Mag-log inโจนาธานลากจูบต่ำลงมาที่หน้าท้องแขม่วเกร็งของหล่อน ส่งความร้อนดิ่งลึกลงไปที่ช่องท้อง ปลุกความเสียววาบปลาบแปลบไปในทุกอณูเซลล์ จากนั้นเขาก็ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าในที่สุด พร้อมๆกับรั้งเอวคอดของเธอให้ลงนั่งที่ขอบเตียง เขาหันหน้าเข้าหาเธอ “ได้โปรดให้มันจบๆไป” เธอเร่ง “ได้…อย่าว่าฉันเห็นแก่ตัวก็แล้วกัน จากนี้ฉันจะไม่รับผิดชอบต่อความรู้สึกใดๆของเธอ” พูดจบเขาก็ทำตัวราวกับภมรผู้หิวกระหายในเกสรดอกไม้ตรงหน้า ด้วยการฝังใบหน้าลงกลางพุ่มบุปผาที่อุดมไปด้วยหยาดน้ำหวาน ดอมดมชมเชยเหมือนมิรู้อิ่ม โลมชิมแต่ละกลีบบอบบางในหลืบลับอับอุ่นและซับซ้อนของหล่อนจนเรือนกายบิดเร่า
view more“ดึกดื่นป่านนี้ คุณหนูจะไปไหนครับ” คนรับใช้ถามด้วยความแปลกใจ“ไปบ้านของจอร์จ…เร็ว! แล้วอย่าถามอะไรมาก”จากนั้นรถม้าก็เคลื่อนออกไปด้วยความรวดเร็ว เสียงเท้าของแซนดร้าที่วิ่งลงบันไดบ้านไปเมื่อครู่ เสียงเฟืองและล้อรถม้าที่เสียดสีกับพื้นกรวดจากการออกตัวด้วยความเร็ว ดังขึ้นไปถึงชั้นบนของบ้าน โทนี่และซินเทียที่กำลังวิวาทะกันอยู่ในขณะนั้น รีบชะโงกหน้าออกมามอง“แซนดร้า…นั่นลูกจะไปไหน”ด้วยความตกใจ ซินเทียตะโกนไล่หลังรถม้าที่กำลังจะพาร่างของแซนดร้าหายลับไปในราตรีกาลอันมืดมิดจอร์จส่ายหน้า…น้ำตาซึม นึกตำหนิในอารมณ์ชั่ววูบของตนเอง ถ้าแซนดร้าเป็นอะไรไป เขาจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเป็นอันขาดสองเดือนผ่านไป“ช่างเป็นชุดแต่งงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด…” ซาบรีน่าซึ่งอยู่ในชุดวิวาห์ ดวงหน้าเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม รำพึงออกมาลอยๆ มองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก “เธอตะหากที่สมบูรณ์แบบ…ไม่ใช่ชุดแต่งงานสักหน่อย”คริสโตเฟอร์ในชุดเจ้าบ่าวสีเทาขรึม ก้าวเข้ามาใกล้ ทาบร่างกายกำยำใหญ่เอาไว้ที่ด้านหลังของซาบรีน่า กอดและก้มกระซิบเบาๆที่หลังใบหูเพียงปีแรกหลังแต่งงาน ทั้งสองก็ได้ทายาทเป็นลูกชายไว้สืบสกุล และอีกปีถัด
โทนี่ถอดหมวก ถอดเสื้อโค้ทสีดำออกช้าๆ แขวนไว้ที่หลังประตูแล้วก้าวขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านโดยไม่ลืมมองไปที่ห้องนอนของแซนดร้าผู้เป็นลูกสาว พบว่าเธอไม่อยู่ จำได้ว่าแซนดร้าบอกเอาไว้ว่าจะออกไปหาคริสโตเฟอร์ เกี่ยวกับเรื่องพินัยกรรมที่ทำให้แซนดร้าดีใจจนเนื้อเต้น “ยังไม่นอนอีกหรือ” โทนี่ถามภรรยาที่ทอดร่างอยู่บนเตียงนอน อดสะท้อนใจไม่ได้ว่าแม้เธอจะยังไม่หลับ ก็ไม่ได้หมายความว่าซินเทียกำลังรอคอยการกลับมาของเขา “คุณหายไปไหนตั้งนาน” ซินเทียถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ห่วงฉันด้วยหรือ” สามีขมวดคิ้ว นิ่วหน้า “ถามอะไรอย่างนั้น...ถามเหมือนคุณไม่รู้ใจฉัน คุณเป็นสามีของฉันนะโทนี่” ซินเทียตัดพ้อโทนี่อยากจะตอบว่า ‘ใช่…ฉันไม่เคยรู้ถึงจิตใจลึกๆของเธอเลย…ซินเทีย’ทว่าสุดท้าย เขาก็เก็บถ้อยคำยอกย้อนนั้นเอาไว้ในใจ “ไม่ห่วงคุณแล้วจะห่วงใคร…คุณเป็นสามีฉันนะโทนี่” เธอกล่าวให้เขาได้คิด “สามียังงั้นรึ!....ช่วยบอกหน่อยเถอะว่าฉันควรจะภาคภูมิใจกับตำแหน่งนี้ใช่ไหม?” โทนี่ทำน้ำเสียงเย้ยหยัน เหมือนกับคนที่สูญสิ้นศรัทธาในชีวิตคู่ของตนมานานแล้ว ซินเทียขมวดคิ้
สีหน้าของโทนี่เต็มไปด้วยความขมขื่น นิ่งฟังเสียงตึงตังของเตียงที่เคลื่อนไปกระแทกผนัง ดังอยู่เป็นจังหวะที่ต่อเนื่องและยาวนาน ยิ่งได้ยินยิ่งโกรธแค้น ชิงชัง และริษยาจอร์จที่บรรเลงลีลารักได้ยาวนานโดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ไม่เหมือนกับเขาที่มักจะล้มเหลวในทุกครั้ง จากความบกพร่องของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวของกับการกลั้นเกร็งการหลั่งซึ่งไม่อาจบังคับได้อวัยวะชิ้นนั้นมันอยู่เหนือการควบคุมของเขามานานแล้ว สืบเนื่องมาจากประสาทรับความรู้สึกบางส่วนได้ถูกทำลายลงไปพร้อมๆกับการผ่าตัด ภายหลังจากอุบัติเหตุตกม้า โทนี่คว้าเหล้าในขวดขึ้นมากระดกดื่มเหมือนน้ำ สบถด่าตัวเองอยู่ในใจด้วยถัอยคำหยาบโลน ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเองที่อ่อนแอทั้งกายและใจ ซินเทียคงหนักแน่นพอที่จะประคับประคองความซื่อสัตย์ต่อกันเอาไว้ได้ เขาคงไม่ตกอยู่ในสภาวะอันทุกข์ตรมขมขื่นเช่นนี้ จากนั้นไม่นาน โทนี่ก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะ เขาหลับลงเพราะฤทธิ์สุราที่กรอกลงคอเพื่อให้ลืมทุกอย่างในชีวิต แม้รู้ดีว่าเหล้าอาจช่วยบิดเบือนความจริงอันเจ็บปวดได้ในช่วงสั้นๆก็ตาม จากเหตุการณ์อัปยศที่กำลังดำเนินอยู่นั้น โทนี่แทบจะไม่โทษซินเทีย เขาโยนความผิ
อีกครั้ง รั้งบั้นท้ายเปลือยร่อนไว้ในตำแหน่งที่พร้อมจะรองรับบางสิ่งซึ่งกำลังจะเคลื่อนเข้าสู่กันและกันหล่อนผ่อนลมหายใจเหมือนจะนับถอยหลัง ไม่ได้เหลียวกลับไปมอง หากก็เดาได้ถึงความเครียดเขม็งที่จรดเล็งลงตรงหลืบลับในสรีระของหล่อนเพียงพรวดสั้นๆ…ที่หล่อนจำต้องกัดฟันด้วยความทรมาน เสี้ยวสั้นๆที่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ของเธอและเขาตลอดไป ซินเทียสูดและพ่นลมหายใจเข้าออกอย่างสับสน แบ่งรับแบ่งสู้กับความรู้สึกที่เติมเต็มเข้ามารุนแรงเหล้าหลายแก้วที่หล่อนดื่ม ความมึนเมาในตอนนั้น ทำให้โซเฟียไม่ได้ฉงนใจกับความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น ทว่าความรู้สึกอึดอัด รัด แน่น ก็ยืนยันว่า ‘ไม่ใช่โทนี่อย่างแน่นอน’เมื่อได้สติ…โซเฟียพยายามสะบัดสะโพกหนี หากเขาก็ดำดิ่งสู่แอ่งอารมณ์ของหล่อนไปแล้ว ความรู้สึกของซินเทียในตอนนั้น มันเหมือนกับมีรถไฟขบวนใหญ่ที่กำลังเคลื่อนผ่านเข้าไปในอุโมงค์ความปรารถนาอันมืดมิดและคับแคบของเธอ ซินเทียเหมือนผู้หญิงที่กำลังหวาดกลัวความมืด ได้แต่ภาวนาให้ความยาวลึกของรถขบวนนั้นเคลื่อนผ่านไปเสียที ยิ่งช้ายิ่งอึดอัด ยิ่งนานยิ่งทรมาน แต่เมื่อถึงที่สุดของมัน…กลับรู้สึกทรมานยิ่งกว่า ราวกับว่านรกและสวรรค์ได้ม
เดลสบสายตาโซเฟียสองสามครั้ง ในแต่ละครั้งล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึก โซเฟียลอบมองกลับมาเป็นบางครั้งเช่นกัน ในจังหวะที่ลับจากสายตาของโจนาธาน โซเฟียพยายามไม่รับไม่รู้ในอารมณ์ของเดล แกล้งไม่เข้าใจในความหมายของสายตา รู้ว่าเดลพยายามนัดแนะหล่อนอยู่ในใจ ซึ่งโซเธอก็พยายามหักห้ามใจ ไม่อยากทำผิดต่อโจนาธานที่แสนด
“เธอเป็นยังไงบ้าง” เขาหันมาถามถึงความเป็นไปของชีวิตเธอ ขณะเดินเคียงกันไป“เรื่องของฉันไม่มีอะไรน่าสนใจ…คุยเรื่องของคุณดีกว่า อ่าวคูริสวยมากใช่ไหม” ซาบรีน่าอยากรู้ เพราะเคยได้ยินคำร่ำลือถึงความงดงามของชายฝั่งทะเลแถบนั้น“สวยสิ…สวยมาก น้ำทะเลสีเขียวใสเหมือนมรกต เธอยังไม่เคยไปใช่ไหม?”“ไม่เคยค่ะ” หญิง
และเธอก็เชื่อเหลือเกินว่าคริสโตเฟอร์จะรู้สึกเช่นเดียวกัน ว่าที่เขากระทำกับเธอนั้น…คือการลงทัณฑ์ด้วยความรู้สึกแสนเสน่หา มากกว่าต้องการทำลายเธอให้ย่อยยับเพราะความชิงชัง เขาแค่สับสนจนแยกแยะความรู้สึกของตัวเองไม่ออกใกล้ค่ำของวันนั้น ซาบรีน่าหัวใจเต้นระรัว เมื่อรู้ว่าขณะนั้นคริสโตเฟอร์ได้เข้ามาอยู่ในห้
หล่อนกล่าวทั้งเสียงสะอื้น ก่อนจะตัดใจก้าวออกมาจากอ้อมกอดที่อาวรณ์ถวิลถึงมันมาตลอด คิดในใจว่า ‘พระเจ้าไม่ได้ให้โอกาสเราฉกฉวยเอาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ภายในเวลาเดียวกัน เธอจำต้องตัดใจ…ปล่อยให้คนที่รักต้องหลุดลอยไปจากชีวิตของเธออีกครั้ง เพื่อฉวยเอาความมั่นคงจากผู้ชายที่เธอไม่ได้รักเขาเลยแม้แต่น้อย’คืนนั้





