Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 11 ความลับที่ยังไม่ตาย

Share

ตอนที่ 11 ความลับที่ยังไม่ตาย

last update publish date: 2026-04-05 12:32:28

ตอนที่ 11 ความลับที่ยังไม่ตาย

ท่ามกลางความเงียบงัดของรัตติกาลที่โรยตัวลงปกคลุมหน้าผาไร้รัก ลมหายใจที่แผ่วเบาดุจเสียงปีกแมลงวันยังคงอุ่นซ่านอยู่แนบอกของหลินเยว่ซิน มันเบาบางเสียจนแทบจะแยกไม่ออกจากเสียงลมพัดผ่านยอดสน ทว่าสำหรับนาง... มันคือท่วงทำนองแห่งชีวิตที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่นางเคยได้ยินมา

หลินเยว่ซินนิ่งค้างไปครู่ใหญ่ ร่างกายของนางแข็งทื่อราวกับถูกสาป มือที่เคยโอบกอดร่างไร้วิญญาณนั้นไว้แน่นเริ่มสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ความสับสนระคนดีใจพุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ

"เจ้า..." เสียงของนางแหบพร่าและตะกุกตะกักจนแทบไม่เป็นคำ "เจ้ายัน... ยังไม่ตายจริงๆ หรือ..."

เซียวหานค่อยๆ ขยับมุมปากรอยยิ้มจางๆ ที่ดูเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเผือด ทั้งที่ริมฝีปากของเขายังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงข้นที่เริ่มแห้งกรัง "ข้าบอกท่านแล้ว... ว่าข้าเป็นพวก... ตายยากกว่าที่เห็น..."

คำพูดนั้นแผ่วเบาจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยนัยบางอย่างที่ลุ่มลึก... บางอย่างที่ไม่ธรรมดาเกินกว่าที่ศิษย์ใหม่ผู้หนึ่งจะพึงมี หลินเยว่ซินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางข่มความรู้สึกปั่นป่วนในใจก่อนจะรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่พยุงร่างของเขาขึ้นอย่างระมัดระวัง

"หุบปากของเจ้าซะ แล้วอยู่เฉยๆ ถ้าไม่อยากตายจริงๆ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามกลับมาเย็นชาดังเดิม ทว่าความสั่นไหวในน้ำเสียงนั้นกลับปิดไม่มิด

นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางเงามืด "เพราะถ้าเจ้าตายขึ้นมาจริงๆ ในตอนนี้... ข้าสัญญาว่าข้าจะสังหารทุกคนในสำนักนี้ให้สิ้นซาก ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว"

คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงคำขู่เพื่อระบายอารมณ์ แต่มันคือ "สัจจะ" ที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณที่แตกสลาย เซียวหานทอดสายตามองนาง แววตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาที่เคยเย็นเยียบ

"ถ้าอย่างนั้น... ข้าคงต้องพยายามไม่ตาย... เพื่อรักษาชีวิตคนอื่นไว้สินะ"

ณ เรือนลับ

ภายในเรือนลับที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท้ายหุบเขา ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่ดูเงียบสงัดจนน่าใจหาย หลินเยว่ซินค่อยๆ วางร่างของเซียวหานลงบนเตียงไม้อย่างแผ่วเบา บาดแผลฉกรรจ์ที่กลางอกซึ่งถูกคมกระบี่ของเซวี่ยอิงแทงทะลุยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่ขาดสาย มันลึกและอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะปลิดชีพมนุษย์ไปนานแล้ว

"บาดแผลระดับนี้... เจ้าควรจะสิ้นใจไปตั้งแต่ในสนามประลองนั่นแล้ว" นางพึมพำกับตัวเองขณะที่มือสั่นเล็กน้อยพยายามกดห้ามเลือด

ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสกับหยาดโลหิต นางก็ต้องชะงักกึก เลือดของเขาแปลกประหลาดอย่างยิ่ง... มันไม่ได้ไหลทะลักออกมาตามแรงดันของหัวใจเหมือนคนปกติ ทว่ามันกลับดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหวอย่างมีทิศทาง ราวกับมันกำลัง "ย้อนกลับ" เข้าสู่ร่างกาย หรือถูกพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นควบคุมเอาไว้ให้สมานแผลจากภายใน

"เจ้าคืออะไรกันแน่... เซียวหาน" คำถามเดิมที่เคยวนเวียนอยู่ในหัวกลับมาตอกย้ำนางอีกครั้ง

เซียวหานหลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าอัศจรรย์ เขาดูเหมือนกำลังรวบรวมพลังสำรองสุดท้ายเพื่อเปิดเผยความจริงบางอย่าง "ถ้าข้าบอกความจริงกับท่านในตอนนี้..." เขาเค้นเสียงที่สั่นพร่าออกมา "ท่านจะยังเลือกที่จะยืนอยู่ข้างข้า... หรือจะกลายเป็นคนแรกที่ลงมือฆ่าข้าด้วยตัวเองกันแน่?"

คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบ หลินเยว่ซินหยุดมือที่กำลังพันแผลให้เขา นางนิ่งเงียบไปนานแสนนาน ลมหายใจสะดุดด้วยความอึดอัดที่บีบคั้น

"ข้าไม่อยู่ข้างใครทั้งนั้น" นางตอบออกไปทันทีด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว ทว่าการตอบที่รวดเร็วเกินไปนั้นกลับเปิดเผยความลังเลในใจออกมาอย่างชัดเจน

เซียวหานคลี่ยิ้มเศร้าๆ "โกหก..."

คำเดียวสั้นๆ แต่กลับแทงลึกทะลุหน้ากากหยกของนางจนแตกร้าว หลินเยว่ซินกำมือแน่นจนสั่นสะท้าน นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่กลับมาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "พูดความจริงมาซะ... เจ้าเป็นใคร และเข้ามาที่เทียนหมิงเพื่อจุดประสงค์อะไร"

ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมคนทั้งคู่เนิ่นนาน จนกระทั่งชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยคำตอบแรกออกมา

"ข้า... ไม่ใช่ศิษย์ใหม่ธรรมดาอย่างที่ท่านเห็น"

มันเป็นคำตอบที่เรียบง่าย ทว่าน้ำหนักของมันกลับมหาศาล หลินเยว่ซินไม่ได้แสดงอาการแปลกใจ เพราะสัญชาตญาณของนางเตือนเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่นางต้องการความชัดเจนมากกว่านั้น "แล้วเจ้าคือใคร?"

เซียวหานลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาของเขาแปรเปลี่ยนไปในทันที มันไม่ได้ดูอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับลุ่มลึก เย็นเยียบ และแฝงไปด้วยอันตรายที่เหนือชั้นยิ่งกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้

"ข้าเป็นคนของ... สำนักจิ่วหลัว"

ตึก!

หัวใจของหลินเยว่ซินกระแทกแรงอยู่ในอกจนแทบจะหยุดเต้น ความเงียบสงัดที่ตามมานั้นหนักอึ้งจนนางรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด "สำนักจิ่วหลัว..." นางทวนชื่อนั้นด้วยเสียงที่สั่นพร่า "เจ้าคือคนจากสำนักพิษที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับสำนักเทียนหมิงมานับร้อยปีงั้นรึ?"

นางจ้องมองเขานิ่ง สายตาแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและระแวง "เจ้าแฝงตัวมาที่นี่... เพื่อสิ่งใดกันแน่"

เซียวหานจ้องมองนางกลับมาอย่างตรงไปตรงมา แววตาของเขาไม่มีร่องรอยของคำลวง "ฆ่า"

คำเดียวสั้นๆ ที่ตรงไปตรงมาและโหดร้ายที่สุดเท่าที่นางเคยได้ยิน ดวงตาของหลินเยว่ซินสั่นไหวอย่างรุนแรงแม้นางจะพยายามข่มมันไว้เพียงใดก็ตาม "ฆ่าใคร?"

"ฆ่าหลินอู๋เชียน... ประมุขของท่าน"

คำตอบนั้นทำให้โลกทั้งใบของหลินเยว่ซินพังทลายลงในพริบตา นางนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ มือกำแน่นจนพลังมารในร่างเริ่มสั่นไหวด้วยความโกรธแค้น "เจ้ากำลังจะบอกว่า... เจ้าคือมือสังหารที่ถูกส่งมาเพื่อปลิดชีพปู่ของข้า และเจ้าคือศัตรูที่ข้าควรจะกำจัดทิ้งตั้งแต่ก้าวแรกที่เห็นงั้นหรือ?"

เซียวหานไม่หลบตา เขาจ้องมองลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของนาง "ใช่"

ความเงียบที่ตามมานั้นยาวนานและบีบคั้นจนแทบจะระเบิดออก หลินเยว่ซินลุกขึ้นยืนทันที นางถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากชายที่นางเพิ่งช่วยชีวิตไว้ ดวงตากลับมาเย็นชาและไร้ความรู้สึก "ถ้าอย่างนั้น... ข้าควรจะปล่อยให้เจ้าตายไปเสียตั้งแต่ในสนามประลอง หรือไม่ข้าก็ควรจะเป็นคนลงมือสังหารเจ้าด้วยมือคู่นี้ตั้งแต่แรก"

น้ำเสียงของนางเย็นเฉียบประหนึ่งลมพัดผ่านสุสาน ทว่าหากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าปลายนิ้วของนางยังคงสั่นระริก

เซียวหานคลี่ยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย "ในยามนี้... ท่านก็ยังสามารถทำมันได้เสมอ ข้าจะไม่ขัดขืนแม้เพียงนิดเดียว"

คำตอบของเขาไม่มีการอ้อนวอน ไม่มีภักดี มีเพียงการยอมรับชะตากรรมที่เขาเป็นคนเลือกเอง และนั่นยิ่งทำให้นางรู้สึก "เจ็บ" ลึกเข้าไปในกระดูก

"ทำไม..." นางเอ่ยเสียงแผ่วพร่า "ทำไมเจ้าถึงเลือกที่จะบอกความจริงกับข้าในตอนนี้ ทั้งที่เจ้าสามารถโกหกต่อไปเพื่อรักษาชีวิตไว้ได้"

เซียวหานจ้องมองนางเนิ่นนาน แววตาของเขาสื่อสารความรู้สึกที่ลึกซึ้งออกมา "เพราะข้าไม่อยากจะหลอกลวงท่านอีกต่อไปแล้ว... หลินเยว่ซิน" เขากระซิบเสียงเบา "และที่สำคัญที่สุด... ในยามนี้ ข้าเริ่มไม่อยากจะทำตามภารกิจนั้นแล้ว"

ความเงียบงันปกคลุมห้องอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันกลับแฝงไปด้วยความหมายที่ซับซ้อน

"เพราะท่าน..." เขาเอ่ยต่อ "ข้ารู้ดีว่าถ้าข้าลงมือสังหารประมุขหลิน... ท่านจะไม่มีวันให้อภัยข้า และเราจะกลายเป็นศัตรูที่ต้องเข่นฆ่ากันไปจนตาย ซึ่งข้ามิอาจทนรับความรู้สึกเช่นนั้นได้"

หลินเยว่ซินนิ่งเงียบ นางยืนอยู่ตรงนั้นราวกับกำลังต่อสู้กับสงครามภายในใจที่รุนแรงที่สุดในชีวิต "ตอนนี้... เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป"

"ข้าเองก็ยังไม่รู้..." เซียวหานตอบตามตรง "แต่ข้ารู้เพียงสิ่งเดียวในตอนนี้... คือข้าไม่อยากจะเป็นศัตรูกับท่าน ไม่ว่าในฐานะใดก็ตาม"

หัวใจของหลินเยว่ซินสั่นสะท้านอีกครั้งกับคำประกาศที่เป็นอันตรายยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้ถอยหนี นางรวบรวมความเด็ดเดี่ยวทั้งหมดที่มีเอ่ยคำพูดที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของคนทั้งคู่

"มันสายไปแล้ว เซียวหาน... ตั้งแต่วินาทีที่เจ้าเหยียบย่างเข้ามาในเทียนหมิงด้วยเจตนาฆ่า เราสองคนก็ถูกลิขิตให้เป็นศัตรูกันไปตลอดกาล"

คำพูดนั้นชัดเจนและเด็ดขาด ทว่าน้ำหนักของมันกลับสร้างความเจ็บปวดให้คนพูดไม่แพ้คนฟัง เซียวหานยิ้มจางๆ ทว่าแววตากลับหม่นแสงลง "ถ้าเช่นนั้น... ข้าก็จะเป็นศัตรูเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้... ที่จะไม่มีวันลงมือสังหารท่าน"

ลมหายใจของนางสะดุดวูบ คำพูดนั้นอันตรายยิ่งกว่าคำบอกรักที่หวานซึ้งใดๆ เพราะมันคือการยืนยันว่าจะยืนอยู่เคียงข้างแม้ในวันที่ต้องหันคมดาบเข้าหากัน

ท่ามกลางเงามืดใต้ต้นสนใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกล เงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของรัตติกาล เซวี่ยอิง จ้องมองไปยังแสงไฟริบหรี่ในเรือนลับด้วยดวงตาที่วาววับด้วยเล่ห์เหลี่ยมและโทสะ

"ในที่สุด... ความลับที่พวกเจ้าซ่อนไว้ก็เริ่มผลิบานออกมาเสียที" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ที่ดูอำมหิตปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่แต้มสีชาด

"ลำดับต่อไป... ข้าจะทำให้ความรักที่น่าเวทนาของพวกเจ้า กลายเป็นคมดาบที่ใช้เชือดคอกันเอง"

สายลมแรงพัดผ่านร่างของนางไป พาเอาความหนาวเหน็บและความลับที่แสนอันตรายกระจายไปทั่วหุบเขาเทียนหมิง สงครามที่แท้จริง... กำลังจะเริ่มขึ้นในเวลาที่พวกเขามิอาจตั้งตัวได้ทัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status