เข้าสู่ระบบหลังจากขบวนพ่อค้าทาสผิดกฎหมายโดนจับกุมตัวได้แม้ไม่ทั้งหมด ทว่าท้ายที่สุดสิ่งที่เจียวเชินพยายามก็ประสบความสำเร็จ ตอนที่นางได้ยินว่าเขาเชื่อในสิ่งนางบอกนั้นหญิงสาวรู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้งแทบไม่อยากเชื่อ
ทว่าต่อมามีเรื่องให้แปลกใจยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าบุรุษท่าทางองอาจตรงหน้าที่นางขอความช่วยเหลือเป็นถึงเจ้าเมืองหลี่ซง
ท่านแม่ทัพใหญ่เจิ้งคุณเซียว หัวหน้าตระกูลเจิ้งคนปัจจุบัน
ยังไม่หมดเรื่องให้เจียวเชินตกใจเพียงเท่านั้น เมื่อรู้ว่า อาเว่ย หรือเด็กผู้ชายอายุห้าหนาวที่ร่างเดิมตามมาช่วยจนตัวเองตายจากไปนั้นมิใช่ใครอื่นใด
เจ้าก้อนแป้งพูดน้อยหน้าบึ้งคนนั้นคือบุตรของขุนนางเมืองหลี่ซงจริง ๆ ซึ่งขุนนางผู้นั้นก็คือบุรุษที่ยืนหน้าตึงถมึงทึงอยู่ตรงหน้านางและอาเว่ยผู้นี้นั่นเอง
เรื่องบังเอิญมีอยู่จริงในโลกนี้หรือเนี่ย เจียวเชินไม่อยากเชื่อ
อาเว่ยเป็นบุตรสายเลือดแท้ ๆ ของใต้เท้าเจิ้งคุนเซียวที่หนีออกจากบ้านมาคนเดียวตอนที่บิดาตัวเองนำทัพไปปราบคนเถื่อนข้างนอกเมืองหลี่ซงกว่าครึ่งปี วันนี้กำลังเดินทางกลับดันมาเจอลูกชายตัวเองโดนจับตัวมาเป็นทาสเด็กเสียอย่างนั้น
หากเจียวเชินเป็นบุพการีของเด็กน้อยก็คงรู้สึกเดือดดาลและมีโทสะไม่น้อยไม่ต่างจากเวลานี้ของใต้เท้าเจิ้งคุนเซียวหรอกกระมัง
แต่มีโทสะอย่างไรก็ไม่ควรมาดุสั่งสอนเด็กที่เพิ่งผ่านเรื่องน่ากลัวอย่างตอนนี้หรือไม่
“...ข้าไม่เคยสั่งสอนให้เจ้าดื้อเช่นนี้นะอาเว่ย หากวันนี้ข้าไม่ได้กลับมาพอดี เจ้ารู้หรือไม่ว่าต่อจากนี้จะเกิดอันใดขึ้น”
เสียงแข็งกร้าวพร้อมกับสีหน้าน่าหวั่นเกรง ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่หากมายืนให้บุรุษผู้นี้ดุด่าคงไม่แคล้วตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวกันทั้งนั้น
อาเว่ยยืนก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้าสบตาบิดาตั้งแต่ถูกทหารพบตัวและพามาหาเจ้านายตนเอง
เด็กน้อยไม่เอ่ยแก้ตัวสักคำ พอเห็นบิดาที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานแรมครึ่งปี แววตาแวบแรกเปล่งประกายสว่างวาบก่อนจะหม่นแสงลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับหยุดยืนห่างออกมานิ่งราวกับกำลังเตรียมพร้อมยอมรับคำดุด่าเต็มที่
ซึ่งมันก็จริง เพราะหลังจากนั้นเจียวเชินก็เห็นใต้เท้าผู้นั้นพ่นคำดุด่าราวกับกำลังต่อว่าทหารใต้บังคับบัญชาตนเองเวลาทำงานผิดพลาดจริง ๆ
“ท่านเจ้าเมืองขอรับใจเย็นก่อนเถอะขอรับ นายน้อยยังเด็กนักคะ...”
“เด็กก็ควรเชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่สิ มิใช่ดื้อรั้นจนเกิดเรื่องอันตรายขนาดนี้”
ขนาดลูกน้องที่สงสารเด็กน้อยยังถูกตวาดไม่ไว้หน้าจนต้องล่าถอยกลับเข้าไปยืนเหมือนเดิม
เป็นเจียวเชินที่ก้าวเท้าเดินเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อยทั้ง ๆ ที่เสียงดุด่าของบิดาอาเว่ยยังไม่หยุด เหล่าทหารใต้บังคับบัญชาเจ้าเมืองพากันเบิกตากว้างตกตะลึงและรู้สึกหวาดเสียวแทนเจียวเชินกันเป็นแถบ ๆ
การกระทำโดยไม่ขออนุญาตแถมยังเข้าไปขวางกลางคนกำลังสั่งสอนบุตรตัวเองอย่างจริงจังราวกับนางไม่ได้ยิน ไม่เห็นท่านเจ้าเมืองเจิ้งคุนเซียวยืนอยู่ตรงนี้ ทำเหมือนอีกฝ่ายเป็นเพียงธาตุอากาศเช่นนี้ใคร ๆ ก็คิดว่านางนั้นคงมีจุดจบไม่สวยเป็นแน่
พวกเขาต่างภาวนาให้กำลังใจหญิงสาวใจกล้ากันในใจ ไม่กล้าเข้าไปคัดค้านเช่นกันด้วยเพราะกลัวลูกหลง
“อาเว่ย เจ็บตรงไหนหรือไม่ ไหนให้พี่สาวตรวจดูหน่อยซิ”
มือสกปรกมอมแมมไม่ต่างอันใดกับอาเว่ยเองยกขึ้นนาบข้างแก้มที่มีรอยถลอกของเด็กน้อย
ดวงตาใสสบกับดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาของอาเว่ย เจียวเชินยิ้มจริงใจเพื่อเป็นการปลอบใจให้ก่อนกวาดสายตา มือบางจับพลิกแขนทั้งสองข้าง จับหมุนตัวหาร่องรอยแผลเล็กใหญ่ตามที่พูดอย่างใจเย็น
“พะ…พี่สาว ฮึก ขะ...ข้าไม่เป็นอันใด”
“แผลเต็มตัวขนาดนี้ ไม่เจ็บเลยหรือ อาเว่ยของพี่สาวเป็นเด็กที่เก่งจริง ๆ พี่สาวไม่เคยเห็นใครแก่งเท่านี้มาก่อนเลยนะเนี่ย”
“ฮึก ข้า...”
เมื่อมีคนที่ห่วงใยตนเองคอยปลอบประโลม แม้ว่าเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม อาเว่ยที่ตอนแรกพยายามอดทนกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ออกมาราวกับเด็กอ่อนแออย่างที่บิดาเคยสอนไว้จึงมิอาจฝืนได้อีกต่อไป
ราวกับเขื่อนแตก น้ำตาแห่งความอ่อนแอตามประสาเด็กอายุเพียงห้าหนาวจึงไหลบ่าออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“เป็นเด็กไม่เห็นต้องเก่งถึงขนาดนี้เลยนี่ พี่สาวมีแผลเหมือนอาเว่ย เจ็บมาก ๆ ก็บอกว่าเจ็บเลย”
“พะ…พี่สาว ฮึก พี่สาว ฮึก ข้าเจ็บ เจ็บมาก ฮึก...”
ภาพกอดกันกลมของหนึ่งเด็กชายที่ทุกคนในที่นี้รู้จักดีเพราะเป็นบุตรของเจ้านายกับอีกสตรีที่ไม่มีใครรู้จักทำให้เหล่าลูกน้องเช่นพวกเขาถึงกับน้ำตาซึม พากันก้มหน้าเม้มปากกลัวร้องไห้ตามเช่นกัน
“เจ้า ! เป็นผู้ใดไยจึงกล้าสอดมือเข้ามายุ่งกับเรื่องของครอบครัวผู้อื่น”
แม้ว่าเจิ้งคุนเซียวจะลดระดับเสียงลงอย่างไม่ทราบสาเหตุแล้วก็ตาม อย่างไรก็ยังคงฟังดูเหมือนตะคอกมากกว่าสอบถามธรรมดาอยู่ดี
“...”
“อะ…เอ่อ ท่านเจ้าเมืองขอรับ นายน้อยบาดเจ็บให้ท่านหมอมาดูอาการทำแผลก่อนดีหรือไม่ขอรับ ท่านหมอมาถึงแล้วขอรับ”
“ข้าพูดกับเจ้านะ ไม่ได้ยินหรืออย่างไรกัน”
ไม่มีใครเคยเมินคำพูดของเขามาก่อน การที่เจียวเชินทำเหมือนชายหนุ่มเป็นอากาศจึงยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจ ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลูกน้องคนสนิทของตนเองพูดเพราะมัวแต่จ้องเจียวเชินเขม็งด้วยโทสะ
เจียวเชินเองก็ไม่สนใจว่าตนเองกำลังโดนสายตาใครเพ่งเล็งเช่นกัน นางสนเพียงสภาพร่างกายและจิตใจของเด็กน้อยตรงหน้าตัวเอง พอได้ยินคนบอกว่ามีหมอมาถึงนางจึงรีบลุกขึ้นจูงมืออาเว่ยให้เดินตามตัวเองไปโดยเร็ว
“ไปทำแผลกันเถอะอาเว่ย”
“เจ้า ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยว !”
เจิ้งคุนเซียวไม่เคยรู้สึกเสียหน้าเท่าครั้งนี้มาก่อน ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเท้าไปขวางทางสตรีแปลกหน้าไร้มารยาททว่าเขากลับไม่สามารถเดินตามไปได้ทัน เพราะพวกลูกน้องของตนไม่รู้อยู่ ๆ เป็นอันใดจึงพากันเดินขวางหน้าเขาอยู่นั่นแหละ
สุดท้ายจึงได้แต่มองตามอย่างหัวเสีย โดยไม่ลืมตวัดสายตาดุตักเตือนเหล่าลูกน้องตัวดีของตนเองที่เข้าข้างคนอื่นที่ไม่ใช่เขาอย่างออกนอกหน้า
“เหอะ !”
แปด มีเด็กหลงทาง“เจ้าเข้าใจถูกต้อง ข้าเคยมีความคิดเหมือนกับเจ้าในอดีต แต่ว่าปัจจุบันข้าเลิกคิดเช่นนั้นไปแล้ว...เสียใจด้วย ข้าคงขายหนังสือของข้าให้เจ้าไม่ได้หรอก”“ทะ…ทำไมเล่าเจ้าคะ !”“ใจเย็นก่อนแม่นางเจียวเชิน”อาจารย์หนุ่มยกมือขึ้นห้ามทัพเจียวเชินที่ผุดขึ้นยืนเพราะคำพูดปฏิเสธของเขา “ข้ากำลังจะบอกว่าหนังสือพวกนี้ข้าขอมอบให้เจ้าโดยไม่คิดเงินสักตำลึง ข้ามอบให้เจ้าทั้งหมด”“ฟู่...โธ่ ท่านชงอวี้ช่างหยอกล้อใจข้าได้เก่งเสียจริง”เมื่อสักครู่เจียวเชินคิดว่าอีกฝ่ายปฏิเสธนางจริง ๆ เสียอีก“อย่างไรหนังสือพวกนั้นก็ขายไม่ออกอยู่แล้ว หากยังอยู่ที่ห้องของข้าในไม่ช้าพวกมันอาจกลายเป็นเศษขยะก็ได้ ไม่สู้ข้า มอบให้แม่นางนำไปใช้ประโยชน์ไม่ดีกว่าหรือ”“แต่ว่า...”“ไม่มีแต่ ถือเสียว่าเป็นของขวัญสำหรับการทำความรู้จักกันครั้งแรกก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าให้คนห่อหนังสือและส่งไปให้ถึงจวน ให้สาวใช้แจ้งที่อยู่แม่นางได้เลย”“ไม่ลำบากท่านชงอวี้ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ เด
เจ็ด อาจารย์ผู้เขียนหนังสือเจียวเชินนั่งรอไม่นานเสียงฝีเท้าแผ่วเบามุ่งตรงมาที่ศาลาที่เจียวเชินและอามี่กำลังนั่งอยู่ก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของบุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งบุรุษที่กำลังย่างเดินเข้ามาสวมใส่ชุดยาวผ้าเนื้อดีสีครามปักลวดลายก้อนเมฆา รูปโฉมหล่อเหลา ท่าทางสุภาพ โดยเฉพาะพอมองสบดวงตาสองข้างทอแสงอ่อนนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นที่สุด“ข้าคืออาจารย์ชงอวี้ แม่นางทั้งสองใช่แขกที่ต้องการพบข้าใช่หรือไม่”“ฮะ...เอ่อ ใช่เจ้าค่ะ” เจียวเชินกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอย่างลืมตัว มือก็ยกขึ้นมาเกาท้ายทอยอย่างเก้อเขิน “ข้าน้อยลืมทำความเคารพท่านอาจารย์ชงอวี้ไปเลย ไม่คิดว่าท่านอาจารย์จะอายุน้อยเช่นนี้ แหะ ๆ”เจียวเชินนึกว่าอาจารย์ที่เถ้าแก่ร้านหนังสือเอ่ยถึงจะเป็นชายชราอายุห้าสิบหกสิบหนาวมีหนวดเคราสีขาวโพลนเสียอีก“พูดจาเป็นกันเองเถอะแม่นาง ข้าอายุยี่สิบห้าเอง หากไม่ได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน ข้าเองก็อยากให้แม่นางเรียกข้าว่าชงอวี้พอไม่ต้องมีคำนำหน้าว่าอาจารย์หรอก”“เจ้าค่ะท่านชงอวี้ อ๋อ ข้าลืมแนะนำตัว ข้านามว่าเจียวเชิน วันนี้มาขอพบท่านเพราะได้ชื่อและที่อยู่มาจากเถ้าแก่ร้านขายหนังสือหูอี๋ฉีที่หัวตลาดเจ้าค่ะ”
หก สำนักการศึกษาคราแรกเจียวเชินคิดว่าหลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จแล้วจะเดินไปขึ้นรถม้ากลับจวนตัวเองเลย ทว่าหญิงสาวกลับใจเปลี่ยนแผนเป็นเดินทางต่อเนื่องไปยังสถานที่ในแผ่นกระดาษที่เถ้าแก่ร้านขายหนังสือเขียนเอาไว้ให้ก่อนดีกว่าสำนักการศึกษาหงส์แดงเพลิงสถานที่ที่อาจารย์ผู้เคยเขียนหนังสือเขียนอ่านสำหรับเด็กผู้นั้นทำงานอยู่เขาน่าจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นั่นกระมังเหตุผลที่เจียวเชินต้องการพบอาจารย์ผู้นั้นคือ นางต้องการเจรจาขอซื้อหนังสือเด็กที่เขาเคยเขียนนั่นเองถึงแม้ว่าชาติที่แล้วเจียวเชินจะเคยประกอบอาชีพเป็นคุณครูอนุบาล ทว่านั่นก็เป็นยุคสมัยหนึ่ง นางไม่อาจนำความรู้ที่มีมาสอนเด็ก ๆ เขียนตัวอักษรไม่เหมือนกันได้หรอกเนื่องจากสำนักการศึกษาอยู่ไม่ไกลจากกลางเมืองหลี่ซงจึงสามารถเดินเท้าไปหาได้โดยใช้เวลาไม่นานเจียวเชินเดินไปถึงก็วานให้อามี่สาวใช้ส่วนตัวของตนเดินเข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ประตูทางเข้าสำนักการศึกษา ส่วนนางเดินไปนั่งรออยู่ที่ศาลาไม้ข้าง ๆ“คุณหนูเ
ห้า เรื่องบังเอิญเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเจียวเชินจึงเดินออกมาจากร้านหนังสือพร้อมกับอามี่ที่สองมือถือหนังสือเต็มไปหมดเดินต่อไปไม่ไกลก็ถึงภัตตาคารอาหารที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ลูกค้าไม่แน่นร้านจนน่าอึดอัด ดังนั้นเจียวเชินจึงตัดสินใจเลือกฝากท้องมื้อกลางวันไว้ที่ร้านนี้ทว่าโชคร้ายที่พอเดินเข้าไปนางกลับเจอคนรู้จักที่ไม่อยากเจอเสียก่อนจะได้เดินไปนั่งที่โต๊ะว่างน้ำเสียงหวานหยดย้อยดังเข้ามาต้อนรับตั้งแต่นางเหยียบพื้นดินร้านเข้ามาทีเดียวเชียว“โชคดียิ่งนักเจ้าค่ะ พี่คุนเซียวกำลังจะนั่งกินมื้อกลางวันใช่หรือไม่เจ้าคะ เช่นนั้นหากพี่คุนเซียวไม่รังเกียจให้เม่ยเอ๋อร์ร่วมโต๊ะด้วยนะเจ้าคะ”“เอ่อ อืม ข้า...มีแขกน่ะ นั่นอย่างไรแขกที่ข้านัดเอาไว้เดินทางมาถึงแล้ว”ท่านเจ้าเมืองเจิ้งคุนเซียวนั่นเองที่เดินเข้ามาดึงแขนเสื้อของนางใช่…เขาเดินมาดึงแขนเสื้อของนางที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านประจวบเหมาะกับที่เขาต้องการหาทางกำจัดคุณหนูผู้งดงามท่านนั้นอยู่พอดีเจียวเชินกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงง ๆ แต่ก็เดินตามน้ำชายหนุ่มไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเจียวเชินขมวดคิ้วมองบุรุษตรงหน้า สื่อสารผ่านสายตาขณะสบตากับเขาเพื่อต้องการให้
สตรีโสดใช่แล้ว เจียวเชินเพิ่งเจรจาขอรับเลี้ยงดูเด็กผู้น่าสงสารเหล่านี้จริง ๆ นางวางแผนคร่าว ๆ เอาไว้ในหัวว่าจะให้พวกเด็ก ๆ อาศัยอยู่ที่จวนของตนเองที่หลังใหญ่มากพอเป็นที่พักให้เด็กเหล่านั้นในความทรงจำของร่างนี้คือ ร่างนี้เป็นสตรีโสด ไร้ครอบครัวเรียกได้ว่าไร้พันธะไร้ภาระใด ๆ ทั้งสิ้น หากไม่นับรวมเหล่าบ่าวและผู้คุ้มกันที่ได้มาโดยไม่เสียเงินจากความเมตตาของพระชายาจางหรงผิงของฉินอ๋องแห่งเมืองซีฉินรวมทั้งนางมีทั้งทรัพย์สินและเงินจำนวนมากในการดำรงชีวิตสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานไปทั้งชีวิตดังนั้นเจียวเชินคนใหม่นี้จึงคิดใช้เงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการเอามาช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนชาติที่แล้วเจียวเชินเองก็เป็นเด็กกำพร้าอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนโต มีพี่น้องร่วมครึ่งร้อยคนนางได้เรียนจนจบปริญญาตรีด้านจิตวิทยาเด็กจากเงินบริจาคของผู้สนับสนุนใจบุญที่ให้โอกาสเรียนจบด้านนี้มาเพื่อใช้ดูแลพี่น้อ
สาม รับเลี้ยงเด็กกำพร้าเวลานี้เจียวเชินกำลังนอนให้ท่านหมอในโรงหมอรักษาแผลตามตัวรวมถึงแผลที่หนักที่สุดคือบนศีรษะอย่างว่าง่ายหลังจากจัดการให้เด็กน้อยคนอื่น ๆ ได้ทำแผลเรียบร้อยแล้ว“หากข้าเห็นว่าแม่นางมีแผลใหญ่ขนาดนี้คงทำให้แม่นางคนแรกไปแล้ว ข้าแปลกใจยิ่งแผลเลือดไหลมากขนาดนี้คนส่วนใหญ่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะทว่าแปลกที่แม่นางทนได้”เจียวเชินยิ้มแห้งให้กับคำพร่ำบ่นของหมอชราที่กำลังรักษาตัวเองอยู่หากนางบอกว่าร่างนี้ตายไปแล้วเพราะแผลนี้ ทว่ามีวิญญาณอย่างนางจากที่ไหนก็ไม่รู้มาใช้ร่างเขาคงแปลกใจมากกว่านี้เป็นแน่เรื่องอันใดจะบอกขืนบอกไปคนอื่นหาว่านางบ้าขึ้นมาจะซวยไปกันใหญ่“คุณหนู คุณหนูของบ่าว คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”เสียงแหลมของสตรีใบหน้าแตกตื่นคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในโรงหมอ พออีกฝ่ายเห็นหน้าเจียวเชินถึงกับบ่อน้ำตาแตกวิ่งรี่เข้ามาเกาะข้างเตียง สายตากวาดตรวจสอบร่างกายคนที่ตนเองเรียกว่าคุณหนูในความทรงจำของร่างเดิมบอกว่าสตรีผู้นี้คือสาวใช้ติดตัวนามว่า อามี่“อามี่ เจ้ามาได้อย่างไร”“บ่าวไปแจ้งความกับทางการ ทว่าพวกเราหาคุณหนูในตลาดทั่วไปหมดแล้วไม่เจอเจ้าค่ะ พอมีข่าวเรื่องคดีค้าทาสผิดกฎหม







