Teilen

อย่าดื้อนัก

last update Veröffentlichungsdatum: 07.09.2026 20:33:21

รถเคลื่อนตัวออกจากซอยสัญญาณมือถือก็กลับมา ฉันรีบกดเข้าไปในแชทของพี่นิ้ง มือขยุกขยิกพิมพ์ๆ ลบๆ เพราะคิดไม่ออกว่าจะบอกเธออย่างไรดี

"ให้ปันบอกพี่นิ้งว่าอะไรคะ" ฉันหันหน้าจอไปให้พี่โอบดู

เขาทำเพียงปรายตามองแล้วตั้งหน้าตั้งขับรถ

"บอกให้แล้ว"

"จริงเหรอคะ พี่ไปบอกเธอว่าอะไร"

"บอกว่าเราต้องกลับก่อน"

"แล้วพี่นิ้งว่าไงคะ"

"ฝากส่งด้วย"

ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ

ฉันเลยหันกลับมาพิมพ์แชททิ้งเอาไว้

PunPun : ปันต้องกลับก่อน ขอโทษนะคะพี่นิ้ง

หวังว่าเธอจะไม่โกรธและไม่กาหัวฉันไม่ให้มาทำงานด้วย เงินมันดี ฉันเสียดาย

"หิวอ่า" ฉันบ่นพึมพำ มือลูบท้องป่อยๆ "พี่จะไปส่งปันที่อะพาร์ตเม้นต์เลยไหม"

"อืม"

"แวะกินเตี๋ยวก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวปันเลี้ยงพี่หนึ่งชาม"

แบงค์พันสี่ใบถูกโบกไปมา

"ได้ทิปมาตั้งสี่พันแหนะ เลี้ยงสองชามเลยก็ได้"

เฟี้ยว! พวงมาลัยรถหักเลี้ยวเข้าจอดข้างทางหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวทันที ความเร็วและแรงพาหัวฉันกระแทกกระจกเสียงดังโป๊ก! ฉันมองพี่โอบตาเขียวขุ่น มือลูบหัวไปด้วย แต่อย่าคิดว่าเขาจะสนใจ เดินลงจากรถไปแล้วโน้น

"พี่มันนิสัยไม่ดีเลย"

เดินหน้างอมานั่งตรงข้ามเขา หยิบกระดาษกับปากกามาเขียนก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเส้นเล็กแล้วยื่นให้เขาเขียนต่อ พี่โอบคว้าไปเขียนเลขสองต่อท้ายแล้วเดินเอาไปให้คนขาย กลับมาพร้อมน้ำเปล่าสองแก้ว

"เปลี่ยนใจแล้วได้ไหม"

พี่โอบเลิกคิ้วใส่ งุนงงที่จู่ๆ ฉันก็พูดขึ้น

"พี่โอบเลี้ยงเตี๋ยวปันได้ไหมคะ ลืมไปว่าปันต้องประหยัด"

ฉันใช้ความหน้าด้านที่มีไม่มากพูดออกไปหลังจากนึกได้ว่าก๋วยเตี๋ยวสามชามมันตั้งร้อยกว่าบาท

"คนที่เรียนมอ Z ไม่รวยเรียนไม่ได้"

ไม่ตอบรับว่าจะเลี้ยงแต่ดันสวนความจริงมากระแทกหน้า

ใช่! มหาวิทยาลัย Z เป็นมหาวิทยาลัยที่คนมีเงินเท่านั้นเอื้อมถึง นอกจากค่าเทอมแล้ว ไลฟ์สไตล์ สังคมของที่นั่นจัดได้ว่าสูงมาก

"ในสี่ปีที่เรียนจะช็อตบ้างไม่ได้เหรอคะ"

"แต่เราอยู่ปีสาม"

"ก็เพิ่งจะช็อตตอนปีสามนี่แหละค่ะ ไม่ขยายความนะคะ ปันไม่อยากพูดถึง เอาเป็นว่าปันต้องทำงานหาเงินแล้วก็ไม่อยากดรอปเรียนหรือลาออกจากมหาลัย"

สู้กัดฟันหาเงินเรียนและใช้ชีวิตไปให้รอดสองปีก็จะมีงานทำ ตอนนั้นฉันก็น่าจะหายใจได้คล่องขึ้น

"ที่นั่นไม่เหมาะกับปัน"

"แต่เงินมันดีนะคะ แล้วที่พี่โอบให้ปันออกมาเนี่ย รู้ไหมว่าปันต้องชวดทั้งทิปทั้งเงินค่าจ้างตั้งหลายบาท"

ฉันพูดเสียงเฉื่อยๆ แม้ในใจจะอยากด่าเขาก็ตาม แต่เพราะฉันเป็นคนพูดจานุ่มนิ่มจนติดเป็นนิสัย ภาพลักษณ์ก็ช่างเรียบร้อย..

นึกๆ ดูแล้วฉันก็ไม่เหมาะกับที่นั่นจริงๆ

"ว่าแต่พี่..ไปทำอะไรที่นั่นเหรอคะ ไปเล่นพนันเหรอ เอ๊ะ! มีคนเอ่ยถึงพี่สิงห์ด้วยนะ แถมยังบอกว่าพี่โอบเป็นน้องพี่สิงห์ด้วย ที่นั่นมันบ่อ..แหวะ!"

มีบางอย่างรูดผ่านริมฝีปากจนฉันต้องหยุดพูด คาดเดาว่ามันน่าจะเป็นนิ้วชี้ของเขาเพราะพี่โอบกำลังใช้กระดาษทิชชู่เช็ดมันที่เปรอะเปื้อนน้ำลายของฉัน

"ปันก็แค่สงสัย เจอพี่ที่นั่น.."

"กินซะ"

ก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟขัดคนขี้ถาม คำสั่งก็ตามมาติดๆ พี่โอบก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวไม่คุยกับฉันอีก เขาเป็นแบบนี้เสมอเลยยามเจอหน้ากัน แต่ถ้าคุยแชทยาวแค่ไหนก็พิมพ์ได้

กินยังไม่ทันอิ่มพี่โอบก็ลุกไปจ่ายเงิน พอกลับมาก็วางแบงค์พันลงตรงหน้าฉันที่ยังมีเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ในปาก

"อะไรคะ"

"ค่าจ้าง"

ฉันรีบเคี้ยวๆ แล้วกลืน หยิบแบงค์นั้นขึ้นมาโบกไปมา

"จ่ายแทนพี่นิ้งเหรอคะ"

พี่โอบไม่ตอบแต่เดินกลับไปรอที่รถนั่นคือคำตอบว่าใช่

กรี๊ด! ฉันจูบแบงค์พันนั้นหลายครั้งแล้วเอามันเก็บใส่กระเป๋ารวมกับอีกสี่ใบ เย้ๆ วันนี้ฉันมีเงินจ่ายค่าห้องพักแล้ว

คนขับรถขับมาจอดหน้าอะพาร์ตเม้นต์ฉันได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ก่อนลงจากรถยังไม่วายออกคำสั่ง

"ห้ามไปที่นั่นอีก"

"แล้วพี่จะไปไหมคะ"

ดวงตาคมตวัดมองไม่พอใจ ไม่รู้เลยว่าไม่พอใจที่ฉันถามหรือไม่พอใจที่ไม่ยอมลงจากรถเสียที ฉันขอเลือกข้อหลังจึงพนมสองมือไหว้ลาแล้วลงจากรถ โบกมือลาผ่านกระจก แต่กระจกนั้นกลับเลื่อนลงพร้อมกับเสียงลอยมา..

"ยืนรอให้หมามากัดหรือไง"

ฉันหมุนตัวหันหลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในตัวอาคาร ประตูบานเลื่อนปิดลงรถสีดำก็เคลื่อนตัวออกไป ฉันเองก็ขึ้นห้องพักเช่นกัน

วันอาทิตย์เคลียร์ค่าห้องพักเสร็จก็มานั่งทำงานชั่วโมงละสองร้อยบาท มีคนจองคิวฉันสามคน คนละสองชั่วโมง ฉันทยอยนัดเวลาจนถึงช่วงหัวค่ำ แต่พี่นิ้งโทรมาขัดจังหวะตอนห้าโมงเย็น ฉันเลยต้องขอพักงานปรึกษาชั่วคราวมาคุยกับพี่นิ้ง

[โอบบอกพี่ว่าจะกลับเลยจะเอาปันกลับด้วย พี่เพิ่งรู้ว่าปันรู้จักโอบด้วย]

"รู้จักเพราะยัยครีมเป็นแฟนกับรุ่นพี่พี่โอบค่ะ ว่าแต่..ทำไมพี่นิ้งยอมให้ปันกลับล่ะ"

[คนนี้ตำแหน่งสูงใช่ย่อย เขาสั่งอะไรใครจะขัดได้]

"ตำแหน่งสูงคือ.."

[เอาไปถามเอง พี่พูดไม่ได้หรอก น่าเสียดายนะ เพิ่งจะทำวันเดียวเอง]

"ไม่เสียดายหรอกค่ะพี่นิ้ง ปันยังไม่ท้อนะ"

[หมายความว่าไง จะมาอีกเหรอ] พี่นิ้งหัวเราะเหมือนไม่เชื่อฉัน แต่ฉันจริงจังกับชีวิตมากโดยเฉพาะตอนนี้

"วันอังคารได้ไหมคะ ปันว่างวันนั้น"

[โอเค แต่อีกข้อที่พี่ยังไม่ได้บอกปันนะ]

"อะไรคะ"

[ห้ามบอกใครว่าปันมาทำงานที่นี่ ถ้ามันไหลไปหาคนอื่นแล้วคนในรู้ว่าหลุดออกมาจากปากของปัน พี่คงรับรองไม่ได้ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า]

ฟังแล้วรู้สึกขนลุกขึ้นมา แต่ฉันไม่ได้คิดบอกใครอยู่แล้วแม้แต่ชูครีมหรือนิริณก็ตาม ฉะนั้นฉันจะไม่มีทางพูดให้ใครรู้เด็ดขาด

"ปันไม่พูดหรอกพี่นิ้ง สัญญาเลยค่ะ"

[ดี งั้นเจอกันวันอังคารที่เดิมและเวลาเดิม วันนั้นเอารองเท้าส้นสูงมาใส่ก็ดี พี่ว่ามันสวยกว่ารองเท้าผ้าใบเยอะเลย]

"รับทราบค่ะ"

วางสายจากพี่นิ้งฉันก็ไปค้นรองเท้าส้นสูงที่ถูกเก็บใส่ถุงยัดอยู่ในกล่องลังตรงระเบียงห้องมาปัดฝุ่น รองเท้าที่คุณแม่เคยซื้อให้ตอนงานเลี้ยงบริษัทห้าปีที่แล้ว ในที่สุดก็ถูกใช้งานอีกครั้งเสียที

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   เอาคืนสาสม

    วันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครรถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัยโอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว""แล้วมึงต้องการอะไร""ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา"ใครที่ว่าใช่มึงไหม""ไม่ใช่"เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่ว

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   เด็กพี่โอบ

    พี่โอบจูบฉันอีกครั้งเหิมเกริมหนักด้วยเรียวลิ้นสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก ฉันเป็นเด็กดีนั่งนิ่งให้เขาทำตามใจและเรียนรู้ไปในคราวเดียวกันครั้นได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอหนา พี่โอบก็ผละออกแล้วจับใบหน้าฉันให้หันกลับมาทางเดิม"เล่ามาได้แล้ว"จูบขนาดนั้นฉันจะยังจำอะไรได้ไหมล่ะฉันเอนตัวพิงซบเหมือนเดิม อย่างแรกควรพูดให้เขารู้ว่าฉันมีปัญหาทางการเงินเพราะอะไร"เมื่อปีที่แล้วบ้านปันล้มละลายค่ะ พ่อแม่ไปต่างประเทศแล้วทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งก้อน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ปันเลยต้องดิ้นรนหาเงิน"พี่โอบไม่ได้ตอบโต้ แต่มือใหญ่ที่ลูบวนอยู่ที่หน้าท้องบอกให้รู้ว่าเขาฟังอยู่"ปันรับงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชั่วโมงละ 200 บ. ปกติจะคุยผ่านมือถือ จะคุยต่อหน้าเฉพาะนักศึกษาในมอ แต่วันนี้เห็นว่าเป็นวันเสาร์ ปันเลยไปรับงานข้างนอก เขาบอกสถานที่เป็นห้องซ้อมดนตรี ปันไม่คิดว่าห้องนั้นจะอยู่ในบ้านที่มีรั้วทึบ และไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคือ..นกเขาไม่ขัน"มือใหญ่หยุดชะงัก ฉันเงยหน้ามองพี่โอบ เขาก็ก้มหน้าลงมาเช่นกัน"ต่อ""มันบอกนกเขาไม่ขัน แต่พอมันถอดกางเกงออกมาก็ตั้งโด่เหมือนของพี่เลย แบบนี้เขาเรียกขันใช่ไหมล่ะคะ มันบอกให้ปันช่วยหน่อย ปันเลย

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   ยอมแล้ว

    รถเคลื่อนตัวออกมาได้ห้านาทีฉันก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาแล้วใช้มันปิดใบหน้ากดความรู้สึกย่ำแย่ เหตุการณ์เมื่อครู่เลวร้ายยิ่งกว่าพ่อแม่ทิ้งเอาไว้คนเดียวเสียอีก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันช่วยตัวเองออกมาไม่ได้จะเป็นอย่างไร"ไปไหนมา"ในที่สุดก็มีคำถามจากพี่โอบ ฉันสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วเอามือออกจากใบหน้าหันมองเขา"ไปทำงานค่ะ""งานอะไร"เขาไม่ได้มองหน้าฉันนะ แต่ใบหน้ายังคงขึงขังคิ้วขมวด"งานที่ปรึกษา""แล้ว?""ปันถูกลูกค้าหลอกมาปล้ำ"เสียงของฉันสั่นพยายามกลั้นที่สุด พี่โอบยังคงมองตรงไปข้างหน้าแล้วเงียบไปตั้งแต่นั้นไม่มีคำถามใดต่อ จากนั้นความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับบรรยากาศในรถคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆและฉันก็คิดว่าพี่โอบคงจะพาไปส่งอะพาร์ตเม้นต์ แต่กลับคิดผิดเมื่อรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งฉันไม่ได้ถามว่าที่นี่่ที่ไหน พาฉันมาที่นี่ทำไม และเขาเองก็ยังคงเงียบและนั่งนิ่งมานานกว่าห้านาทีแล้วเป็นฉันเองที่ทนกับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงยื่นมือไปจับท่อนแขนหนาเอ่ยทำลายความเงียบ"พี่โอบมีแฟนไหม"เขาหันมาสบตาทันที"มีแฟนไหมคะ""ถามเพื่อ?""ถามเ

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   พลาดท่าอย่างแรง

    ฉันพยายามลืมเรื่องที่พี่โอบพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ปรึกษาชั่วโมงละสองร้อยบาทต่อไป ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเวลาและกำลังไหวเท่านี้ก็ต้องกัดฟันวันเสาร์ฉันมีนัดนอกสถานที่ คุณคุณสายฟ้านัดหมายให้ฉันไปนั่งรับฟังเขาปรับทุกข์ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง เขายินดีจ่ายค่าเดินทางให้ฉันหนึ่งพันบาท ไหนๆ วันเสาร์ก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเงินค่าเดินทางที่ได้มากกว่าค่าจ้างฉันมาถึงสถานที่นัดหมายเวลาบ่ายโมง ห้องซ้อมดนตรีแห่งนี้อยู่ใน..บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ฉันคิดว่ามันจะอยู่ในอาคารพาณิชย์เสียอีก"อยู่ในบ้านเหรอ""ปันปันใช่ไหมครับ"ในขณะยืนงงอยู่ ประตูเหล็กบานเล็กก็ถูกเปิดพร้อมกับผู้ชายรูปร่างผอมสูงโผล่หน้าออกมา"ใช่ค่ะ""เข้าข้างในเถอะ ผมอยากคุยกับคุณจะแย่อยู่แล้ว"มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาคว้าแขนฉันให้เข้าไปด้านในประตูรั้ว อย่างแรกที่ฉันเห็นคือสุนัขพันธุ์พิทบูลอยู่ในกรงสี่ตัว บ้านปิดประตูเอาไว้แน่น บนพื้นมีเศษใบไม้แห้งมากมาย เสียงสุนัขเห่ามาพร้อมกับลมพัดเบาหวิวชวนให้รู้สึกวังเวง ฉันยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา"ทางนี้ครับ"เฮือก! ฉันสะดุ้งเมื่อเสียงพูดนั้นดังใกล้เกินไปราวกับพูดอยู่ข้างหู หันมองก็พบว

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   จะเลี้ยงเอง

    ฉันคิดผิดที่ว่าไม่มีธุรกงการอะไรกับพี่โอบอีกเพราะกลับมาถึงห้องถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคืนของให้พี่โอบไม่หมดฉันหยิบพวงกุญแจเกียร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือข้างโต๊ะขึ้นมาดู ลืมไปเสียสนิทว่าตอนซักเสื้อฉันเอามันมาวางไว้ตรงนี้"หรือเขาจะโทรมาทวงเกียร์"ใช่แน่ๆ ฉันนั่งทำใจอยู่สักพักก็หยิบมือถือมาโทรหาพี่โอบ รอสายไม่กี่วินาทีทางนั้นก็รับสาย"เดี๋ยวเอาพวงกุญแจไปคืนให้พรุ่งนี้ค่ะ"พูดจบฉันก็วางสายไม่รอฟังว่าพี่โอบจะตอบกลับว่าอย่างไรติ๊งๆ ไม่เกินคาดว่าต้องมีข้อความตามมา ฉันไม่ได้เปิดอ่าน แต่อ่านจากแจ้งเตือนบนหน้าจอคนโหด : เป็นแรปเปอร์?คนโหด : พรุ่งนี้บ่ายสองจะรอที่ตึกวิศวะ"ไปให้โง่ทำไม"แต่เพราะความกลัวว่าเขาจะบุกไปหาถึงตึกคณะ ฉันเลยเลือกจะมาหาพี่โอบเองดีกว่า บ่ายสองฉันก็มาเกาะอยู่ต้นไม้หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ สวมวิญญาณพวกถ้ำมองมองหาคนหน้าโหดเอี๊ยด!เสียงล้อยางบดเบียดถนนพร้อมกับรถที่มาจอดเทียบบดบังการมองเห็น ฉันตัวชาวาบขนลุกเพราะรถคันนั้นเป็นของพี่โอบ เขาเปิดกระจกรถแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียว..ฉันชิ! ตาดีเชียวฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินอย่างเชื่องช้าเข้่าไปหาเขา และคงไม่ทันใจนั่นแหละ พี่โอบถึงได้ลงจากรถม

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   กลัวพี่

    หลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?""พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ""เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว""ฮึก! ฮึก!"ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วยเหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status