาจารย์ฉินมาเตือนก่อนเจ้า”“ท่านคงพูดมากกว่าข้า”“มาก”เยว่ซีหลุดยิ้ม ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกันนางเล่าเรื่องคำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 49 — ผู้ที่เลือกกลับมา

    ฝาบ่อหินกระแทกพื้นจนแตกออกเป็นสองซีกสิ่งที่ยกมันขึ้นมาไม่มีมือเงาสีเทาทะลักพ้นปากบ่อ พันรอบลำต้นไหวแห้ง แล้วค่อย ๆ ยกส่วนบนขึ้นเหมือนคนที่พยายามจำว่าตนควรยืนอย่างไรใบหน้าหลายใบปรากฏสลับกันอยู่ในเงานั้นชายชรา เด็กหญิง หญิงสาวที่กำลังร้องไห้ล้วนเป็นคนซึ่งมันเคยยืมเสียงโม่หลิงยวนหยุดห่างจากปากบ่อเจ็ดก้าว ขณะที่ม่านอาคมด้านหลังปิดลง เชื่อมแนวหินทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันผู้อาวุโสยังยืนอยู่ด้านนอก มองเห็นเขาชัดเจน“ทางออกด้านตะวันตกพร้อมแล้ว”หลิงยวนพยักหน้าเขาไม่ได้สั่งให้ปิดทางเพื่อขังตนเองไว้กับมัน แต่เพื่อบังคับไม่ให้มันหนีตามผู้บาดเจ็บช่องเปิดเล็กด้านตะวันตกอยู่หลังหินใหญ่ เขาเลือกตำแหน่งไว้ก่อนก้าวเข้ามาแล้วเงาสีเทาโน้มลงเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางลำตัว“เจ้าช่วยทุกคนไม่ได้”หลิงยวนเลื่อนปลายกระบี่ต่ำลง“คืนนี้ช่วยออกมาแล้วเจ็ดคน”เงาพุ่งเข้าใส่ทันที⸻คมกระบี่ตัดผ่านลำตัวของมันไม่มีเลือด ไม่มีเสียงกระดูกแตก เงาที่แยกออกกลับไหลอ้อมคมเข้าหาข้อมือเขาหลิงยวนถอนปราณจากใบกระบี่แล้วถอยหนึ่งก้าวส่วนที่พุ่งตามมาหยุดชะงัก ก่อนหดกลับไปรวมกับลำต้นมันตามปราณเขากวาดตามองรากไม้ซึ่งพ้นดินข

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 48 — คนที่ยังอยู่ใต้เสียงระฆัง

    ปลายพู่กันในมือเหลียงเฉิงสั่นจนหมึกหยดลงบนกระดาษใต้ต้นไม้ที่เขาวาดมีช่องดำอยู่ช่องหนึ่ง รากใหญ่พาดข้ามปากทาง คล้ายกรงเล็บที่กดพื้นดินเอาไว้โม่หลิงยวนเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“ทางเข้าอยู่ใต้รากหรือ”เหลียงเฉิงพยักหน้า ก่อนรีบเขียนเพิ่มอย่าเรียกชื่อคนข้างในมือของเขาหยุดกระตุกทันทีที่เขียนจบเสิ่นซูเหอประคองข้อมือไว้ ไม่ให้ปลายพู่กันแทงถูกใบหน้า ขณะเดียวกันเส้นสีเทาใต้ลำคอก็ขึงตึงขึ้นอีกครั้งเสียงระฆังเบาหวิวลอดออกมาจากริมฝีปากที่ปิดแน่นหลิงยวนวางสองนิ้วลงบนขอบเตียง ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่เป็นม่านบางระหว่างผู้ป่วยกับคนในห้อง เสียงนั้นจึงเบาลงจนแทบไม่ได้ยินเหลียงเฉิงหอบ น้ำตาไหลผ่านหางตา“ไม่ต้องฝืนเขียนแล้ว” เสิ่นซูเหอกล่าวแต่ชายบนเตียงกลับจับแขนเสื้อนางไว้เขาชี้ภาพต้นไม้ ชูนิ้วเจ็ดนิ้ว แล้วชี้ตนเอง ก่อนชูสามนิ้วเยี่ยจื้อหยวนซึ่งยืนอยู่ปลายเตียงขยับเข้ามา“เข้าไปเจ็ดคน กลับออกมาสามคน?”เหลียงเฉิงพยักหน้าแรงยังมีอีกสี่คนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น⸻แผนที่สองหมู่บ้านถูกคลี่บนโต๊ะนอกเรือนทางเดินไปป่ามีสามสาย สองสายผ่านลำธาร อีกสายต้องอ้อมเนินหินซึ่งไม่มีผู้ใดใช้มาหลายปีเมื่อเทียบภาพวาดกับคำบอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status