ANMELDENฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงตึกคณะมนุษยศาสตร์ พอถึงหน้าตึกก็ถอดเสื้อช็อปออกมากอดแนบอกป้องกันคนสงสัยว่าฉันสวมใส่มันมาทำไม แต่ดันลืมไปว่าฉันมีเพื่อนรออยู่สองคน เพียงก้นนั่งบนเก้าอี้ในห้องเรียน เสื้อในมือก็ถูกนิริณแย่งไปดู
"ช็อปใครอ่ะ เฮ้ย!"
นิริณร้องอุทานเสียงดังแล้วหันกระเป๋าที่มีชื่อเจ้าของเสื้อให้ชูครีมดู
"ของพี่โอบ! ปัน! แกไปเอาเสื้อพี่โอบมาได้ไง" ชูครีมเขย่าแขน
"ก็ไหนว่าไม่มีซัมธิงกันไง แกเคยบอกว่าเขาน่ากลัว"
"ก็น่ากลัวเหมือนเดิมนั่นแหละ ฉันเข้าห้องน้ำผิด ตกใจที่เจอเขาในห้องน้ำเลยทำน้ำกระเด็นใส่เสื้อ พี่โอบให้ยืมเสื้อมาใส่แล้วก็ไล่ตะเพิดมาเนี่ย"
ฉันเล่าเสียงอ่อน มือลูบหน้าอกที่ยังคงชื้นอยู่นิดหน่อย
"แต่ฉันเห็นด้วยกับปันนะ พี่โอบจะคีฟลุคโหดไปถึงไหน ครีม..แกลองไปบอกพี่สิงห์ให้บอกน้องเขาหน่อยสิว่าอย่าเก็กเยอะ"
ชูครีมถอนหายใจยักไหล่ "นิสัยแฟนฉันกับพี่โอบต่างกันตรงไหน ไม่งั้นจะสนิทกันขนาดนั้นเหรอ"
"อีกคนดุ อีกคนโหด อืม..อยู่ด้วยกันได้แหละ"
ฉันนั่งฟังยัยสองคนนินทาผู้ชายไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีบทแทรก กระทั่งเรียนเสร็จฉันก็นั่งรถกะป้อกลับอะพาร์ตเม้นต์ สิ่งที่ทำอย่างแรกเลยคือหยิบกะละมังมานั่งซักเสื้อช็อปสีเลือดหมูในห้องน้ำ
"เอ๊ะ!" ทว่าตอนที่กำลังขยี้กลับพบว่ามีบางอย่างอยู่ในกระเป๋าตรงเอวข้างขวา ฉันล้วงเอามันออกมาดูใกล้ๆ ใช้นิ้วชี้ปัดๆ เอาฟองผงซักฟอกออกจนมองเห็นชัดเจนว่ามันคือพวงกุญแจที่ถูกห้อยไว้กับ..เกียร์ สัญลักษณ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์
พี่โอบเก็บของแบบนี้เอาไว้ในกระเป๋าเสื้อน่ะเหรอ ฉันคิดว่ามันสำคัญจนต้องเก็บเอาไว้อย่างดีเพราะเคยได้ยินมาว่าเกียร์วิศวะเปรียบดั่งหัวใจของเจ้าของเกียร์
@ผับ K Night
หลังจากคว้าชัยชนะเป็นแชมป์กีฬาบาสเกตบอลมาได้ แก๊งวิศวะลูกเทพ..ที่มีพ่อชื่อเทพก็มารวมตัวกันอยู่ที่ K Night ผับ สถานบันเทิงที่พวกเขาเป็นหุ้นส่วนกับสิงหราชรุ่นพี่
เตกีล่ารสชาติเยี่ยมถูกรินใส่แก้วสี่ใบครั้งแล้วครั้งเล่า คนรับหน้าที่รินคือแทนคุณหนุ่มหน้าไทยคมเข้ม คนดื่มเยอะสุดคือเจไดคอเหล้า โชนดื่มน้อยหน่อยเพราะเอาแต่มองสาวๆ ที่เต้นอยู่ไกลๆ โอบจิบเรื่อยๆ แต่จิบไม่พัก ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ
"ตอนแข่งบาสเสร็จมีผู้หญิงพุ่งมาจีบกูด้วยนะเว้ย แม่ง! ตกใจฉิบหาย" โชนละสายตาจากสาวๆ มาคุยเมื่อนึกขึ้นได้
"มึงชอบอยู่แล้วเพื่อน" เจไดยกแก้วขึ้นพลางชี้หน้า ดวงตาปรือฉ่ำบ่งบอกว่าเมามาก
"มึงก็น่าจะชอบว่ะ เพลาๆ หน่อยไอ้เจ เดี๋ยวได้หลับก่อนกลับ" แทนคุณพูดขำๆ
"หลับก็นอนนี่ พวกมึงแบกกูไปเปิดห้องด้วย" คนเมาชี้หน้าทุกคนจนมาหยุดนิ้วที่โอบ "เฮ้ย! เพื่อนๆ แดกกันอยู่ มึงดูเหี้ยอะไรวะ"
"ดูศาลาให้มึงอยู่"
โอบตอบเสียงเนือย ยอมเก็บมือถือลงเพราะเขาแค่อ่านแชทของปันปันที่ส่งมาบอกว่าวันจันทร์จะเอาเสื้อมาคืน
หากถามว่าเธอกับเขามีคอนแทคไลน์กันได้อย่างไร คงต้องย้อนไปหลายเดือนก่อนที่เขาต้องรับภาระพาคนเมาไปส่งหลังจากเธอกับเพื่อนมาดื่มแล้วเกิดเหตุทะเลาะวิวาท
"ถ้าไม่ติดว่ามึงกุมความลับกูเยอะ เตะปากมึงไปแล้ว ไอ้โชน..คนที่มาจีบมึงใช่บูมบูมบริหารไหม"
"เออดิ"
"กูเห็นนั่งอยู่กับน้องปันปันเพื่อนชูครีมว่ะ ถ้ามาจากแก๊งนี้เข้าท่าอยู่นะ"
"มึงจะเจริญรอยตามเฮีย?"
ผัวะ! พูดไม่ทันขาดคำ ฝ่ามือของคนที่ถูกเรียกว่าเฮียก็ฟาดลงบนศีรษะของโชน
"เฮี้ย!" โชนยกมือลูบหัวตัวเองทำหน้างอ
"นินทากู"
สิงหราชหรือสิงห์รุ่นพี่นั่งลงเก้าอี้ว่างข้างโอบ
"นินทาอะไรคร้าบ ผมแค่บอกว่าถ้าใครได้คนในแก๊งเมียเฮียเป็นแฟนจะโชคดีเหมือนเฮีย"
"สาบานว่ามึงคิดงั้น?"
"ชัวร์ป๊าบดิ แล้วทิ้งชูครีมลงมาได้ไง"
ชั้นทำงานของสิงหราชอยู่บนชั้นสี่ เดาว่าชูครีมก็น่าจะอยู่บนนั้นในเวลานี้
"มาคุยกับไอ้เวรนี่"
สิงหราชหันไปมองหน้าโอบรุ่นน้องที่เขาสนิทด้วยมากสุด
"ก็ไหนบอกว่ากูไม่ทำ มึงก็ไม่อยากไปไง"
โอบเลิกคิ้วเล็กน้อย มือหมุนไปมาระหว่างครุ่นคิดหาคำตอบ
"ดึกๆ ผมนอนไม่หลับ ไปชั่วโมงสองชั่วโมงหาค่าเหล้าให้พวกแม่ง"
"อยู่ที่นี่เหล้าพวกมึงก็แดกฟรีอยู่แล้ว ข้ออ้างมึงฟังไม่ขึ้น"
"เอาหน่าเฮีย.."
มือใหญ่ของโอบวางบนบ่าของรุ่นพี่
"ผมไม่พลาดถูกยิงไส้แตกเหมือนเฮียหรอก"
"แล้วกูจะคอยดูว่าตอนนั้น..มึงจะคอตั้งเหมือนสิงโตหรือร้องเหมือนหมา"
เพราะงานที่เขาเพิ่งจะวางมือไปไม่นานนี้ไม่ต่างจากเอาขาข้างหนึ่งหย่อนไปในนรก
วันเสาร์พี่นิ้งนัดหมายเวลาหกโมงเย็น ณ หน้าห้างสรรพสินค้าย่านชานเมือง ฟังจากค่าตอบแทนที่จะได้รับมากกว่าหนึ่งพันบาทฉันเลยยอมนั่งรถแท็กซี่มา ไม่อย่างนั้นค่าโดยสารแพงหูฉี่คงไม่ได้กินเงินของฉัน
แต่กว่าพี่นิ้งจะเดินทางมารับก็ล่วงเลยไปเกือบหนึ่งทุ่ม เธอขับรถเก๋งห้าประตูคันเล็กมาจอดเทียบตรงหน้า เปิดกระจกตะโกนเรียก
"ปันปันเร็วเข้า"
ฉันวิ่งปรู๊ดขึ้นมาฝั่งคนนั่ง ขึ้นรถมาได้ก็เหมือนขึ้นสวรรค์เมื่อเจอแอร์ ก็ฉันยืนรอตั้งชั่วโมงเชียวนะ ร้อนก็ร้อน หิวแล้วด้วย
"โทษทีนะ พอดีพี่เผลอหลับน่ะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่มันคืองานอะไรเหรอคะแล้วเราจะไปที่ไหน"
ข้อมูลตรงนี้ฉันไม่รู้เลย รู้เพียงแต่ว่าพี่นิ้งไม่ใช่คนไว้ใจไม่ได้ที่จะพาฉันไปขาย
"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้จ้ะ แล้วเราจะว้าวแบบว้าวมากๆ เอากระเป๋าใบใหญ่มาไหม เราอาจจะรับทิปหนักๆ เต็มกระเป๋ากลับบ้านนะ"
"ใหญ่พอไหมคะ"
ฉันชูกระเป๋าเป้ให้เธอดู
"เยี่ยมเลย ไปถึงพี่จะให้เราเปลี่ยนเสื้อผ้านะ และมีกฏให้ต้องทำตามอยู่นิดหน่อย"
"รับทราบค่ะ"
ฟังดูแล้วไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ฉันพยักหน้ารับรู้แล้วนั่งเงียบๆ ไปตลอดทาง ผ่านไปสิบห้านาทีรถก็เลี้ยวเข้ามาในซอยดินสองข้างทางเป็นป่า ในใจฉันชักหวาดหวั่น เหล่ตามองพี่นิ้งเป็นระยะ ขอคืนคำได้ไหม.. ฉันชักจะไม่ไหวใจรุ่นพี่คนนี้แล้ว
วันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครรถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัยโอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว""แล้วมึงต้องการอะไร""ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา"ใครที่ว่าใช่มึงไหม""ไม่ใช่"เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่ว
พี่โอบจูบฉันอีกครั้งเหิมเกริมหนักด้วยเรียวลิ้นสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก ฉันเป็นเด็กดีนั่งนิ่งให้เขาทำตามใจและเรียนรู้ไปในคราวเดียวกันครั้นได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอหนา พี่โอบก็ผละออกแล้วจับใบหน้าฉันให้หันกลับมาทางเดิม"เล่ามาได้แล้ว"จูบขนาดนั้นฉันจะยังจำอะไรได้ไหมล่ะฉันเอนตัวพิงซบเหมือนเดิม อย่างแรกควรพูดให้เขารู้ว่าฉันมีปัญหาทางการเงินเพราะอะไร"เมื่อปีที่แล้วบ้านปันล้มละลายค่ะ พ่อแม่ไปต่างประเทศแล้วทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งก้อน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ปันเลยต้องดิ้นรนหาเงิน"พี่โอบไม่ได้ตอบโต้ แต่มือใหญ่ที่ลูบวนอยู่ที่หน้าท้องบอกให้รู้ว่าเขาฟังอยู่"ปันรับงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชั่วโมงละ 200 บ. ปกติจะคุยผ่านมือถือ จะคุยต่อหน้าเฉพาะนักศึกษาในมอ แต่วันนี้เห็นว่าเป็นวันเสาร์ ปันเลยไปรับงานข้างนอก เขาบอกสถานที่เป็นห้องซ้อมดนตรี ปันไม่คิดว่าห้องนั้นจะอยู่ในบ้านที่มีรั้วทึบ และไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคือ..นกเขาไม่ขัน"มือใหญ่หยุดชะงัก ฉันเงยหน้ามองพี่โอบ เขาก็ก้มหน้าลงมาเช่นกัน"ต่อ""มันบอกนกเขาไม่ขัน แต่พอมันถอดกางเกงออกมาก็ตั้งโด่เหมือนของพี่เลย แบบนี้เขาเรียกขันใช่ไหมล่ะคะ มันบอกให้ปันช่วยหน่อย ปันเลย
รถเคลื่อนตัวออกมาได้ห้านาทีฉันก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาแล้วใช้มันปิดใบหน้ากดความรู้สึกย่ำแย่ เหตุการณ์เมื่อครู่เลวร้ายยิ่งกว่าพ่อแม่ทิ้งเอาไว้คนเดียวเสียอีก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันช่วยตัวเองออกมาไม่ได้จะเป็นอย่างไร"ไปไหนมา"ในที่สุดก็มีคำถามจากพี่โอบ ฉันสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วเอามือออกจากใบหน้าหันมองเขา"ไปทำงานค่ะ""งานอะไร"เขาไม่ได้มองหน้าฉันนะ แต่ใบหน้ายังคงขึงขังคิ้วขมวด"งานที่ปรึกษา""แล้ว?""ปันถูกลูกค้าหลอกมาปล้ำ"เสียงของฉันสั่นพยายามกลั้นที่สุด พี่โอบยังคงมองตรงไปข้างหน้าแล้วเงียบไปตั้งแต่นั้นไม่มีคำถามใดต่อ จากนั้นความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับบรรยากาศในรถคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆและฉันก็คิดว่าพี่โอบคงจะพาไปส่งอะพาร์ตเม้นต์ แต่กลับคิดผิดเมื่อรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งฉันไม่ได้ถามว่าที่นี่่ที่ไหน พาฉันมาที่นี่ทำไม และเขาเองก็ยังคงเงียบและนั่งนิ่งมานานกว่าห้านาทีแล้วเป็นฉันเองที่ทนกับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงยื่นมือไปจับท่อนแขนหนาเอ่ยทำลายความเงียบ"พี่โอบมีแฟนไหม"เขาหันมาสบตาทันที"มีแฟนไหมคะ""ถามเพื่อ?""ถามเ
ฉันพยายามลืมเรื่องที่พี่โอบพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ปรึกษาชั่วโมงละสองร้อยบาทต่อไป ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเวลาและกำลังไหวเท่านี้ก็ต้องกัดฟันวันเสาร์ฉันมีนัดนอกสถานที่ คุณคุณสายฟ้านัดหมายให้ฉันไปนั่งรับฟังเขาปรับทุกข์ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง เขายินดีจ่ายค่าเดินทางให้ฉันหนึ่งพันบาท ไหนๆ วันเสาร์ก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเงินค่าเดินทางที่ได้มากกว่าค่าจ้างฉันมาถึงสถานที่นัดหมายเวลาบ่ายโมง ห้องซ้อมดนตรีแห่งนี้อยู่ใน..บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ฉันคิดว่ามันจะอยู่ในอาคารพาณิชย์เสียอีก"อยู่ในบ้านเหรอ""ปันปันใช่ไหมครับ"ในขณะยืนงงอยู่ ประตูเหล็กบานเล็กก็ถูกเปิดพร้อมกับผู้ชายรูปร่างผอมสูงโผล่หน้าออกมา"ใช่ค่ะ""เข้าข้างในเถอะ ผมอยากคุยกับคุณจะแย่อยู่แล้ว"มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาคว้าแขนฉันให้เข้าไปด้านในประตูรั้ว อย่างแรกที่ฉันเห็นคือสุนัขพันธุ์พิทบูลอยู่ในกรงสี่ตัว บ้านปิดประตูเอาไว้แน่น บนพื้นมีเศษใบไม้แห้งมากมาย เสียงสุนัขเห่ามาพร้อมกับลมพัดเบาหวิวชวนให้รู้สึกวังเวง ฉันยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา"ทางนี้ครับ"เฮือก! ฉันสะดุ้งเมื่อเสียงพูดนั้นดังใกล้เกินไปราวกับพูดอยู่ข้างหู หันมองก็พบว
ฉันคิดผิดที่ว่าไม่มีธุรกงการอะไรกับพี่โอบอีกเพราะกลับมาถึงห้องถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคืนของให้พี่โอบไม่หมดฉันหยิบพวงกุญแจเกียร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือข้างโต๊ะขึ้นมาดู ลืมไปเสียสนิทว่าตอนซักเสื้อฉันเอามันมาวางไว้ตรงนี้"หรือเขาจะโทรมาทวงเกียร์"ใช่แน่ๆ ฉันนั่งทำใจอยู่สักพักก็หยิบมือถือมาโทรหาพี่โอบ รอสายไม่กี่วินาทีทางนั้นก็รับสาย"เดี๋ยวเอาพวงกุญแจไปคืนให้พรุ่งนี้ค่ะ"พูดจบฉันก็วางสายไม่รอฟังว่าพี่โอบจะตอบกลับว่าอย่างไรติ๊งๆ ไม่เกินคาดว่าต้องมีข้อความตามมา ฉันไม่ได้เปิดอ่าน แต่อ่านจากแจ้งเตือนบนหน้าจอคนโหด : เป็นแรปเปอร์?คนโหด : พรุ่งนี้บ่ายสองจะรอที่ตึกวิศวะ"ไปให้โง่ทำไม"แต่เพราะความกลัวว่าเขาจะบุกไปหาถึงตึกคณะ ฉันเลยเลือกจะมาหาพี่โอบเองดีกว่า บ่ายสองฉันก็มาเกาะอยู่ต้นไม้หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ สวมวิญญาณพวกถ้ำมองมองหาคนหน้าโหดเอี๊ยด!เสียงล้อยางบดเบียดถนนพร้อมกับรถที่มาจอดเทียบบดบังการมองเห็น ฉันตัวชาวาบขนลุกเพราะรถคันนั้นเป็นของพี่โอบ เขาเปิดกระจกรถแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียว..ฉันชิ! ตาดีเชียวฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินอย่างเชื่องช้าเข้่าไปหาเขา และคงไม่ทันใจนั่นแหละ พี่โอบถึงได้ลงจากรถม
หลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?""พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ""เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว""ฮึก! ฮึก!"ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วยเหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำ







