Mag-log inรุ่งเช้าวันถัดมามีราชโองการด่วนให้ซือจื่อจ้าวหนานหลิงเข้าเฝ้า ข่าวเรื่องความขัดแย้งของหลานชายและหลานสะใภ้ที่เกิดจากสหายรักของเจ้าแผ่นดินนั้น ไม่สามารถหลุดรอดไปจากเจ้าแคว้นได้ แม้จะเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองฝ่ายนั้นมีอิทธิพลกำลังทางการทหารที่สูสีกันและเป็นเรื่องของราชวงศ์ด้วยเช่นกัน จึงได้มีราชโองการด่วนเรียกเข้ามาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น
"ถวายพระพรเสด็จลุงพะยะค่ะ" จ้าวหนานหลิงทำความเคารพด้วยความเมื่อยหล้า เพราะพระองค์มีราชโองการให้เข้าวังมาแต่เช้า แต่ให้เข้าเฝ้าจริงยามเว่ย(14.00น) เขายังไม่ได้ทานทั้งข้าวเช้าและข้าวกลางวันเลย
"ลุกขึ้นเถิด ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าสักหน่อย"
"ขอบพระทัยพะยะค่ะ"
"ลุงได้ยินมาว่าเจ้าถึงกับสั่งโบยซินหยางภรรยาที่รักของเจ้า มันเพราะเหตุใดกัน"
"ทูลเสด็จลุง วันเกิดเรื่องหลานได้ยินจากบ่าวว่าซินหยางได้ไปเดินเล่นที่สระบัวเมื่ออนุเมิงทราบเรื่องจึงเข้าไปทักทาย หลานจึงเดินไปหาทั้งสอง เพียงแต่เมื่อหลานไปถึงอนุเมิ่งก็ตกลงไปในสระบัวแล้ว"
"กว่าหลานจะเข้าไปช่วยนางได้ นางก็หมดสติไปแล้ว หากหลานไปช้ากว่านี้นางคงตายไปแล้วพะยะค่ะ " จ้าวหนานหลิงเล่าไปก็มีอาการอกสั่นขวัญหายนึกถึงตอนเกิดเรื่อง ถ้าเขาไปช้าเพียงนิดเดียวอาจจะต้องสูญเสียนางไปแล้วจริงๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ
"ที่ตรงนั้นมีซินหยางที่อยู่ใกล้อนุเมิ่งที่สุด นางคงจะหึงหวงหลานเป็นแน่สตรีใจคอคับแคบเช่นนั้นจึงได้ผลักอนุเมิ่งของหลานตกลงไปในสระบัว บ่าวที่อยู่ใกล้ๆก็กล่าวตรงกันว่าอนุเมิงนั้นเพียงแค่เข้ามาทักทาย แต่ซินหยางกลับต่อว่านางรุนแรงว่าเป็นเพียงอนุไม่คู่ควรมาตีสนิทกับนาง" เล่ามาถึงตอนนี้น้ำเสียงก็ยิ่งแข็งกระด้างขึ้น แทบจะไม่หลงเหลือเยื่อใยความรักที่เคยมีต่อกันเลย
"อ่อ... เจ้าได้ถามความจากซินหยางก่อนหรือไม่ หรือเชื่อเพียงแต่สิ่งที่เห็น ฟังแต่สิ่งที่บ่าวไพร่บอก ได้สืบความสักนิดก่อนลงโทษโบยนางหรือไม่"
"....เอ่อ หลาน..."หนานหลิงแสดงสีหน้าสับสนไม่เข้าใจเหตุใดต้องถามด้วยก็ในเมื่อเขาเห็นอยู่ตำตาว่าอนุเมิงนั้นตกน้ำจนเกือบตาย
"หึ ดูท่าว่าเจ้าจะไม่ได้สืบความมากกว่า ดูท่าแล้วเจ้าคงจะลุ่มหลงอนุถึงขนาดทำร้ายภรรยาเอก ข้าส่งเจ้าไปจัดการราชกิจแทน เพราะไว้วางใจในตัวเจ้า แต่เจ้ากลับดีนัก เพียงรู้จักหญิงผู้นึง เวลาแค่ไม่ถึงสองเดือนดีก็รับมาเป็นอนุข้าถามเจ้าหน่อยว่าเจ้าได้สืบประวัติความเป็นมาของนางหรือไม่"
"...." หนานหลิงไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเสด็จลุง
"เงียบ..ตอบไม่ได้ หึ เห็นทีว่าข้าคงต้องทบทวนดูอีกคราแล้วว่าจะสามารถวางใจไว้ใจเจ้าได้อีกสักกี่มากน้อยกัน" ฮ่องเต้ว่ากล่าวหลานชายในสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวอย่างไม่ไว้หน้า ดูเอาเถิดจากที่เป็นคนมีเหตุมีผล แต่ทำไมตอนนี้เพียงเรื่องไต่สวนก่อนลงโทษสิ่งพื้นฐานที่ควรทำ เหตุใดจึงไม่ทำ ฟังแต่วาจาของบ่าวไพร่และคำพูดของอนุ ก็ถึงกับสั่งโบยภรรยาที่ตนเองแต่งมาเคียงข้างมากว่าห้าปีในทันทีโดยไม่รู้สึกละอายใจสักนิด ฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัว
"กลับไปคิดให้ถี่ถ้วน ถึงการกระทำของของเจ้าว่าสมควรหรือไม่ ระหว่างนี้ห้ามให้อนุของเจ้าตั้งครรภ์สายเลือดข้า จนกว่าเจ้าจะหาความจริงมาให้ข้าได้ ข้าไม่อยากให้สายเลือดของข้าต้องมาแปดเปื้อนเพราะนางจิ้งจอกนั่น แล้วก็ถ้าเกิดว่าพวกเจ้าดันทุรังที่จะปล่อยให้ตั้งครรภ์ละก็ ข้าจะให้โทษตายแก่อนุของเจ้าในทันที ไสหัวไป!!" ฮ่องเต้ยิ่งพูดโทสะก็ยิ่งเพิ่มพูนจึงได้คว้างจอกชาร้อนในมือไปโดนหน้าท้องของจ้าวหนานหลิงเต็มๆ
"เสด็จลุงโปรดระงับโทสะด้วยพะยะค่ะ"
"ฝ่าบาททรงระงับโทสะด้วยพะยะค่ะ"
หนานหลิงและเกากงกงพลันคุกเข่าลงทันทีเมื่อฮ่องเต้ทรงกริ้ว
"หลานน้อมรับบัญชาพะยะค่ะ หลานทูลลา"เขาไม่กล้าเซ้าซี้เรื่องตั้งครรภ์ของอนุรักถึงแม้จะอยากมีลูกกับนางมากเพียงใดก็ตาม ยิ่งเรื่องที่เขาได้ตระเตรียมจะเลื่อนขั้นให้มาเป็นฮูหยินรองยิ่งไม่สามารถเอ่ยออกไปได้ ตอนนี้ขอถอยไปตั้งหลักก่อน
เมื่อจ้าวหนานหลิงเดินออกไปจากห้องทรงอักษรแล้วฮ้องเต้จ้าวจื่อหลงจึงได้กล่าวกับเกากงกง
"เกากงกง เจ้าสังเกตุเห็นอะไรไหม!"ฮ่องเต้เอ่ยถามความเห็นขันทีคนสนิทที่เปรียบดังสหายร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายปี
"กระหม่อมโง่เขลา ขอพระองค์ช่วยชีแนะกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ"เกากงกงรับใช้ข้างกายฮ่องเต้มาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นองค์ชาย จึงทราบดีว่าหากทรงกริ้วอยู่ไม่สมควรตอบอะไรส่งเดช เพียงแค่คล้อยตามให้พระองค์ทรงพระทัยเย็นลงก่อน หาไม่จะโดนโบยโดยไม่รุ้ตัว
"ข้าว่าหลานข้า... ดูเหมือนมีชีวิตแต่ไม่มีชีวา ดูไม่มีสติเวลาตอบคำถามและก็ดูไม่มีความมั่นใจ ไม่กล้าสบตาข้าเวลาตอบคำถาม เขาดูสับสนยิ่งนัก" ฮ่องเต่เริ่มวิเคราะห์อย่างใจเย็นหลังจากที่เห็นว่าหลานชายนั้นทำตัวแปลกไป
เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้พระทัยเย็นลงแล้วเกากงกงจึงได้ทูลแก่ฮ่องเต้
"พระองค์จะให้กระหม่อมส่งคนไปสืบเรื่องอนุเมิ่งที่บ้านเกิดดีไหมพะยะค่ะ"
"ก็ดีเหมือนกัน ข้าว่าบางทีอาจจะมีอะไรมากกว่าการช่วยชีวิตก็ได้"
"ออกคำสั่งไป ให้องค์รักษ์เสื้อแพรสืบเรื่องนี้อย่างเงียบๆ แล้วก็พรุ่งนี้เจ้าตามแม่ทัพซูมาพบข้าช่วงหลังว่าราชการเช้าด้วย
"พะยะค่ะ"
....
จวนแม่ทัพซู
แม่ทัพซูกับฮูหยินได้มาดูอาการของซินหยางและต้องการสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่ามีความเป็นมาเช่นไรกันแน่ บุตรเขยถึงได้สั่งโบยบุตรสาวสุดรักของตน
"ซินเอ่อลูกพ่อเจ้าอาการดีขึ้นรึยัง เมื่อเช้าพ่อส่งคนออกไปตามหาสมุนไพรตามที่อาจารย์เจ้าแจ้งมาแล้วนะ เจ้าทนอีกนิดนะ" แม่ทัพซูเห็นบุตรสาวค่อยๆขยับตัวอย่างช้าๆเกรงว่าจะเจ็บแผลจึงได้แต่สงสาร
"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ เทียบยาของท่านอาจารย์นั้นดีมากเหลือเจ็บแผลอยู่นิดหน่อย อีกไม่กี่วันก็ตกสะเก็ดแล้วเจ้าค่ะ"
"ดีแล้วๆ ทนอีกนิดนะลูกแม่ แล้วแผลเป็นเล่า จะหายหรือไม่"ซูฮูหยินเป็นกังวลเรื่องนี้ยิ่งนัก เพราะร่างกายของสตรีนั้นไม่ควรที่จะมีแผลเป็น
"ค่อยๆทายาที่ท่านอาจารย์แม่ให้มาก็หายไม่มีรอยแผลแน่นอนเจ้าค่ะท่านแม่ นี่ยาจากภรรยาท่านหมอเทวดาเชียวน้า" ซูซินหยางไม่ต้องการให้ท่าพ่อท่านแม่นางกังวลใจจึงได้พยายามทำตัวให้ร่าเริงขึ้น
"ว่าแต่ท่านพ่อส่งคนไปขนข้าวของของข้าที่ตำหนักชินอ๋องรึยังเจ้าคะ อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวนะเจ้าคะ ข้าขอบอกไว้ก่อน"
"พ่อแจ้งพ่อบ้านไปแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลไป"
"ขอบคุณท่านพ่อมากเจ้าค่ะ" ของๆนางจะต้องไม่หลงเหลืออยู่ที่จวนนั้นแม้แต่ชิ้นเดียว นางไม่มีวันยอมให้ใครมาแตะต้องสิ่งของที่เป็นนางเป็นอันขาด ยกเว้นคนผู้นั้นที่กำลังจะเป็นอดีตสามี อยากได้นัก ข้าก็จะยกให้!!
ฮ่องเต้เรียกแม่ทัพซูเข้ามาพบเพื่อสอบถามเรื่องราวจากฝั่งของซูซินหยางว่าเป็นเช่นไรกัน โดยอีกทางนึงก็ได้รับรายงานจากองค์รักษ์เสื้อแพรที่ไปสืบมาจากบ่าวและพ่อบ้านจ้าวมาก่อนแล้วและก็ตรงกันกับที่ซูซินหยางเล่า องค์รักษ์แจ้งว่ามีบ่าวติดตามอนุเมิ่งนางนึงเห็นแก่ตำลึงเงิน จึงเล่าทุกสิ่งที่ได้เห็นในวันนั้น แม้กระทั่งคำพูดยั่วยุอวดอ้างที่อนุเมิ่งบอกแก่จ้าวเฉิงอวี้ว่าพ่อของเขานั้นต้องการลูกคนใหม่'หึ ข้าเดาไม่ผิดว่าอนุนางนั้นคือจิ้งจอกดีๆนี่เอง'"แล้วซินหยางจะทำอย่างไรต่อไป ข้าได้ข่าวมาว่าพวกเจ้าพ่อลูกให้คนขนของกลับจวนเลยหรือ" ฮ่องเต้ยังคงคิดว่าซูซินหยางนั้นยังรักจ้าวหนานหลิงอยู่ นางเพียงแค่กำลังโกรธและน้อยใจหลานชายของตน จึงได้ขนของกลับไปอยู่บ้านสักพักก็เท่านั้น"ใช่พะยะค่ะ นางต้องการหย่าขาดจากซื่อจื่อพะยะค่ะ กระหม่อมกับฮูหยินก็เห็นด้วยกับนางในเมื่อซื่อจื่อถึงกับสั่งโบยลูกกระหม่อมไม่คิดถามไถ่เช่นนี้ คงหมดรักกันแล้วจริงๆอยู่ต่อไปก็ไม่รู้ว่าวันใดลูกกับหลานของกระหม่อมจะถูกโบยถูกตีขึ้นมาอีก""ในเมื่อหมดรักกันแล้ว อีกทั้งเกียรติที่ควรมีก็ถูกทำลายไปแล้ว ก็ควรที่จะถอนตัวออกมาดีกว่า กระหม่อมไม่อยากให้ลูกต้
ตำหนักชินอ๋องพ่อบ้านซูแจ้งแก่พ่อบ้านไป๋ว่าได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพให้มาจัดการขนสินเดิมของคุณหนูกลับจวนแม่ทัพ ในขณะที่กำลังตรวจตรารายการสินเดิมอยู่นั้นก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามา"นายหญิงเจ้าค่ะ นี่เรือนฮูหยินเอกเจ้าค่ะ บ่าวว่าอีกไม่นานนายหญิงต้องได้ย้ายมาอยู่ที่เรือนนี้แน่นอนเจ้าค่ะ""เจ้าก็พูดไปเรื่อย"อนุเมิ่งยิ้มรับกับคำพูดเป็นมงคลของเหม่ยอี้บ่าวคนสนิทของนาง"เอ๊ะ นั่นพวกเจ้าทำอันใดกัน แล้วจะขนข้าวของในเรือนไปไหนกัน นั่นของๆตำหนักชินอ๋องพวกเจ้าไม่มีสิทธิแตะต้องนะ" อนุเมิ่งเห็นมีคนแปลกหน้ามาขนย้ายของออกจากเรือนฮูหยินเอกที่กำลังจะเป็นของตนก็ไม่อาจยินยอมได้ เข้าไปขวางทันทีเพราะแต่ละชิ้นดูแล้วราคาไม่ใช่น้อยๆเลย"ท่านคือ..." พ่อบ้านซูถามด้วยความสงสัยเพราะได้แจ้งแก่พ่อบ้านไป๋แล้ว แต่เหตุใดจึงยังมีคนมาขัดขวาง"ท่านพ่อนางเป็น'อนุ'ของซื่อจื่อเจ้าค่ะ" หลันหลันเน้นคำว่าอนุเป็นพิเศษ"อ่ออ.. คารวะ อ นุ เมิ่ง !!" หึ นางจิ้งจอกบังอาจมารังแกคุณหนูกับคุณชายน้อยของข้า ตอนแรกข้าก็นึกว่าอนุที่ซื่อจื่อหลงนักหลงหนาจะหน้าตาเป็นเช่นไร กล่าวถึงความงาม เทียบกันคุณหนูข้าไม่ติด กิริยาคงแสร้งทำเป็นแม่ดอกบั
"ซินเอ่อ เจ้าเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นเรื่องให้พ่อกับแม่ฟังได้รึไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" แม่ทัพซูต้องการทราบเรื่องทั้งหมด เพราะฝ่าบาทเรียกเขาเข้าพบพรุ่งนี้เช้า คาดว่าคงต้องการทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแน่จึงได้เรียกเขาเข้าพบ"เจ้าค่ะ ..เมื่อสองเดือนก่อนฝ่าบาทได้ให้ซื่อจื่อไปตรวจสอบขุนนางที่ทางเมืองกุ้ยเจ้าค่ะท่านพ่อ ปกติซื่อจือจะส่งจดหมายมาถามไถ่ความเป็นอยู่ของข้ากับอวี้เอ่อร์มาทุกๆเจ็ดวัน""แต่ช่วงเข้าเดือนที่สองซื่อจื่อก็ไม่ได้ส่งจดหมายกลับมา ข้าคิดว่าเขาน่าจะงานยุ่งเลยไม่มีเวลาส่งจดหมายดังเช่นทุกครั้ง ข้ามาทราบอีกทีว่าซื่อจื่อได้รับบาดเจ็บก็ตอนที่องค์รักษ์ส่งข่าวมาว่าซื่อจื่อจะถึงจวนในอีกครึ่งชั่วยาม""วันนั้นซื่อจื่อแจ้งว่าจะรับหลานสาวของผู้มีบุญคุณมาเป็นอนุ เขาไม่แม้จะถามข้ากับลูกเลยด้วยซ้ำว่าอยู่จวนเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหมช่วงที่เขาไม่ได้ส่งข่าวมา ตอนนั้นอวี้เอ่อร์เพียงแค่จะเดินเข้าไปจับมือเขากลับสะบัดมือลูกออก" เล่ามาถึงตอนนี้ซินหยางเริ่มน้ำตาคลอ เพราะภาพความตกใจของลูกชายที่โดนท่านพ่อสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดีช่างน่าสงสารนัก"ตอนนั้นข้าได้ลองพูดคุยกับซื่อจื่อแล้วจึงเห็นว่าใจของเ
รุ่งเช้าวันถัดมามีราชโองการด่วนให้ซือจื่อจ้าวหนานหลิงเข้าเฝ้า ข่าวเรื่องความขัดแย้งของหลานชายและหลานสะใภ้ที่เกิดจากสหายรักของเจ้าแผ่นดินนั้น ไม่สามารถหลุดรอดไปจากเจ้าแคว้นได้ แม้จะเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองฝ่ายนั้นมีอิทธิพลกำลังทางการทหารที่สูสีกันและเป็นเรื่องของราชวงศ์ด้วยเช่นกัน จึงได้มีราชโองการด่วนเรียกเข้ามาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น"ถวายพระพรเสด็จลุงพะยะค่ะ" จ้าวหนานหลิงทำความเคารพด้วยความเมื่อยหล้า เพราะพระองค์มีราชโองการให้เข้าวังมาแต่เช้า แต่ให้เข้าเฝ้าจริงยามเว่ย(14.00น) เขายังไม่ได้ทานทั้งข้าวเช้าและข้าวกลางวันเลย"ลุกขึ้นเถิด ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าสักหน่อย""ขอบพระทัยพะยะค่ะ""ลุงได้ยินมาว่าเจ้าถึงกับสั่งโบยซินหยางภรรยาที่รักของเจ้า มันเพราะเหตุใดกัน" "ทูลเสด็จลุง วันเกิดเรื่องหลานได้ยินจากบ่าวว่าซินหยางได้ไปเดินเล่นที่สระบัวเมื่ออนุเมิงทราบเรื่องจึงเข้าไปทักทาย หลานจึงเดินไปหาทั้งสอง เพียงแต่เมื่อหลานไปถึงอนุเมิ่งก็ตกลงไปในสระบัวแล้ว""กว่าหลานจะเข้าไปช่วยนางได้ นางก็หมดสติไปแล้ว หากหลานไปช้ากว่านี้นางคงตายไปแล้วพะยะค่ะ " จ้าวหนานหลิงเล่าไปก็มีอากา
เมื่อกลับมาถึงจวนซูฮูหยินก็รีบออกมาหาสามีและบุตรสาวทันที ไม่ได้รอที่ห้องโถงรับรองดังที่ท่านแม่ทัพคาดการณ์ไว้ "ซินเอ่อลูกแม่ เป็นอย่างไรบ้าง ฮึกๆ" ซูฮูหยินที่เห็นสภาพบุตรสาวอิดโรย หน้าซีดขาวไร้สีเลือดยามเดินต้องให้หลันหลันประคอง ก็สะอื้นด้วยความสงสารในวาสนาบุตรสาว ตอนแรกนางกับสามีมั่นใจว่าจ้าวหนานหลิงรักบุตรสาวตนจากใจจริงจึงยอมให้มั่นหมายและแต่งงานไป "ท่านแม่ ข้าไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ มีเจ็บแผลบ้างแต่เดี๋ยวก็หาย ท่านแม่ไม่ร้องนะเจ้าคะ" ซูซินหยางพยายามปลอบมารดาตนเองเพราะทราบว่านางเป็นห่วง"ฮูหยิน เข้าไปคุยกันข้างในเถิด ประเดี๋ยวอวี้เอ่อร์ตื่น ซินเอ่อร์ลูกกับอวี้เอ่อร์พักที่เรือนเก่าของเจ้านะ พ่อให้คนทำความสะอาดไว้แล้ว" แม่ทัพซูอุ้มหลานชายเข้าไปในจวนตรงไปยังเรือนของบุตรสาว"แม่นมให้บ่าวจัดสำรับมาของข้ากับท่านแม่ทัพมาที่เรือนนี้ด้วย นี่ก็มืดค่ำแล้ว""เจ้าค่ะฮูหยิน" แม่นมรับคำแล้วไปกำชับที่โรงครัวด้วยตนเอง"ซินเอ่อร์เดี๋ยวเจ้าไปพักก่อนนะ ถ้าสำรับมาแล้วแม่จะให้บ่าวนำเข้ามาหลันหลัน ดูแลคุณหนูให้ดีหล่ะ เดี๋ยวแม่มานะ แม่ไปดูอวี้เอ่อร์ก่อน""คุณหนูอยากเช็ดตัวไหมเจ้าคะ ท่านหมอจางบอกว่าแผลคุณห
ปลายยามเซิน (15.00-16.59น) หลันหลันได้กลับมาแจ้งเรื่องที่คุณหนูของนางถูกวางยาพิษให้แม่ทัพซูเทียนหยางทราบ"โธ่ลูกแม่ เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เจ้าคะ ท่านพี่ท่านรีบไปรับลูกกับอวี้เอ่อร์กลับมาเถิด ข้ากลัวว่า จ้าวหนานหลิงผู้นั้นจะทำร้ายนางกับหลานของข้าอีก" ฟางลี่จูฮูหยินของแม่ทัพซูกล่าวแกสามีที่ยืนอยู่ข้างๆทันที "เจ้าอย่าพึ่งร้อนใจไป วางใจเถิดข้าจะรีบไปรับนางเดี๋ยวนี้เลย" แม่ทัพซูกล่าวปลอบใจฮูหยินตนให้ใจเย็น ทั้งที่ความจริงในใจตนนั้นใจร้อนยิ่งกว่าใคร ...."คารวะท่านแม่ทัพ ท่านมาเพลานี้มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่ขอรับ" ไป๋ซานพ่อบ้านใหญ่ประจำตำหนักชินอ๋อง ถามด้วยความนอบน้อม พลางเช็ดเหงื่อไปด้วยความตื่นตระหนก คาดว่าคงไม่แคล้วต้องเกี่ยวกับฮูหยินน้อยเป็นแน่"เจ้าไปตามซื่อจื่อของเจ้ามาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้ ว่าเหตุใดต้องโบยลูกข้าทันที โดยไม่คิดจะสืบสาวความก่อน" "ข้า...ข้าน้อยจะรีบไปแจ้งซื่อจื่อสักครู่ขอรับ" พ่อบ้านไป๋รีบเดินไปที่เรือนของเมิ่งเหลียนฮวาทันที เพราะใครๆในจวนต่างก็รู้ว่า หลังเกิดเรื่องจ้าวหนานหลิงก็คลุกอยุ่แต่กับอนุเมิ่ง"หลันหลันเจ้าไปบอกลูกข้ากับหมอจางว่าข้ามารับแล้วให้พวกนาง







