เข้าสู่ระบบ"ฉันไม่ได้อยากแต่งงานกับคนที่เทียมหน้าเทียมตาใครในสังคม แต่ต้องการคนที่เดินเคียงข้างไปด้วยกัน ไม่ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เราสองคนจะจับมือช่วยกันฝ่าฟันประคองครอบครัวของเราไปด้วยกัน ฉันขอให้การแต่งงานนี้คือเครื่องยืนยันว่า ฉันพร้อมจะสนับสนุนและช่วยสานฝันในสิ่งที่ลักษณ์ต้องการ ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเธอด้วย ลักษณ์นันท์" "คุณเพชร" ลักษณ์นันท์กอดเขาตอบด้วยความซาบซึ้ง "ได้โปรดแบ่งพื้นที่ให้ฉันได้ยืนข้างๆ คอยเป็นกำลังใจยินดีด้วยในวันที่เธอมีความสุข ให้เราได้จับมือประคองกันไปในวันที่มีเรื่องร้ายๆ ได้ไหม ลักษณ์นันท์" ร่างเล็กในอ้อมกอดเขาสะท้านด้วยความตื้นตัน เขาเองก็ไม่คิดเลยว่าจุดเริ่มต้นของคำว่าครอบครัวคือคำว่าแบ่งปันความรู้สึก มันเป็นเช่นนี้ ดีเช่นนี้เอง "ที่นี้ตกลงแต่งงานได้แล้วใช่ไหม ยายเด็กดื้อ"
ดูเพิ่มเติมเพียงแต่...“ลักษณ์ เอ่อ” ลักษณ์นันท์ก้มหน้าไม่รู้จะพูดอย่างไรดี“ทำไมถึงไม่ตกลง ไม่มั่นใจฉันหรือไม่อยากอยู่กับฉันกันแน่” พชรเองก็เริ่มน้อยใจแล้วเหมือนกันลักษณ์นันท์ที่เขาเคยรู้จักไม่เป็นแบบนี้ หรือว่าช่วงเวลาห้าปีที่หายไป หากไม่มีกานพูลเป็นโซ่ทองคล้องใจ พชรอาจจะเสียเธอไปตลอดกาลก็ได้ เพียงแค่คิดถึงตรงนี้เขาก็อึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว“คิดว่าฉันอยากแต่งงานเพราะลูกงั้นเหรอ” พชรถามตรงไปตรงมา ลักษณ์นันท์ไม่ตอบ การไม่ตอบของเธอทำให้เขาเอ่ยต่อไปว่า“กานพูลคือของขวัญที่ดีที่สุดในความสัมพันธ์ของเรา ฉันดีใจ เต็มใจ มีความสุขและอยากจะเฝ้ามองดูกานพูลเติบโตไปพร้อมๆ กับเธอนะ ลักษณ์นันท์” ชายหนุ่มเอื้อมมือมากุมมือไว้“ลักษณ์รู้ค่ะ รู้ว่าคุณรักกานพูลมากแค่ไหน และลักษณ์ก็ขอบคุณที่คุณเพชรไม่เคยปล่อยมือเราสองคนแม่ลูกเลย เพียงแต่”“เพียงแต่อะไร” เขารีบถามซ้ำ“ลักษณ์อยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ลักษณ์แข็งแรงและดูแลตัวเองได้ วันข้างหน้าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ลักษณ์จะดูแลลูกของเราได้เป็นอย่างดี”พชรพูดไม่ออกเพราะเข้าใจความคิดและความรู้สึกของหญิงสาว ในขณะที่ลักษณ์นันท์ก็ไม่รู้จะพูดคำไหนจากใจได้อีก เธออยากเป็นทั้งแม่ที
นี่เป็นครั้งแรกที่พชรรู้สึกประหม่าที่สุดในชีวิต เพราะเขาได้ตัดสินใจทำเรื่องใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ นั่นคือการขอลักษณ์นันท์แต่งงาน ฟังดูมันเหมือนง่าย แต่เอาเข้าจริงกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหลังกลับมาจากต่างประเทศเขาก็ตัดสินใจคุยกับคุณหญิงมุกดาตรงไปตรงมา เรื่องจัดการสองแม่ลูกให้ถูกต้องตามกฎหมายและประเพณี แต่ความมั่นใจที่คิดว่าทุกอย่างง่ายทลายลงเหลือศูนย์เมื่อมารดาเอ่ยว่า‘ฉันไม่ขัดเรื่องที่แกคิดจะทำเลย แต่แกเคยถามเจ้าตัวเขาไหมว่าอยากแต่งงานกับแกหรือเปล่า’‘ทำไมคุณแม่พูดแบบนั้นล่ะครับ ผมกับลักษณ์เป็นผัวเมียกัน มีลูกด้วยกัน แน่นอนว่าเราย่อมอยากแต่งงานกันอยู่แล้ว’‘เป็นแม่ของลูกก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นเมียแกไปตลอดชีวิตนี่’ หญิงวัยกลางคนย้อน‘คุณแม่ บังคับหรือมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรอีกหรือเปล่าครับ’ คนฟังชักใจคอไม่ดี‘คนอย่างฉันตรงไปตรงมา ไม่ต้องหลบซ่อน ไม่ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรทั้งนั้น ถ้าแกอยากแต่งก็ทำให้ถูกต้อง ส่วนคนถูกขอจะแต่งหรือไม่แต่ง เรื่องนี้ฉันไม่รับรู้กับแกด้วยนะ’พชรคิดวนไปมาหลายวัน ยิ่งคิดความมั่นใจก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ จริงอย่างที่มารดาพูด เขาไม่เคยถามลักษณ์นันท์
“ลักษณ์ทราบค่ะ แต่ลักษณ์ไม่อยากรบกวนให้ใครต้องดูแลเราแม่ลูก” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วเอ่ยต่อว่า“พอคุณหญิงหายดีแล้ว ลักษณ์กับลูกก็จะไปค่ะ ส่วนคุณเพชรอาจจะอยากเจอลูกบ้าง ลักษณ์ขอความกรุณาให้พ่อลูกได้พบกันบ้างจะได้ไหมคะ เรื่องลักษณ์กับคุณเพชรจะไม่มีอะไรต่อไปแน่นอนค่ะ”ลักษณ์นันท์รู้ดีว่าคุณหญิงมุกดาคงไม่ยอมรับตนแน่ และเธอก็ไม่อยากเป็นสาเหตุให้ใครต้องผิดใจกัน แค่กานพูลเป็นที่ยอมรับ ได้รู้จัก ได้รับความรักจากพ่อและย่า แค่นี้ก็เกินสิ่งที่คาดฝันไว้แล้วสำหรับเธอและพชร เรื่องราวระหว่างซินเดอร์เรลล่ากับเจ้าชายไม่มีอยู่ในชีวิตจริง เธอกับเขาจะยังคงสถานะคำว่าพ่อและแม่ของกานพูลตลอดไป“นี่เธอคงมองว่าฉันเป็นย่าใจร้าย แม่ผัวจุ้นจ้านซินะ” น้ำเสียงหญิงวัยกลางคนประชดในที“ฉันก็ไม่ได้หัวโบราณที่จะรับสิ่งที่ลูกตัวเองต้องการไม่ได้ และฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอทิ้งความฝันเพื่อมาเป็นแม่เป็นเมียอย่างเดียว เธอควรคิดทำอะไรเพื่อเป็นความสุขของตัวเองบ้าง”“คุณหญิง” ลักษณ์นันท์ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้“เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอก็ไม่ได้เป็นคนผิดฝ่ายเดียว ไอ้ลูกไม่มีหัวคิดของฉันมันก็มีส่วนผิดด้วย ในเมื่อเลือกเส้นทา
คุณหญิงมุกดาไม่หลับแต่นอนมองหลานสาวที่กำลังเล่นกับมารดาอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มและเสียงหัวเราในวันนี้ ช่างต่างจากหลายวันที่ผ่านมาเหลือเกิน แม้นางจะดูแลมอบความรักเอาใจใส่แต่กานพูลก็มักจะถามถึงทั้งพ่อและแม่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับลักษณ์นันท์ด้วยแล้ว นางได้รู้ความเป็นไปจากปากของเด็กหญิงไม่น้อย“เงียบทำไม เล่นต่อซิ” คุณหญิงเอ่ยเมื่อเห็นลักษณ์นันท์ทำท่าให้บุตรสาวเบาเสียงหัวเราะลง“คุณหญิงต้องพักผ่อนมากๆ ลักษณ์พากานพูลไปข้างนอกดีไหมคะ” ลักษณ์นันท์อุ้มบุตรสาวเดินเข้ามาหาข้างเตียง“ฉันบอกเหรอว่าจะง่วง ถ้าเธอไม่เล่นกับกานพูล มาลูก มาเล่นกับย่าแทน” ว่าแล้วนางก็ทำท่าจะลุกขึ้น“อย่าค่ะ เดี๋ยวลักษณ์ดูกานพูลเอง คุณหญิงนอนเถอะค่ะ กานพูล เบาๆ เสียงหน่อยนะคะ ให้คุณย่าได้พักผ่อน” หญิงสาวหันมากำชับบุตรสาวอีกครั้ง จังหวะนั้นอาหารเย็นจากโรงพยาบาลก็มาพอดี“กินข้าวเลยไหมคะ” ลักษณ์นันท์ปล่อยบุตรสาวให้นั่งเล่นลำพัง แล้วเข้ามาดูแลคุณหญิงที่กำลังจะต้องกินข้าวกินยาตามเวลา“นี่ฉันป่วยจนกินอะไรไม่ได้เหรอเนี่ย” หญิงวัยกลางคนเห็นอาหารโรงพยาบาลแล้วถึงกับส่ายหน้า“คุณหญิงอยากกินอะไรคะ เดี๋ยวลักษณ์จัดการให้” หญิงสาวเห็นกับข้
“นั่นมันก็เรื่องของบ้านเขานี่ครับ เราเป็นแขกไว้ไปวันงานเลยก็ได้ คุณแม่อยากหาของขวัญอะไรให้ก็ตามใจเลย”“โธ่ เจ้าเพชร เราเป็นคู่หมั้น ใจคอจะไม่คิดไปช่วยหนูกรรณเตรียมงานเลยหรือไง อีกอย่างช่วงนี้เรากับหนูกรรณก็ไม่ค่อยได้เจอกันไม่ใช่เหรอ” มารดาดักคอ“ผมยุ่ง
เพราะนามสกุลของผู้หญิงคนนั้น และจากการสืบประวัติผ่านออน์ไลน์เพียงแค่เสี้ยววินาที รวิชจึงไม่อยากให้ลักษณ์นันท์ยุ่งเกี่ยวกับคนที่เข้ามาใหม่อีก“โธ่ ก็แค่ทำให้ชิมค่ะ ยังไม่ได้ตกลงว่าจะได้งานไหม พี่รวิชอย่าคิดมากค่ะ ลักษณ์ก็ทำสุดฝีมือเหมือนทุกครั้งนั่นแหล่ะ อีกอย่างช่วงนี้มันเงียบถ้าได้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ คนชอบคิดว่าพี่รวิชเป็นพ่อยายกานพลูเป็นประจำอยู่แล้ว คุณคิดอีกคนก็ไม่แปลก ว่าแต่วันนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” ลักษณ์นันท์หันมาหาหญิงสาว เนื่องจากว่าส่งอาหารถุงให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว“มีค่ะ ว่าแต่หนูกานพลูกับ เอ่อ คุณรวิชไม่เป็นอะไรแน่นะคะ จะไปหาหมอวันนี้ก็ได้นะคะ&
“ผมบอกว่าไม่ก็ไม่ไง เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว เชิญออกไป ผมจะกินข้าว” เขาทำเสียงเข้มคนฟังยืนอึ้งไม่กล้าพูดอะไรต่อ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกไป เธอก็เห็นใครอีกคนเดินยิ้มหวานมาแต่ไกลจากหลังร้าน“กลับมาแล้วเหรอคะ กานพลู พี่รวิช”เสียงหวานมาพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่น กร





