Share

5 ไม่ต้องอาย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-16 09:40:51

5

ไม่ต้องอาย

เด็กน้อยก้มมองชุดป่านสีหม่นที่มีรอยปะชุนเต็มไปหมด แขนเสื้อสั้นเต่อจนเห็นข้อมือที่ซูบผอม เว่ยเสี่ยวเหอมองตามแล้วถอนหายใจเบาๆ เจ้าของร่างเดิมนางช่างอาภัพนัก ทิ้งลูกให้ลำบากถึงเพียงนี้  แม้แต่เสื้อผ้าดีๆ สักชุดก็ไม่มี รองเท้าที่พอใส่ได้หน่อยก็ไม่เห็น  เห็นเพียงร้องเท้าฟางที่พื้นทะลุจนนิ้วเล็กๆ โผล่ออกมา

"ไม่ต้องอาย  ความยากจนไม่ใช่ความผิดแต่การยอมแพ้ต่อโชคชะตาต่างหากคือสิ่งที่น่าละอาย  วันนี้เราจะเอาผักเหล่านี้ไปเปลี่ยนเป็นเงิน  แม่สัญญาว่าเย็นนี้เจ้าจะได้มีชุดใหม่ใส่  และเราจะซ่อมแซมกระท่อมของเราให้มั่นคงกว่านี้  ยามพายุฝนมาจะได้ไม่ต้องเปียกอีก"

นางลูบแก้มลูกชายด้วยความอ่อนโยน  สองแม่ลูกช่วยกันถอนผักอย่างระมัดระวัง  ผักกาดหอมแต่ละต้นที่ถอนขึ้นมานั้นมีรากที่แข็งแรงน้ำหนักดี  ส่วนหัวไชเท้าก็ขาวอวบเหมือนแท่งหยก  เมื่อจัดเรียงลงในตะกร้าสานสองใบจนเต็ม เว่ยเสี่ยวเหอจึงหาผ้าสะอาดมาคลุมไว้เพื่อกันแดด

นางแบกตะกร้าขึ้นบ่าอย่างคล่องแคล่ว  เพราะเคยแบกเป้สัมภาระหนักหน่วงในกองทัพ  ทำให้จัดสมดุลร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม  แม้จะหาบของหนักแต่กลับก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่มั่นคง  เมื่อเดินผ่านใจกลางหมู่บ้านสายตาหลายสิบคู่ต่างจ้องมองมาด้วยความสงสัย  บางคนใจกล้าถึงขั้นเดินเข้ามาถาม

"แม่นางเว่ย  ผักในตะกร้านั่นเจ้าเอามาจากไหนกัน  ข้าไม่เชื่อหรอกว่าดินเค็มท้ายทุ่งนั่นจะปลูกได้งามขนาดนี้  มิสู้ส่งที่ดินคืนตระกูลจางไม่ดีกว่าหรือ"

ชายชาวนาคนหนึ่งเอ่ยขวางทาง  เว่ยเสี่ยวเหอหยุดเดิน  แววตาที่สงบนิ่งแต่ดุดันทำให้อีกฝ่ายต้องก้าวถอยหลัง

"ที่ดินผืนนั้นไม่เคยเป็นของตระกูลจางข้าไม่จำเป็นต้องส่งคืน  ผักนี่จะมาจากที่ใดก็หาใช่เรื่องของท่านไม่ ข้าปลูกเองกับมือ หากท่านอยากรู้ก็ลองตั้งใจทำนาของตนเองให้ดีเสียก่อนเถิด"

นางเดินจากมาทิ้งให้คนเหล่านั้นยืนตะลึง อาเป่าเดินตามหลังมารดาพลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจ  เริ่มรู้สึกว่าท่านแม่ของเขานั้นเปลี่ยนไปจริง ๆ ท่านแม่ไม่ได้ก้มหน้ายอมคนเหมือนแต่ก่อน แต่กลับตอบโต้จนใครก็มิอาจข่มเหงได้

การเดินทางเข้าเมืองใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยาม  แดดเริ่มร้อนแรงขึ้นแต่เว่ยเสี่ยวเหอกลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้าเพราะพลังจากน้ำทิพย์จิตวิญญาณที่นางดื่มเข้า  เมื่อมาถึงประตูเมืองหลวงที่โอ่อ่า  ความพลุกพล่านของฝูงชนและเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของพ่อค้าแม่ขายดังระงมไปทั่วสารทิศ

"ท่านแม่ขอรับ เมืองหลวงช่างใหญ่โตเหลือเกินขอรับ"

“แม่ก็ว่าอย่างนั้น  ดูสิมีของกินตั้งมากมายขนมพวกนั้นเจ้าเคยกินหรือไม่”

นางมองไปยังร้านขนมหวานแผงลอยที่ตั้งอยู่ไม่ไกล  ฝ่ายอาเป่าส่ายหน้าไปมาตาละห้อย  มือเกาะชายเสื้อมารดาแน่น  ดวงตาเล็ก ๆ กวาดมองตึกรามบ้านช่องอย่างตื่นตาตื่นใจ

เว่ยเสี่ยวเหอพาอาเป่ามุ่งตรงไปยังย่านตลาดสดที่ตั้งอยู่ใกล้กับภัตตาคารหรู  นางไม่ได้เลือกวางขายข้างทางเหมือนเกษตรกรทั่วไป  แต่นางเลือกเดินตรงไปยังภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในย่านนั้น

"หยุดก่อนแม่นาง! ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะเอาผักพื้นๆ เข้ามาได้"

หลงจู๊ผู้หนึ่งเดินออกมาขวางหน้าด้วยท่าทางหยิ่งยโส  สายตามองสำรวจชุดเก่า ๆ ของนางด้วยความเหยียดหยาม 

เว่ยเสี่ยวเหอไม่ได้โกรธ  นางแค่เลิกผ้าคลุมตะกร้าออกเล็กน้อย  เพียงแค่กลิ่นหอมสะอาดของดินและไอเย็นที่แผ่ออกมาจากผักสด ๆ ก็ทำให้หลงจู๊ถึงกับชะงัก  แววตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจในทันที

“ท่านดูผักนี่ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”

"นี่มัน  ทำไมมันถึงได้ดูอวบอิ่มและมีสีสันที่งดงามถึงเพียงนี้  เจ้าปลูกเองงั้นหรือ"

"ใช่  ข้าปลูกเอง  ผักเหล่านี้คู่ควรกับร้านอาหารชื่อดังที่สุดในย่านนี้  ท่านสนใจจะลองชิมดูสักนิดหรือไม่"

นางเด็ดใบผักกาดหอมส่งให้หลงจู๊  เมื่อเขาลองส่งเข้าปาก  รสชาติของมันหวานฉ่ำและกรอบ  ทำให้เขาถึงกับเบิกตากว้าง

"แม่นาง  ผักนี่มันรสชาติเยี่ยมยอดกว่าผักส่งส่วยในวังเสียอีก  ข้าขอรับซื้อทั้งหมดเจ้าจะขายเท่าไหร่ว่ามา"

การเจรจาธุรกิจครั้งแรกจบลง  เงินจำนวนหลายตำลึงถูกหย่อนลงในถุงผ้าของนาง  ซึ่งมันมากพอที่จะเลี้ยงชีวิตม่ายสาวและลูกชายไปได้หลายวัน  เว่ยเสี่ยวเหอก้มลงมองอาเป่าที่ยืนยิ้มจนตาหยี

"ไปกันเถิดอาเป่า  ถึงเวลาซื้อเสื้อผ้าใหม่และเครื่องมือซ่อมบ้านของเราแล้ว"

"ขอรับท่านแม่  ท่านแม่ของข้าช่างเก่งกาจที่สุดในใต้หล้าเลยขอรับ"

“เด็กโง่  เจ้าชมแม่เกินไปแล้ว”

“ข้าพูดจริง  ท่านแม่ทั้งสวยทั้งเก่ง”

นางพาลูกชายแวะซื้อข้าวของจำเป็นหลายอย่าง  ทั้งผ้าพับเนื้อดีสำหรับตัดชุดให้อาเป่า  ข้าวสารขาวชั้นดี เครื่องเทศ  และที่สำคัญที่สุดคือไม่ลืมซื้อเครื่องมือเพื่อซ่อมแซมบ้าน  นางแบกของหนักกลับมาแม้ระยะทางจะไกลแต่ไม่มีอาการเหนื่อยหอบให้เห็น

เมื่อกลับถึงบ้าน  แสงตะวันยามบ่ายยังคงทอดอาบกระท่อมหลังเก่า  เว่ยเสี่ยวเหอไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า  นางวางข้าวของลงแล้วเริ่มสำรวจโครงสร้างบ้านทันที

"อาเป่า  เจ้าเอาผ้าใหม่ไปเก็บในหีบแล้วช่วยแม่คัดแยกเครื่องเทศพวกนี้ใส่ไหไว้นะลูก"

"ขอรับท่านแม่  แล้วท่านแม่จะทำอะไรหรือขอรับ" อาเป่าถามพลางประคองห่อผ้าอย่างทะนุถนอม

"แม่จะซ่อมบ้าน  เราจะได้ไม่ต้องนอนดมกลิ่นชื้นและกลัวฝนรั่วอีก"

“ท่านแม่ซ่อมเป็นหรือขอรับ”

“แม่ของเจ้าทำเป็นทุกอย่าง”

เว่ยเสี่ยวเหอไม่รอช้ารีบรวบผมขึ้นเป็นมวยแน่น ทิ้งภาพลักษณ์สตรีอ่อนแอไปจนสิ้น  ปีนขึ้นไปบนขื่อที่ผุพังด้วยความคล่องแคล่วราวกับแมวป่า  ทักษะการโรยตัวและปีนป่ายทำให้นางทรงตัวบนหลังคาที่ลาดชันได้อย่างน่าอัศจรรย์

นางเริ่มจากกระชากหญ้าที่เปื่อยเน่าทิ้งไป  เสียงแคว่กๆ ของหลังคาเก่าที่ถูกรื้อทำเอาชาวบ้านที่แอบมองอยู่ห่างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง

"ดูนั่นสิ  หญิงม่ายนั่นขึ้นไปบนหลังคาเองเลย  สามีไม่อยู่แล้วถึงขั้นต้องทำเองทุกอย่างเชียวหรือนี่ ฮ่าๆ"

เสียงชาวบ้านซุบซิบดังแว่วมา  เว่ยเสี่ยวเหอไม่ได้ใส่ใจ  นางใช้เลื่อยที่เพิ่งซื้อมาตัดแต่งไม้ไผ่ที่เตรียมไว้  เสียงค้อนตอกตะปูดังก้องไปทั่วบริเวณ  นางไม่ได้ตอกตะปูสะเปะสะปะ  แต่ตอกตามจุดยึดที่สำคัญเพื่อให้โครงสร้างรับน้ำหนักได้ดีที่สุด

"ส่งมัดหญ้าใหม่ขึ้นมาให้แม่ที" นางตะโกนลงมา  ฝ่ายลูกชายรีบกุลีกุจอทำตามคำสั่ง  ยื่นหญ้าให้พร้อมแหงนหน้ามองมารดาตาเป็นประกาย

"มาแล้วขอรับท่านแม่"

เว่ยเสี่ยวเหอยิ้มพลางรับของมาจัดเรียง  ใช้เชือกป่านมัดเงื่อนตายอย่างแน่นหนา  นางทำงานแข่งกับแสงตะวัน  ฝ่ามือบัดนี้เริ่มมีรอยถลอกและเปื้อนคราบไม้  นางไม่ได้ซ่อมเพียงแค่หลังคาแต่ยังปีนลงมาอุดรอยรั่วตามฝาบ้าน  และเสริมความแข็งแรงให้บานประตูที่ใกล้จะหลุด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   ตอนพิเศษ 3 (จบ)

    ตอนพิเศษ 3ฤดูกาลหมุนเวียนไปปีแล้วปีเล่า จากฤดูใบไม้ผลิที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง สู่ฤดูร้อนที่ร้อนแรงด้วยการสร้างตัว จนมาถึงฤดูใบไม้ร่วงที่สงบราบเรียบ ท้องฟ้ายังคงใสกระจ่างดุจวันวานภายในสวนบุปผาที่บัดนี้ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาหนาทึบ เว่ยเสี่ยวเหอในวัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคน นางนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ไผ่ ใบหน้าของนางแม้จะปรากฏรอยจาง ๆ ที่หางตาตามกาลเวลา ทว่าความสง่างามยังคงส่องประกายไม่เสื่อมคลาย นางมองดูภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจบุรุษหนุ่มรูปงามในชุดขุนนางสีเขียวเข้มขลิบเงินอันเป็นเครื่องแบบของแพทย์ขุนนางแห่งสำนักหมอหลวง ก้าวเดินเข้ามาในสวนด้วยท่วงท่าที่สุขุมและนอบน้อม อาเป่าในวันนี้ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว เขาเติบโตขึ้นเป็นบุรุษที่สง่างามและมีความรู้ท่วมท้น หลังจากจบการศึกษาจากสำนักศึกษาหอคุณธรรม อาเป่าได้เข้าศึกษาต่อที่สำนักศึกษาหลวงและได้รับความเมตตาจากอาจารย์ผู้ประสาทวิชาถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้จนหมดสิ้นอาเป่าไม่ได้เลือกเดินเส้นทางขุนนางฝ่ายปกครองที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งอำนาจ แม้จะมีบารมีของท่านอ๋องสิบเอ็ดหนุนหลัง ทว่าเขาเลือกที่จะเป็นผู้เยีย

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2ในเช้ามืดวันนี้ช่างแตกต่างจากทุกวัน เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่วิ่งวุ่นกันไปมาสลับกับเสียงสั่งการที่แผ่วเบาแต่เร่งรีบ กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำต้มสมุนไพรและไอร้อนจากอ่างน้ำลอยอบอวลไปทั่วเรือนหลัก ในขณะที่ความเงียบสงัดของยามวิกาลกำลังจะเปลี่ยนสู่แสงรุ่งอรุณท่านอ๋องสิบเอ็ดในชุดลำลองสีเข้มดูยับย่นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาแทบไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดทั้งคืน เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูห้องนอน ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและตื่นเต้น ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงร้องประหลาดๆ หรือเสียงพูดคุยแผ่วเบาจากหมอตำแยภายในห้อง เขาจะหยุดชะงักและทำท่าจะพังประตูเข้าไปเสียให้ได้“ท่านพ่อขอรับ นั่งพักก่อนเถิดขอรับ”เสียงเล็ก ๆ ของอาเป่าดังขึ้นจากม้านั่งยาวข้างเสา เด็กน้อยในชุดนอนสีขาวสะอาดตานั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆ หวังอี้หลิว ทั้งคู่ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่กลางดึกเพราะเว่ยเสี่ยวเหอเริ่มมีอาการปวดครรภ์ อาเป่าที่มีสถานะเป็นพี่ชายคนโตพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความกังวลไม่แพ้กัน“แม่ของเจ้าเจ็บปวดเพียงนั้น พ่อจะนั่งลงได้อย่างไร” ท่านอ๋องหันมาตอบบุตรชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย “ตอนพ

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1บ่ายวันนี้บรรยากาศดูจะอึมครึมกว่าปกติ ท้องฟ้าที่เคยใสสว่างถูกปกคลุมด้วยก้อนเมฆสีเทาครึ้ม ลมเย็นพัดกรรโชกพาเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนไปตามระเบียงทางเดิน ไม่นานนักหยาดฝนเม็ดโตก็เริ่มทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้า เสียงซ่าๆ ของสายฝนที่ตกกระทบหลังคากระเบื้องดังประสานกันทำให้รู้สึกน่านอนยิ่งนักอาเป่าในชุดผ้าไหมนั่งแหมะอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือนหลัก ดวงตากลมโตจ้องมองหยดน้ำที่ไหลรินลงมาจากชายคาอย่างใจจดใจจ่อ เด็กน้อยเท้าคางพลางถอนหายใจทิ้งเบาๆ วันนี้ท่านแม่ยุ่งกับการตรวจบัญชีเสบียงในจวน ท่านพ่อก็เข้าวังไปพบฮ่องเต้ตั้งแต่เช้า ส่วนหวังอี้หลิวไปที่สำนักศึกษาหลวง ทิ้งให้เด็กน้อยนั่งเหงาอยู่กับตำราคัดอักษรที่ท่องจนจำได้ทุกตัวอักษรแล้ว“เบื่อจังเลย”เด็กชายพึมพำพลางแกว่งเท้าไปมา ทันใดนั้นเองที่กอหญ้าสีเขียวสดเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน เขาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่างที่สะดุดตา สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ สีเขียวมรกตกระโดดออกมาจากใต้ใบบัวที่สระน้ำข้างเรือน มันกระโดดไปบนพื้นหินขัดอย่างรวดเร็ว“เอ๊ะ! เจ้ากบน้อย!”อาเป่าอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น เจ้ากบตัวจิ๋วหยุดนิ่งอยู่กลางทางเดิน มันพองลมที่ใต้คอจนเป่ง แล้วส่งเส

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   100 ตัวหนักเกินไปแล้ว

    100ตัวหนักเกินไปแล้วจางเม่ยเอ๋อร์นอนฟุบอยู่กับพื้นถนน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวและละอายใจอย่างถึงที่สุด นางพยายามใช้ชายเสื้อที่ขาดรุ่งริ่งขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่เสียโฉมของตนเองไว้ แต่เสียงหัวเราะเยาะของคนรอบข้างกลับบาดลึกเข้าไปในใจเว่ยเสี่ยวเหอมองดูอดีตน้องสามีผ่านม่านรถม้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย นึกถึงวันที่จางเม่ยเอ๋อร์เคยเชิดหน้าชูตาดูถูกนางว่าเป็นหญิงม่ายไร้ค่า นึกถึงวันที่จางเม่ยเอ๋อร์เคยร่วมมือกับแม่สามีรุมรังแกอาเป่าอย่างเลือดเย็น บัดนี้เวรกรรมได้คืนสนองแล้ว ชะตากรรมของจางเม่ยเอ๋อร์ช่างน่าสมเพชยิ่งกว่าจางเหวินไฉเสียอีกพี่ชายกลายเป็นคนพิการที่ต้องคลานขอทาน แม่ตายอย่างอนาถ ส่วนน้องสาวที่ทะเยอทะยานกลับต้องมาลงเอยด้วยการเป็นนางโลมชั้นต่ำที่เสียโฉมและกลายเป็นหัวขโมยถูกขับไล่ไสส่งจางเม่ยเอ๋อร์ตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาใคร ความเห็นแก่ตัวที่ทำให้นางทิ้งพี่ชายมาเพื่อเอาตัวรอด สุดท้ายกลับพานางมาสู่จุดที่ตกต่ำยิ่งกว่าความตาย รอยแผลบนใบหน้านั้นประหนึ่งตราประทับที่นางไม่มีวันลบเลือนได้ตลอดชีวิตเว่ยเสี่ยวเหอค่อยๆ เลื่อนม่านปิดลง นางไม่มีความจำเ

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   99 ตกต่ำ

    99ตกต่ำเด็กน้อยนิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหวังอี้หลิวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง “ซื่อจื่อคืนนี้ข้าขอไปนอนที่ห้องของท่านได้หรือไม่ ห้องที่ท่านอ๋องจัดไว้ให้มันสวยมากเลยแต่มันกว้างเกินไป ข้า...ข้ายังไม่ค่อยชินขอรับ ไม่อยากนอนคนเดียวในห้องนั้นเลย"คำขอที่แสนซื่อของเด็กตัวน้อยทำเอาหวังอี้หลิวรู้สึกเอ็นดู เขาเข้าใจความรู้สึกของอาเป่าดี เพราะเขาก็เคยเป็นเพียงขอทานที่เว่ยเสี่ยวเหอช่วยชีวิตไว้ และเคยใช้ชีวิตกินนอนอยู่ในร้านน้ำแกงแพะอันแสนคับแคบทว่าอบอุ่นมาด้วยกัน การย้ายเข้ามาอยู่ในจวนใหญ่ที่ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเช่นนี้ ย่อมทำให้เด็กเล็ก ๆ รู้สึกโดดเดี่ยวเป็นธรรมดา“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” หวังอี้หลิวตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ “ห้องของข้าเองก็ไม่ได้เล็กนักหรอก แต่ถ้ามีเจ้าไปนอนด้วยก็น่าจะช่วยให้ข้าหายเหงาได้บ้าง รู้ไหมว่าตั้งแต่ข้าย้ายมาอยู่ที่นี่ ข้าเองก็คิดถึงตอนที่อยู่ห้องแคบๆ เหมือนกัน”อาเป่าตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงหรือขอรับ นึกว่าเป็นแต่ข้าเสียอีก”“จริงสิ ไปเถอะ ประเดี๋ยวจะดึกเกินไปพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”“ขอรับ” เด็กน้อยรับค

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   98 หนึ่งคำนับฟ้าดิน

    98หนึ่งคำนับฟ้าดิน“หนึ่งคำนับฟ้าดิน”ท่านอ๋องสิบเอ็ดและเว่ยเสี่ยวเหอหันหน้าออกไปทางประตูจวน ทั้งคู่ประสานมือเข้าหากันแล้วค่อยๆ ย่อกายลงคุกเข่าคำนับต่อผืนฟ้าและแผ่นดินที่ดลบันดาลให้โชคชะตาของคนสองมาเจอกันแม้จะอยู่คนละโลก ขอบคุณภพชาติที่ทำให้เว่ยเสี่ยวเหอได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ และขอบคุณที่ส่งบุรุษผู้นี้มาเป็นร่มเงาให้กับนางและลูก“สองคำนับบิดามารดา”เนื่องจากบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ที่นี่ ทั้งคู่จึงคำนับต่อป้ายวิญญาณบรรพบุรุษที่ตั้งอยู่บนโต๊ะพิธีแทน เว่ยเสี่ยวเหอนึกถึงแม่ของนางในโลกก่อน และนึกถึงดวงวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมที่นางมาอาศัยอยู่ นางตั้งจิตอธิษฐานขอให้พวกเขารับรู้ว่าบัดนี้นางและอาเป่ามีความสุขและปลอดภัยดีแล้ว“สามบ่าวสาวคำนับกันและกัน”ในจังหวะนี้ทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน ท่านอ๋องสิบเอ็ดก้มมองเว่ยเสี่ยวเหอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุข ส่วนเว่ยเสี่ยวเหอก็โน้มตัวลงคำนับสามีด้วยความเคารพและเชื่อมั่น การคำนับครั้งนี้ไม่ใช่การยอมเป็นทาสรับใช้ตามจารีตประเพณีแบบเก่าที่เคยเจอมาในตระกูลจาง แต่มันคือการคำนับสหายร่วมชีวิตที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างเท่าเทียมหลังจ

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   93 แต่งงาน

    93แต่งงานนางบิดชายผ้ากันเปื้อนไปมาพลางก้มหน้าพึมพำ “ก็ตามนั้นแหละเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าท่านอ๋องก็ดูเป็นคนดี และอาเป่าก็ดูจะชอบท่าน ข้าเลยคิดว่าเราอาจจะลองคบหาดูใจกันไปก่อน เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ สักปีสองปีถ้าเข้ากันได้ก็ค่อยว่ากัน”“ปีสองปีรึ” ท่านอ๋องขมวดคิ้วแน่น “นานไป ข้าไม่อยากคบหาดูใจอะไรแบบนั้นห

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   90 บังเอิญล่ะมั้ง

    90บังเอิญล่ะมั้งเวลาผ่านไป เว่ยเสี่ยวเหอที่เพิ่งส่งหมั่นโถวลูกสุดท้ายในซึ้งให้แก่เด็กน้อยคนหนึ่งชะงักมือลงพลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก นางเบี่ยงสายตาไปมองบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองตั้งแต่วันก่อนที่เจอบนรถม้ากลางสายฝน จนมาถึงวันนี้ที่หน้าร้าน เป็นความบังเอิญจริงๆ

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด   86 พัดปัดฝน

    86พัดปัดฝนนางมองผลงานของตัวเองด้วยความโล่งอก แล้วเก็บพัดเข้าสู่มิติส่วนตัวอย่างระมัดระวัง จากนั้นนางก็ก้าวออกมาจากมิติกลับไปที่เตียงนอน ทิ้งตัวลงนอนด้วยความสบายใจในเวลาเดียวกัน ณ จวนอ๋องสิบเอ็ดที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง ท่านอ๋องที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระหน่ำพลันขมวด

  • ข้ามมิติมาเป็นแม่ม่ายสายโหด    66 ข้ามันคนเลว

    66ข้ามันคนเลวในจังหวะที่นิ้วมือหยาบกร้านสัมผัสเข้ากับเปลือกไข่ไก่ที่เย็นลื่นเพียงฟองเดียว และกำลังจะรวบมันเข้าสู่แขนเสื้อหมับ!ข้อมือของลุงเฉินถูกคว้าหมับด้วยมือเรียวบางทว่าแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก แรงบีบที่แน่นและรวดเร็วทำเอาลุงเฉินสะดุ้งสุดตัวจนไข่เกือบหลุดมือ เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตระหนก แ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status