Teilen

พี่อย่าโหด

last update Veröffentlichungsdatum: 02.09.2026 11:26:17

เครื่องดื่มที่ใช้เสิร์ฟเป็นเหล้าผสมโซดา ทั้งหมดจะถูกผสมใส่แก้วใสทรงเหลี่ยมให้สาวสวยนำใส่ถาดสแตนเลสเดินไปเสิร์ฟให้เหล่านักพนันตามโต๊ะ ในถาดของฉันมีเหล้าห้าแก้วน้ำเปล่าห้าแก้ว คนที่จัดเตรียมเอาไว้ให้คือผู้ชายหน้าเหี้ยมสองคนที่ประจำตำแหน่งบาร์น้ำ

รับถาดมาฉันก็ถือมันตามหลังผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อดูแนวทางการบริการ มองซ้ายมองขวาตามโต๊ะที่เดินผ่านเห็นสีหน้าแต่ละคนเคร่งเครียด ส่วนน้อยที่จะยิ้มร่ามีความสุขบ่งบอกชัดเจนว่าใครได้ใครเสีย แต่ที่ฉันสนใจคือทิปที่นักพนันชายคนหนึ่งยื่นให้สาวเสิร์ฟซึ่งฉันกำลังเดินผ่าน

แบงค์เทาสามใบเลยนะนั่น

ทิปเยอะขนาดนี้ เงินที่เล่นได้เสียคงไม่ธรรมดาแน่ๆ

"คนสวยพี่ขอเหล้าหนึ่งแก้ว"

มีคนกวักมือเรียกให้ฉันเดินถือถาดเข้าไปหา กฏบอกว่าห้ามพูดคุยกับแขก ฉันเลยทำเพียงยิ้มน้อยๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ ให้เขาหยิบแก้วเหล้าไปหนึ่งแก้ว ก่อนจะยื่นเงินสวนมาให้

"วันนี้พี่รวย เอาไปกินขนมนะ"

ฉันผงกศีรษะเป็นการขอบคุณแล้วยื่นมือไปรับ ทว่าเขากลับวกมือมาสอดเงินลงในร่องอกของฉัน ฉันตกใจตัวแข็งทื่อ สองเท้าก้าวถอยหลังอัตโนมัติ

"ยิ้มหวานๆ" มีคนมากระซิบด้านหลัง ฉันหันขวับมองแผ่นหลังบางคนเธอคนนั้นที่เจอในห้องแต่งตัว

หวังดีหรืออะไร

แต่ฉันก็หันมายิ้มหวานให้แขกตามคำแนะนำแล้วเดินกลับมายังบาร์น้ำ คืนถาดให้คนชงเหล้าแล้วหยิบเงินตรงหน้าอกมาดู

"สองพัน!"

"ถ้าเธอรู้จักยิ้มจะได้มากกว่านี้" เป็นคนเดิมที่มาหยุดยืนด้านข้างแล้วพูดขึ้น ใบหน้าของเธอเหวี่ยงเหมือนคนไม่พอใจใครตลอดเวลา

"มากกว่านี้คือกี่บาทเหรอคะ"

ฉันถามออกไปด้วยความใสซื่อ อยากรู้ว่าพวกเธอทำงานได้เงินวันละเท่าไหร่กันแน่

"ก็หมื่นสองหมื่น เดินเยอะๆ ยิ้มเยอะๆ หยอกล้อเอาใจหน่อย พวกผีพนันที่มันเล่นได้จะควักให้ทิปไม่รู้จบ"

ฟังแล้วก็ร้องว้าวในใจ คืนหนึ่งเงินจะสะพัดเท่าไหร่กันนะ ขนาดเด็กเสิร์ฟยังได้คืนละเป็นหมื่นๆ เลย

ยังไม่ทันได้ถามชื่อเธอคนนั้นก็เดินไปเสิร์ฟ ฉันเดินตามไปบ้าง ตรงไปยังโต๊ะริมสุดที่มีคนกวักมือเรียก มาถึงก็ยิ้มหวานตามคำแนะนำ ยื่นถาดให้คุณลุงมีสร้อยทองคล้องลำคอให้หยิบแก้วเหล้าไป เขายื่นแบงค์เทามาให้สองใบทันที

ว้าว! ฉันยิ้มระรื่นในใจ ภายนอกยิ้มหวานรับเงินมากำแน่นแล้วหันถาดไปให้ผู้หญิงทางด้านซ้ายมือ หญิงมีอายุทำทรงผมตีกระบังลมสวมใส่เสื้อผ้าไหมสีน้ำเงินมองหน้าฉันพลางขมวดคิ้วสงสัย ไม่นานเธอก็ยิ้มแล้ววางมือลงบนท่อนแขนของฉัน

"ใช่ลูกสาวคุณพันกับคุณปริมไหม"

เฮือก! ฉันตัวชาวาบขาแข็งค้าง นึกได้เอาก็ตอนนี้ว่าผู้หญิงคนนี้คือคุณนายชลิตาเพื่อนคุณแม่

"พวกเธอดูสิ หน้าเหมือนลูกสาวคุณพันกับคุณปริมที่ล้มละลายไปเมื่อปีที่แล้วเลย ตอนนี้หนีออกนอกประเทศ.."

คุณนายชลิตาเรียกให้เพื่อนร่วมโต๊ะหันมอง แต่ฉันไม่รอให้เธอพูดจบก็สาวเท้าเดินกลับมาวางถาดลงบนเคาน์เตอร์บาร์แล้วเข้ามายืนหลบมุมหอบหายใจอยู่ในช่องทางเดินคับแคบด้านใน ตั้งสติได้ก็ยกสองมือกดขมับ กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลแล้วบอกตัวเองว่ามันคือเรื่องจริง

พ่อแม่ฉันล้มละลายและฉันก็ต้องดิ้นรนหาเงิน

ก็อกๆ เสียงเคาะผนังไม้ทำฉันสะดุ้งโหยงยกมือทาบอก แต่พอเห็นว่าใครเป็นคนทำเสียง ตกใจเมื่อครู่ถือว่าเด็กอนุบาล ฉันเหมือนจะช็อกตายมันเดี๋ยวนี้

"พี่โอบ!!"

พี่โอบยืนกอดอกพิงผนังทำด้วยไม้ ลากสายตาเย็นชามองฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายรองเท้าผ้าใบ ฉันจึงรีบยกสองแขนขึ้นปิดบังหน้าอกด้วยความอับอาย แต่เขาไม่ได้สนใจความโป๊ของฉัน พี่โอบกลับมามองหน้าฉันแล้ว

"มาทำอะไรที่นี่" เขาถาม

"ละ แล้วพี่ล่ะคะ มาทำอะไร" ฉันย้อน

"ถามก็ตอบมา"

น้ำเสียงเข้มขึงขังทำฉันผวาตกใจ ใบหน้าหล่อแต่โหดของเขาก็ด้วย ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ไม่เคยชินเสียที

"มาทำงานค่ะ"

"ใครใช้ให้มาทำ"

"ปันมากับรุ่นพี่ ไม่มีใครใช้ทั้งนั้น"

"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรอที่รถ"

กุญแจรถสีดำถูกยื่นมาตรงหน้า ฉันไม่รับเพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร

"อะไรคะ ปันทำงานอยู่ จะให้ไปรอที่รถทำไม"

"ปันปัน.." พี่โอบเรียกเสียงลอดไรฟัน เหมือนเขาจะโมโห "ไปรอที่รถ"

"แต่..."

"พี่สั่งให้เธอไปรอที่รถ"

เขาขึ้นเสียงทุบกำปั้นลงบนผนังด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาดำขลับคู่เรียวมีแต่ความน่ากลัวให้ฉันผวาซ้ำๆ และเลี่ยงที่จะทำตามคำสั่งไม่ได้

"ปันต้องบอกพี่นิ้งก่อน.."

"ไม่ต้อง! ห้านาทีต้องไปถึงรถ"

กุญแจรถถูกยัดใส่มือฉันแล้วพี่โอบก็เดินกลับเข้าไปห้องโถงใหญ่ พลันน้ำตาก็ร่วงเผาะอย่างห้ามไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาน่ากลัวหรือฉันอ่อนแอเกินไป

สุดท้ายฉันก็ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้า วางชุดเดรสสีแดงเอาไว้ในล็อกเกอร์แล้วเดินตามทางเดินจนเจอคนเฝ้าประตูสองคน

"จะไปไหนน้อง ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานไม่ใช่เหรอ"

"เอ่อ.."

"เป็นสายมาหรือเปล่า"

ฉันรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัล "ไม่ใช่นะคะ พี่โอบให้หนูเลิกงานแล้ว"

"โอบ?"

"ใช่ค่ะ พี่โอบ..."

ในเมื่อเป็นเขาที่ออกคำสั่งก็เลยใช้ชื่อเขาเสียเลย

"น้องเฮียสิงห์ไง เปิดทาง"

อีกคนเปิดประตูอ้ากว้างให้ฉันเดินออกมาง่ายๆ แต่ดันมีชื่อแฟนชูครีมโผล่มาด้วย มันคืออะไร ฉันงงไปหมดแล้ว

ฉันเดินกลับมาทางเดิมจนมาถึงลานจอดรถ ในรถที่จอดอยู่มากมายมีรถ BMW สีดำจอดปะปนอยู่ ใช้กุญแจปลดล็อกประตูแล้วเข้าไปนั่งรอฝั่งคนนั่งตามคำสั่งโดยไม่ลืมสตาร์ทรถ ยื่นมือไปหยิบลูกอมฮอลล์ตรงช่องเก็บของตรงกลางมาแกะกินอย่างเคยชิน ชินที่ว่าน่าจะสองสามครั้งที่เคยโดยสารรถคันนี้ในช่วงก่อนนี้ที่ชูครีมถูกควบคุมความประพฤติ

คนขับยังไม่มาฉันเลยหยิบเงินสี่พันบาทออกมาดู หนีกลับก่อนแบบนี้ค่าแรงหนึ่งพันบาทจากพี่นิ้งคงไม่ได้

"เสียดายจัง อยู่อีกสักสองชั่วโมงอาจจะได้ถึงหมื่นก็ได้ เฮ้อ!"

ถอนหายใจอย่างเสียดาย ฉันอุตส่าห์เลื่อนนัดลูกค้ามีปัญหาชีวิตถึงสองคนมาเชียวนะ ไอ้คนบ้า!!

แป๊ก! ปึก!

ด่าในใจยังไม่ถึงนาทีเจ้าของรถก็เปิดประตูแล้วเข้ามานั่ง ไม่พูดไม่จา มือตบเกียร์เหยียบคันเร่งพารถเคลื่อนตัวออกไปจากที่นี่ทันที

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   เอาคืนสาสม

    วันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครรถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัยโอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว""แล้วมึงต้องการอะไร""ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา"ใครที่ว่าใช่มึงไหม""ไม่ใช่"เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่ว

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   เด็กพี่โอบ

    พี่โอบจูบฉันอีกครั้งเหิมเกริมหนักด้วยเรียวลิ้นสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก ฉันเป็นเด็กดีนั่งนิ่งให้เขาทำตามใจและเรียนรู้ไปในคราวเดียวกันครั้นได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอหนา พี่โอบก็ผละออกแล้วจับใบหน้าฉันให้หันกลับมาทางเดิม"เล่ามาได้แล้ว"จูบขนาดนั้นฉันจะยังจำอะไรได้ไหมล่ะฉันเอนตัวพิงซบเหมือนเดิม อย่างแรกควรพูดให้เขารู้ว่าฉันมีปัญหาทางการเงินเพราะอะไร"เมื่อปีที่แล้วบ้านปันล้มละลายค่ะ พ่อแม่ไปต่างประเทศแล้วทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งก้อน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ปันเลยต้องดิ้นรนหาเงิน"พี่โอบไม่ได้ตอบโต้ แต่มือใหญ่ที่ลูบวนอยู่ที่หน้าท้องบอกให้รู้ว่าเขาฟังอยู่"ปันรับงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชั่วโมงละ 200 บ. ปกติจะคุยผ่านมือถือ จะคุยต่อหน้าเฉพาะนักศึกษาในมอ แต่วันนี้เห็นว่าเป็นวันเสาร์ ปันเลยไปรับงานข้างนอก เขาบอกสถานที่เป็นห้องซ้อมดนตรี ปันไม่คิดว่าห้องนั้นจะอยู่ในบ้านที่มีรั้วทึบ และไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคือ..นกเขาไม่ขัน"มือใหญ่หยุดชะงัก ฉันเงยหน้ามองพี่โอบ เขาก็ก้มหน้าลงมาเช่นกัน"ต่อ""มันบอกนกเขาไม่ขัน แต่พอมันถอดกางเกงออกมาก็ตั้งโด่เหมือนของพี่เลย แบบนี้เขาเรียกขันใช่ไหมล่ะคะ มันบอกให้ปันช่วยหน่อย ปันเลย

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   ยอมแล้ว

    รถเคลื่อนตัวออกมาได้ห้านาทีฉันก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาแล้วใช้มันปิดใบหน้ากดความรู้สึกย่ำแย่ เหตุการณ์เมื่อครู่เลวร้ายยิ่งกว่าพ่อแม่ทิ้งเอาไว้คนเดียวเสียอีก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันช่วยตัวเองออกมาไม่ได้จะเป็นอย่างไร"ไปไหนมา"ในที่สุดก็มีคำถามจากพี่โอบ ฉันสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วเอามือออกจากใบหน้าหันมองเขา"ไปทำงานค่ะ""งานอะไร"เขาไม่ได้มองหน้าฉันนะ แต่ใบหน้ายังคงขึงขังคิ้วขมวด"งานที่ปรึกษา""แล้ว?""ปันถูกลูกค้าหลอกมาปล้ำ"เสียงของฉันสั่นพยายามกลั้นที่สุด พี่โอบยังคงมองตรงไปข้างหน้าแล้วเงียบไปตั้งแต่นั้นไม่มีคำถามใดต่อ จากนั้นความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับบรรยากาศในรถคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆและฉันก็คิดว่าพี่โอบคงจะพาไปส่งอะพาร์ตเม้นต์ แต่กลับคิดผิดเมื่อรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งฉันไม่ได้ถามว่าที่นี่่ที่ไหน พาฉันมาที่นี่ทำไม และเขาเองก็ยังคงเงียบและนั่งนิ่งมานานกว่าห้านาทีแล้วเป็นฉันเองที่ทนกับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงยื่นมือไปจับท่อนแขนหนาเอ่ยทำลายความเงียบ"พี่โอบมีแฟนไหม"เขาหันมาสบตาทันที"มีแฟนไหมคะ""ถามเพื่อ?""ถามเ

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   พลาดท่าอย่างแรง

    ฉันพยายามลืมเรื่องที่พี่โอบพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ปรึกษาชั่วโมงละสองร้อยบาทต่อไป ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเวลาและกำลังไหวเท่านี้ก็ต้องกัดฟันวันเสาร์ฉันมีนัดนอกสถานที่ คุณคุณสายฟ้านัดหมายให้ฉันไปนั่งรับฟังเขาปรับทุกข์ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง เขายินดีจ่ายค่าเดินทางให้ฉันหนึ่งพันบาท ไหนๆ วันเสาร์ก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเงินค่าเดินทางที่ได้มากกว่าค่าจ้างฉันมาถึงสถานที่นัดหมายเวลาบ่ายโมง ห้องซ้อมดนตรีแห่งนี้อยู่ใน..บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ฉันคิดว่ามันจะอยู่ในอาคารพาณิชย์เสียอีก"อยู่ในบ้านเหรอ""ปันปันใช่ไหมครับ"ในขณะยืนงงอยู่ ประตูเหล็กบานเล็กก็ถูกเปิดพร้อมกับผู้ชายรูปร่างผอมสูงโผล่หน้าออกมา"ใช่ค่ะ""เข้าข้างในเถอะ ผมอยากคุยกับคุณจะแย่อยู่แล้ว"มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาคว้าแขนฉันให้เข้าไปด้านในประตูรั้ว อย่างแรกที่ฉันเห็นคือสุนัขพันธุ์พิทบูลอยู่ในกรงสี่ตัว บ้านปิดประตูเอาไว้แน่น บนพื้นมีเศษใบไม้แห้งมากมาย เสียงสุนัขเห่ามาพร้อมกับลมพัดเบาหวิวชวนให้รู้สึกวังเวง ฉันยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา"ทางนี้ครับ"เฮือก! ฉันสะดุ้งเมื่อเสียงพูดนั้นดังใกล้เกินไปราวกับพูดอยู่ข้างหู หันมองก็พบว

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   จะเลี้ยงเอง

    ฉันคิดผิดที่ว่าไม่มีธุรกงการอะไรกับพี่โอบอีกเพราะกลับมาถึงห้องถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคืนของให้พี่โอบไม่หมดฉันหยิบพวงกุญแจเกียร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือข้างโต๊ะขึ้นมาดู ลืมไปเสียสนิทว่าตอนซักเสื้อฉันเอามันมาวางไว้ตรงนี้"หรือเขาจะโทรมาทวงเกียร์"ใช่แน่ๆ ฉันนั่งทำใจอยู่สักพักก็หยิบมือถือมาโทรหาพี่โอบ รอสายไม่กี่วินาทีทางนั้นก็รับสาย"เดี๋ยวเอาพวงกุญแจไปคืนให้พรุ่งนี้ค่ะ"พูดจบฉันก็วางสายไม่รอฟังว่าพี่โอบจะตอบกลับว่าอย่างไรติ๊งๆ ไม่เกินคาดว่าต้องมีข้อความตามมา ฉันไม่ได้เปิดอ่าน แต่อ่านจากแจ้งเตือนบนหน้าจอคนโหด : เป็นแรปเปอร์?คนโหด : พรุ่งนี้บ่ายสองจะรอที่ตึกวิศวะ"ไปให้โง่ทำไม"แต่เพราะความกลัวว่าเขาจะบุกไปหาถึงตึกคณะ ฉันเลยเลือกจะมาหาพี่โอบเองดีกว่า บ่ายสองฉันก็มาเกาะอยู่ต้นไม้หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ สวมวิญญาณพวกถ้ำมองมองหาคนหน้าโหดเอี๊ยด!เสียงล้อยางบดเบียดถนนพร้อมกับรถที่มาจอดเทียบบดบังการมองเห็น ฉันตัวชาวาบขนลุกเพราะรถคันนั้นเป็นของพี่โอบ เขาเปิดกระจกรถแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียว..ฉันชิ! ตาดีเชียวฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินอย่างเชื่องช้าเข้่าไปหาเขา และคงไม่ทันใจนั่นแหละ พี่โอบถึงได้ลงจากรถม

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   กลัวพี่

    หลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?""พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ""เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว""ฮึก! ฮึก!"ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วยเหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status