ログイン‘สวรรค์หรือโชคชะตาที่เล่นตลก คนอื่นทะลุมิติมามีแต่คนรุมรัก ทว่าตั้งแต่ข้าฟื้นมามีแต่คนอยากจะฆ่า ในเมื่อข้าอยากเป็นเพียงคุณหนูเสพสุขไปวัน ๆ แต่บารมีไม่ถึงวาสนาไม่อำนวย เช่นนั้นข้าจะทำตามลิขิตฟ้า กลายเป็นนางร้ายอย่างที่สวรรค์ต้องการ’
もっと見る『ねぇ~、拓也さぁん、そんなのほっといて、こっちにきて……』
電話の向こうから聞こえてきた衝撃的な言葉。 手から力が抜け、エコー写真が滑り落ちた。 『黙り込んでどうした? 用があるならさっさと言ってくれよ』 しかも、追い打ちをかけるように夫の苛立った声。 ショックのあまり、その場で倒れそうになる。 「大丈夫ですか」 そんな美月を支えたのは、静かについてきてくれていた蒼真だった。 美月の目から、涙がこぼれる。 もう限界だった。 「大丈夫じゃありません。私――離婚します」 「わかりました」 美月の宣言にうなずくと、蒼真は彼女の手から電話を取り上げた。 「もしもし。美月さんはもう帰りません。離婚すると言っています」 そして一方的にそう告げると、そのまま電話を切ってしまう。 「電話は終わりました。少し休める場所を借りましょう、顔色が良くないですよ」 蒼真は美月を病院のラウンジへ案内した。人目の少ない窓際の席へ腰を下ろすと、スタッフへ一言声をかける。
「温かい飲み物を二つお願いします」
それだけ告げると、美月の向かいへ静かに腰を下ろした。
「今は何も話さなくて構いません。落ち着いてからで大丈夫です」
責めるでも、慰めるでもない穏やかな口調。
その言葉に張り詰めていた糸が切れたように、美月の頬を涙が伝った。
どうして、こんなことになってしまったのだろう。
今日の朝までは、幸せだったはずなのに。
美月は街角の小さなカフェで働いている。
昼どきの忙しい時間帯、急に目の前が真っ白になり、その場へ倒れかけた。
異変に気付いて駆け寄ってくれたのが、常連客の蒼真だった。
『顔色が悪すぎます。病院へ行きましょう』
最初は遠慮した。
忙しい時間帯に常連客へ迷惑をかけるなんて申し訳ないと思ったし、ただの貧血だろうと考えていたからだ。
けれど蒼真は首を横へ振った。
『無理をして悪化させる方が問題です。店長には私から説明します』
その落ち着いた態度に押され、美月は病院へ来ることになった。
驚いたことに、受付のスタッフは蒼真の姿を見るなりすぐに診察を手配してくれた。
顔が広い人なんだな、と、その時はそれくらいにしか思わなかった。
そして診察室で告げられたのは、思いもしなかった言葉だった。
『おめでとうございます。妊娠していますよ』
胸がいっぱいになった。
拓也もきっと喜んでくれる。
そう信じて、診察室の外で、エコー写真を握りしめながらスマートフォンを取り出した。
――その結果が、あれだった。
「……どうして」
かすれた声が漏れる。
「子どもができたって伝えたかっただけなのに……」
その時、湯気の立つ紅茶が運ばれてきた。
蒼真はカップを美月の前へ静かに置く。
「少し飲んでください。何も口にしていないでしょう」
美月は小さくうなずき、両手でカップを包んだ。
温もりが冷え切った指先へじんわりと伝わってくる。
「ありがとうございます……」
「礼を言われることではありません」
蒼真はまっすぐ美月を見つめた。
「ですが、一つだけ確認させてください」
穏やかな声色は変わらない。
それでも仕事のできる人間らしい真剣さがにじんでいた。
「本当に、離婚するつもりですか?」
「……はい」
美月は迷わずうなずいた。
リストラされて無職の夫を、アルバイトを掛け持ちしながら支えてきた。 そして妊娠を告げようとした矢先に発覚した浮気。限界だった。「離婚します。お腹の子のためにも……、私のためにも」
蒼真は静かにうなずいた。
「承知しました」
「それでは、私がお手伝いします」
ในเมื่อพระชายาของเขาจัดการเรื่องหลินเยว่ฉีแล้ว เขาก็ไม่อยากรบเร้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว ดังนั้นเรื่องที่จะทำให้พระชายาของเขาไม่สบายใจในยามนี้ก็คงไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ดังนั้นเว่ยเหวินเซียนจึงหันหน้าไปยังหลานชายของตนเพราะแน่นอนว่าเรื่องมงคลนี้เขามีหรือจะเก็บงำเอาไว้เพียงคนเดียว ถ้าหากเป็นไปได้เขาอยากจะประกาศให้รู้กันทั่วใต้หล้าเสียด้วยซ้ำ บุรุษเจ้าของจวนมิรอช้าตะโกนบอกหลานชายของตนเสียงดังจนคนทั่วทั้งงานเลี้ยงได้ยิน ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนก่อนโค้งตัวลงพร้อมกับเอ่ยแสดงความยินดีที่เว่ยชินอ๋องกำลังจะมีซื่อจื่อน้อยหลังจากเอ่ยแสดงความยินดีจบเผิงเจียวเจี๋ยกับเว่ยหลิงเฮ่อต่างจ้องมองหน้ากัน เหมือนทั้งคู่กำลังคิดบางอย่างขึ้นมาได้พร้อมกัน ก่อนที่เจ้าของตำหนักบูรพาจะหันไปยังเหล่าคุณชายพร้อมกับตรัสขึ้นเสียงดัง“ในเมื่อมีเรื่องมงคล เช่นนั้นพวกเราก็มาดื่มสุราฉลองกันดีหรือไม่” เว่ยหลิงเฮ่อรีบเปลี่ยนงานเลี้ยงดูตัวให้เป็นงานเลี้ยงฉลองที่พระชายาชินอ๋องตั้งครรภ์“ดีพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเห็นด้วย” คุณชายรองตระกูลเผิงรีบเอ่ยเห็นดีเห็นงามด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาคิดไว้เช่นกัน“พ่อบ้านนำสุราออกมา” เว่ย
ความจริงเผยตั้นเหม่ยเห็นเผิงเจียวเจี๋ยเดินเข้ามาในงานเลี้ยงแล้ว เพียงแต่นางอยากทำให้เขาเห็นว่านางเองก็หาใช่สตรีไร้ค่าที่ต้องรอคอยเพียงบุรุษคนเดียว เพราะยังมีบุรุษอีกมากมายที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อนาง และต่อให้ไม่มีเขานางก็สามารถแต่งไปเป็นฮูหยินเอกในตระกูลที่ดีได้ เผยตั้นเหม่ยจึงทำทีเป็นไม่สนใจบุรุษตระกูลเผิง และแสร้งทำเป็นชื่นชอบการแสดงของบุรุษอื่นให้เขาเห็นทว่าถึงเผยตั้นเหม่ยจะคิดเช่นนั้น แต่ครั้นได้ยินเสียงของเว่ยเหวินเซียนตวาดใส่เผิงเจียวเจี๋ย หญิงสาวก็ตกใจเป็นอันมากในใจรู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมาว่าเผิงเจียวเจี๋ยจะถอดใจและกลับจวนตระกูลเผิงไป แต่ทว่านางก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ เพราะนางเชื่อว่าไม่ว่าพี่เขยและพี่สาวของนางจะทำอันใดลงไป ย่อมคิดถึงนางเป็นสำคัญ และหากเขาจะไปจริง ๆ นางจะได้รู้เอาไว้ว่าความรักที่เขามีให้นางนั้นช่างน้อยนิดนัก หญิงสาวจะได้ตัดใจจากเขาได้อย่างไม่ต้องนึกเสียใจในภายหลังขณะที่ในใจของเผยตั้นเหม่ยกำลังรู้สึกเศร้าเมื่อคิดว่าตนเองต้องตัดใจจากบุรุษที่รัก ในช่วงพริบตาเดียวที่หางตาของนางเหลือบไปเห็นบุรุษตระกูลเผิงจูงมือขององค์รัชทายาทหลิงเฮ่อเดินมา ในใจของนางก็กลับมาเบิกบานอีกคร
เผิงเจียวเจี๋ยเพียงเห็นสายตาของเว่ยเหวินเซียน อีกทั้งบวกกับคำพูดก่อนหน้าก็พอจะเข้าใจสิ่งที่บุรุษตรงหน้าต้องการจะสื่อ เขาจึงคิดจะเอ่ยแก้ต่างให้ตนเองทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเสียงของอีกฝ่ายดังขึ้น“แต่ดูจากการแต่งตัวของเจ้าแล้ว ตระกูลของเจ้าคงมิอยากให้ตั้นเหม่ยเลือกเจ้ากระมัง หรือไม่ก็เป็นเจ้าที่มั่นใจในตัวเองเกินไปว่าตั้นเหม่ยจะยอมทิ้งต้นไม้งามทั้งผืนป่า เพื่อรอเจ้าเพียงคนเดียว เจ้าจึงได้แต่งตัวมาลวก ๆ ถึงเพียงนี้” ถึงเว่ยเหวินเซียนจะไม่ได้เอ่ยเสียงดังมากนัก ทว่าน้ำเสียงของเขาบวกกับพลังงานดำมืดในตัวเขากลับแผ่ออกมาอย่างชัดเจนถึงโทสะที่มีอยู่ภายใน“ขอท่านอ๋องอย่าทรงกริ้ว กระหม่อมมิได้คิดเช่นนั้นจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ หากกระหม่อมคิดเช่นนั้นไหนเลยวันนี้จะรีบตามเสด็จองค์รัชทายาทมาเช่นนี้” เผิงเจียวเจี๋ยรีบแก้ตัวทันที“ถึงเรื่องอื่นที่เจียวเจี๋ยกล่าวมา หลานไม่อาจยืนยันได้ว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน หลานยืนยันแทนเขาได้พ่ะย่ะค่ะ” เว่ยหลิงเฮ่อที่ยืนฟังบุรุษทั้งสองคนอยู่พักใหญ่เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาบุรุษทั้งสองเผิงเจียวเจี๋ยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันตาเมื่อ
แต่ถึงบุรุษหนุ่มแซ่เผิงจะรู้สึกไม่พอใจป้าสะใภ้มากเพียงไรก็ต้องระงับอารมณ์เอาไว้ เพราะอย่างไรนางก็อาวุโสกว่าอีกทั้งยังอยู่ต่อหน้าคนนอก เขาจึงทำได้เพียงกลืนความโกรธนั้นลงท้องไป“ขอบคุณท่านป้าสะใภ้ที่เป็นห่วง แต่ร่างกายของข้ามิได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น หากเพียงลมหนาวแค่นี้ทำให้ข้ามิอาจออกจากจวนไปที่ใดได้เลย วันหน้าไหนเลยจะเป็นขุนนางรับใช้แว่นแคว้นได้ ท่านปู่ท่านย่าว่าจริงหรือไม่ขอรับ?” เผิงเจียวเจี๋ยกล่าวกับฮูหยินใหญ่เผิงจบก็หันไปถามท่านผู้เฒ่าเผิงและฮูหยินผู้เฒ่าเผิงทันทีชายหญิงชราเมื่อจู่ ๆ ก็ถูกถามอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ไม่อาจหาข้ออ้างมาปฏิเสธได้ จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับไปอย่างไม่อาจบ่ายเบี่ยงบุรุษแซ่เว่ยที่ยืนมองบุรุษหนุ่มแซ่เผิงจัดการผู้อาวุโสในเรือน ถึงกับไม่อาจซ่อนสีหน้าพึงพอใจที่มีเอาไว้ได้ จนองครักษ์ข้างกายถึงขั้นต้องสะกิดเตือนให้เจ้าของตำหนักบูรพาเก็บอาการ“ในเมื่อท่านผู้เฒ่าเผิงกับฮูหยินผู้เฒ่ามิว่ากล่าวอันใด หากเจ้าอยากตามเราไป เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” เว่ยหลิงเฮ่อกล่าวกับเผิงเจียวเจี๋ยจบก็หมุนตัวย่างก้าวเดินไปทางประตูจวนทันทีถึงเจ้าของตำหนักบูรพาจะอยากเล่นงานคนตระกูลเผิงมากกว่าน
ครั้นอ๋องหนุ่มเห็นท่าทางของหญิงสาวที่พยายามอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ จึงเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปในโพรงหวาน พร้อมกระแทกข้อมือเข้าออกรัว ๆ นิ้วมือผสานกับลิ้นระรัวสร้างความเสียวให้สตรีตรงหน้า ปลุกเพลิงราคะในตัวของหญิงสาวให้โหมขึ้น“อ๊าาาาา ฮึก อ๊าาาา” เสียงครางเล็ดลอดออกมาจากปากของหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ร่างบาง
ใจเผยจือคุนอยากตายเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่อีกไม่ถึงสิบวันก็จะถึงงานมงคลของบุตรสาวคนโตแล้ว เขาไม่อยากทำผิดต่อนางอีกจึงจำใจต้องอดทนมีชีวิตต่อไปอีกหน่อย เพื่อให้นางได้เข้าพิธีมงคลอย่างราบรื่น“แน่นอน อย่างไรต่อไปท่านกับข้าก็ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน ไหนเลยข้าจะทำให้พี่น้องของพระชายาตกเป็นที่ครหาได้ ส่วนควา
“ท่านอ๋องหมายความว่าเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ ท่านย่ามิได้ตายเพราะโรคเก่ากำเริบอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” เผยจือชิ่นเอ่ยถามด้วยความตกใจ“เจ้าก็ลองถามมารดาของเจ้าดูสิ ว่าฮูหยินผู้เฒ่าตายด้วยเหตุใด” เว่ยเหวินเซียนเอ่ยจบก็ยกถ้วยชาขึ้น ก่อนจะเป่าเบา ๆ แล้วจิบอย่างช้า ๆเดิมทีเว่ยเหวินเซียนก็ไม่รู้เรื่องการตายของฮูห
“เรื่องนั้นข้ารู้อยู่แล้ว แล้วอย่างไร?” อ๋องหนุ่มเอ่ยถามสีหน้าเรียบเฉย ทว่าสายตายังคงฉายชัดถึงโทสะในใจ“ดังนั้นกระหม่อมจึงอยากให้ท่านอ๋องยอมรับในการตัดสินใจของน้องรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ หากท่านแม่ของกระหม่อมสามารถหาเงินมาคืนนางได้ เรื่องในอดีตก็ถือเสียว่าหายกันไป ไม่ติดค้างกันอีกพ่ะย่ะค่ะ”เพียงบุรุษหนุ่


















レビューもっと