แชร์

13.2 | ผมง้อคุณอยู่

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 11:54:21

ช่วงสายวันต่อมา หลังจากที่หมอเข้ามาตรวจอาการของอมลรดาและอนุญาตให้กลับบ้านได้ อคิณก็ช่วยเช็ดตัวให้เธอและหาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน

               “เดินไปขึ้นรถไหวมั้ย ให้ผมไปเอารถเข็นมาให้มั้ย หรือจะให้อุ้มไป” อคิณถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเมื่อวานมาก เขานอนคิดมาทั้งคืนแล้วว่า ทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร สู้กอบโกยความสุขจากเธอในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันเอาไว้ให้มากที่สุดดีกว่า “ผมอุ้มไปดีกว่า วันนี้อยากเอาใจเมีย”

               “ไม่ต้องค่ะ” อมลรดารีบถอยหลังหนีเมื่อเขาทำท่าจะอุ้มเธอจริงๆ “ฉันหายแล้ว เดินเองไหว”

               “แน่นะ” น้ำเสียงที่ถามเจือความห่วงใยอย่างจริงใจ

               “แน่ค่ะ รีบไปกันเถอะ ฉันเบื่อโรงพยาบาลจะแย่แล้ว”

               อคิณโอบเอวบางพาเธอเดินออกไปออกห้องพักคนไข้ “อีกสองวันผมต้องกลับกรุงเทพ คุณปู่ตามตัวกลับด่วน”

               “ฉันต้องไปด้วยหรือเปล่า”

               “ผมไปไหนคุณก็ต้องไปด้วยสิ ผัวอยู่ทาง เมียอยู่ทางแล้วเมื่อไหร่จะมีลูก”

               “คุณก็ห่วงอยู่แค่นี้”

               “ก็มันเป็นเป้าหมายสูงสุดของผมนี่” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แล้วเอียงหน้ามากดจูบลงบนขมับของคนในอ้อมกอด “ดีกันนะ”

               “คะ?” อมลรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ตัวสูงกว่าด้วยสีหน้างุนงง

               “งงอะไร ผมง้อคุณอยู่”

               “ฉันตามอารมณ์คุณไม่ทันแล้ว”

               “เอาเป็นว่าเราจะไม่ทะเลาะกันอีกแล้วนะ”

               “คุณเป็นคนหาเรื่องฉันก่อน”

               “ก็คุณทำให้ผมหะ...” อคิณเกือบหลุดคำว่า ‘หึง’ ออกมาแต่ก็ยั้งปากไว้ได้ทัน ถึงแม้เขาจะกล้ายอมรับกับตัวเองว่า ‘รัก’ อมลรดา แต่ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยความรู้สึกให้เธอรู้ตอนนี้เพราะยังไม่แน่ใจว่าเธอกับโอลิเวอร์เป็นแค่พี่น้องกันอย่างที่บอกจริงหรือเปล่า “คุณทำให้ผมโมโห แต่ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เอาเป็นว่า เราดีกันแล้วนะ”

               “ค่ะ” อมลรดายิ้มรับอย่างเบาใจ เธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงเปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืน แต่การอยู่กันอย่างสงบ ไม่ทะเลาะกันเหมือนที่ผ่านมาย่อมดีกว่าแน่นอน “เวลาคุณโมโหน่ากลัวมาก ฉันไม่อยากเห็นคุณโหมดนั้นอีกแล้ว”

               “เรื่องแบบคืนนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นอีก ผมสัญญา” อคิณบอกหนักแน่นพร้อมกระชับวงแขนรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดกับตัวมากขึ้นอีกนิด “คืนนี้ขอนอนกอดเมียให้ชื่นใจหน่อยนะ ไม่ได้กอดมาตั้งหลายคืนแล้ว”

               “นี่ก็กอดอยู่” หญิงสาวบอกยิ้มๆ

               “ยืนกอดกับนอนกอดมันไม่เหมือนกัน”

               “ให้กอดเฉยๆ นะ”

               “กอดเฉยๆ แล้วเมื่อไหร่จะมีลูก ตอนนี้ผมก็หายดีแล้ว คุณก็หายดีแล้ว ผมว่าเราต้องมาช่วยกันทำลูกได้แล้วนะ” อคิณพูดเสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองทั้งคู่แล้วแอบยิ้ม

               “นี่คุณ พูดเบาๆ หน่อย ฉันอายนะ ไม่ได้หน้าด้านหน้าทนเหมือนคุณ”

               “แน่ะ! ด่าผัวอีกแล้ว คืนนี้จะลงโทษให้หนักเลย” ว่าแล้วก็ก้มหน้าลงหอมแก้มนุ่มดังฟอด แลกกับการถูกบิดเบาๆ ที่หน้าท้องแค่สองทีถือวาคุ้มมาก

               “พี่คิณ”

หญิงสาวหน้าตาสวยเก๋วัยใกล้เคียงกับอมลรดาเดินเข้ามาทักทายอคิณด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจที่ได้พบกัน อคิณเองก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้พบกับเธอที่นี่เหมือนกัน

               “ริต้า กลับจากปารีสตั้งแต่เมื่อไหร่”

               “อาทิตย์ที่แล้วค่ะ คิดถึงพี่คิณที่สุดเลย” รชิตาโผเข้ามากอดและจุ๊บแก้มทั้งสองข้างของอคิณ

               “อย่าทำแบบนี้”

               “ทำไมคะ เมื่อก่อนริต้ายังทำได้เลย”

               “ตอนนี้ริต้าไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ” ครอบครัวของอคิณกับครอบครัวของรชิตาสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ดังนั้นทั้งคู่จึงรู้จักกันตั้งแต่เกิด “แล้วมาทำอะไรที่นี่” อคิณถามพลางชำเลืองมองหน้าอมลรดาที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างๆ เขาเพิ่งจะปรับความเข้าใจกับเธอได้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่ดูเหมือนตอนนี้บรรยากาศเริ่มจะมาคุขึ้นมาอีกแล้ว

               “ริต้าพาเพื่อนชาวฝรั่งเศสมาเที่ยวค่ะ ตะลุยกินกันเยอะไปหน่อย เพื่อนเลยอาหารเป็นพิษ ต้องนอนโรงพยาบาล” ตอบแล้วก็มองหน้าอมลรดาพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ “พี่คิณจะไม่แนะนำ ‘เพื่อน’ ให้ริต้ารู้จักหน่อยเหรอคะ”

               อคิณหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วรั้งเอวบางของคนที่ขยับออกไปยืนห่างจากเขาตั้งแต่รชิตาเข้ามาทักตอนแรกให้กลับมายืนชิดกันดังเดิม “นี่รดา ‘เมีย’ พี่เอง น่าจะอายุเท่าริต้า”

               “กินเด็ก” รชิตาแซวขำๆ

               “พี่ยังไม่แก่ขนาดนั้น” อคิณอยากจะแจกมะเหงกให้เด็กแสบสักทีสองที “พี่ไปก่อนนะ รดาเพิ่งหายป่วย ให้ยืนนานๆ เดี๋ยวจะไม่ไหว”

               “ตามสบายค่ะ แล้วเจอกันที่กรุงเทพนะคะ นัดกินข้าวกัน” รชิตาบอกด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริงตามนิสัย

               อมลรดานั่งเงียบมาในรถตลอดทางตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลจนรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และป่าละเมาะอันเป็นเส้นทางกลับบ้านเชิงดอย

               “เป็นอะไร ไม่พูดไม่จา ปกติพูดได้ทั้งวันไม่มีหยุดนี่ หรือไข้กลับ” ชายหนุ่มพูดพลางปล่อยมือซ้ายจากพวงมาลัยรถแล้วยกขึ้นมาแตะหน้าผากหญิงสาวที่นั่งหน้าตูมอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับ “ตัวก็ไม่ร้อนนี่ แล้วเป็นอะไร”

               “ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่ขี้เกียจคุย”

               อคิณครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะดังลั่นรถ “โกรธที่ริต้ากอดผมใช่มั้ย”

               “ทำไมต้องโกรธ”

               “หึง”

               “ไม่ใช่” อมลรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคนฟังก็สัมผัสได้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ

               “ทีนี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยว่าผมรู้สึกยังไงตอนที่ผมเห็นคุณกอดกับโอลิเวอร์”

               “คุณหึงฉัน?” หญิงสาวถามพลางหันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอย่างไม่แน่ใจ

               อคิณชะงักไปเล็กน้อยที่พูดไปพูดมาแล้วเข้าตัวจนเกือบหลุดให้เธอจับความรู้สึกได้ ทว่ายังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไปก็สังเกตเห็นมอเตอร์ไซค์วิบากคันหนึ่งขับตามมาอย่างน่าสงสัย ความจริงเขาสังเกตเห็นรถคันนี้ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาได้สักพักแล้ว ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่ามันขับตามมาจริงหรือเปล่า ดังนั้นเขาจึงลองขับออกนอกเส้นทางแบบวกวนไปตามเส้นทางที่คนทั่วไปไม่ใช้กัน แต่มันก็ยังตามมา นั่นแสดงว่ามันตามเขามาจริงๆ

               “ก้มหัวลง” อคิณสั่งอมลรดาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์คันนั้นกำลังเร่งเครื่องขึ้นมาขนาบข้างทางด้านคนขับและชักปืนออกมาจ่อยิงในระยะประชิด

               “เกิดอะไรขึ้น” หญิงสาวทำหน้าเหลอหลา ไม่เข้าใจคำสั่ง อคิณจึงใช้มือซ้ายกดศีรษะเธอให้ก้มลงแล้วโน้มตัวลงทับด้านบนเพื่อป้องกันเธอไว้อีกชั้นหนึ่ง

               ปัง!!!

               เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระจกรถแตกร้าว แต่โชคดีที่เป็นกระจกนิรภัยซึ่งแตกออกเป็นเม็ดเล็กๆ ที่เรียกกันว่า ‘เม็ดข้าวโพด’ ที่ดูเหมือนไม่แหลมคม แต่ความจริงก็ยังคมพอที่จะบาดผิวเนื้อให้ได้เลือดได้เหมือนกัน

               โครม!!!

               วินาทีต่อมา รถของอคิณก็เสียหลักพุ่งเข้าชนต้นไม้ข้างทาง อมลรดากรีดร้องด้วยความตกใจ เกิดมาไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้มาก่อน

               “เราถูกยิงเหรอ” หญิงสาวถามด้วยความตื่นตระหนก โดยที่ไม่กล้าแม้แต่จะโงหัวขึ้นมา

               “ไม่ใช่ ‘เรา’ แต่มันตั้งใจฆ่าผมคนเดียว” อคิณแน่ใจว่าต้องเป็นคนของเจษฎาแน่นอน เพราะเมื่อวานก้องภพเพิ่งโทร. มาบอกให้เขาระวังตัว แต่เขาก็ไม่คิดว่าเจษฎาจะมีความคิดตื้นเขิน โดยการส่งมือปืนมายิงเขาแบบโจ่งแจ้งแบบนี้ “ผมจะล่อมันไปอีกทาง แล้วคุณขับรถหนีไปก่อน”

               “ไม่! ฉันทิ้งคุณไม่ได้” หญิงสาวพูดโพล่งออกมาทันทีแบบไม่ห่วงชีวิตตัวเอง

               “อย่าดื้อรดา!” เขาดุเสียงแข็ง

               และทันใดนั้น ประตูรถด้านข้างคนขับก็ถูกกระชากจากด้านนอกอย่างแรง แต่โชคดีที่ประตูรถถูกล็อกไว้ มือปืนจึงเปิดข้ามาไม่ได้ ดังนั้นมันจึงจ่อปลายปืนเข้ากับกระจกรถหมายจะยิงอคิณให้ตายคาที่ แต่อคิณก็ไวมาก เขาหยิบปืนออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถ พร้อมกับเปิดประตูกระแทกมือปืนที่ยืนอยู่ด้านนอกจนเสียหลักล้มกลิ้งลงไปกับพื้นถนน

               “คุณต้องหนีไปนะรดา อย่าทำให้ผมเป็นห่วง” อคิณกดจูบหนักๆ ลงบหน้าผากของหญิงสาวก่อนสั่งทิ้งท้าย “เจอกันที่บ้าน”

               “คุณต้องกลับไปหาฉันนะ”

               “รีบไป ไม่มีเวลาแล้ว” พูดจบก็ก้าวลงจากรถแล้วดันประตูปิด จากนั้นก็วิ่งล่อมือปืนเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง ระหว่างที่วิ่งก็หันหลังกลับไปมอง ก็เห็นว่ามือปืนวิ่งตามมาพร้อมสาดกระสุนใส่แบบไม่ยั้ง ทว่าเขาก็หลบได้ทุกนัด ส่วนอมลรดาขับรถออกไปไกลแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณสามีที่รัก   19.3 | แต่งงาน (ตอนจบ)

    “คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให

  • คุณสามีที่รัก   19.2 | เด็กน้อยคือกาวใจ

    “คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค

  • คุณสามีที่รัก   19.1 | เริ่มต้นกันใหม่

    “ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส

  • คุณสามีที่รัก   18.3 | พ่อลูกได้พบกัน

    “เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้

  • คุณสามีที่รัก   18.2 | ความหวังดีที่สูญเปล่า

    “คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค

  • คุณสามีที่รัก   18.1 | อย่าโทษตัวเอง

    สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status