ANMELDENวันนี้มีลูกค้าในมหาวิทยาลัยอยากมานั่งระบายเกี่ยวกับเรื่องหัวใจ ฉันจึงต้องบอกเพื่อนเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะไม่อยู่สักพัก
"เดี๋ยวกินข้าวเสร็จฉันจะไปโรงยิมนะ มีหนึ่งนัดที่นั่น"
"ใคร?" ชูครีมใช้ช้อนในมือชี้หน้า
"เด็กบริหาร เพิ่งถูกผู้ชายเทเลยชวนไปนั่งดูบาสด้วยฮีลหัวใจ"
"แล้วเพื่อนเขาไม่มีหรือไง" นิริณสงสัย
"ก็คงมี แต่อาจจะอายหรือเกรงใจเลยมาเสียตังค์ดีกว่า"
"ว่าแต่โอเคใช่ไหม ฉันบอกแกแล้วว่าถ้าเดือดร้อนต้องใช้เงินให้บอกฉัน ฉันพร้อมช่วยแกเสมอ"
ชูครีมจับมือฉันเอ่ยน้ำเสียงห่วงใย เราคบเป็นเพื่อนกันมาสามปีแล้วรวมถึงนิริณ ความห่วงใยมีให้กันเสมอ แต่เพื่อนจะรู้ดีว่าฉันขี้เกรงใจแค่ไหน
"ถ้าจวนตัวจริงๆ ฉันจะบอก โอเค๊!"
"ตลอดอะ" นิริณผลักหัวไหล่กลอกดวงตามองบน
ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึกละอายในใจ เพื่อนสองคนช่วยฉันมาเสมอในหลายๆ เรื่องแล้ว ฉันซึ้งใจมาก
กินข้าวเสร็จก็แยกตัวตามที่บอกเพื่อนเดินมายังโรงยิมที่อยู่เกือบถึงหน้ามหาวิทยาลัย วันนี้มีแข่งขันบาสเกตบอลรอบชิงชนะเลิศระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์กับคณะสถาปัตยกรรมในกีฬาประจำปีของมหาวิทยาลัย
แต่ที่ฉันสนใจคือคนที่นัดเอาไว้ต่างหาก เธอชื่อบูมบูม และเธอก็กำลังโบกไม้โบกมือมาให้ฉัน สองขาจึงเร่งรีบเดินไปหาบูมบูมทันที
"รอนานไหม"
"เพิ่งจะมาเหมือนกัน ไปนั่งตรงโน้นกันเถอะ มีที่ว่างอยู่"
บูมบูมจับมือฉันเดินไปบนอัฒจันทร์ที่มีที่ว่างเหลืออยู่สองที่นั่งพอดี ฉันมองผู้คนมากมายด้วยความเฉยชาเพราะไม่แปลกเลยที่คนจะแน่นขนัดขนาดนี้และส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงเพราะนักกีฬาวันนี้เรียกได้ว่าของดีของมอ.Z เชียวล่ะ
"ดูพวกพี่เขาสิ หล่อเนอะ"
ได้ที่นั่งของเราบูมบูมก็ชี้ไปยังที่นั่งนักกีฬาของฝั่งคณะวิศวะ ฉันมองตามแล้วพยักหน้าเห็นด้วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเงินค่าจ้างที่ได้รับสี่ร้อยบาทให้ต้องคล้อยตาม สองคือรุ่นพี่แก๊งนั้นหล่ออย่างที่ว่าจริงๆ
"ไม่ได้โดนหนึ่งในนั้นหักอกมาใช่ไหม"
"โดนอีกฝั่งต่างหาก" บูมบูมเกิดอาการฟึดฟัดมองไปยังนักกีฬาฝั่งสถาปัตยกรรม ฉันร้องอ๋อ.. ที่แท้ก็มาเชียร์อีกฝั่งเพื่อประชด
"แต่ดูบาสเสร็จบูมว่าจะลองไปจีบพี่โชนนะ เขาดูขี้เล่นที่สุดในแก๊งวิศวะลูกเทพแล้วอ่ะ"
ข้อนี้เห็นด้วย
'แก๊งวิศวะลูกเทพ' คือแก๊งของรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์โยธาปีสี่ ฉันรู้จักพวกเขาเพราะชูครีม ก่อนหน้านี้ไม่นานมีเรื่องให้พวกเขาต้องมาคลุกคลีกับยัยนั่นพลอยให้ฉันต้องรู้จักพวกเขาไปด้วยและคนที่เป็นมิตรที่สุดคือพี่โชน พี่แทนคุณกับพี่เจไดคุยไม่เก่งแต่คุยได้ จะมีก็แต่พี่โอบที่มักนิ่งและทำหน้าดุอยู่เสมอ
ฉันมองพวกเขาอีกครั้ง เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้มีโอกาสมานั่งเชียร์บาส ครั้งนั้นคณะมนุษยศาสตร์ของฉันแพ้แก๊งวิศวะลูกเทพราบคาบเลยล่ะ หล่อ สูง เล่นกีฬาเก่ง มีอีกข้อ.. ร่ำรวยกันทั้งสี่คนเพราะพวกเขาเป็นถึงหุ้นส่วนผับ K Night สถานบันเทิงติดอันดับต้นๆ ของประเทศ
เป็นไงล่ะ! ข้อมูลฉันแน่นไหม
"กรี๊ด! พี่โชนเท่ห์เว่อร์ เธอว่าเราจะจีบพี่โชนติดป่ะ"
เกมเริ่มต้นแล้วบูมบูมก็เริ่มส่งเสียงกรีดร้องเชียร์ และคำตอบของฉันก็มีเพียงอย่างเดียว
"จีบติดแน่นอน"
"รู้งี้เราไม่เสียเวลาไปคบกับไอ้บ้านั่นหรอก"
ไอ้บ้าที่ว่าน่าจะเป็นคนที่วิ่งกระแทกพี่โชนอยู่ในสนาม เกมในวันนี้ค่อนข้างดุเดือดเพราะสองคณะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่แล้ว ขนาดฉันที่ดูบาสไม่เป็นยังละสายตาไม่ได้
"ฉะนั้นเธอก็ไม่ต้องเสียใจนะบูม เธอสวยและเลิศ เดินหน้าต่อหาผู้ใหม่ไปเลย" ฉันพูดกับบูมบูมแต่สายตามองในสนาม มือกำกระเป๋าแน่นลุ้นตามพี่โอบที่กำลังกระโดดชู้ตบาส
เฮ้! พลันเสียงเฮก็ดังลั่นหลังจากลูกบาสลอยละลิ่วเข้าห่วง ฉันยกกำปั้นร้องเยสดีใจ แอบยกนิ้วโป้งให้พี่โอบที่เหมือนจะมองมาทางนี้ด้วย แต่มองแวบเดียวเขาก็หันหน้าไปสนใจแข่งบาสต่อให้ฉันต้องยู่จมูกหมั่นไส้
เสร็จสิ้นการแข่งขันฉันก็แยกกับบูมบูมพร้อมกับรับเงินมาห้าร้อยบาท บูมบูมทิปให้ฉันเพราะเธอสนุกมากและชอบที่ฉันให้ท้ายไปเสียทุกอย่าง ก่อนกลับตึกคณะฉันเลยแวะเข้าห้องน้ำเพราะปวดฉี่อย่างหนัก ใช้เวลาฉี่ไม่นานก็ออกมายืนล้างมือแล้วมองห้องด้านหลังผ่านกระจก ติดกับห้องที่ฉันเข้ามันมีเสียงน้ำไหลตลอดเวลาเหมือนคน..อาบน้ำเลย
แกร๊ก! เสียงประตูที่ฉันจ้องมองดังขั้นพาให้ตกใจสะบัดมือวักน้ำขึ้นมาเปียกเสื้อนักศึกษาและใบหน้า ฉันรีบปิดน้ำแล้วเอามือลูบดวงตาปาดเช็ดน้ำออกให้มองเห็น
เฮือก!! แต่แล้วก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อได้สานสบตากับผู้ชายที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวผ่านกระจก เขายืนอยู่หน้าห้องนั้นและเหมือนว่าเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ
"พะ พี่โอบ"
ฉันหมุนตัวไปเรียกพี่โอบ มองซ้ายมองขวาดูรอบๆ ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน..
"นี่ห้องน้ำนักกีฬา"
พี่โอบเฉลยให้ ก้าวเท้าเปลือยเปล่าเดินเข้ามาหาให้ฉันค่อยๆ ขยับเท้าถอยหนีไปด้านข้าง ทว่าสายตากลับละไปจากกล้ามหน้าท้องเป็นลอนคลื่นนั้นไม่ได้ นอกจากจะหล่อแล้ว หุ่นของเขายังเพอร์เฟคเข้าขั้น รอยสักลายกราฟิกบนท่อนแขนข้างขวาตั้งแต่หัวไหล่ลากยาวลงมาถึงข้อมือทำให้ฉันรู้สึกวูบโหวงในช่องท้อง หรืออาจเป็นเพราะร่องวีเชฟก็ไม่รู้ที่ทำฉันลมจะจับอยู่ตอนนี้
"ขะ ขอโทษค่ะ ปันเข้าห้องน้ำผิด"
ตั้งสติได้ก็ตอนที่กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยมาเตะจมูกเพราะพี่โอบมายืนอยู่หน้ากระจก เขาเหล่ตามองฉันก่อนจะหลุบสายตามองหน้าอกให้ฉันต้องมองตาม ถึงเพิ่งเห็นว่าน้ำที่สาดกระเซ็นเมื่อครู่มันทำตรงนั้นเปียกจนเห็นชุดชั้นในสีขาว
พรึบ! พลันก็มีบางอย่างลอยมาให้ฉันตะครุบรับ ฉันรีบกางดู มันคือเสื้อช็อปสีเลือดหมูตัวใหญ่มีชื่อของเขา OAB ตัวเล็กๆ ปักอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อ
"ใส่มันแล้วไปซะ" เขาพูดเสียงดังใบหน้าขึงขังไม่พอใจ
"เดี๋ยวปันซักแล้วเอามาคืนให้นะ"
ไม่ได้รอให้เขาตอบรับ วิ่งออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับใส่เสื้อช็อปคลุมทับไปด้วย ปากก่นบ่นบางคนที่ชอบพูดจาห่ามทำตัวเป็นคนโหดจนเคยตัว
วันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครรถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัยโอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว""แล้วมึงต้องการอะไร""ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา"ใครที่ว่าใช่มึงไหม""ไม่ใช่"เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่ว
พี่โอบจูบฉันอีกครั้งเหิมเกริมหนักด้วยเรียวลิ้นสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก ฉันเป็นเด็กดีนั่งนิ่งให้เขาทำตามใจและเรียนรู้ไปในคราวเดียวกันครั้นได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอหนา พี่โอบก็ผละออกแล้วจับใบหน้าฉันให้หันกลับมาทางเดิม"เล่ามาได้แล้ว"จูบขนาดนั้นฉันจะยังจำอะไรได้ไหมล่ะฉันเอนตัวพิงซบเหมือนเดิม อย่างแรกควรพูดให้เขารู้ว่าฉันมีปัญหาทางการเงินเพราะอะไร"เมื่อปีที่แล้วบ้านปันล้มละลายค่ะ พ่อแม่ไปต่างประเทศแล้วทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งก้อน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ปันเลยต้องดิ้นรนหาเงิน"พี่โอบไม่ได้ตอบโต้ แต่มือใหญ่ที่ลูบวนอยู่ที่หน้าท้องบอกให้รู้ว่าเขาฟังอยู่"ปันรับงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชั่วโมงละ 200 บ. ปกติจะคุยผ่านมือถือ จะคุยต่อหน้าเฉพาะนักศึกษาในมอ แต่วันนี้เห็นว่าเป็นวันเสาร์ ปันเลยไปรับงานข้างนอก เขาบอกสถานที่เป็นห้องซ้อมดนตรี ปันไม่คิดว่าห้องนั้นจะอยู่ในบ้านที่มีรั้วทึบ และไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคือ..นกเขาไม่ขัน"มือใหญ่หยุดชะงัก ฉันเงยหน้ามองพี่โอบ เขาก็ก้มหน้าลงมาเช่นกัน"ต่อ""มันบอกนกเขาไม่ขัน แต่พอมันถอดกางเกงออกมาก็ตั้งโด่เหมือนของพี่เลย แบบนี้เขาเรียกขันใช่ไหมล่ะคะ มันบอกให้ปันช่วยหน่อย ปันเลย
รถเคลื่อนตัวออกมาได้ห้านาทีฉันก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาแล้วใช้มันปิดใบหน้ากดความรู้สึกย่ำแย่ เหตุการณ์เมื่อครู่เลวร้ายยิ่งกว่าพ่อแม่ทิ้งเอาไว้คนเดียวเสียอีก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันช่วยตัวเองออกมาไม่ได้จะเป็นอย่างไร"ไปไหนมา"ในที่สุดก็มีคำถามจากพี่โอบ ฉันสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วเอามือออกจากใบหน้าหันมองเขา"ไปทำงานค่ะ""งานอะไร"เขาไม่ได้มองหน้าฉันนะ แต่ใบหน้ายังคงขึงขังคิ้วขมวด"งานที่ปรึกษา""แล้ว?""ปันถูกลูกค้าหลอกมาปล้ำ"เสียงของฉันสั่นพยายามกลั้นที่สุด พี่โอบยังคงมองตรงไปข้างหน้าแล้วเงียบไปตั้งแต่นั้นไม่มีคำถามใดต่อ จากนั้นความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับบรรยากาศในรถคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆและฉันก็คิดว่าพี่โอบคงจะพาไปส่งอะพาร์ตเม้นต์ แต่กลับคิดผิดเมื่อรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งฉันไม่ได้ถามว่าที่นี่่ที่ไหน พาฉันมาที่นี่ทำไม และเขาเองก็ยังคงเงียบและนั่งนิ่งมานานกว่าห้านาทีแล้วเป็นฉันเองที่ทนกับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงยื่นมือไปจับท่อนแขนหนาเอ่ยทำลายความเงียบ"พี่โอบมีแฟนไหม"เขาหันมาสบตาทันที"มีแฟนไหมคะ""ถามเพื่อ?""ถามเ
ฉันพยายามลืมเรื่องที่พี่โอบพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ปรึกษาชั่วโมงละสองร้อยบาทต่อไป ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเวลาและกำลังไหวเท่านี้ก็ต้องกัดฟันวันเสาร์ฉันมีนัดนอกสถานที่ คุณคุณสายฟ้านัดหมายให้ฉันไปนั่งรับฟังเขาปรับทุกข์ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง เขายินดีจ่ายค่าเดินทางให้ฉันหนึ่งพันบาท ไหนๆ วันเสาร์ก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเงินค่าเดินทางที่ได้มากกว่าค่าจ้างฉันมาถึงสถานที่นัดหมายเวลาบ่ายโมง ห้องซ้อมดนตรีแห่งนี้อยู่ใน..บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ฉันคิดว่ามันจะอยู่ในอาคารพาณิชย์เสียอีก"อยู่ในบ้านเหรอ""ปันปันใช่ไหมครับ"ในขณะยืนงงอยู่ ประตูเหล็กบานเล็กก็ถูกเปิดพร้อมกับผู้ชายรูปร่างผอมสูงโผล่หน้าออกมา"ใช่ค่ะ""เข้าข้างในเถอะ ผมอยากคุยกับคุณจะแย่อยู่แล้ว"มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาคว้าแขนฉันให้เข้าไปด้านในประตูรั้ว อย่างแรกที่ฉันเห็นคือสุนัขพันธุ์พิทบูลอยู่ในกรงสี่ตัว บ้านปิดประตูเอาไว้แน่น บนพื้นมีเศษใบไม้แห้งมากมาย เสียงสุนัขเห่ามาพร้อมกับลมพัดเบาหวิวชวนให้รู้สึกวังเวง ฉันยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา"ทางนี้ครับ"เฮือก! ฉันสะดุ้งเมื่อเสียงพูดนั้นดังใกล้เกินไปราวกับพูดอยู่ข้างหู หันมองก็พบว
ฉันคิดผิดที่ว่าไม่มีธุรกงการอะไรกับพี่โอบอีกเพราะกลับมาถึงห้องถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคืนของให้พี่โอบไม่หมดฉันหยิบพวงกุญแจเกียร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือข้างโต๊ะขึ้นมาดู ลืมไปเสียสนิทว่าตอนซักเสื้อฉันเอามันมาวางไว้ตรงนี้"หรือเขาจะโทรมาทวงเกียร์"ใช่แน่ๆ ฉันนั่งทำใจอยู่สักพักก็หยิบมือถือมาโทรหาพี่โอบ รอสายไม่กี่วินาทีทางนั้นก็รับสาย"เดี๋ยวเอาพวงกุญแจไปคืนให้พรุ่งนี้ค่ะ"พูดจบฉันก็วางสายไม่รอฟังว่าพี่โอบจะตอบกลับว่าอย่างไรติ๊งๆ ไม่เกินคาดว่าต้องมีข้อความตามมา ฉันไม่ได้เปิดอ่าน แต่อ่านจากแจ้งเตือนบนหน้าจอคนโหด : เป็นแรปเปอร์?คนโหด : พรุ่งนี้บ่ายสองจะรอที่ตึกวิศวะ"ไปให้โง่ทำไม"แต่เพราะความกลัวว่าเขาจะบุกไปหาถึงตึกคณะ ฉันเลยเลือกจะมาหาพี่โอบเองดีกว่า บ่ายสองฉันก็มาเกาะอยู่ต้นไม้หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ สวมวิญญาณพวกถ้ำมองมองหาคนหน้าโหดเอี๊ยด!เสียงล้อยางบดเบียดถนนพร้อมกับรถที่มาจอดเทียบบดบังการมองเห็น ฉันตัวชาวาบขนลุกเพราะรถคันนั้นเป็นของพี่โอบ เขาเปิดกระจกรถแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียว..ฉันชิ! ตาดีเชียวฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินอย่างเชื่องช้าเข้่าไปหาเขา และคงไม่ทันใจนั่นแหละ พี่โอบถึงได้ลงจากรถม
หลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?""พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ""เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว""ฮึก! ฮึก!"ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วยเหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำ


![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




