Beranda / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 15 คำตัดสิน

Share

ตอนที่ 15 คำตัดสิน

last update Tanggal publikasi: 2026-04-06 17:11:35

ตอนที่ 15 คำตัดสิน

รุ่งสางหลังผ่านพ้นค่ำคืนแห่งการนองเลือด สำนักเทียนหมิงที่เคยดูน่าเกรงขามกลับดูทรุดโทรมและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความพินาศ กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปนเปไปกับกลิ่นเขม่าควันไฟยังคงไม่จางหายไปจากชั้นบรรยากาศ หมอกยามเช้าที่โรยตัวต่ำดูหนาทึบกว่าปกติ ราวกับมันพยายามจะปกปิดซากศพที่ยังถูกเคลื่อนย้ายออกไปไม่หมด สำนักแห่งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป... ความเชื่อมั่นที่เคยร้อยรัดทุกคนไว้ถูกฉีกกระชากจนแหลกละเอียดพร้อมกับเปลวไฟที่เผาผลาญคลังโอสถ

ณ ลานพิพากษา

เสียงระฆังดังเหง่งหง่างเยือกเย็นเรียกให้ศิษย์ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้ง ณ ลานหินกว้างที่ยังคงมีรอยเลือดแห้งกรังเปรอะเปื้อน ทว่าครั้งนี้ บรรยากาศกลับเงียบงันปานป่าช้า ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับกายหรือส่งเสียงกระซิบกระซาบ แววตาของศิษย์ทุกคนฉายชัดถึงความหวาดระแวงและ "ความกลัว" ที่กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูก

บนแท่นสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หลินอู๋เชียน ยืนเด่นเป็นสง่า อาภรณ์สีเข้มของเขาพริ้วไหวตามแรงลมเย็น สายตาที่ฝ้ามัวทว่าแหลมคมดุจใบมีดกวาดมองลงมายังเบื้องล่างด้วยความกดดันที่มหาศาล

"เมื่อคืนนี้..." เสียงของเขาทรงพลังดุจเสียงฟ้าคำรามแผ่วเบา "มีศัตรูบุกรุกเข้ามาหยามเกียรติสำนักของเราถึงใจกลางหุบเขา และข้าเชื่อแจ้งแก่ใจว่า... มีคนในสำนักแห่งนี้เองที่เปิดทางและให้ความร่วมมือกับพวกมัน"

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมดาบที่แทงทะลุเข้าไปในใจของทุกคน ความเงียบที่ตามมานั้นบีบคั้นจนแทบจะหยุดลมหายใจ

"ข้าจะไม่เสียเวลาถามซ้ำสองให้มากความ" เขาเอ่ยช้าๆ แต่ละคำหนักแน่นราวกับเสียงทุบค้อน "ใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเป็นใจกับแผนการชั่วช้าเมื่อคืน... จงก้าวออกมาหาข้าเสียเดี๋ยวนี้"

ความเงียบยังคงปกคลุม ไม่มีใครขยับเขยื้อน ไม่มีใครกล้าสบตาประมุขเฒ่า ทุกคนต่างกลั้นหายใจจนหน้าอกสะท้อน

"ดี..." น้ำเสียงของเขาลดต่ำลงจนดูน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม "ในเมื่อไม่มีใครยอมรับ... เช่นนั้น ข้าจะเป็นคน 'เลือก' ผู้รับผิดชอบในครั้งนี้ด้วยตัวเอง"

สายตาของหลินอู๋เชียนกวาดไล่ไปตามฝูงชนช้าๆ ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองหาเหยื่อที่อ่อนแอที่สุด ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งลงที่คนคนหนึ่ง

"เฉินอวี่"

ชื่อที่หลุดออกมาจากปากประมุขทำเอาศิษย์ทั้งลานสะดุ้งสุดตัว เฉินอวี่ผู้ซึ่งเพิ่งจะถูกปล่อยตัวจากการเป็นผู้ต้องสงสัยคดีวางยาพิษเมื่อวานซืน หน้าซีดเผือดลงทันทีจนไร้สีเลือด ร่างกายของเขาสั่นระริกประหนึ่งใบไม้ต้องลม

"ทะ... ท่านประมุข ข้า... ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะขอรับ!"

เขายังไม่ทันได้อธิบายจบ

ปัง!

แรงกดดันจากพลังวัตรมหาศาลพุ่งเข้าจู่โจมร่างของเขาโดยที่หลินอู๋เชียนไม่ได้ขยับกาย เฉินอวี่ทรุดฮวบลงกระแทกพื้นหินอย่างแรงจนเข่าทั้งสองข้างส่งเสียงดังกร๊อบ เขาหมอบราบอยู่กับพื้นอย่างหมดทางสู้

"หลักฐานที่พบในมือเจ้าเมื่อวันก่อนชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้" เสียงของหลินอู๋เชียนเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเมตตา "และการที่ไฟไหม้เริ่มขึ้นในเขตที่เจ้าดูแล... มันบ่งบอกว่าเจ้าคือหนอนบ่อนไส้ที่ควรถูกกำจัดทิ้งเสียเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง"

"ประหารชีวิตมันเสีย เดี๋ยวนี้!"

คำสั่งประหารเพียงสั้นๆ เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางลาน เฉินอวี่กรีดร้องออกมาด้วยความกลัว "ไม่! ข้าไม่ได้ทำ! ท่านหญิงหลิน! ท่านรู้ดีที่สุดว่าข้าไม่ได้ทำ! ช่วยข้าด้วย!"

สายตานับร้อยคู่พลันหันมาจับจ้องที่ หลินเยว่ซิน ทันที ความเงียบที่ปกคลุมนั้นหนักอึ้งและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่บีบคั้นจิตใจนาง นี่คือ "การบีบ" อย่างชัดเจนจากท่านปู่ของนางเอง เพื่อดูว่านางจะเลือกปกป้องความถูกต้อง หรือจะเลือกสยบแทบเท้าคำสั่งที่อยุติธรรม

หลินเยว่ซินกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไปหมด นางรู้ดียิ่งกว่าใครว่าเฉินอวี่เป็นเพียงหมากที่ถูกเซวี่ยอิงใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ทว่าถ้านางเลือกจะพูดค้านในตอนนี้... นั่นหมายถึงการขัดคำสั่งประมุขต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งที่สอง ซึ่งผลที่ตามมาอาจจะรุนแรงเกินกว่านางจะต้านทานไหว

"ข้า..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เปล่งคำพูดใดออกมา

"พอได้แล้ว"

เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีเรียบเฉย เซวี่ยอิง ก้าวออกมาจากกลุ่มศิษย์ชั้นใน สายตาของนางนิ่งสงบ ทว่าแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "เจ้ากำลังลังเลอีกแล้วนะ เยว่ซิน... ความใจอ่อนของเจ้าจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายสำนักในไม่ช้า"

คำพูดนั้นจงใจตอกย้ำความผิดพลาดของหลินเยว่ซินต่อหน้าทุกคน ทั้งลานประลองจับจ้องมาที่นางด้วยสายตาที่สงสัย หลินเยว่ซินหรี่ตาลงจ้องมองพี่สาวร่วมตระกูลด้วยเพลิงโกรธ

"หรือเจ้ากำลังจะบอกพวกเราว่า..." เซวี่ยอิงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแฝงนัยลึกซึ้ง "เจ้าต้องการปกป้องคนทรยศผู้นี้... เพียงเพราะคำเป่าหูของ 'คนบางคน' ที่เจ้าแอบให้ความสำคัญมากเกินไป?"

สายตาของนางเหลือบไปทาง เซียวหาน ที่ยืนโชกเลือดอยู่ไม่ไกลในทันที บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดจนถึงขีดสุด

ในวินาทีที่ความจริงกำลังจะถูกบิดเบือน เซียวหานกลับก้าวเท้าออกมาข้างหน้าช้าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

"เฉินอวี่ไม่ใช่คนร้าย"

น้ำเสียงของเขานิ่งราบเรียบทว่าชัดเจนและดังกังวานไปทั่วลานพิพากษา ทั้งลานเงียบกริบปานป่าช้า หลินอู๋เชียนหรี่ตาลงจนเล็กเป็นเส้นตรง รังสีสังหารปะทุออกมาจากร่างของเขาจนอุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงในพริบตา

"ศิษย์ใหม่ที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเจ้า... มีสิทธิ์อะไรมาพูดสอดแทรกต่อหน้าข้า?" น้ำเสียงของประมุขเฒ่าเย็นเฉียบจนแทบจะแช่แข็งวิญญาณ

เซียวหานไม่ได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว เขาจ้องมองสบตากับประมุขผู้ทรงอำนาจอย่างตรงไปตรงมา "เพราะข้าเห็น... ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม"

คำตอบที่ตรงไปตรงมาและท้าทายนั้นทำเอาศิษย์รอบข้างถึงกับหน้าซีด

"เห็นอะไร!" เสียงของหลินอู๋เชียนต่ำลง แรงกดดันรอบกายเพิ่มสูงขึ้นจนพื้นหินใต้เท้าเริ่มแตกร้าว

เซียวหานมองตรงไปที่ขวดพิษที่เป็นหลักฐาน "ขวดพิษนั่นถูกวางไว้อย่างงจงใจ... มันไม่ใช่ของเฉินอวี่ และกลิ่นอายของพลังที่หลงเหลืออยู่ในจุดที่ไฟไหม้ครั้งแรก... ก็ไม่ใช่พลังของศิษย์ชั้นในทั่วไปอย่างเขา"

ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง ก่อนที่

ปัง!

แรงกดดันมหาศาลกระแทกเข้าใส่หน้าอกของเซียวหานอย่างจังจนเขาทรุดลงคุกเข่า เลือดสีแดงข้นกระอักออกมาจากปากทว่าเขายังคงฝืนพยุงกายไม่ให้ล้มฟุบลงไป

"เจ้ากำลังกล่าวหาคนในครอบครัวของข้า... เจ้ากำลังบอกว่าข้าหูหนวกตาบอดงั้นรึ!" หลินอู๋เชียนตวาดเสียงแข็ง "เจ้ารู้หรือไม่ว่าคำพูดพล่อยๆ นี้... หมายถึงเจ้าต้องแลกด้วยชีวิต!"

เซียวหานเงยหน้าขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก สายตายังคงนิ่งสงบและแน่วแน่ "ข้ารู้ดี... แต่ความจริงก็คือความจริง"

"พอได้แล้ว!"

เสียงของหลินเยว่ซินดังขึ้นทะลุกลางปล้อง นางก้าวเท้าออกมาอย่างรวดเร็วและยืนขวางระหว่างเซียวหานกับท่านปู่ของนางประหนึ่งเป็นเกราะกำบัง

"เฉินอวี่... ไม่ใช่คนร้ายจริงๆ เจ้าค่ะ"

คำพูดนั้นตกลงมาท่ามกลางความเงียบเหมือนเสียงฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ศิษย์หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง นี่คือการประกาศตนคัดค้านคำสั่งประมุขต่อหน้าคนทั้งสำนักอย่างชัดเจนที่สุด

หลินอู๋เชียนจ้องมองหลานสาวของตนเนิ่นนาน แววตาของเขาไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่ใครหลายคนคิด ทว่ามันกลับดูน่าเกรงขามและลึกลับยิ่งกว่าเดิม

"อีกครั้งแล้วนะเยว่ซิน... ที่เจ้าเลือกจะขัดคำสั่งข้า" น้ำเสียงของเขาดูนิ่งสงบ ทว่าแฝงด้วยอันตรายที่บีบคั้น "เจ้ามั่นใจในตัวคนแปลกหน้าผู้นี้ มากกว่าคำตัดสินของประมุขตระกูลตัวเองงั้นรึ?"

"ข้าเพียงแค่พูดตาม 'ความจริง' ที่ข้าเห็นเจ้าค่ะ" หลินเยว่ซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ไม่หลบสายตา

"แล้วเจ้าจะพิสูจน์ความจริงที่ว่านั้นอย่างไร?" คำถามของหลินอู๋เชียนเปรียบเสมือนกับดักที่วางไว้อย่างประณีต

ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลองอีกครั้ง หลินเยว่ซินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี

"ขอเวลาให้ข้าเพียงหนึ่งวันเจ้าค่ะ" นางเอ่ยช้าๆ "หากภายในหนึ่งวัน ข้าไม่สามารถหาหลักฐานที่แท้จริงมามัดตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังเพลิงไหม้เมื่อคืนได้..."

นางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งลานแทบหยุดหายใจ "ข้าจะเป็นคนลงมือสังหารเฉินอวี่ และเซียวหาน... ด้วยมือคู่นี้ของข้าเองที่นี่ เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ข้าตัดสินใจผิดพลาด"

ทั้งลานเงียบกริบประหนึ่งหยุดเวลาเอาไว้ นี่คือการเดิมพันที่สูงที่สุดเท่าที่นางเคยทำมา มันคือการเดิมพันด้วยชีวิตของคนสองคน และเกียรติยศทั้งหมดของนางเอง

หลินอู๋เชียนจ้องมองนางครู่ใหญ่ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ฟังดูแห้งแล้ง "ดี... ข้าชอบใจในความเด็ดเดี่ยวของเจ้า ข้าจะให้เวลาเจ้า... หนึ่งวัน"

"แต่จำไว้ให้ดีเยว่ซิน... เมื่อตะวันตกดินในวันพรุ่งนี้ หากเจ้ายังไร้ซึ่งความสัตย์จริง... เจ้าจะต้องเป็นคนปิดบัญชีเลือดนี้ด้วยตัวเจ้าเอง"

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนการยืดลมหายใจสุดท้ายก่อนการประหารชีวิต

เฉินอวี่ถูกทหารยามลากตัวกลับไปยังคุกใต้ดิน เสียงร้องขอชีวิตของเขาค่อยๆ จางหายไปตามทางเดินหิน ลานพิพากษากลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง ทว่าไม่มีใครในที่นั้นที่รู้สึกเบาใจลงได้เลย ทุกคนต่างรู้ดีว่าความจริงที่กำลังจะถูกขุดคุ้ยนั้น อาจจะนำมาซึ่งความหายนะที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่าเดิม

หลินเยว่ซินเดินออกมาจากลานประลองด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทว่ายังไม่ทันที่นางจะเดินถึงเรือนพักของตน เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

"เจ้ากำลังเล่นกับเปลวไฟที่เผาผลาญตัวเองนะ... หลินเยว่ซิน"

น้ำเสียงของเซียวหานดังขึ้น นางหยุดชะงักฝีเท้าลงทว่าไม่ได้หันกลับไปมอง "ข้าล่วงรู้ดีกว่าเจ้า... ว่าข้ากำลังทำอะไร"

"ถ้าเจ้าพลาดแม้เพียงก้าวเดียวในวันพรุ่งนี้..." เซียวหานเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล "เจ้าจะต้องตาย... ไม่ใช่แค่ข้าหรือเฉินอวี่ แต่คือวิญญาณของเจ้าที่จะต้องแหลกสลายไปพร้อมกับการลงมือสังหารพวกเขา"

ความเงียบแผ่ขยายออกไประหว่างคนทั้งสอง

"ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง... มันก็คงจะดีไม่น้อย" คำตอบของหลินเยว่ซินนั้นเย็นเยียบและดูแตกสลายอย่างประหลาด

เซียวหานชะงักกึกกับคำตอบนั้น

"อย่างน้อยที่สุด..." นางค่อยๆ เอ่ยออกมาช้าๆ "ข้าจะได้ไม่ต้องทนแบกรับความทรมานจากการต้อง 'เลือก' สิ่งใดอีกต่อไปในชีวิตนี้"

คำพูดนั้นทิ่มแทงหัวใจของเซียวหานลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาโต้แย้งได้ เขาเห็นเพียงแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวและบอบบางของนางที่ค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดของตำหนัก

ไกลออกไปในมุมมืดของระเบียงทางเดิน เซวี่ยอิงยืนพิงเสาหินเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและพึงพอใจ แสงจันทร์ริบหรี่สะท้อนดวงตาที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยแผนการ

"หนึ่งวันงั้นหรือ..." นางพึมพำกับสายลมแรง "เวลาเพียงหนึ่งวัน... มันมากเกินพอสำหรับการกำจัดเสี้ยนหนามอย่างพวกเจ้าให้สิ้นซาก"

นางแค่นหัวเราะอย่างรังเกียจ "พรุ่งนี้เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า... เลือดของพวกเจ้าจะถูกใช้เพื่อชโลมทางเดินสู่บัลลังก์ประมุขของข้า และวันนั้น... จะมีคนตายมากกว่าที่เจ้าจินตนาการไว้หลายเท่า"

สายลมราตรีกรรโชกแรงพัดผ่านร่างของนางไป พาเอาความหนาวเหน็บและความลับที่แสนอันตรายคืบคลานเข้าปกคลุมสำนักเทียนหมิงประหนึ่งม่านมรณะที่ไม่มีวันสลายหายไปได้ง่ายๆ ศึกตัดสินครั้งสุดท้าย... กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status