Beranda / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 25 สิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์

Share

ตอนที่ 25 สิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์

last update Tanggal publikasi: 2026-04-11 14:07:43

ตอนที่ 25 สิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์

ซากศพของศิษย์เฝ้ายามทอดวางระเกะระกะไปตามขั้นบันไดหินที่มุ่งสู่หอหลักชั้นสูงสุด เลือดสีแดงข้นไหลรินอาบขั้นบันไดประหนึ่งลำธารมรณะ ทุกย่างก้าวที่หลินเยว่ซินเหยียบย่างผ่านไปคือกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ นางเดินผ่านซากปรักหักพังอย่างเงียบเชียบทว่าคุกคาม ประหนึ่งพญามารที่กำลังก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ที่ฉาบด้วยโลหิต

ปัง!

บานประตูไม้แกะสลักอันวิจิตรของห้องโถงหลักถูกแรงอัดมหาศาลกระแทกจนแตกกระจายกลายเป็นเศษไม้วิวดังไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดของพลังมารส่งผลให้หอหลักทั้งหลังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นประหนึ่งจะถล่มลงมาในพริบตา หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นละออง ควันสีดำทมิฬห่อหุ้มร่างกายของนางไว้ประหนึ่งอาภรณ์แห่งความพินาศ

ดวงตาของนางบัดนี้มืดสนิทประหนึ่งหลุมดำที่ไร้จุดจบ ไม่หลงเหลือประกายแห่งความเป็นมนุษย์หรือความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูนี้ ไม่ใช่หลานสาวผู้ซื่อสัตย์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ณ ใจกลางห้องโถงอันกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนหรูหรา หลินอู๋เชียน ยืนสงบนิ่งอยู่เพียงลำพัง ท่าทางของเขาดูนิ่งเฉยประหนึ่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นรอบกาย แม้แต่แรงระเบิดที่เพิ่งทำลายประตูเข้ามาก็ไม่อาจทำให้ชายเสื้อของเขาสั่นไหวได้

“ในที่สุด...” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่ลึกลับ “เจ้าก็ขัดเกลาตัวเองจนมาถึงขั้นนี้ได้เสียที เยว่ซิน”

เขาทอดสายตามองหลานสาวด้วยความพึงพอใจประหนึ่งนายช่างที่มองดูผลงานชิ้นเอกที่เพิ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์

“ข้าจะฆ่าท่าน...”

น้ำเสียงของหลินเยว่ซินแผ่วเบาทว่าชัดเจนและกึกก้องไปทั่วโถงกว้าง มันเป็นน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธแค้น ไร้ซึ่งความลังเลใจ มีเพียงเจตจำนงเดียวที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด คำพูดนั้นสั้นกระชับทว่ามันคือจุดจบของความสัมพันธ์ระหว่างปู่และหลานที่หลงเหลืออยู่

ฟึ่บ!!!

โดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งตัว หลินเยว่ซินพุ่งกายเข้าหาหลินอู๋เชียนในชั่วอึดใจเดียว ความเร็วของนางในยามนี้เหนือล้ำกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ร่างกายของนางกลายเป็นเพียงเงาสีดำที่ตัดผ่านอากาศธาตุ

ปัง!!!

แรงปะทะจากการปะทะกันครั้งแรกส่งผลให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ยุบตัวลงจนแตกร้าวเป็นวงกว้าง ผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดโบราณฉีกขาดกระจุยกระจาย อากาศโดยรอบถูกแรงอัดจนระเบิดออกส่งเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู

หลินอู๋เชียนใช้เพียงฝ่ามือเดียวรับกระบวนท่าสังหารของหลินเยว่ซินไว้ได้ ทว่าครั้งนี้สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวคือความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม... เขาถูกแรงปะทะนั้นซัดจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว

เพียงก้าวเดียว... ทว่ามันคือ “ความสำเร็จ” ครั้งยิ่งใหญ่ของเยว่ซินที่สามารถสั่นคลอนรากฐานของประมุขผู้ไร้เทียมทานผู้นี้ได้

ทว่าแทนที่เขาจะโกรธเกรี้ยว หลินอู๋เชียนกลับระเบิดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างรื่นรมย์ “ดี... เยี่ยมยอดที่สุด! นี่แหละคือสิ่งที่ข้าเพียรพยายามสร้างมาตลอดชีวิตของข้า!”

คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ของนางนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงมาร พลังในร่างของหลินเยว่ซินปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว

“อย่าได้ริอ่านพูด...” เสียงของนางต่ำลึกและสั่นพร่าด้วยแรงกดดันที่มหาศาล “อย่าได้พูดว่าข้าคือสิ่งที่ท่านสร้าง... ข้าไม่ใช่เครื่องมือของท่านอีกต่อไปแล้ว!”

ปัง!!!

พลังมารระเบิดออกรอบทิศทาง ควันสีดำที่พุ่งออกมาเริ่มจับตัวกันเป็น “เงา” ประหลาดที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวและน่าสยดสยองประหนึ่งสิ่งมีชีวิตจากนรก มันพุ่งเข้าจู่โจมหลินอู๋เชียนพร้อมๆ กับตัวนางอย่างบ้าคลั่ง

หลินอู๋เชียนค่อยๆ ยกมือขึ้นช้าๆ ท่าทางของเขาเริ่มเปลี่ยนไป รังสีอำนาจรอบกายขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว

“ถ้าอย่างนั้น...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอันตราย “ข้าก็ไม่จำเป็นต้องยั้งมือเพื่อถนอมผลงานชิ้นนี้ไว้อีกต่อไปแล้วสินะ”

ปัง!!!!

พลังวัตรของหลินอู๋เชียนระเบิดออกมาอย่างรุนแรงประหนึ่งดวงอาทิตย์ที่แตกดับ แสงสีดำทะมึนของพลังอสุราเข้าปะทะกับแสงสีทองที่แฝงไปด้วยไอสังหารของหลินเยว่ซิน พื้นห้องหอหลักแตกออกเป็นร่องลึก อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนมองภาพตรงหน้าไม่ชัดเจน

หลินเยว่ซินหรี่ตาลงจ้องมองกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่รอบกายปู่ของนางด้วยความสับสน “พลังของท่าน... มันไม่ใช่พลังของมนุษย์... ท่านเป็นตัวอะไรกันแน่?”

หลินอู๋เชียนคลี่ยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า “แน่นอนสิเยว่ซิน... เพราะข้าก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์เดินดินมานานแสนนานแล้ว”

“ข้าคือ...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกที่ทำให้จิตวิญญาณของผู้ฟังต้องสั่นสะท้าน “ผู้ที่ข้ามผ่านความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน... ผู้ที่กลืนกินวิญญาณและพลังต้องห้ามจากบรรพกาลเพื่อคงความเป็นนิรันดร์ ข้าอยู่เหนือกฎเกณฑ์และกฎแห่งกรรมของโลกใบนี้ไปนานแล้ว!”

คำพูดนั้นทำให้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งในทันที... ความอำมหิตที่เขาทำมาตลอดไม่ใช่เพียงนิสัยใจคอ แต่มันคือวิถีแห่งการเป็นปิศาจที่แท้จริง

ฟึ่บ!!!

ทั้งสองร่างพุ่งเข้าหากันอีกครั้งด้วยแรงอาฆาตที่ไม่มีวันลดละ

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

เสียงระเบิดของพลังดังต่อเนื่องจนทำให้หอหลักทั้งหลังเริ่มสั่นคลอนและถล่มลงมาทีละส่วน เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกำแพงและซากปรักหักพัง พื้นที่ที่เคยโอ่อ่าบัดนี้กลายเป็นสนามประลองที่พินาศย่อยยับ ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว

หลินเยว่ซินรุกเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง นางฟัน แทง และฉีกกระชากทุกอย่างที่ขวางหน้า ทุกท่วงท่าเคลื่อนไหวเพื่อจุดประสงค์เดียวคือการปลิดชีพชายเบื้องหน้า ทว่าหลินอู๋เชียนยังคงยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงราวกับขุนเขาที่ไม่สะทกสะท้านต่อพายุ

“ยังไม่พอเยว่ซิน... พลังมารที่เจ้ามีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะปลิดชีพข้าได้!” เขาเอ่ยพลางปัดการโจมตีออกอย่างง่ายดาย “เจ้าต้องทอดทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสุดท้ายที่เหลืออยู่... แล้วเจ้าจะพบกับพลังที่แท้จริง!”

“ถ้าอย่างนั้น...” หลินเยว่ซินเอ่ยเสียงสั่นพร่า ดวงตาของนางที่มืดมิดกลับดูสว่างไสวขึ้นมาอย่างประหลาดประหนึ่งดวงดาวที่กำลังระเบิด “ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นเอง... ว่าความสิ้นหวังที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร!”

ปังงงง!!!!

หลินเยว่ซินปลดปล่อยพลังมารทั้งหมดในร่างกายออกมาในคราวเดียวโดยไม่สนว่าร่างกายจะแบกรับไหวหรือไม่ นางทำลายผนึกสุดท้ายในจิตใจทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง พลังมหาศาลระเบิดออกโดยไร้การควบคุม ไร้การยั้งมือประหนึ่งพายุหมุนสีดำที่กวาดล้างทุกสิ่ง

แรงระเบิดนั้นมหาศาลเกินกว่าที่หอหลักจะรับไหว อาคารสูงตระหง่านพังทลายลงมาในพริบตา ฝุ่นควันปลิวว่อนไปทั่วสำนัก พื้นดินใจกลางสำนักแตกแยกออกเป็นหลุมลึกประหนึ่งถูกอุกกาบาตพุ่งชน

ฝุ่นละอองและควันไฟค่อยๆ ลอยจางไปอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสยดสยอง ทุกสรรพสิ่งรอบกายราบเรียบเป็นหน้ากลอง

ท่ามกลางกลุ่มหมอกควันที่ยังไม่จางหาย ปรากฏเงาร่างสองสายที่ยังคงยืนหยัดอยู่บนซากปรักหักพัง

หลินเยว่ซินยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายระหงโชกไปด้วยเลือดและแผลพุพองจากการปะทะ พลังในร่างของนางเหือดแห้งจนเกือบหมดสิ้น

ส่วนหลินอู๋เชียนยังคงยืนนิ่งสงบ ทว่าครั้งนี้เขากลับมีเลือดสีแดงเข้มไหลรินออกมาจากมุมปาก แววตาของเขามีร่องรอยของความเจ็บปวดปรากฏให้เห็นเป็นครั้งแรก

“ดี...” เขาพึมพำน้ำเสียงแผ่วเบา “ในที่สุด... เจ้าก็สามารถฝากรอยแผลไว้บนร่างกายของข้าได้เป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี...”

คำพูดนั้นคือการยอมรับถึงชัยชนะเล็กๆ ท่ามกลางความเสียหายมหาศาล หลินเยว่ซินพยายามจะรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพื่อพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง ทว่าร่างกายที่พังทลายของนางกลับทรยศ นางทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินอย่างสิ้นแรง

ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะเข้าสู่จุดจบ

“พอแค่นี้ก่อนเถอะ... ทั้งสองท่าน”

เสียงเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืดของซากกำแพง เซวี่ยอิง ปรากฏกายขึ้นในชุดขาวที่ยังคงสะอาดสะอ้านประหนึ่งนางไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการถล่มของหอหลัก นางเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มจางๆ

“หากยังฝืนสู้กันต่อไปสำนักเทียนหมิงที่พวกท่านรักนักหนา... คงจะอันตรธานหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์จริงๆ เป็นแน่”

หลินอู๋เชียนทอดสายตามองไปที่เซวี่ยอิง ก่อนจะค่อยๆ ถอนพลังอสุราของตนกลับคืนไปอย่างช้าๆ “ยังไม่ถึงเวลาอันควร...” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางเช็ดเลือดที่มุมปาก

หลินเยว่ซินนั่งหอบหายใจจ้องมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิม ความแค้นในใจของนางยังไม่มอดดับ ทว่าในยามนี้นางตระหนักแล้วว่า ศัตรูที่นางต้องเผชิญนั้น... ไม่ใช่เพียงแค่ปู่ผู้โหดร้าย แต่เป็นสิ่งที่ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ

การต่อสู้ในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของจุดจบ และนางรู้ดีว่าในครั้งหน้า... จะต้องมีใครคนหนึ่งที่ไม่มีวันได้กลับมาเห็นแสงตะวันอีกตลอดกาล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 19 เงาที่ไม่ควรมีอยู่

    ตอนที่ 19 เงาที่ไม่ควรมีอยู่ เสียงหอบหายใจที่สั่นพร่าของคนสองคนดังกระทบพื้นหินที่เย็นเฉียบประหนึ่งเสียงสะท้อนจากก้นเหว ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านซากปรักหักพังของโถงประชุมที่พังทลาย นำพาเอาเถ้าถ่านสีดำปลิวว่อนไปในอากาศ หยาดเลือดสีแดงข้นไหลรินจากบาดแผลช้าๆ ซึมลงสู่รอยแตกของพื้นดินอย่างมั่นคง หลินเยว่ซินพ

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 18 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 18 สิ่งที่เหลืออยู่ ความเงียบ... เข้าปกคลุมห้องประชุมหลักของสำนักเทียนหมิงอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าเป็นความเงียบที่กรีดลึกยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไม่มีเสียงลมพัดผ่าน ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจของเหล่าศิษย์ที่คุกเข่าอยู่รายรอบ ทุกอย่างหยุดนิ่งราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็งไว้ด้วย "ความจริง" ที่เพิ่งถูกเป

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 17 ความจริงที่ถูกสร้าง

    ตอนที่ 17 ความจริงที่ถูกสร้าง เสียงบานประตูไม้หนาหนักของห้องประชุมหลักถูกกระแทกออกอย่างแรงจนเกิดเสียงสะท้อนกึกก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่า ปัง! ทุกสายตาของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ชั้นในพุ่งเป้าไปยังทิศทางเดียวกันในทันที หลินเยว่ซิน ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคงประหนึ่งขุนเขา ทว่ารังสีสังหารที่แผ่อ

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 16 หนึ่งวันสุดท้าย

    ตอนที่ 16 หนึ่งวันสุดท้าย เวลา... ช่างเป็นสิ่งที่มีค่าและโหดร้ายที่สุดในยามนี้ หนึ่งวัน หรือยี่สิบสี่ชั่วโมงที่หลินอู๋เชียนประทานให้นั้น มันมากพอสำหรับการสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนความตายจะมาเยือน ทว่ามันกลับไม่เคยเพียงพอสำหรับ "ความผิดพลาด" แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว กงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุนวนอีกค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status