แชร์

ตอนที่ 20 คนทรยศ

ผู้เขียน: เจ้าสำนัก
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-23 09:24:59

ตอนที่ 20 คนทรยศ

รุ่งเช้ามาถึงพร้อมหมอกสีขาวซึ่งคลุมทุ่งร้างรอบโรงเก็บข้าว ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ตื่นก่อนแสงแรกเพราะไม่มีใครกล้านอนลึก หลังเหตุการณ์ที่ค่ายถูกบุก ทุกคนรู้ว่าหน่วยติดตามอาจตามมาถึงได้ทุกเมื่อ ชาญกับเมธาช่วยกันรวบรวมเสบียงที่เหลือ ส่วนหญิงชรากับคนหนุ่มสาวแบ่งกลุ่มดูแลเด็ก คนเจ็บ และผู้สูงอายุ ธันวานั่งอยู่ใกล้ประตู มองผู้คนเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน เชือกเส้นเล็กที่ข้าวฟ่างผูกไว้กับข้อมือยังคงอยู่ แม้ปมจะหลวมลงจากการเดินทาง เขาไม่ได้แกะออก เสียงในหัวยังคงกระซิบเป็นระยะว่าคนเหล่านี้จะทรยศ แต่หลังจากเห็นผู้ลี้ภัยปกป้องกันเมื่อคืน เขาเริ่มตอบโต้เสียงนั้นได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะเชื่อมั่นในทุกคน แต่เพราะเข้าใจว่าความกลัวกับความเกลียดไม่ใช่สิ่งเดียวกัน คนบางคนอาจหวาดกลัวเขา และยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้ ชาญเดินเข้ามาหาพร้อมแผนที่กระดาษเก่าซึ่งพับจนขอบขาด เขาคลี่มันลงบนพื้นและชี้เส้นทางไปยังเมืองร้างทางเหนือ

"เราต้องออกจากที่นี่ก่อนเที่ยง"

ธันวาถาม

"จะไปที่ไหน"

"มีอุโมงค์ส่งน้ำเก่าอยู่ใต้เนินเขา มันเชื่อมไปถึงเขตอุตสาหกรรมร้าง ถ้าผ่านไปได้ พวกเราจะแยกกลุ่มและกระจายตัว"

เมธามองแผนที่

"ทางนั้นถูกปิดตั้งแต่แผ่นดินไหว"

ชาญส่ายหน้า

"มีทางเปิดอีกจุด แต่ต้องใช้คนรู้ทาง"

ชายคนหนึ่งซึ่งยืนเงียบอยู่ข้างเสาเดินเข้ามา เขาชื่อเอกภพ เป็นอดีตคนขับรถขนส่งของเมืองชายแดน รูปร่างสูงผอม มีเครารกและผ้าพันคอเก่าปิดลำคอ เขาเป็นคนหนึ่งที่ช่วยพาคนเจ็บออกจากค่ายเมื่อคืน และเป็นคนที่รู้เส้นทางรอบพื้นที่มากที่สุด

"ผมพาไปได้"

ชาญมองเขาอย่างไม่แน่ใจ

"แน่ใจหรือ"

เอกภพพยักหน้า

"เคยขนของผ่านอุโมงค์นั้นหลายครั้ง มีทางลงจากคลองแห้งด้านตะวันตก ถ้าเดินเร็ว น่าจะถึงก่อนค่ำ"

ธันวาสังเกตว่าเอกภพหลบสายตาเขา ทุกครั้งที่สายตาทั้งคู่เกือบสบกัน ชายคนนั้นจะหันไปมองอย่างอื่น เสียงในหัวกระซิบทันที

"คนนี้มีกลิ่นของความกลัว"

ธันวาไม่ตอบ เขาไม่ได้อยากตัดสินใครเพียงเพราะท่าทางแปลก แต่ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาระวังตัวมากขึ้น ชาญแบ่งคนออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกนำหน้าโดยเอกภพ กลุ่มที่สองพาเด็กกับผู้บาดเจ็บ ส่วนกลุ่มสุดท้ายมีธันวา ชาญ และเมธาคอยระวังด้านหลัง ไม่มีใครพูดว่าต้องให้ธันวาอยู่ตรงไหน แต่เขาเลือกท้ายขบวนเอง หากหน่วยติดตามมา เขาจะเป็นคนถ่วงเวลา ก่อนออกเดิน ข้าวฟ่างยื่นขนมแห้งชิ้นหนึ่งให้เขา

"พี่เก็บไว้"

ธันวารับมา

"เธอกินแล้วหรือ"

เด็กหญิงพยักหน้า แต่เหมือนเดิม เขารู้ว่าเธอโกหก ธันวาหักขนมครึ่งหนึ่งแล้วยื่นกลับ

"แบ่งกัน"

ข้าวฟ่างรับไปพร้อมรอยยิ้ม เอกภพมองภาพนั้นจากระยะไกล สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปชั่วขณะ ก่อนรีบหันกลับและนำขบวนออกจากโรงเก็บข้าว เส้นทางช่วงแรกผ่านทุ่งแห้งซึ่งแทบไม่มีต้นไม้ให้หลบ ผู้คนต้องเดินก้มตัวตามร่องดินและใช้ผ้าคลุมสีหม่นปิดร่าง เครื่องบินตรวจการณ์บินผ่านเหนือศีรษะสองครั้ง ทุกคนหยุดนิ่งใต้แนวหินจนเสียงเครื่องยนต์หายไป ธันวารู้สึกได้ว่าพลังในร่างกำลังตื่นตัวทุกครั้งที่อันตรายเข้าใกล้ เงาใต้เท้าเลื้อยไปตามพื้นเหมือนต้องการออกล่า แต่เขากดมันไว้และคอยมองผู้คนข้างหน้าแทน เสียงในหัวถามซ้ำว่าหากพวกเขาถูกพบ เขาจะยอมฆ่าเพื่อช่วยหรือไม่ ธันวาไม่ตอบ เพราะยังไม่รู้คำตอบที่แท้จริง

ช่วงสาย ขบวนมาถึงคลองแห้งซึ่งเต็มไปด้วยโคลนแตกระแหง เอกภพพาทุกคนลงไปเดินใต้ระดับถนนเพื่อหลบสายตา เขาเคลื่อนไหวคล่องแคล่วและรู้จุดเลี้ยวทุกแห่ง จนความระแวงของหลายคนลดลง ธันวาเองเริ่มคิดว่าอาจสงสัยเกินไป แต่เมื่อผ่านซากสะพาน เขาเห็นเอกภพหยุดอยู่ท้ายขบวนชั่วครู่ ชายคนนั้นหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กจากกระเป๋า กดบางอย่าง แล้วรีบเก็บทันที ธันวาก้าวเข้าไปหา

"เมื่อครู่คุณทำอะไร"

เอกภพสะดุ้ง

"เช็กเข็มทิศ"

"เข็มทิศไม่ต้องมีแสงสัญญาณ"

ชาญหันกลับมามอง

"มีอะไร"

เอกภพตอบเร็ว

"ไม่มีอะไร แค่เครื่องเก่า"

ธันวาจ้องเขา แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะกล่าวหา เสียงในหัวกระซิบ

"ฆ่ามันก่อน"

เขากำมือแน่นแล้วเดินต่อ ขบวนเข้าสู่แนวพุ่มไม้ริมคลองในช่วงใกล้เที่ยง เมฆดำเริ่มก่อตัวเหนือภูเขา ลมแรงพัดฝุ่นเข้าตา เด็กหลายคนเริ่มเหนื่อย ผู้บาดเจ็บบางคนต้องพักบ่อยขึ้น เอกภพบอกว่าทางเข้าอุโมงค์อยู่ไม่ไกลและเร่งให้ทุกคนเดินต่อ ทว่าเมธาสังเกตว่าพวกเขากำลังเบนออกจากทิศเหนือ

"ทางนี้ไปตะวันออก"

เอกภพตอบ

"คลองพัง ต้องอ้อม"

เมธาขมวดคิ้ว

"แผนที่บอกว่าทางลงอยู่เหนือ"

"แผนที่เก่าแล้ว"

ชาญถาม

"แน่ใจหรือ"

เอกภพเริ่มหงุดหงิด

"ถ้าไม่เชื่อก็หาคนนำทางคนอื่น"

บรรยากาศตึงเครียดทันที ธันวาเดินไปยืนตรงหน้าเขา

"เอาอุปกรณ์เมื่อครู่ออกมา"

เอกภพชะงัก

"อะไร"

"ของในกระเป๋า"

"นายไม่มีสิทธิ์ค้นผม"

ธันวาตอบอย่างเย็นชา

"ถ้าเป็นเข็มทิศ คุณไม่ต้องกลัว"

ผู้ลี้ภัยรอบข้างเริ่มมองกันเอง บางคนถอยห่าง เอกภพกำมือและก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เสียงในหัวของธันวาหัวเราะอย่างพึงพอใจ

"เห็นหรือยัง เขาทรยศ"

ชาญเดินเข้ามา

"เอกภพ เอาออกมาเถอะ"

ชายคนนั้นมองรอบตัว เห็นสายตาหวาดระแวงทุกคู่ ในที่สุดจึงหยิบอุปกรณ์สีดำออกมา มันไม่ใช่เข็มทิศ แต่เป็นเครื่องส่งสัญญาณระยะไกล เมธารีบคว้าไปตรวจ หน้าจอแสดงข้อมูลตำแหน่งที่ถูกส่งออกหลายครั้ง เวลาล่าสุดตรงกับช่วงที่พวกเขาหยุดใต้สะพาน ความเงียบปกคลุมขบวน ก่อนเสียงตะโกนดังขึ้นจากชายร่างใหญ่ซึ่งเคยต้องการจับธันวา

"ไอ้ทรยศ"

เขาพุ่งเข้าไปต่อยเอกภพจนล้ม คนอื่นกรูกันเข้ามา ชาญกับเมธาต้องช่วยกันห้ามไม่ให้รุมทำร้าย เอกภพเลือดไหลจากมุมปากแต่ไม่ตอบโต้ เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นและหลับตาเหมือนยอมรับทุกอย่าง ธันวายืนมองด้วยหัวใจเย็นวาบ ความเชื่อเล็กน้อยที่เพิ่งเกิดเมื่อคืนถูกสั่นคลอน เสียงในหัวหัวเราะดังขึ้น

"ข้าบอกแล้ว มนุษย์ทรยศเสมอ"

ชาญถามด้วยเสียงเข้ม

"นายขายตำแหน่งเราให้ใคร"

เอกภพไม่ตอบ

เมธากระชากคอเสื้อเขา

"พูด"

เอกภพกัดฟัน

"หน่วยความมั่นคง"

เสียงด่าทอดังขึ้นรอบข้าง หญิงคนหนึ่งร้องไห้เพราะลูกอยู่ในกลุ่ม ข้าวฟ่างเกาะแขนแม่แน่น ชายร่างใหญ่ยกไม้ขึ้นอีกครั้ง

"มันจะฆ่าพวกเราทั้งหมด"

เอกภพก้มหน้า

"ผมไม่มีทางเลือก"

ธันวาพูด

"ทุกคนมีทางเลือก"

เอกภพเงยหน้ามองเขาเป็นครั้งแรก ดวงตาเต็มไปด้วยความละอาย

"นายพูดง่าย เพราะคนที่พวกมันจับไม่ใช่ลูกนาย"

ผู้คนเงียบลง ชาญถาม

"ลูกนายยังมีชีวิตหรือ"

เอกภพพยักหน้า น้ำตาคลอ

"พวกมันจับลูกสาวผมไว้หลังเมืองถูกกวาดล้าง บอกว่าถ้าผมหาตัวธันวาเจอ พวกมันจะปล่อยเธอ"

ธันวารู้สึกเหมือนมีบางอย่างกระแทกอก เขาเคยคิดว่าคนทรยศทำเพราะโลภหรือเกลียด แต่เอกภพทำเพราะลูก เสียงในหัวกระซิบ

"ข้ออ้าง"

ธันวาถาม

"คุณเชื่อว่าพวกมันจะปล่อยจริงหรือ"

เอกภพหลบตา

"ผมต้องเชื่อ"

"แล้วคนในขบวนนี้ล่ะ"

"ผมคิดว่าพวกมันต้องการแค่นาย"

ชายร่างใหญ่ตะโกน

"เมื่อคืนก็เห็นแล้วว่าพวกมันฆ่าทุกคน"

เอกภพสั่น

"ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร"

ชาญมองเครื่องส่งสัญญาณ

"พวกมันได้รับตำแหน่งล่าสุดแล้ว เราเหลือเวลาเท่าไร"

เอกภพตอบเสียงแหบ

"ไม่เกินครึ่งชั่วโมง"

ความตื่นตระหนกแพร่ไปทันที เมธาสั่งให้ทุกคนย้ายจากคลองขึ้นแนวป่า แต่เอกภพส่ายหน้า

"ไม่ทัน"

ชาญหันไปมองเขา

"ทางเข้าอุโมงค์อยู่ไหนจริง ๆ"

เอกภพชี้ไปอีกทิศ

"ด้านเหนือ ห่างประมาณสองกิโล"

เสียงด่าดังขึ้นอีกครั้ง เพราะเขาจงใจพาขบวนอ้อมเพื่อถ่วงเวลา ธันวารู้สึกความโกรธไหลขึ้นมา เงาสีดำใต้เท้าเริ่มแผ่กว้าง เสียงในหัวกระซิบซ้ำ

"ฆ่ามัน"

ธันวาก้าวเข้าไปใกล้เอกภพ พลังสีดำเลื้อยรอบแขน ชายคนนั้นเงยหน้ามองโดยไม่หนี

"จะฆ่าก็ฆ่า"

ธันวายกมือขึ้น เงาแหลมก่อตัวเหนือศีรษะ ทุกคนรอบข้างถอย ชาญเรียกชื่อเขาแต่ธันวาไม่ได้ยิน เสียงในหัวกำลังดังกลบทุกอย่าง ภาพภราดรตาย ภาพคลินิกไหม้ และภาพคนที่ช่วยเขาถูกฆ่าปิดปากไหลกลับมา เอกภพเกือบทำให้ผู้ลี้ภัยทั้งกลุ่มตาย เด็กอย่างข้าวฟ่างอาจถูกจับหรือยิง หากปล่อยไว้ เขาอาจทรยศอีก การฆ่าหนึ่งคนเพื่อปกป้องหลายคนดูเหมือนเหตุผลที่ถูกต้อง

"ฆ่า"

เงาแหลมพุ่งลง แต่หยุดห่างจากลำคอเอกภพเพียงปลายนิ้ว ธันวาหอบหายใจ มือสั่น เขามองแววตาของชายตรงหน้าและเห็นความกลัวแบบเดียวกับที่ตัวเองเคยมีเมื่อแม่ถูกจับ ความกลัวของคนซึ่งพร้อมทำทุกอย่างเพื่อคนที่รัก เขาลดมือลงช้า ๆ

"ผมไม่ฆ่าคุณ"

เอกภพนิ่ง

"ทำไม"

"เพราะถ้าผมฆ่าคุณเพราะสิ่งที่อาจเกิด ผมก็ไม่ต่างจากคนทั้งโลกที่อยากฆ่าผม"

เสียงในหัวคำรามด้วยความไม่พอใจ ธันวาหันไปหาชาญ

"พาทุกคนไปอุโมงค์จริง"

ชาญถาม

"แล้วเขาล่ะ"

ธันวามองเอกภพ

"ให้เขาเลือกเอง"

เอกภพก้มหน้า น้ำตาหยดลงดิน ไม่มีใครมีเวลาพูดต่อ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นจากระยะไกล รถตรวจการณ์หลายคันกำลังเข้ามาตามแนวคลอง เมธาสั่งให้ขบวนวิ่งไปทางเหนือ ผู้ลี้ภัยเริ่มเคลื่อนที่อย่างเร่งรีบ เอกภพยังนั่งอยู่ที่เดิม ชายร่างใหญ่เดินผ่านและถ่มน้ำลายข้างตัวเขา

"ถ้าเด็กสักคนตาย ฉันจะกลับมาฆ่าแก"

เอกภพไม่ตอบ ธันวาวิ่งอยู่ท้ายขบวน คอยใช้เงาช่วยพยุงคนล้มและปิดร่องรอย การเคลื่อนที่ของกลุ่มใหญ่ช้าเกินไป รถของศัตรูใกล้เข้ามาทุกที เสียงปืนเตือนดังจากด้านหลัง กระสุนพุ่งกระแทกพื้นจนฝุ่นกระจาย เด็กกรีดร้อง ผู้คนวิ่งแตกแถว ธันวาสร้างกำแพงเงาขวางคลอง แต่รถคันหน้าติดอาวุธยิงพลังซึ่งเจาะกำแพงได้ในไม่กี่ครั้ง

"ไปต่อ"

ธันวาตะโกน

ชาญหันกลับ

"นายจะถ่วงคนเดียวหรือ"

"ผมตามไป"

คำพูดนั้นทำให้ชาญชะงัก เพราะเหมือนคำของคนที่อาจไม่กลับมา แต่สถานการณ์ไม่เปิดโอกาสให้โต้เถียง เขาพาคนอื่นวิ่งต่อ ธันวาหันกลับเผชิญรถหุ้มเกราะสามคันกับทหารนับสิบ เงาสีดำรวมตัวรอบเขา เสียงในหัวดังอย่างยินดี

"ครั้งนี้เจ้าต้องฆ่า"

ธันวากางมือ กำแพงเงาพุ่งขึ้นจากพื้น เขาพยายามใช้พลังทำลายล้อและอาวุธเหมือนก่อน แต่ศัตรูเตรียมอุปกรณ์ต้านพลังมาโดยเฉพาะ คลื่นสีขาวระเบิดจากรถคันกลาง เงาของธันวาแตกกระจาย ความเจ็บปวดแล่นทั่วร่าง เขาทรุดลงข้างหนึ่ง ทหารหลายคนลงจากรถและเริ่มล้อม

"เป้าหมายอยู่ตรงหน้า"

หัวหน้าหน่วยกล่าวผ่านเครื่องสื่อสาร

"จับเป็น หากขัดขืนยิงแขนขา"

ธันวาฝืนลุก เสียงในหัวกรีดร้องให้ฆ่า เขาปล่อยหนามเงาใส่ปืนแทนร่างคน แต่ศัตรูใช้โล่พลังป้องกันไว้ได้ กระสุนยับยั้งพลังพุ่งเข้าหา เขาหลบสองนัดแต่ถูกนัดที่สามแทงเข้าต้นขา กระแสไฟระเบิดภายในกล้ามเนื้อจนร่างชา ธันวาล้มลงกับพื้น ทหารกรูกันเข้ามาพร้อมโซ่ยับยั้ง เสียงในหัวหัวเราะเย็น

"ความเมตตาทำให้เจ้าแพ้"

ก่อนโซ่จะถึงตัว เสียงระเบิดดังจากด้านหลังรถคันหนึ่ง เปลวไฟลุกขึ้นพร้อมควันดำ เอกภพขับรถบรรทุกเก่าพุ่งออกจากแนวพุ่มไม้และชนรถตรวจการณ์เต็มแรง รถทั้งสองพลิกคว่ำ ทหารกระเด็นกระจาย ธันวาเบิกตากว้าง เอกภพกระโดดลงจากรถพร้อมปืนที่ขโมยมาจากค่าย เขายิงทำลายเครื่องส่งคลื่นต้านพลังบนหลังคารถอีกคัน

"ลุก"

ธันวาตะโกน

"คุณมาทำไม"

เอกภพวิ่งมาดึงเขาขึ้น

"ผมรู้ทางลัด"

"พวกคุณควรหนี"

"ผมขายพวกคุณไปแล้ว อย่างน้อยขอซื้อเวลากลับคืน"

ทหารตั้งหลักและยิงใส่ เอกภพผลักธันวาหลบ กระสุนเฉี่ยวแขนเขาจนเลือดไหล ทั้งสองวิ่งลงคลองแคบทางขวา เอกภพนำเข้าไปในท่อระบายน้ำซึ่งถูกพุ่มไม้ปิดบัง ด้านในแคบและมืด ต้องคลานผ่านบางช่วง เสียงศัตรูตามหลังมาใกล้ ธันวาพยายามใช้พลังปิดทาง แต่กระสุนยับยั้งในขาทำให้ควบคุมยาก เอกภพหยุดตรงแผงเหล็กเก่าและใช้แรงงัดออก เผยทางลงสู่ช่องส่งน้ำ

"ทางนี้เชื่อมอุโมงค์ใหญ่"

ธันวาถาม

"แล้วคุณรู้ได้อย่างไร"

เอกภพหัวเราะขม

"ผมเคยใช้หนีตำรวจตอนยังขนของเถื่อน"

ทั้งสองลงไปในช่องมืด กระแสน้ำตื้นไหลผ่านเท้า กลิ่นโคลนกับสนิมรุนแรง เอกภพเดินนำอย่างรวดเร็ว แม้เลือดจากแขนจะไหลไม่หยุด ธันวาได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นแรงผิดปกติและสังเกตว่ามีเลือดซึมออกจากสีข้างด้วย กระสุนอีกนัดคงโดนตอนผลักเขา แต่ชายคนนั้นไม่พูด เสียงทหารดังจากด้านบน พวกมันค้นพบทางเข้าแล้ว เอกภพพาธันวาเลี้ยวหลายครั้งจนถึงประตูเหล็กซึ่งมีคันโยกขนาดใหญ่

"หลังประตูนี้คือทางหลัก กลุ่มผู้ลี้ภัยน่าจะผ่านไปแล้ว"

ธันวาช่วยดึงคันโยก ประตูเปิดช้า ๆ เสียงโลหะดังสนั่น พวกเขาลอดเข้าไปในอุโมงค์กว้าง ด้านหน้าเห็นรอยเท้าคนจำนวนมากบนพื้นชื้น ชาญพาทุกคนผ่านไปจริง เอกภพหันกลับและดึงคันโยกปิด แต่ระบบติดขัด ประตูหยุดกลางทาง

"มันปิดไม่ได้"

ธันวาพูด

"ผมจะใช้พลัง"

เอกภพมองด้านบน เห็นรางระบายน้ำกับแท่งค้ำเก่า

"ไม่ทัน พวกมันกำลังมา"

เขาหยิบระเบิดสองลูกจากเสื้อ เป็นอุปกรณ์ของหน่วยติดตามที่เก็บมาตอนชนรถ

"คุณจะทำอะไร"

"ทำให้ทางพัง"

ธันวาคว้าแขนเขา

"ไปด้วยกัน"

เอกภพส่ายหน้า

"ต้องมีคนจุดตรงนี้ แล้วพังรางหลังนายผ่าน"

"ผมใช้เงาจุดจากระยะไกลได้"

"พลังนายไม่เสถียร"

"ผมทำได้"

เอกภพมองขาที่บาดเจ็บของธันวา แล้วมองทางมืดด้านหลัง

"นายต้องไปหาคนอื่น"

"คุณเองก็ต้องไป"

"ผมไม่มีที่ไป"

ธันวากัดฟัน

"ลูกสาวคุณยังรอ"

สีหน้าเอกภพเจ็บปวดทันที

"พวกมันไม่เคยตั้งใจปล่อยเธอ"

ธันวานิ่ง

เอกภพหัวเราะทั้งน้ำตา

"ตอนขับรถกลับมา ผมแอบฟังคลื่นสื่อสาร พวกมันพูดว่าหลังจับนายได้ จะกำจัดพยานทั้งหมด รวมถึงลูกผมด้วย"

"งั้นยิ่งต้องรอดไปช่วยเธอ"

"ผมส่งพิกัดสถานที่กักตัวให้ชาญแล้ว"

ธันวากำแขนเขาแน่น

"ไปช่วยด้วยตัวเอง"

เอกภพมองเขาตรง ๆ

"ผมไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสชดใช้มากกว่านี้"

เสียงฝีเท้าทหารใกล้เข้ามา แสงไฟฉายปรากฏตรงทางโค้ง เอกภพผลักธันวาผ่านประตูครึ่งเปิดแล้วสอดแท่งเหล็กขวางไว้ ธันวาพยายามใช้เงาดึงเขามา แต่กระสุนยับยั้งในร่างระเบิดกระแสไฟอีกครั้ง พลังแตกออก

"เอกภพ"

ชายคนนั้นยืนอีกฝั่ง ถือระเบิดไว้ในมือ

"พาคนพวกนั้นไปให้รอด"

"เปิดประตู"

"ไม่ได้"

"ผมให้อภัยคุณแล้ว"

เอกภพชะงัก สีหน้าสั่นไหว

"นายไม่ควรให้อภัยคนอย่างผม"

"ผมไม่ได้บอกว่าคุณไม่ผิด แต่คุณยังเลือกใหม่ได้"

เอกภพยิ้มเศร้า

"นี่คือสิ่งที่ผมกำลังเลือก"

ทหารโผล่พ้นทางโค้งและเปิดฉากยิง เอกภพหลบหลังเสา ก่อนยิงตอบโต้ ธันวาทุบประตู พยายามผลักผ่านช่อง แต่แท่งเหล็กค้างแน่น เอกภพหันมามองอีกครั้ง เลือดไหลเต็มเสื้อ

"ธันวา"

"อะไร"

"ตอนแรกผมเชื่อทุกอย่างในนิมิต"

เสียงปืนดังต่อเนื่อง เอกภพทรุดลงข้างหนึ่ง แต่ยังถือระเบิดไว้

"ผมคิดว่านายเป็นต้นเหตุของทุกอย่าง"

ธันวาตะโกน

"อย่าพูดตอนนี้ เปิดประตู"

เอกภพส่ายหน้า

"แต่คนในนิมิตไม่แบ่งอาหารให้เด็ก ไม่ยอมให้คนที่ทรยศมีชีวิต และไม่เสี่ยงตายเพื่อปกป้องคนที่เกลียดตัวเอง"

ธันวานิ่ง น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว

เอกภพยิ้มบาง ริมฝีปากซีดลงทุกวินาที

"นาย...ไม่เหมือนในนิมิต"

จากนั้นเขากดสวิตช์ระเบิด ธันวาปล่อยเงาพุ่งไปหา แต่ช้าเกินไป แสงสีขาวระเบิดเต็มอุโมงค์ เสียงดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ผนังและเพดานถล่มลงมาระหว่างพวกเขา กระแสลมกระแทกธันวาลอยไปชนพื้น เศษหินปลิวเต็มทางเดิน ฝุ่นหนาปกคลุมทุกอย่าง เมื่อเสียงระเบิดจางลง เหลือเพียงกองหินขนาดใหญ่ปิดทาง ไม่มีเสียงปืน ไม่มีเสียงฝีเท้า และไม่มีเสียงของเอกภพอีก ธันวาคลานกลับไป ใช้มือเปล่าขุดเศษหินออก แม้เลือดไหลจากเล็บ เขารู้ว่ากองถล่มหนาเกินไป รู้ว่าอีกฝั่งอาจไม่มีใครรอด แต่ยังขุดต่อ

"เอกภพ"

ไม่มีคำตอบ

"เอกภพ"

เสียงในหัวกระซิบ

"อีกคนตายเพราะเจ้า"

ธันวาหยุดมือ น้ำตาหยดลงบนฝุ่น ความรู้สึกผิดกำลังพุ่งกลับมาแรงกว่าเดิม คนทรยศกลับมาตายเพื่อช่วยเขา วงจรเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง คนที่ยื่นมือให้ต้องตาย เสียงนั้นพยายามใช้ความตายครั้งนี้ผลักเขากลับสู่ความโดดเดี่ยว

"เห็นหรือยัง ไม่ว่าใครจะดีหรือเลว สุดท้ายก็ตายเพราะเจ้า"

ธันวากำหมัด

"ไม่"

เสียงเงียบไปชั่วขณะ

เขามองกองหินตรงหน้าและนึกถึงคำพูดสุดท้ายของเอกภพ คนคนนี้ไม่ได้ตายเพราะถูกบังคับเพียงอย่างเดียว เขาเลือกกลับมา เลือกช่วย และเลือกพิสูจน์ว่าความผิดพลาดครั้งหนึ่งไม่จำเป็นต้องกำหนดตัวตนทั้งหมด หากธันวาใช้การตายของเขาเป็นเหตุผลตัดทุกคนออก เอกภพคงเสียสละโดยเปล่าประโยชน์

"เขาตายเพราะองค์กรฆ่าปิดปาก"

ธันวาพูดช้า ๆ

"และเขาตายเพราะเลือกช่วย"

เสียงในหัวคำราม

"เจ้าคือเหตุผล"

"ผมเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่เจ้าของการตัดสินใจของเขา"

เป็นครั้งแรกที่ธันวาแยกความรู้สึกผิดออกจากความรับผิดชอบ เขายังเสียใจ ยังเจ็บปวด และยังอยากย้อนเวลา แต่ไม่ยอมให้เสียงด้านมืดเปลี่ยนการเสียสละของเอกภพเป็นโซ่ล่ามอีก เขาใช้ผ้าฉีกจากเสื้อพันแผลที่ขา เก็บอุปกรณ์ส่งสัญญาณของเอกภพซึ่งติดมากับตัว แล้วฝืนลุกขึ้นเดินตามรอยเท้าของกลุ่มผู้ลี้ภัย อุโมงค์ทอดยาวผ่านความมืด น้ำไหลถึงข้อเท้า ทุกก้าวเจ็บจนแทบทรุด แต่คำพูดสุดท้ายดังอยู่ในหัวแทนเสียงให้ฆ่า

นายไม่เหมือนในนิมิต

หลังเดินเกือบหนึ่งชั่วโมง ธันวาเห็นแสงตะเกียงด้านหน้า ชาญกับเมธารออยู่ตรงทางแยกพร้อมผู้ลี้ภัยหลายคน เมื่อเห็นเขาปรากฏ ชาญรีบเข้ามาพยุง

"เอกภพล่ะ"

ธันวาไม่ตอบทันที ทุกคนมองสีหน้าเขาและเข้าใจ หญิงบางคนหลับตา ชายร่างใหญ่กำหมัด ข้าวฟ่างเดินเข้ามาจับชายเสื้อธันวา

"เขาไม่กลับมาหรือ"

ธันวาคุกเข่าลง แม้ขาจะเจ็บ

"เขาช่วยปิดทางให้พวกเรา"

ชาญก้มหน้า

"เขาเลือกชดใช้"

ธันวายื่นเครื่องส่งสัญญาณให้

"ในนี้มีตำแหน่งลูกสาวเขา"

เมธารับไปตรวจ

"อยู่เขตกักกันทางตะวันออก"

ชายร่างใหญ่พูด

"หลังพาคนอื่นปลอดภัย เราจะไปช่วย"

ธันวามองเขา

"คุณยังจะช่วยลูกของคนที่ขายพวกเรา"

ชายคนนั้นถอนหายใจ

"เด็กไม่ได้ทรยศใคร"

คำตอบนั้นทำให้ธันวารู้สึกเหมือนเห็นแสงเล็ก ๆ ในความมืดอีกครั้ง มนุษย์คนหนึ่งสามารถโกรธแค้นคนพ่อ และยังเลือกช่วยลูกสาวผู้บริสุทธิ์ได้ โลกไม่ได้แบ่งเป็นคนดีหรือคนเลวอย่างง่ายดาย เอกภพเป็นทั้งคนทรยศและคนเสียสละ เป็นพ่อที่หวาดกลัว เป็นคนที่ทำผิด และเป็นคนที่เลือกแก้ไขในวินาทีสุดท้าย เช่นเดียวกับธันวาที่มีทั้งความเมตตาและด้านมืดอยู่ในคนคนเดียว

ขบวนเดินต่อผ่านอุโมงค์จนถึงห้องพักเก่า ทุกคนหยุดรักษาคนเจ็บ ธันวานั่งพิงผนัง ชาญช่วยเอากระสุนยับยั้งออกจากต้นขา ความเจ็บปวดทำให้เหงื่อไหลเต็มหน้า แต่เขาไม่ร้อง พอเศษโลหะถูกดึงออก พลังสีดำก็เข้าหาแผลและเริ่มปิดเนื้อช้า ๆ เมธามองด้วยความกังวล

"เสียงในหัวเป็นอย่างไร"

ธันวาตอบ

"ยังอยู่"

"มันพูดอะไร"

ธันวามองเงาของตัวเองบนผนัง

"มันบอกว่าทุกคนตายเพราะผม"

ชาญถาม

"แล้วนายเชื่อไหม"

ธันวาเงียบไปนาน

"เมื่อก่อนเชื่อทั้งหมด ตอนนี้ไม่แล้ว"

ชาญพยักหน้า

"ดี"

"แต่ผมยังรู้สึกผิด"

"ความรู้สึกผิดไม่ได้หายเพราะเราเข้าใจ มันเพียงเปลี่ยนจากโซ่เป็นสิ่งเตือนใจได้"

ธันวาก้มมองเชือกเส้นเล็กที่ข้าวฟ่างผูกไว้ มันเปื้อนโคลนและเลือด แต่ยังไม่ขาด

คืนนั้น ผู้ลี้ภัยแบ่งอาหารส่วนหนึ่งวางไว้ข้างกำแพงเพื่อรำลึกถึงเอกภพ ไม่มีใครยกย่องเขาว่าเป็นวีรบุรุษ และไม่มีใครลืมว่าเขาเคยขายข้อมูล ทุกคนเพียงยอมรับความจริงทั้งสองด้าน เขาทรยศพวกเขา และเขาช่วยพวกเขา เขาเกือบพาทุกคนไปสู่ความตาย และเขายอมตายเพื่อให้ทุกคนหนีรอด ชีวิตคนหนึ่งอาจมีทั้งบาปและความกล้าอยู่พร้อมกัน

ก่อนนอน ข้าวฟ่างนั่งข้างธันวา

"พี่เสียใจหรือ"

"เสียใจ"

"เขาเป็นคนไม่ดีหรือ"

ธันวาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"เขาทำเรื่องไม่ดี"

"แล้วเขาเป็นคนดีไหม"

"เขาทำเรื่องดีในตอนสุดท้าย"

เด็กหญิงเอียงศีรษะ

"งั้นเขาเป็นอะไร"

ธันวามองเงาดำใต้เท้าตัวเอง

"เป็นมนุษย์"

ข้าวฟ่างพยักหน้าเหมือนเข้าใจ แม้อาจยังไม่เข้าใจทั้งหมด เธอเอนศีรษะพิงแขนแม่และหลับไป ธันวาหลับตาตาม เสียงในหัวกระซิบอีกครั้ง

"วันหนึ่งพวกมันจะเห็นว่าเจ้าเหมือนในนิมิต"

ธันวาตอบอย่างสงบ

"วันนี้มีคนเห็นแล้วว่าผมไม่เหมือน"

เสียงนั้นเงียบไป

ในความมืดของอุโมงค์ ธันวาได้เรียนรู้ว่าการทรยศไม่จำเป็นต้องเป็นจุดจบของคนคนหนึ่ง และความผิดพลาดไม่จำเป็นต้องกลายเป็นชะตาที่แก้ไม่ได้ หากเอกภพยังเลือกเปลี่ยนการตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายได้ ธันวาเองก็ยังเลือกได้เช่นกัน

นิมิตอาจแสดงภาพราชาปีศาจ

โลกอาจเชื่อว่าอนาคตถูกกำหนดแล้ว

แต่คำพูดของคนทรยศก่อนตายได้ทิ้งรอยแยกเล็ก ๆ ไว้ในกำแพงแห่งโชคชะตา

"นาย...ไม่เหมือนในนิมิต"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status