หน้าหลัก / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 10 คนที่ต้องตาย

แชร์

ตอนที่ 10 คนที่ต้องตาย

ผู้เขียน: Charuda Singsathon
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-04 12:13:31

ตอนที่ 10 คนที่ต้องตาย

ลานพิพากษาอันกว้างใหญ่บัดนี้กลับเงียบสงัดจนน่าใจหาย ราวกับสรรพสิ่งรอบกายถูกแช่แข็งไว้ด้วยไอเย็นแห่งความตายที่โรยตัวลงมาปกคลุม ความกดดันมหาศาลจากแรงวัตรของประมุขเฒ่ากดทับลงบนหัวไหล่ของทุกคนจนแทบจะหายใจไม่ออก ทว่าความหนักอึ้งทางกายภาพนั้นไม่อาจเทียบเท่าความร้าวรานที่กัดกินหัวใจของสตรีที่คุกเข่าอยู่กลางลานหินได้เลย

หลินเยว่ซิน ยังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น ร่างกายที่เคยสง่างามและทะนงตนบัดนี้สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ หยาดน้ำตาใสพรั่งพรูออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสาย มันไหลผ่านแก้มเนียนและหยดลงกระทบพื้นหินแตกกระจายประหนึ่งเศษเสี้ยววิญญาณของนางที่กำลังพังทลายลง

เบื้องหน้าของนางคือ เซียวหาน ชายหนุ่มที่ถูกพันธนาการไว้กับเสาไม้ด้วยโซ่ตรวนหนาหนัก เขายืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสายตาที่จ้องจะเอาชีวิต ทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด มันเป็นความนิ่งที่บ่งบอกถึงการยอมรับในชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

และบนแท่นสูงตระหง่าน หลินอู๋เชียน ยืนมองลงมาด้วยสายตาที่เย็นชาและว่างเปล่า เขาจ้องดูหลานสาวของตนราวกับกำลังรับชม "การแสดง" ที่น่าสนใจบทหนึ่ง เป็นการแสดงที่เดิมพันด้วยชีวิตและความภักดี

"เลือกซะ เยว่ซิน"

เสียงของประมุขเฒ่าดังก้องกังวาน สั้น กระชับ ทว่าโหดร้ายทารุณยิ่งกว่าคมดาบใดในใต้หล้า "จะปลิดชีพมันด้วยมือของเจ้าเองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ... หรือจะให้ข้าเป็นคนลงมือสังหารมันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้"

ลมหายใจของหลินเยว่ซินสะดุดวูบ หัวใจในทรวงอกบีบรัดจนรู้สึกเจ็บแปลบประหนึ่งถูกบีบด้วยอุ้งมือปีศาจ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทางเลือกที่เปิดโอกาสให้รอดพ้น แต่มันคือการบังคับให้ "พัง" ทุกสิ่งที่นางเคยเชื่อถือและศรัทธา

"ท่านปู่..." เสียงของนางสั่นพร่าและเบาหวิว ทว่าไม่มีคำขอร้องอ้อนวอนหลุดออกมาจากปาก เพราะนางรู้แจ้งแก่ใจดีว่า จิตใจของหลินอู๋เชียนนั้นแข็งแกร่งดุจหินผาและไร้ซึ้งความเมตตา การอ้อนวอนต่อเขาไม่เคยมีผลลัพธ์ใดๆ นอกจากความสมเพช

"ข้า..." คำพูดทั้งหมดติดค้างอยู่ในลำคอที่แห้งผาก ดวงตาที่พร่าเลือนด้วยม่านน้ำตามองตรงไปยังเซียวหาน เขายังคงมองนางกลับมาด้วยแววตาที่สงบนิ่งดุจเดิม ทว่าลึกลงไปในประกายตานั้น กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับการ "บอกลา" เป็นครั้งสุดท้าย

"อย่าฝืนตัวเองเลย..." เสียงของเขากระซิบแผ่วเบาข้ามผ่านความเงียบ เบาจนแทบจะถูกเสียงลมพัดหายไป ทว่าหลินเยว่ซินกลับได้ยินมันชัดเจนยิ่งกว่าเสียงระฆังสำนัก "ทำในสิ่งที่ท่านต้องทำเถิด..."

หัวใจของนางแตกสลายลงต่อหน้าต่อตาในวินาทีนั้นเอง

"ข้าจะไม่โทษท่านเลยแม้แต่น้อย... หลินเยว่ซิน" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดโกนที่กรีดซ้ำลงบนแผลใจที่เหวอะหวะ ลมหายใจของนางสั่นระริก มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในผิวเนื้อจนเลือดไหลซึมตามง่ามนิ้ว

"ข้า..."

ยังไม่ทันที่นางจะตัดสินใจหรือเอ่ยถ้อยคำใดออกมา

ฉึก!

เสียงของมีคมพุ่งแหวกอากาศและแทงทะลุเนื้อเยื่อดังขึ้นอย่างกะทันหันจนคนทั้งลานชะงักกึก สายตาทุกคู่หันขวับไปมองที่มาของเสียงนั้นด้วยความตระหนก

เซวี่ยอิง นางยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเย็นชา กระบี่ในมือของนางแทงทะลุหน้าอกของเซียวหานจากทางด้านหลังจนปลายกระบี่สีเงินโผล่พ้นหน้าอกออกมา เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาตามรอยแผลอย่างรวดเร็ว ชโลมเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งให้กลายเป็นสีแดงฉานในพริบตา

ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมลานพิพากษาทันที

"..."

หลินเยว่ซินเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา หัวใจของนางดูเหมือนจะหยุดเต้นไปเสียเดี๋ยวนั้น โลกทั้งใบพลันมืดมิดและหมุนคว้าง

"เจ้า... ช้าเกินไปเยว่ซิน" เสียงของเซวี่ยอิงราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับสิ่งที่นางเพิ่งทำไปไม่ใช่การพรากชีวิตมนุษย์ "ในเมื่อเจ้าใจปลาซิวและไม่กล้าลงมือเพื่อสำนัก... ข้าก็จะทำหน้าที่นี้แทนเจ้าเอง"

นางกระชากกระบี่ออกอย่างแรง เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นหิน ร่างของเซียวหานกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะซบลงกับโซ่พันธนาการ เขาไอออกมาเป็นก้อนเลือดคำโต

"อึก—"

"ไม่!!!"

หลินเยว่ซินกรีดร้องออกมาสุดเสียงก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปรับร่างที่กำลังจะร่วงหล่นนั้นไว้ในอ้อมแขน มือนางสั่นเทาอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนจากหยาดเลือดที่เปียกชุ่ม "เซียวหาน...! ไม่นะ... อย่าทิ้งข้าไป!"

เสียงของนางแตกพร่าและสะอื้นจนไม่เหลือเค้าโครงของท่านหญิงผู้เย็นชาอีกต่อไป นางพยายามใช้มือที่สั่นเทากดบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกของเขาเพื่อห้ามเลือด ทว่าเลือดกลับไหลทะลักออกมาตามง่ามนิ้วอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

เซียวหานที่อยู่ในอ้อมแขนของนางพยายามขยับมุมปากรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นอย่างยากลำบาก "ดีแล้ว..." เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับธูปที่ใกล้จะมอด "เป็นแบบนี้... ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นคนฆ่าข้า... ท่านจะได้ไม่ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต..."

น้ำตาของหลินเยว่ซินหยดลงกระทบใบหน้าของเขา "หุบปากนะ! อย่าพูดแบบนั้น! เจ้าต้องไม่ตาย... ได้ยินไหม! เจ้าต้องอยู่กับข้า!"

"ข้า... ไม่เป็นไร..." เขาพึมพำเบาๆ ทว่าร่างของเขากลับเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ศีรษะเอียงไปซบที่ไหล่ของนาง

"โกหก... เจ้าโกหกข้า!" เสียงของนางสั่นเครือ "เจ้ากำลังจะตาย... เจ้าอย่าทิ้งข้าไว้คนเดียวในที่โหดร้ายแห่งนี้สิ!"

เซียวหานมองนางเนิ่นนานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความโหยหา ราวกับต้องการจะจดจำใบหน้าของสตรีที่เขารักไว้ในวิญญาณเป็นครั้งสุดท้าย "ถ้ามีโอกาส... ในชาติหน้า... ข้าอยากจะรู้จักท่านในฐานะธรรมดา... ในโลกที่ไม่ต้องมีเลือด... ไม่ต้องมีการเข่นฆ่า..."

ตึก!

หัวใจของหลินเยว่ซินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดที่ท่วมท้นเปลี่ยนกลายเป็นพลังที่บ้าคลั่ง พลังมารในร่างกายของนางเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ควันสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากร่างของนางอย่างไม่เสถียร มันหมุนวนและส่งรังสีสังหารที่กดดันจนบรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยว

"หยุดนะเยว่ซิน! อย่าใช้พลังนั่น!" เซียวหานกระซิบสั่งด้วยความเป็นห่วง

ทว่านางกลับหูอื้ออึงไม่รับรู้สิ่งใดอีกต่อไป "ข้าไม่ยอมให้เจ้าตาย! ใครหน้าไหนก็พรากเจ้าไปจากข้าไม่ได้!"

เสียงของนางแผดก้องไปทั่วหุบเขา พลังมารปะทุขึ้นทันทีราวกับภูเขาไฟที่ระเบิดออก ควันสีดำหนาทึบพุ่งกระจายออกไปรอบทิศทาง รุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แรงกดดันมหาศาลบดขยี้พื้นหินจนแตกร้าว ศิษย์ที่อยู่ใกล้เคียงถึงกับล้มลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว

"พอได้แล้ว หลินเยว่ซิน!" เสียงของหลินอู๋เชียนตวาดก้อง ทว่าสายไปเสียแล้ว

หลินเยว่ซินกอดร่างของเซียวหานไว้แน่น ดวงตาของนางกลายเป็นสีดำสนิทไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ "ช่วยเขา... ใครก็ได้ช่วยเขา!" นางกรีดร้องอย่างเสียสติ ทว่าไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปใกล้ เพราะพลังมารรอบตัวนางกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

"ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" หลินอู๋เชียนตะโกนสั่งเสียงเย็น

"ข้าบอกให้ช่วยเขาไง! ได้ยินไหม!"

ในวินาทีที่พลังของนางกำลังจะระเบิดทำลายทุกอย่างรอบด้าน

ปัง!

แรงกดดันมหาศาลจากภายนอกพุ่งเข้าชนกำแพงพลังของนางอย่างจัง หลินอู๋เชียนปรากฏกายขึ้นตรงหน้าหลานสาวในชั่วพริบตา เขายกฝ่ามือขึ้นเพียงข้างเดียว พลังมารที่เคยกราดเกรี้ยวกลับถูก "กดทับ" และสยบลงอย่างง่ายดายด้วยพลังวัตรที่เหนือชั้นกว่าหลายขุม

"พอได้แล้ว จบสิ้นกันที" เสียงของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง

หลินเยว่ซินทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างแสนสาหัส พลังมารสลายตัวไปทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความอ่อนแรง เซียวหานในอ้อมแขนของนางนิ่งสนิทไปแล้ว ลมหายใจของเขาดูเหมือนจะขาดห้วงไปนานแล้ว

โลกทั้งใบของนางเงียบลง... เงียบเสียจนนางได้ยินเสียงหัวใจที่แตกสลายของตัวเอง

"ไม่นะ..." เสียงของนางแผ่วเบาและแหบพร่า "ไม่... ไม่จริง... เซียวหาน... ลุกขึ้นมาสิ..."

นางเขย่าร่างของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังจะให้เขาลืมตาขึ้นมามองนางอีกครั้ง ทว่าไม่มีการตอบสนองใดๆ ร่างกายที่เคยอบอุ่นเริ่มเย็นช้าลงตามกาลเวลา

"จบสิ้นแล้ว" หลินอู๋เชียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยประหนึ่งประกาศปิดม่านละคร

สำหรับหลินอู๋เชียน มันคือจุดจบ... ทว่าสำหรับหลินเยว่ซิน มันคือจุดเริ่มต้นของความพินาศทางจิตใจที่ไม่มีวันหวนคืน

ในคืนนั้น ลมป่าพัดกรรโชกแรงอย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้ามืดมิดสนิทไร้ซึ่งแสงดาว หลินเยว่ซินนั่งเหม่อลอยอยู่ลำพังบนยอดหน้าผาไร้รัก นางโอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณของเซียวหานไว้แนบอกแน่นหนาราวกับกลัวว่าเขาจะอันตรธานหายไป ดวงตาของนางว่างเปล่าและแห้งผาก ไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้ไหลออกมาอีกต่อไปแล้ว เพราะมันได้ไหลจนเหือดแห้งไปพร้อมกับความหวัง

"..."

ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณเนิ่นนาน จนกระทั่ง...

เสียงสูดลมหายใจแผ่วเบาประหนึ่งเสียงปีกแมลงปอพัดผ่านหู ดังขึ้นในความเงียบสงัด มันเบามากจนแทบไม่ได้ยิน ทว่าสำหรับหลินเยว่ซินที่ประสาทสัมผัสไวกว่าคนทั่วไป นางได้ยินมันชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า

นางชะงักกึก หัวใจที่เคยนิ่งสนิทกลับมาเต้นรัวอีกครั้งอย่างไม่เชื่อประสาทสัมผัสของตัวเอง นางก้มลงมองใบหน้าของชายหนุ่มในอ้อมแขนอย่างช้าๆ

และแล้ว... ดวงตาของเซียวหานก็ค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก มันดูอ่อนแรงและรางเลือนเหมือนแสงเทียนที่ใกล้จะมอดดับ ทว่าประกายแห่งชีวิตยังคงหลงเหลืออยู่ข้างในนั้น

"ท่าน... ยังไม่ปล่อยข้าอีกหรือ... หลินเยว่ซิน..." เสียงกระซิบที่สั่นพร่าของเขาดังขึ้น

หลินเยว่ซินนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนกและดีใจ "เจ้า... เจ้ายันไม่ตาย... เซียวหาน!"

เซียวหานฝืนขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส "ข้าบอกแล้ว... ว่าข้ายังตายไม่ได้... หากข้ายังไม่ได้พาเจ้า... ออกไปจากนรกแห่งนี้..."

ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้น หลินเยว่ซินกลับสังเกตเห็นบางสิ่งที่แปลกประหลาดในดวงตาของเขา มันเป็นแววตาที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผย... ความลับที่อาจจะสั่นคลอนรากฐานของสำนักเทียนหมิง และอาจจะพรากเขาไปจากนางอีกครั้งในอนาคตอันใกล้

ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ เป็นเพียงการยื้อเวลา... หรือมันคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมกันแน่? หลินเยว่ซินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับจะพันธนาการเขาไว้กับตัวนางตลอดกาล

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status