“แหวนไปไหน” “คะ” หญิงสาวรีบหดมือหนีในทันที “พี่ถามว่าแหวนไปไหน” คริษฐ์ยังย้ำคำถามเดิมแล้วจ้องหน้าคู่หมั้นสาวแบบไม่พอใจ “คืออยู่ที่ออฟฟิศมันต้องล้างแก้วกาแฟบ่อย ๆ รุ้งก็เลยถอดเก็บเอาไว้ค่ะกลัวมันจะสึกเสียก่อน” คำตอบของหญิงสาวค่อยทำให้คริษฐ์รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ถ้าถอดออกพี่จะถือว่ารุ้งขอถอนหมั้นพี่นะ” “ก็ไม่ได้ถอนสักหน่อย แค่ถอดเก็บเอาไว้เฉย ๆ” “งั้นก็ใส่เสียสิ เดี๋ยวนี้เลย” คริษฐ์ถลึงตาใส่แกมบังคับ “ใส่ก็ใส่ค่ะ” คนพูดตัดพ้อเล็กน้อย แล้วหันไปหยิบกระเป๋าด้านข้างมาเปิดเพื่อหยิบแหวนหมั้นของตนออกมาสวมใส่ จากนั้นก็หันหลังมือให้เขาดู
ดูเพิ่มเติม1
เงาอดีต
‘อย่ามาแก่แดดแก่ลมแถวนี้ พี่เกลียดเด็กใจแตกแบบเธอที่สุดรุ้ง !’
ความทรงจำสุดท้ายที่รุ้งพรายจำได้เกี่ยวกับคริษฐ์ พี่ชายบ้านข้างเรือนเคียงกัน เธอผิดหรือที่เห็นเขาเป็นดั่งเจ้าชาย ใฝ่ฝันอยากได้เขามาเป็นเจ้าของ รุ้งพรายไม่เคยชายตามองผู้ชายอื่นนอกจากเขา เธอก็แค่รักเขาชื่นชอบเขา เธอคิดแค่นั้นจริง ๆ
‘รำคาญ เลิกตามสักทีจะได้ไหม !’
ตอนนั้นรุ้งพรายยอมรับว่าเธอมองคำต่อว่าของคริษฐ์เป็นเรื่องขบขันไม่เคยคิดละอายแก่ใจแม้แต่น้อย กระทั่งคริษฐ์มีคนรักเธอก็ยังตามติดเขาไม่ยอมปล่อย ใครจะห้ามจะปรามก็ไม่ยอมฟัง คิดแค่ว่าเธอมาก่อนใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ แต่เธอคิดผิด ตอนรุ้งพรายอายุสิบแปดปี เธอถูก คริษฐ์ทำโทษให้หลาบจำ นับจากนั้นหญิงสาวก็แทบไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกเลย
“ยังคิดถึงเรื่องเก่า ๆ อยู่อีกหรือรุ้ง” มารดาของหญิงสาวถามพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นท่าทีเหม่อลอยของลูกสาว
“ก็นิดหน่อยค่ะแม่ รุ้งไม่ได้กลับมาที่นี่ตั้งหลายปีทุกอย่างเปลี่ยนไปมากเลยนะคะ” รุ้งพรายในปัจจุบันอายุย่างเข้ายี่สิบห้าปี เพิ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดหลังจากบิดาได้เสียชีวิตลง หญิงสาวหันหน้ามายิ้มให้มารดาซึ่งตอนนี้ท่านก็เริ่มแก่ชราลงไปตามวัย
“แต่ห้องนอนของรุ้งก็ยังเหมือนเดิมนะลูก ขึ้นไปดูกัน” นางอำไพพาลูกสาวขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านไม้ ซึ่งด้านล่างได้ต่อเติมเป็นปูนตั้งแต่สองปีที่แล้ว ชั้นบนมีระเบียงไม้สีขาวรอบตัวบ้าน
เปิดเข้าไปภายในห้องนอนรุ้งพรายก็ยิ้มกว้างในทันที เตียงนอนขนาดเล็กกับผ้าม่านสีขาว มีตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งแค่สองชิ้นเท่านั้นเอง หน้าต่างห้องนอนสามารถเปิดกว้างออกเพื่อชมทิวทัศน์ข้างบ้านได้ เมื่อก่อนหญิงสาวชอบใช้มุมนี้ในการแอบมองใครบางคน แต่ตอนนี้สภาพข้างบ้านไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว บ้านไม้สองชั้นหลังด้านข้างในอดีต ได้แปรสภาพเป็นบ้านสองชั้นร่วมสมัยซึ่งสูงกว่าบ้านกว่าของเธอ ชนิดที่ว่าต้องแหงนหน้ามองถึงจะเห็นชั้นสองของตัวบ้าน
“คุณป้าพิมพ์สร้างบ้านใหม่เมื่อไหร่คะแม่”
“ก็ราว ๆ ห้าปีได้แล้วมั้ง กิจการที่บ้านของคุณป้าพิมพ์เขาเจริญรุ่งเรือง รวยแบบก้าวกระโดดกันเลย”
“มีรั้วกั้นสูงแบบนี้แม่กับคุณป้าพิมพ์คงไม่ได้มานั่งคุยเล่นกันเหมือนเมื่อก่อนแล้วใช่ไหมคะ”
“ก็ทำนองนั้นแหละรุ้ง คุณป้าพิมพ์เขาเข้าไปทำงานในบริษัทไม่ได้มาเป็นแม่บ้านเหมือนแม่นี่ แต่เขาเก่งนะดูแลบริษัทจนเจริญก้าวหน้าเป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง ยิ่งได้คริษฐ์เข้ามาดูแลช่วยก็ยิ่งรุ่งเรืองไปกันใหญ่” คำบอกเล่าของมารดาทำให้รุ้งพรายสะดุดตรงชื่อของเขาคนนั้น
เหมือนเรื่องราวของเธอและเขาถูกสภาพแวดล้อมทำให้ห่างกันยิ่งกว่าเดิมอีก เมื่อก่อนเธอก็แค่ลอดรั้วไม้เก่า ๆ เข้าไปวิ่งเล่นในบ้านหลังด้านข้าง แต่ตอนนี้คอนกรีตหนาหนักสูงราวสองเมตรขวางกั้นจะข้ามไปได้อย่างไร คงต้องยอมรับสภาพที่ว่าต่างคนต่างอยู่กันไป
“หิวข้าวไหมรุ้ง ขับรถมาไกล ๆ แบบนี้เหนื่อยแย่” นางอำไพเดินมาแตะไหล่ลูกสาว ที่เอาแต่ยืนมองกำแพงรั้วบ้านหลังด้านข้าง
“รุ้งชินแล้วล่ะแม่ อยู่ที่ไร่ของพ่อก็ขับรถระยะไกลบ่อยครั้งเหมือนกัน” หญิงสาวบอกแบบยิ้ม ๆ บิดาของเธอมีครอบครัวใหม่ แต่ท่านก็เลี้ยงดูเธอจนจบปริญญาตรี กระทั่งท่านได้เสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย รุ้งพรายจึงตัดสินใจยกสมบัติครึ่งหนึ่งซึ่งก็คือบ้านพร้อมที่ดินของไร่ให้กับภรรยาใหม่ของบิดา
“แม่ไม่โกรธรุ้งนะคะ ที่ยกสมบัติครึ่งหนึ่งของพ่อให้แม่ฝนกับน้องน้ำพุ”
“พ่อเขายกให้รุ้งก็แสดงว่าเขามั่นใจว่าลูกสาวของแม่จะจัดการทุกอย่างได้อย่างยุติธรรม แบบนี้แม่จะไปโกรธรุ้งทำไมล่ะลูก”
“แม่ฝนดีกับพ่อมาก น้องน้ำพุก็น่ารัก รุ้งไม่อยากทำให้พวกเขาต้องลำบากค่ะ” แม้จะเจ็บที่บิดาปันใจไปจากมารดา แต่ว่ารุ้งพรายก็หนีความจริงเรื่องนี้ไม่พ้น และเมื่อนานวันเข้าหญิงสาวก็ทำใจกับเรื่องนี้ได้
“อืมแม่รู้”
“แต่แม่ก็คือแม่ของรุ้ง คือคนที่รุ้งรักมากที่สุดในชีวิตนะคะ” หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดมารดา และรู้ดีว่าทำไมท่านถึงได้ส่งเธอไปอยู่กับบิดา เพราะเพียงแค่อาชีพแม่ค้าขายขนมไทยคงไม่สามารถส่งเสียให้เธอได้เรียนในมหาวิทยาลัยจนจบได้ ลำพังแค่ค่าน้ำค่าไฟก็แทบจะเดือนชนเดือนด้วยซ้ำไป
‘พ่อบอกว่าจะไม่ส่งเสียรุ้งหากรุ้งไม่ไปอยู่กับพ่อ พ่อบอกว่าแม่เอาเปรียบพ่อที่เอารุ้งมาเลี้ยงคนเดียว’
อดีตนั้นรุ้งพรายไม่รู้สึกยินดีในเงื่อนไขของบิดา แต่เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้เธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป การไปอยู่กับบิดาจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เธอต้องการ
“รุ้งจะกลับมาอยู่กับแม่แบบถาวรเลยนะ บ้านโน้นยกให้แม่ฝนไปแล้วแต่เงินเก็บส่วนหนึ่งของพ่อก็อยู่ที่รุ้ง”
“แม่ดีใจนะที่รุ้งเลือกมาอยู่กับแม่ แต่ว่ารุ้งเคยอยู่ไร่อยู่สวนจะมาทำงานอะไรที่นี่ล่ะลูก” ความดีใจมาพร้อมกับข้อกังขา
“ไม่รู้เหมือนกันแม่ ตอนนี้ขอพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน เงินรุ้งก็พอมีบ้างยิ่งมีของพ่อด้วยอยู่ไปสบาย ๆ เลยล่ะแม่”
“ไม่เป็นไรอยากพักก็เอาให้เต็มที่แม่ก็ยังขายขนมอยู่เหมือนเดิม ช่วงนี้มีคนมาสั่งให้ส่งตามร้าน แม่ก็เลยไม่ค่อยได้ไปตั้งแผงขายสักเท่าไหร่ เอางี้ไหมรุ้งมาช่วยแม่ทำขนมระหว่างพักดีไหมลูกจะได้ไม่เบื่อนี่แม่ปฏิเสธลูกค้าไปหลายรายแล้วทำไม่ทัน ส่วนใหญ่เขาจะเอาขนมตอนเช้าแม่ตื่นมาทำให้ไม่ทัน แต่ถ้ามีรุ้งมาช่วยแม่ว่าน่าจะทันอยู่นะ” นางอำไพมองเห็นรายได้เพิ่มของตัวเอง โดยมีลูกสาวคอยช่วยเหลือ
“แบบนั้นก็ได้ค่ะแม่ จะได้ไม่เบื่ออย่างที่แม่ว่าด้วย” คนเคยทำงานมาตลอดเห็นด้วยกับผู้เป็นแม่
“มาช่วยแม่ขายขนมนี่แหละ ถ้ามีกำลังเพียงพอแม่จะเปิดร้านเลยรุ้งว่าดีไหม”
“หืม จริงเหรอคะ ก็น่าลองเหมือนกันนะแม่ ลูกค้าของแม่ก็เยอะอยู่ถ้าเปิดร้านมีลูกน้องช่วยดีไม่ดีรวยไม่รู้ตัวเลยนะแม่”
“นั่นสินะ”
สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข ที่ได้วางแผนอนาคตด้วยกัน แม้ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่โตหรือลูกสาวได้ทำงานในบริษัทที่มั่นคงในอาชีพ นางอำไพก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจแต่อย่างใด
“เก็บเสื้อผ้าใส่ตู้ไปก่อนนะรุ้ง เดี๋ยวแม่จะลงไปทำกับข้าวมื้อเย็นให้กินอ้อ ถ้าเก็บเสื้อผ้าเสร็จแล้วรุ้งก็อาบน้ำนอนพักไปเลยนะ เอาไว้ได้เวลากินข้าวแล้วแม่จะมาตามเอง”
“ค่ะแม่” รุ้งพรายมองตามหลังมารดาที่เปิดประตูออกจากห้องนอนไป รอยยิ้มผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าอย่างสุขใจ
แม้งานศพของบิดาท่านไม่ได้ไปร่วมงาน แต่รุ้งพรายก็รู้ดีว่ามารดาของเธอได้อโหสิกรรมให้บิดาเรียบร้อยแล้ว คนเราเมื่อหมดรักกันแล้วก็คงต้องต่างคนต่างไป ความรักไม่อาจบังคับจิตใจกันได้ คิดมาถึงจุดนี้ก็ให้รู้สึกละอายใจนัก หลายปีก่อนเธอยังเด็กและเอาแต่ใจ ทำอะไรหลาย ๆ อย่างลงไปโดยไม่คิด ไม่คำนึงว่าคนอื่นเขาจะรู้สึกอย่างไร หากย้อนกลับไปได้เธอจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด
‘ทำอะไรน่ะรุ้ง !’
‘พี่คริษฐ์ไม่สบายรุ้งเลยจะขึ้นมาดูแลค่ะ’
‘นี่ห้องนอนพี่นะ’
‘คุณป้าพิมพ์อนุญาตแล้ว’
‘แล้วนั่นใส่ชุดอะไร เด็กบ้าเอ๊ย !’
‘เอ่อ’
‘ใครสอนให้มาอ่อยผู้ชายถึงบนห้องแบบนี้
ลงไปเลยกลับไปบ้านตัวเองเลยไป๊ !’
อะไรเข้าสิงเธอก็ไม่รู้กล้าโนบราไปหาผู้ชายถึงบนห้อง นางพิมพ์พรไม่รู้เพราะเธอสวมเสื้อคลุมไว้ข้างนอกพอเข้าไปในห้องนอนของคริษฐ์ถึงถอดเสื้อคลุมออก เหลือเพียงชุดนอนตัวบาง ๆ ที่สามารถมองเห็นไปถึงไหนต่อไหน
‘ยัยรุ้งตอนนั้นเอาสมองส่วนไหนคิด ทำตัวน่ารังเกียจขนาดนั้นได้’
ไม่รู้ว่าตัวเองไปเอาความคิดอ่อยผู้ชายมาจากไหน สมควรแล้วที่คริษฐ์ด่าเธอสาดเสียเทเสียขนาดนั้น จากนั้นก็จับเธอโยนออกจากห้องพร้อมเสื้อคลุม
‘อย่ามาแก่แดดแก่ลมแถวนี้
พี่เกลียดเด็กใจแตกแบบเธอที่สุดรุ้ง !’
ตอนที่ : 45 ตอนพิเศษ 6 (จบ) พรธีราเปิดประตูห้องให้พี่ชาย ด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็คาดไว้แล้วว่าเขาคงต้องมาถาม เรื่องของนวินแน่นอน “เล่ามา ว่าทำไมถึงได้ไว้ใจไอ้กันต์มันขนาดนั้น” “พี่เอื้อทำไมถามตรงแบบนี้ล่ะคะ เอยก็อายเป็นนะคะ” พรธีราเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตัวเอง คนเป็นพี่ชายเดินตามไป ทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง พร้อมกับลูบเส้นผมของน้องสาวไปมา “ไม่ต้องมาอายเลย เล่าให้พี่ฟังหน่อยเผื่อพี่จะมองไอ้กันต์มันเปลี่ยนไปบ้าง” แม้เรื่องจะคลี่คลายไปแล้ว แต่ความระแวงนั้นยังคงมีอยู่ “พี่เอื้อรู้ไหมคะว่าพี่กันต์สักรอยใหม่ตรงอกข้างซ้าย” “หืม จริงเหรอ” “จริงค่ะ” “แล้ว” เขานึกไม่ออกว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ คนเป็นน้องสาวรีบลุกขึ้นจากเตียง ไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมา เปิดรูปที่ตัวเองถ่ายไว้ ยื่นให้พี่ชายดู “นี่ไอ้กันต์เหรอ” “ค่ะ” คนเป็นน้องสาวอมยิ้ม เป็นยิ้มแบบแปลก ๆ เหมือนมีบางอย่างซ่อนไว้ในรูปนี้ พัสวีพยายามมองให้ลึก ตีความหมายให้ออก‘XI•VIII•MCMXCVIII =11Aug1998’
ตอนที่ : 44 ตอนพิเศษ 5เสียงนกร้องจิ๊บ ๆ มาจากไหน คนหลับอุตุซุกหน้าหาความอบอุ่น กอดรัดเอาไว้ราวหมอนข้างที่ห้องของตัวเอง แต่หมอนข้างของเธอทำไมขยับได้ รีบลืมตาขึ้นในทันที“พี่กันต์” หญิงสาวมองคน ที่ชันศอกมองเธอมองเธอ ด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่นอยู่ก่อนหน้าแล้ว พลันหัวใจก็อุ่นวาบตามไปด้วย“กี่โมงแล้วคะเนี่ย เอยหลับไม่รู้ตัวเลย”“หลับสนิทดีแล้วครับ เหนื่อยมาทั้งคืน” คนพูดตาเป็นประกายวับ จิ้มแก้มนุ่มของอีกคนเล่นเบา ๆ“พี่กันต์เอยปวดเนื้อปวดตัวไปหมดเลย” คนงอแงทำหน้าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า นวินหัวเราะกลั้นขำอย่างเอ็นดู จะไม่ให้ปวดได้ยังไง เมื่อคืนเขาใส่เต็มแรงแบบไม่ยั้งก๊อก ก๊อก ก๊อก“อาหารเช้ามาแล้ว” เขาลุกขึ้นจากเตียง แล้วสะบัดผ้าห่มคลุมตัวหญิงสาวจนมิด แทบไม่อยากให้ใครได้เห็นแม้แต่นิ้วเท้าของคนบนเตียงเขาเปิดประตูแค่แง้ม รับถาดอาหารเข้ามา นำมาวางไว้บนโต๊ะตรงริมสระว่ายน้ำ“น้องเอยหิวหรือยังครับ ถ้าหิวออกมากินได้เลย ตรงนี้ทางสะดวก”“ทางสะดวกอะไรคะพี่กันต์” พอก้าวเท้าลงจากเตียงเท่านั้นแหละ พรธีราถึงกับห่อตัวด้วยความรู้สึกเบาหวิว เพราะเธออยู่ในชุดเสื้อยืดตัวเดียว ลมพัดทีคงเย็นวาบไปถึงทรวง หญิงสาวเดินก
ตอนที่ : 43 ตอนพิเศษ 4เขาเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาประคองใบหน้า แนบริมฝีปากเข้าหาอย่างเนิบช้า จูบนุ่มรสหวานละมุนปลายลิ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพรธีราหายใจแทบไม่ทัน ยิ่งสะดุดลมหายใจ เมื่อบางอย่างใต้น้ำ กดแนบกับด้านล่างของเธอ ความปรารถนาแข็งกร้าวดันผ่านเนื้อผ้าออกมา สัมผัสกับเนื้อตัวของเธออย่างแนบชิด“น้องเอยครับ” เสียงแหบพร่าบอกอารมณ์ของคนพูด นวินไม่รอช้าดึงข้อมือของหญิงสาวให้เดินตามเขาไป ตรงบันไดมุมอับอีกฟากของสระว่ายน้ำ มุมนี้มืดสนิทมีแผ่นไม้กั้นหน้าผาเอาไว้“พี่กันต์ อ๊ะ” คนถูกระดมจูบแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อ่อนเปลี้ยลงในทันทีนวินนั่งบนบันไดขั้นสุดท้าย เขาให้หญิงสาวคร่อมอยู่บนตัก ตัวอยู่เหนือน้ำแค่เหนือเอว พรธีรากอดคอเขาเอาไว้แน่น ระหว่างที่ถูกปลดตะขอเสื้อชั้นในออก ฝ่ามือหนาของเขาเลื่อนไปใต้เสื้อกล้ามตัวน้อย ก่อนจะดึงขึ้นไปค้างไว้เหนืออก“อื้อ !” หญิงสาวแอ่นอกให้เขาเชยชมในความมืด ปลายถันถูกดูดดุน ขบเม้มสะท้านสะเทือนไปทั้งตัว สะโพกหนาบดเบียดเข้าหาเธออย่างแนบแน่น ทุกสัมผัสเร่าร้อนอยู่ใต้น้ำ เหนือน้ำก็หวานฉ่ำไปด้วยรสลิ้น ที่ปาดป้ายไปมาอย่างเมามันนวินเลื่อนฝ่ามือลงในผ้าชิ้นน้อยใต้น้ำ อีกคนสะดุ้งเฮือก
ตอนที่ : 42 ตอนพิเศษ 3พอหญิงสาววางสายเท่านั้นแหละ นวินก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ เขาทั้งขำทั้งตลกในสกิลการโกหกของพรธีรา ช่างกล้าพูดออกไปได้“นิสัยไม่ดี”“อ้าวไหงมาว่าพี่แบบนั้นล่ะครับน้องเอย พี่ไม่ได้บอกให้น้องเอยโกหกคุณแม่นะครับ น้องเอยคิดเองทำเองทั้งนั้น”“ก็เพราะพี่กันต์นั่นแหละ ทำให้เอยต้องโกหก” อีกคนหน้าหงิกหน้างอ ยกความผิดให้เขาคนเดียว“โอ๋ ๆ ไม่เอา ไม่งอแงนะครับ”“เอยไม่ใช่เด็กนะคะ เอะอะก็งอแง ๆ อยู่นั่นแหละ”“ก็มันเหมาะกับน้องเอยนี่ครับ ทั้งงอแงทั้งขี้แย แต่น่ารักน่าเอ็นดูไปหมด” คนพูดยิ้มไปถึงดวงตา พรธีราเลยนั่งตัวบิดด้วยความอายอยู่บนเตียง“คุณแม่เชื่อเหรอที่น้องเอยบอกไปเมื่อกี้นี้”“ไม่รู้สิคะ ได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนวางสายด้วย”“เชื่อก็แปลกแล้ว พี่คงต้องหลบหน้าไปบ้านน้องเอยสักพักแล้วล่ะ” คำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา ทำให้หญิงสาวนึกระแวงขึ้นมา“อย่ามองพี่แบบนั้นสิครับ พี่ไม่ได้คิดชิ่ง แค่กลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน” เขารีบบอกเพราะหญิงสาวเริ่มมองเขาแบบไม่มั่นใจ เพิ่งเรียกศรัทธากลับมาได้ นวินไม่อยากให้พรธีราระแวงเขาอีกแล้ว“ไม่เชื่อพี่เหรอครับน้องเอย” นวินลุกขึ้นจากเก้าอี้
ตอนที่ : 41 ตอนพิเศษ 2 “ขอบคุณครับ ว่าแต่อาหารกินกันที่ไหนครับ” “ครัวของเราเปิดถึงสี่ทุ่มค่ะ โทรสั่งมากินตรงระเบียงหน้าสระว่ายน้ำก็ได้นะคะ หรืออยากจะไปกินที่ร้านก็ได้ เบอร์โทรวางไว้ตรงโทรศัพท์ค่ะ” “ขอบคุณครับ” พนักงานเดินจากไปแล้ว นวินก็เดินไปล็อกประตูห้อง พร้อมกับมองหาคนที่เดินเข้ามาก่อนหน้าแล้ว พรธีราเปิดระเบียงออกไปนั่งชมความสวยงามของสระว่ายน้ำ ที่ตัดกับวิวป่าเขาด้านหน้า ห้องพักเขาแทบจะอยู่ติดกับไหล่เขาชันเลยก็ว่าได้ ดีที่มีอะไรรั้วกั้นไว้ด้านหน้าสระว่ายน้ำ “อากาศหลังฝนตกดีมากเลยค่ะพี่กันต์” คนที่นั่งบนเก้าอี้หวายตัวกลมหันมามองนวิน ซึ่งเปิดบานเลื่อนมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ “น้องเอยไม่หิวเหรอครับ พี่เริ่มหิวแล้วนะเนี่ย ตั้งแต่ปั่นจักรยาน ก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลยนะครับ มัวแต่ขับรถไปขับรถมาอยู่นี่” คนพูดถือเมนูอาหารออกมาด้วย “หิวแล้วค่ะ ไหนขอดูเมนูหน่อยว่ามีอะไร” “สรุปเราสั่งมากินในห้องกันดีกว่าเนอะน้องเอย พี่ขี้เกียจออกไปที่ร้านอาหาร” “ค่ะ” “หืม ว่านอนสอนง่าย
ตอนที่ : 40 ตอนพิเศษตอนพิเศษ ทั้งคู่ปั่นจักรยานรอบอ่างเก็บน้ำไปจนครบรอบ ถึงนำจักรยานไปคืนที่ร้านเช่า นวินซื้อน้ำมะพร้าวเป็นลูกจากร้านค้าแถวนั้น ให้หญิงสาวดื่มคลายกระหาย ทั้งสองต่างนั่งพักดื่มน้ำมะพร้าวให้หายเหนื่อย “ข้อความนั่นมีอะไรดีเหรอครับน้องเอย เห็นยิ้มเล็กยิ้มน้อย มาตลอดทางที่ปั่นจักรยานเลย” ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ แก้มของพรธีรานั้นพองจนแทบปริเลยตั้งแต่ตอนนั้น “ไม่มีอะไรสักหน่อย” “เฮ้ น้องเอยอย่ามีความลับกับพี่สิครับ” “แล้วพี่กันต์ล่ะคะมีความลับอะไรกับเอยหรือเปล่า” “ไม่มี ไม่มีเลยครับน้องเอย” คนตอบส่ายหน้าเร็ว ๆ “จริงนะคะ” “จริงสิครับ พี่จะโกหกน้องเอยทำไม” ทั้งคู่นั่งอมยิ้มให้กัน โดยที่ต่างคนต่างคิดว่าตัวเองเก็บความลับได้มิด ถึงนวินไม่พูดออกมาตรง ๆ พรธีรากลับรู้สึกว่าหัวใจของเธอพองโตขึ้น จนแทบจะหลุดออกมานอกอก ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกแตกสลายมาแล้วหนหนึ่ง ครั้งนี้เขากลับทำให้เธอรู้สึก เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ทั้งรักทั้งชังมันให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เอง “เสร็จจากนี
ความคิดเห็น