เข้าสู่ระบบตอนที่ 44 ช่วยปิดเป็นความความลับ
“ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่าน เรื่องสูตรยานี้อย่าบอกผู้ใดได้หรือไม่ว่ามาจากข้า” หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะสบตา
ผู้เป็นบิดาอย่างรอคำตอบ“เพราะเหตุใดเล่า” หลิวโซว่เอ่ยถามด้วยความงุนงง หากวิธีนี้รักษาโรคระบาดได้จริง ย่อมเป็นผลดีกับบุตรสาวของเขา
“ท่านก็รู้ว่าเวลานี้ชื่อเสียงข้าไม่ดีเท่าใดนัก…เกรงว่าหากบอกไปว่ามาจากข้าพวกเขาจะไม่ยอมใช้สูตรยานี้ ให้ท่านบอกพวกเขาว่าได้สูตรยานี้มาจากต่างแคว้นที่เคยประสบกับ
โรคระบาดนี้แล้วใช้ได้ผล” หลิวซีจินเอ่ยขึ้น...แน่นอนว่าชื่อเสียงของหลิวซีจินฮองเฮาก่อนหน้านั้นไม่ได้ดีเท่าใดนัก อยู่ ๆ จะให้สูตรยานี้ไปคงพิกลนัก...เบื้องต้นนางควรเริ่มเข้าแทรกทีละน้อย“เช่นนั้นพ่อจะบอกว่าจวิ้นอ๋องว่าได้สูตรยานี้มาจากต่างแคว้นตามที่เจ้าบอก ผลไม้พวกนี้พ่อจะส่งคนไปเก็บให้ เจ้าวางใจพ่อจะไม่บอกฝ่าบาทว่าสูตรยานี้มาจากเจ้า...” หลิวโซว่เอ่ยขึ้น
“ขอบคุณท่านพ่อ” หลิวซีจินเอ่ย
หลังจากที่เสนาบดีหลิวโซว่ ออกไปแล้ว หลิวซีจินจึงคิดขั้นตอนต่อไป นางนึกเสียดายของในห่อผ้าที่นางนำติดตัวมาด้วยเหลือเกิน…ในนั้นมีสูตรยาและเมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายากหลายชนิด…..อีกทั้งยังมีหลักฐานที่ได้จากซ่งเอวี่ยด้วย
‘ซ่งเอวี่ย ข้าผิดคำพูดกับท่านแล้ว’ หลิวซีจินคิดในใจก่อนจะเดินสำรวจบริเวณรอบตำหนักก็พบว่าตำหนักฮองเฮานี้
กว้างใหญ่นัก... นางเดินชมรอบตำหนักโดยมีนางกำนัลแปดคนเดินตามหลังอย่างหวาดระแวง"พวกเจ้า...." หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปหานางกำนัลที่ก้มหน้าตัวสั่น
"จะ...เจ้าค่ะ" นางกำนัลผู้หนึ่งเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ
"ฮองเฮาต้องการสิ่งใดโปรดรับสั่งเถิดเพคะ" ซูลี่ ที่ดูเหมือนจะเป็นนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาองค์ก่อนเอ่ยขึ้น หลิวซีจินเข้าใจถึงความรู้สึกของนางกำนัลแปดคนนี้ที่ต้องใช้ความอดทนอย่างหนัก เพราะความทรงจำก่อนหน้าที่เห็นฮองเฮาคนก่อนมักจะใช้แส้โบยนางกำนัลเหล่านี้อย่างหนัก...ไม่ต้องบอกก็รู้...
ว่าไม่มีใครในตำหนักแห่งนี้ไม่โดนฮองเฮาคนก่อนลงแส้จนเลือดสาดเพราะความเอาแต่ใจ...ย้อนไปในอดีต...
"เมื่อคืนฝ่าบาทร่วมเตียงกับผู้ใด?" ฮองเฮาหลิวซีจิน ก่อนเอ่ยขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองเหล่านางกำนัลแปดคนของตน
"ฝ่าบาทพลิกป้ายได้สนมกุ้ยเหมยเพคะ" นางกำนัล ผู้หนึ่งตอบ
"แล้วป้ายชื่อที่ร่วมเสี่ยงทายเหล่านั้นมีชื่อข้าหรือไม่?" ฮองเฮาคนก่อนกำหมัดแน่นก่อนจะเอ่ยต่อ
"ฝ่าบาทสั่งให้ขันทีนำป้ายชื่อของท่านออกเพคะ" นางกำนัลผู้หนึ่งตอบ
"แล้วเหตุใดพวกเจ้าไม่ทำให้ข้ามีชื่อเข้าไปอยู่ที่นั่น ไปเอาแส้มา! ข้าจะโบยพวกเจ้าให้หนัก!" หลิวซีจินฮองเฮาเอ่ยก่อนจะคว้าแส้มาโบยนางกำนัลทั้งแปดราวกับต้องการระบายโทสะ
"ฮองเฮา! โปรดเมตตาพวกข้าด้วย...."
นางกำนัลทั้งแปดนี้มักจะถูกโบยอย่างหนักโดยไร้ซึ่งเหตุผลมาตลอด...น่าเห็นใจนัก
เวลานี้สิ่งที่นางควรทำคือ...เปลี่ยนจากศัตรูให้กลายเป็นมิตรให้จงได้....เรื่องนี้อาจต้องใช้เวลา...
"พวกเจ้า...อยู่กับข้ามาตั้งแต่เข้าวัง เมื่อก่อนข้าทำไม่ดี ข้าฟื้นขึ้นมาครั้งนี้เพราะสวรรค์มอบโอกาสให้ข้า.... ดังนั้น...
ต่อจากนี้...ข้าจะไม่เป็นแบบเดิมอีก...พวกเจ้าวางใจเถอะ...แล้วก็เลิกทำท่าทางเช่นนั้นกับข้าเสียที" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น"เพคะ" นางกำนัลเอ่ยประสานเสียง
"เอาล่ะ ต่อจากนี้ไปพวกเจ้าอาจจะต้องเหนื่อยกันหน่อย เพราะข้ามีงานให้พวกเจ้าทำ" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นกับนางกำนัลที่มองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความประหลาดใจ ว่างานที่ฮองเฮาว่านั้นคือสิ่งใดกันแน่
"งานใดเพคะ" นางกำนัลประสานเสียงถามพลางทำสีหน้าไม่ไว้วางใจ
หลิวซีจินยิ้มมุมปากครั้งหนึ่งก่อนจะหันไปทางแปลงดอกไม้บริเวณในตำหนัก นางพิจารณามองพืชที่อยู่ในเขตตำหนักฮองเฮาพบว่ามีพืชจำนวนมากที่ถูกปลูกไว้เพื่อความสวยงามแต่หาประโยชน์ไม่ได้ ดังนั้นนางจึงจัดการสั่งรื้อออกทั้งหมดจากนั้น จึงสั่งคนให้จัดแจงสมุนไพรหายากที่ได้มาจากหมอหลวงและพืชสมุนไพรมาไว้แทน
"ฮองเฮา สิ่งนี้คืออะไรหรือเพคะ?" นางกำนัลผู้หนึ่งถาม เมื่อเห็นต้นอ่อนที่คนของหมอหลวงนำมาให้หลายต้น นางกำนัลทั้งแปดที่ถกแขนเสื้อขึ้นได้แต่มองต้นพืชนั้นอย่างประหลาดใจ
"กุ้ยเย่วซานเชียนหนิว(รางจืด) เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสามตระกูล ที่ข้าเน้นปลูกสิ่งนี้เพราะเป็นเพราะมันสามารถแก้พิษได้หลายชนิดยิ่งนัก.... พวกเจ้าถามขึ้นก็ดีแล้ว ต่อไปต้องเรียนรู้สรรพคุณสมุนไพรเหล่านี้ให้มากหน่อย" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นในขณะที่นางกำนัลอีกคนกำลังถกแขนเสื้อพร้อมกับใช้เชือกผูกเพื่อให้ทำกิจได้สะดวก
"เพคะ แต่ว่า...พวกเราไม่ใช่หมอ ไยต้องจำสรรพคุณสมุนไพรพวกนี้ด้วยเล่าเจ้าคะ?" นางกำนัลอีกคนเอ่ยขึ้น
อดประหลาดใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายมีความรู้เรื่องสมุนไพรขึ้นมาเสียอย่างนั้น.... ด้านหลิวซีจินที่เห็นสีหน้าประหลาดใจของนางกำนัลทั้งแปดจึงได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง"ความรู้มีไว้ใช่ว่าเสียหลาย...หากวันหนึ่งหากเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาพวกเจ้าจะได้มีความรู้ติดตัวบ้าง...หากจะรอแต่หมอเกิดวันหนึ่งหมอขาดแคลนขึ้นมาจะทำเช่นไร" หลิวซีจินเอ่ยในขณะที่ยืนมองคนงานกำลังรื้อแปลงดอกไม้ในแปลงถัดไป
"เพคะ" นางกำนัลทั้งแปดได้แต่ตอบรับอย่างงุนงง...
นี่ฮองเฮาของพวกนางกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรตอนพิเศษ 10ข้าคร้านแล้ว ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่หยวนลู่จิ่นถูกล่ามโซ่ไว้เช่นนั้น นี่คนบ้านั่นกลัวว่านางจะหนีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ราวกับเสียงสวรรค์ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของหวังเฟยหลงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง"เป็นอย่างไร...พระชายา"หวังเฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ"หวังเฟยหลง ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ ใยต้องล่ามโซ่ข้า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านนะ!" หยวนลู่จิ่นโวยวายขึ้น เพราะวันนี้นางถูกเขาล่ามโซ่มาหลายชั่วยามแล้ว"น้องหญิง ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเรื่องที่เจ้าพานักฆ่าเข้ามาที่นี่เลย นี่ถือเป็นการลงโทษเจ้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้น"นักฆ่าหรือ? ท่านหมายถึง..เซียวอิงเช่นนั้นหรือ?...."หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น หวังเฟยหลงจึงพยักหน้าแทนคำตอบ หยวนลู่จิ่นที่ได้ฟังเช่นนั้นราวกับถูกสาป"หากข้าไม่ได้สืบเรื่องนางมาก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเจ้าต้องการส่งนางมาสังหารข้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาตามดูสตรีผู้นี้มานานคาดว่าเป็นคนจากต่างแคว้นปลอมตัวเข้ามาคาดว่าอาจเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจึงแฝงไปในสถานที่ที่มีเขาอยู่...เมื่อคืนนี้หลังจากที่หยวนลู่จิ่นหลับใหลเ
ตอนพิเศษ 9 หลงกลหลังจากที่หยวนลู่จิ่นช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...นางจึงยกน้ำจีเสวียเฉ่าที่คั้นเรียบร้อยแล้วให้เขาดื่มทันที ส่วนนางกำนัลทั้งหลายเมื่อเก็บกวาดของที่เขาและนางต่อสู้กันเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วก็หายไปจากห้องกว้างนี้อย่างรวดเร็วอย่างรู้งาน"ท่านดื่มนี่ก่อนเถิด หมอหลวงบอกว่าสิ่งนี้ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ จะได้หายโดยเร็ว "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นถ้วยยาที่มีน้ำสีเขียวอยู่ในนั้น หวังเฟยหลงมองดูน้ำสีเขียวนั้นก็ทำหน้าขยะแขยงราวกับว่านั่นคือสิ่งที่น่ารังเกียจ"ข้าเกลียดการดื่มน้ำสีเขียวเช่นนี้"เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีคล้ายเด็กที่ไม่อยากกินยา หากมิใช่เพราะต้องแสร้งบาดเจ็บเพื่อให้นางอยู่ดูแลเขาแล้ว...เขาคงไม่ต้องมาฝืนดื่มน้ำเขียวนี้"ท่านพี่ อย่าทำราวกับเด็กที่ไม่อยากดื่มยาสิ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่า จีเสวียเฉ่า(บัวบก)นี้ประโยชน์มากมายนัก ไม่เพียงช่วยฆ่าเชื้อโรคต้านอักเสบ ช่วยเรื่องความจำ ช่วยเรื่องลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย"หยวนลู่จิ่นบรรยายสรรพคุณให้อีกฝ่ายราวกับหลอกล่อเด็กน้อยให้กินยาก็ไม่ปาน"ข้าไม่ดื่ม อย่างไรท่านหมอก็ใส่ยาให้ข้าแล้ว
ตอนพิเศษ 8 การต่อสู้"ข้าไม่มีบุรุษอื่น...ปล่อย! ข้าเจ็บ""เช่นนั้นเหตุใดจึงอยากหย่าและหนีไปจากข้านัก""เพราะข้าเกลียดท่าน! แม้คืนแรกของการเข้าหอ ท่านยังกล่าวว่าหากข้าไม่ตั้งครรภ์ภายในหนึ่งเดือนท่านจะรับอนุชายาเข้าตำหนัก...ท่านเห็นข้าเป็นอะไร! หากมีข้าเพียงเพื่อเรื่องนั้น...ท่านก็หย่าให้ข้าเถอะ"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นดวงตาคู่งามมีน้ำคลอหน่วยเล็กน้อย ก่อนจะผลักร่างหนาออกจนเป็นอิสระ มือเรียวดึงหนังสือหย่าออกมาหนึ่งฉบับก่อนจะกางออกให้เขาดู"ข้าประทับลายนิ้วมือแล้ว ขาดแต่การประทับลายนิ้วมือของท่าน"ด้านหวังเฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย"หยวนลู่จิ่น นี่คือสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดว่าจะไปจากข้าได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันหย่ากับเจ้า""เพราะเหตุใด?! "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน"เพราะเจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้ครบหนึ่งปี ข้าก็ไม่หย่ากับเจ้า""ท่านมันเห็นแก่ตัว! ท่านไม่หย่าก็ช่างแต่ข้าจะหนีจากท่าน!"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นจะหมุนตัวเตรียมจากไปแต่ทว่า หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาใช้วรยุทธขว้างตะเกียบไปยังจุดล็อคตรงบานประตูด้วยความชำนาญฟ้าว!ปึก!"หวังเฟยหลง! อะไร
ตอนพิเศษ 7 แผนกลบเกลื่อน หลังจากที่หยวนลู่จิ่นพาตนเองมาอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทก็พบว่าเซียวอิงกำลังรินสุราสามีของตน หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยวันนี้หยวนลู่จิ่นสวมอาภรณ์สีเงินโปร่งใบหน้างามที่แทบไม่ต้องแต่งอะไรก็ดูงดงามนักในสายตาของหวังเฟยหลง อาหารถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะ ในขณะที่เซียวอิงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอย่างไพเราะจนสตรีเช่นนางยังรู้สึกชอบฟังเสียงดนตรี....."ท่านพี่ เซียวอิงมีความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่นางไม่ได้ตกแต่งเป็นภรรยาผู้ใดเสียที"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของคนตรงหน้าที่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก"เจ้ากล่าวมาไม่ผิด เซียวอิงมีความสามารถหลายด้านนัก"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าทั้งคู่คงจะร่วมเตียงกันได้โดยไม่ต้องวางยาปลุกกำหนัดเป็นแน่...อย่างไรก็ตามนางจะต้องหาอนุภรรยาให้เขาอีกหลายคน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความต้องการเรื่องเช่นนั้นกับนาง...บิดานางเคยบอกนางว่า สมรสพระราชราชทานนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปีจากนั้น...นางก็จะเขียนใบหย่าให้เขา
ตอนพิเศษ 6แผนการณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง"พี่สะใภ้ หากพี่ใหญ่ทราบว่าข้ามาพบท่านเขาต้องแหกอกข้าแน่ เหตุใดท่านไม่กลับไปตำหนักเสียทีเล่า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองซ้ายขวา“ข้ากังวลเรื่องพี่ชายของท่าน กล่าวตามตรง ในฐานะที่เราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และท่านยังเป็นน้องชายของสามีข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านช่วย” หยวนลู่จิ่นเอ่ยทันที"เรื่องอะไรกัน?""ข้าอยากให้ท่านช่วยแนะนำข้าว่าสตรีเช่นใดที่หวังเฟยหลงถูกใจ เวลาที่เขาเข้าหอโคมเขียวเขามักจะชอบเรียกผู้ใดหรืออุ่นเตียงหรือ?""ท่านถามเช่นนี้... "เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงมองดูพี่สะใภ้อย่างไม่ไว้วางใจ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง รวมถึงการไปทาบทามฝางผิงเกอแต่ได้รับการปฏิเสธอีกด้วย"ท่านจะหาอนุให้เสด็จพี่!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่เบิกตากว้าง"ข้ารู้ว่ามันอาจดูประหลาด กล่าวตามตรง ข้าเคยได้ยินมาว่า บุรุษที่มีมากภรรยาทั้งยังชอบเที่ยวสถานที่เช่นนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อยิ่งนัก ไหนจะต้องตั้งครรภ์ตอนเบ่งท้องคลอดบุตร..ข้ากังวลเรื่องคลอดบุตรที่สุด"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม
ตอนพิเศษ 5 ทาบทามสตรีให้สามี หยวนลู่จิ่นเดินทางไปที่สำนักศึกษาที่นางร่ำเรียนมา นางเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เรียบร้อยแล้วจึงขอพบฝางผิงเกอทันที"ผิงเกอ เจ้ายังมีใจให้กับหวังเฟยหลงอยู่หรือไม่?"หยวนลู่จินถามอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม"ข้า...."ฝางผิงเกอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย..."เจ้าไม่ต้องพูดข้าก็รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้า..เต็มใจจะแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทหรือไม่ "หยวนลู่จิ่นถามขึ้น ด้านฝางผิงเกอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างทันทีนี่อีกฝ่ายจะให้นางแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทจริงหรือ?"พระชายา! ท่านเพิ่งแต่งกับองค์รัชทายาทเมื่อไม่กี่วันเองมิใช่หรือเจ้าคะ" ฝางผิงเกอ บุตรสาวของอาจารย์นางเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดด้วยความประหลาดใจ"ข้ากล่าวตามตรงกับเจ้า ข้าไม่อยากมีบุตร ข้าจึงอยากหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งอยากสนับสนุนเจ้าให้ลงเอยกับเขา"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น"พระชายา ท่านมีเรื่องกับองค์รัชทายาทมาก่อนหรือ? เหตุใดจึงไม่อยากมีบุตร... แม้ว่าข้าจะอยากแต่งให้องค์รัชทายาทแต่เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขออนุญาตจากท่านพ่อก่อน"ฝางผ







