LOGINเพราะความเมาเป็นเหตุ ทำให้ภพธรเผลอไปคว้ากอหญ้าหลานสาวของแม่บ้านเข้าห้องนอนกลางดึกในคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาเขาจึงพบว่าได้ข่มเหงเด็กสาวจนย่อยยับ ทว่าชายหนุ่มนั้นมีคู่หมั้นคู่หมายที่เหมาะสมอยู่ก่อนแล้ว คุณนายงามตาผู้เป็นมารดาจึงหาทางออกโดยการส่งกอหญ้าเข้าไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ เพื่อหวังให้เด็กสาวอยู่ห่างจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวน กอหญ้าไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่งเขาและครอบครัวได้ทำอะไรไว้กับหล่อน ไม่เคยลืมค่ำคืนที่ร่างกายต้องแปดเปื้อนคาวราคี สาวน้อยอ่อนต่อโลกจึงได้แต่เก็บงำความช้ำชอกครั้งนั้นเอาไว้ในส่วนลึกของใจ เมื่อวันเวลาผ่านไปจึงได้รู้ว่า แม้หล่อนเป็นเพียงหญ้าต้นเล็กๆ แต่ก็ใช่ว่าใครหน้าไหนคิดจะเหยียบย่ำก็ทำได้ ทุกการกระทำในชีวิตคือบทเรียน ทุกบทเรียนมีราคา เป็นหนี้ต้องชดใช้ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องจ่ายให้หล่อน ชนิดที่เรียกว่า ทบต้น ทบดอก...
View Moreหญิงสาวเลื่อนมือขึ้นโอบกอดรอบลำตัวหนาของสามี เผยอรับปากจุมพิตอ่อนหวานของเขาอย่างเต็มใจ นานแล้วที่หล่อนและเขาไม่ได้ทำอะไรกันท่ามกลางแสงเดือนและแสงจันทร์สว่างจ้า ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง แล้วหันไปปิดตะเกียงโซลาร์เซลล์ ใช้ความสว่างของดวงดาวนำทางแทน ลมหายใจพร่าลง เมื่อร่างกำยำของสามีเปลือยเปล่าท่ามกลางหมู่ดาวที่เกลื่อนฟ้า ขณะที่หล่อนเองก็ไม่ได้น้อยหน้าเขาสักนิด เพราะถูกเขาเปลื้องออกเช่นเดียวกัน ร่างใหญ่ทาบทับลงมาบนร่างนุ่ม มือแกร่งลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างขาวผ่อง ริมฝีปากบดจูบดูดดื่ม ก่อนเคลื่อนต่ำลงไปช้า ๆ แล้วครอบครองยอดทรวงเคร่งครัด “อืม…” เสียงหวานครางแผ่ว สองมือกอดรัดรอบศีรษะ ใบหน้างามสะบัดเริดยามเขาฉกปลายลิ้นลงบนผิวกายเนียนนุ่ม “คุณหนึ่ง” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนที่ครางชื่อเขาออกมา แล้วผลักท่อนขาอวบอิ่มแยกจากกัน กอหญ้าสูดลมหายใจยาวแล้วผ่อนออกมาหนักหน่วงหอบพร่า มือที่กดศีรษะของเขาเอาไว้เปลี่ยนเป็นขยุ้มกองผ้าข้างกายแทน เมื่อเปิดเปลือกตา จึงพบว่าหมู่ดาวที่เกลื่อนฟ้าช่างงดงามเกินบรรยาย เช่นเดียวกับความรู้สึกซาบซ่านที่พลุ่งพล
พิเศษใส่ใจอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ภพธรรู้สึกเหมือนกับตายทั้งเป็น แต่ทุกครั้งที่ลืมตาขึ้นมาเขาจะพบกับใบหน้าของมารดาที่ยิ้มให้เสมอ เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขาต่อสู้กับความเจ็บปวดเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป... เมื่อกอหญ้ากลับมา เขาก็ได้รู้อีกว่าเขายังมีสัญญาที่ให้ไว้กับหล่อนและต้องทำให้สำเร็จ เด็กสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเผลอไผลย่ำยี นับจากนั้นเขาเฝ้าดูแลหล่อนอยู่ไกลๆ วันเวลาที่ผ่านไปทำให้เขาเกิดความผูกพันกับหล่อนทีละน้อย จนในที่สุดก็รู้ตัวว่าหัวใจของเขาไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป ครั้งแรกที่เขาลืมตาขึ้นมาเจอกอหญ้า ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้ว่ามีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อใคร น้ำเสียงที่ไล่ไปตามตัวอักษรบนหนังสือหลายต่อหลายเล่ม ตามเข้าไปอยู่ในฝันของเขาทุกคืนวัน กำลังใจที่จะหายจากอาการที่เป็นอยู่มีเพิ่มขึ้น จนในที่สุด ดวงตาของเขาก็เริ่มจะเห็นรางๆ ในตอนนั้นเขาดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่นานความดีใจถูกบดบังอีกครั้ง เขายอมปล่อยให้หญิงสาวไปตามทางที่หล่อนตั้งใจเอาไว้แต่แรก ทว่าในค่ำคืนนั้นก่อนจากลา หล่อนทำให้เขาต้องจดจำอย่างไม่มีวันลืม เรือนร่างแน่งน้อยที่เคลื่อนไหวบนร่างของเขา
พระอาทิตย์มีขึ้นและลง พระจันทร์ส่องแสงในกลางคืน แล้วลาลับในยามเช้า เช่นเดียวกับชีวิตของผู้คน ที่มีหลับมีตื่น ดำเนินต่อและจากไปในเวลาสมควร... เช่นเดียวกับชีวิตครอบครัวของภพธร เมื่อสิ้นมารดาที่รักยิ่ง จึงทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับภรรยาและลูกๆ เขาตระหนักชัดว่าชีวิตนี้แสนสั้น จึงไม่ยอมให้อะไรมาพรากความสุขของคนที่รักไปง่ายๆ กิจการที่อยู่ตัวดีแล้ว ทำให้เขาหันมาทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น เพราะในเวลานี้ ทั้งเขาและภรรยาต่างไม่เหลือใครให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงหันมายึดเหนี่ยวดวงใจของกันและกัน มอบความรัก ความอบอุ่นให้กับลูกๆ อย่างเสมอภาคเท่าเทียม ทุกวันหยุดเขาจะพาเด็กๆ ออกไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน บางครั้งก็พาบินลัดฟ้า เปิดโลกทัศน์ที่กว้างใหญ่กว่าให้พวกเขารู้ว่าชีวิตของคนเราไม่ได้มีแค่ที่บ้าน แต่ยังมีอะไรอีกมากที่ไม่รู้จัก ไม่เคยพบเจอ ร่างสูงเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างภรรยา หญิงสาวยิ้มหวานพร้อมกับยกแก้วน้ำส่งให้สามี “เหนื่อยไหมคะ” เอ่ยถามพลางลูบบ่าของเขาเบาๆ เพื่อบรรเทาความอ่อนล้า “ไม่เหนื่อย” ตอบพลางวาดวงแขนขึ้นโอบไหล่ภรรยา
บทส่งท้ายตั้งแต่มีเด็กเพิ่มมาหนึ่งคน บ้านที่เคยกว้างก็ดูแคบลง ที่เคยเงียบเหงาก็กลับมาครื้นเครง ทุกอย่างดูสดใสขึ้นทันตา ทุกๆ เช้า กอหญ้าจะต้องพาลูกสาววัยหนึ่งขวบไปให้คุณย่าของแกอุ้มเล่นที่ระเบียงบ้าน ตั้งแต่มีหลานสาวทำให้อาการป่วยของคุณนายงามตาทุเลาลง สุขภาพกายและสุขภาพใจดีขึ้นมาก ทั้งกอหญ้าและ ภพธรต่างยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น “พอน้องพายได้สักสามขวบ เรามีหลานให้คุณย่าอีกสักคนเนอะ” ภพธรบอกกับภรรยาขณะพาแม่หนู ดาราพายออกมาทำบุญให้กับคุณทวดเรียมที่วัดใกล้บ้าน คนตัวบางค้อนสามีก่อนยิ้มให้ ขณะหยุดยืนที่ทางเดินริมแม่น้ำ “ถ้าแม่ใหญ่ยังอยู่ก็คงจะดีนะคะ” หญิงสาวเปรยถึงนางเรียม ชายหนุ่มก้มมองสีหน้าของภรรยา อึดใจต่อมาจึงค่อยยิ้มได้ เพราะดวงหน้างามของกอหญ้าไม่เศร้าหมองอีกต่อไปยามคิดถึงนางเรียม หล่อนทำใจได้แล้วจริงๆ “ใช่ น้องพายคงจะติดคุณทวดเรียมน่าดู” ชายหนุ่มเปรยออกมาอย่างมั่นใจ จากนั้นจึงพาภรรยาและลูกสาวกลับบ้าน ทุกวันที่ผ่านไปยังคงราบรื่น ดาราพายโตวันโตคืน และเป็นเด็กที่สดใสร่าเริงเพราะความรักที่ทุกคนมอบให้ จนกระทั่งอายุได้สาม
๒๓ดอกหญ้าในสายลมมือสองข้างที่กุมกัน บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ภพธรจูงมือกอหญ้าเดินไปตามผืนหญ้า วันนี้เขาพาหล่อนมากางเต็นท์นอนบนยอดดอยสูง เป็นโชคดีที่บนนี้ไม่มีใครเลยนอกจากเขาและหล่อน กอหญ้าและภพธรจดทะเบียนสมรสกันเมื่อเดือนก่อน ทั้งสองไม่ได้จัดพิธีใหญ่โตแต่อย่างใด เหตุผลเพราะกอหญ
ควันที่ลอยสูงขึ้นไปจากยอดเมรุ ทำให้กอหญ้ายืนมองด้วยสายตาเหม่อลอย ดวงตากลมโตยังแดงก่ำ ร่างที่บอบบางอยู่แล้วดูเหมือนจะบางลงไปอีกเมื่ออยู่ในชุดสีดำแบบนี้ ชายหนุ่มที่รับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ของงานเพิ่งส่งแขกส่วนหนึ่งกลับไป เมื่อหันมาเห็นว่าคนรักยังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิมจึงถอนหายใจยาวแล้วเดินตรงมา
“ขอบใจมากนะหญ้า ที่ดูแลแม่อย่างดี” คนตัวนุ่มหอมกรุ่นสบตาเขาแล้วยิ้มอ่อน “คุณแม่ของคุณหนึ่ง ก็เหมือนคุณแม่ของหญ้า รักลูกชายเขาก็ต้องรักและเคารพแม่ของเขาด้วย” คำว่า ‘รัก’ ที่หลุดออกจากปากคู่งามทำให้หัวใจของเขาเต้นคร่อมจังหวะ ลมหายใจสะดุดลงชั่วขณะพร้อมกับพลิกร่างคร่อมทับหล่อ
ร่างบางผุดลุกจากเก้าอี้ เช่นเดียวกับร่างสูงของชายหนุ่ม ทั้งสองมองตากันนิ่งอยู่ครู่ และเป็นกอหญ้าที่ยิ้มให้เขาเหมือนกับวันแรกที่พบกัน ชายหนุ่มยิ้มตอบ ทว่าในใจรู้สึกเจ็บปวดใจเหลือเกิน เขาไม่ควรปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายความสัมพันธ์และมิตรภาพที่งดงามนั้นลง มาคิดได้ในตอนนี้ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว






reviews