Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 26 สิ่งที่เหลือจากความพัง

Share

ตอนที่ 26 สิ่งที่เหลือจากความพัง

last update publish date: 2026-04-11 15:57:57

ตอนที่ 26 สิ่งที่เหลือจากความพัง

ท่ามกลางซากปรักหักพังของหอหลักที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้หลงเหลือเพียงความเงียบงันที่แสนยะเยือก ฝุ่นผงจากการถล่มยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศหนาทึบ กลิ่นไหม้ของเนื้อไม้และกำยานราคาแพงปะปนกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกสิ่งทุกอย่างพังพินาศย่อยยับประหนึ่งเพิ่งผ่านพ้นมหาสงครามที่กินเวลานับร้อยปี พื้นหินที่เคยขัดจนเงาวับบัดนี้แตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเศษกระจกที่ไร้ค่า

“อึก!”

หลินเยว่ซินทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินที่เต็มไปด้วยกรวดทราย แรงกระแทกนั้นส่งผลให้ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างประหนึ่งถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เลือดสีแดงข้นไหลทะลักออกจากมุมปากไม่หยุดหย่อน หยดลงสู่พื้นทีละหยด... ทีละหยด ร่างระหงของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ประหนึ่งลูกนกที่ปีกหักท่ามกลางพายุคลั่ง

พละกำลังที่เคยเอ่อล้นบัดนี้มอดดับลง เหลือเพียงความอ่อนล้าแสนสาหัสที่จู่โจมเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย

“พลังมาร... มันเกินกว่าที่ร่างกายข้าจะแบกรับไหวแล้วงั้นหรือ...”

เสียงของนางแผ่วเบาราวกับจะขาดใจตายในทุกวินาที เส้นลมปราณในร่างกายพยายามขัดขืนต่อมวลพลังมหาศาลที่พยายามจะฉีกกระชากนางออกจากกันทีละจุด ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่บาดแผลภายนอกที่มองเห็นด้วยตา แต่มันเป็นความร้าวรานที่หยั่งลึกลงไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ราวกับว่านางกำลังถูกไฟที่มองไม่เห็นแผดเผาจากภายในสู่ภายนอก

“ข้า...”

นางพึมพำออกมาด้วยสายตาที่เลื่อนลอยและว่างเปล่า จ้องมองไปที่ความมืดมิดเบื้องหน้าโดยไร้จุดโฟกัส “ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว... ทั้งครอบครัว ศรัทธา หรือแม้แต่ชายคนนั้น...”

ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาจิตใจบัดนี้กลับมอดดับลง เหลือเพียงความ "ว่างเปล่า" ที่กว้างขวางและหนาวเหน็บประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก นางไม่ได้รู้สึกเสียใจที่พ่ายแพ้ และไม่ได้รู้สึกดีใจที่ยังมีลมหายใจอยู่ แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงสิ่งใดเลย... ราวกับหัวใจของนางได้แตกสลายไปพร้อมกับซากหอหลักหลังนี้แล้ว

หลินอู๋เชียนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง ร่างกายของเขายังคงนิ่งสงบประหนึ่งขุนเขาที่ไม่สะทกสะท้านต่อพายุแดด แววตาของเขาจ้องมองลงมายังหลานสาวด้วยความเฉยเมย

“นี่คือราคาที่เจ้าต้องจ่ายให้กับการฝืนโชคชะตา เยว่ซิน” น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้อารมณ์ “เจ้าพยายามจะใช้พลังที่เกินขีดจำกัดเพื่อสังหารข้า แต่สุดท้าย... เจ้ากลับเป็นฝ่ายที่ทำลายตัวเองจนย่อยยับ”

หลินเยว่ซินแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและแตกสลายจนคนฟังต้องใจหาย

“ข้าก็... ไม่มีอะไรเหลือให้เสียไปมากกว่านี้แล้วนี่” นางเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าที่เปื้อนเลือด

คำพูดนั้นชัดเจนและเด็ดขาดจนน่าใจหาย มันเป็นความจริงที่โหดร้ายที่สุดสำหรับสตรีที่เคยมีทุกอย่าง แต่บัดนี้กลับต้องเผชิญกับจุดจบที่โดดเดี่ยวที่สุด

หลินอู๋เชียนยกฝ่ามือขึ้นช้าๆ พลังอสุราสีม่วงเข้มเริ่มควบแน่นมารวมกันที่ปลายนิ้วอีกครั้ง มวลอากาศรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือนด้วยอำนาจที่เหนือชั้น

“ถ้าเช่นนั้น... ในฐานะที่เจ้าคือผลงานชิ้นเอกที่ข้าภูมิใจที่สุด ข้าก็จะขอสงเคราะห์จบชีวิตที่แสนทรมานนี้ให้เจ้าเองด้วยมือของข้าเอง”

เขารวบรวมพลังขั้นสูงสุดเพื่อปลิดชีพนางในคราวเดียว

ทว่า... ในวินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือนถึงตัว

ฟึ่บ!

เงาร่างลึกลับสายหนึ่งพุ่งพะเยิบผ่านเงามืดเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าที่ดวงตามนุษย์จะมองตามทัน รวดเร็วจนแม้แต่หลินอู๋เชียนยังต้องชะงักกึก

ปัง!!!

แรงปะทะมหาศาลระเบิดขึ้นใจกลางห้องโถง ส่งผลให้หลินอู๋เชียนผู้ไร้พ่ายต้องเซถลาถอยหลังไปหนึ่งก้าวเต็มๆ เป็นครั้งแรก แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนซากอาคารรอบด้านสั่นไหวและถล่มลงมาเพิ่มเติมประหนึ่งเป็นการต้อนรับการมาเยือนของบุคคลที่สาม

หลินเยว่ซินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้าช้าๆ ดวงตาที่เคยว่างเปล่าพลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด หัวใจที่เคยหยุดนิ่งกลับมาเต้นรัวแรงอีกครั้งจนเจ็บหน้าอก

“เจ้า... เป็นไปไม่ได้...” เสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ นางแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าชายที่นางเพิ่งกอดร่างไร้วิญญาณไว้ในอ้อมแขนจะมายืนอยู่ตรงหน้านางอีกครั้ง

เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่เซียวหานคนเดิมที่นางเคยรู้จัก เส้นผมของเขาที่เคยสีดำสนิทบัดนี้กลับกลายเป็นสีดำขลับปนสีเงินวาววับ ดวงตาคู่คมกลายเป็นสีแดงเข้มดุจโลหิตที่ลุ่มลึกและน่าเกรงขาม

ลายเส้นสีดำลึกลับประหนึ่งอักขระต้องสาปเริ่มแผ่ขยายจากลำคอขึ้นมาตามโหนกแก้ม ดูคล้ายกับพลังบางอย่างที่ซ่อนเร้นมานานกำลังกัดกินและหลอมรวมกับร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ...”

น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แหบพร่า และแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “ข้า... ยังตายไม่ได้ ตราบเท่าที่ข้ายังไม่ได้เห็นเจ้าหลุดพ้นจากนรกแห่งนี้”

ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบและแปลกหูไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าจิตวิญญาณข้างในนั้นได้เปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นที่ไกลห่างความเป็นคนออกไปทุกที

กระแสพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเซียวหานในยามนี้ไม่ใช่พลังปราณที่บริสุทธิ์ และไม่ใช่พลังมารที่บิดเบี้ยว แต่มันคือพลังงาน “ดิบ” ที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า มันรุนแรง กระด้าง และทรงพลังประหนึ่งสัตว์ร้ายบรรพกาลที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากพันธนาการนับพันปี

หลินอู๋เชียนหรี่ตาลงจ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความสนใจที่ทวีคูณขึ้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

“ในที่สุด... เจ้าก็ยอมปลดปล่อยสัตว์ร้ายในสายเลือดออกมาเสียทีนะ” เขาพึมพำกับตัวเอง ราวกับเขาล่วงรู้ความลับนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เห็นเซียวหานก้าวเท้าเข้าสำนัก

“เจ้าคือ... ลูกหลานที่หลงเหลืออยู่ของ 'สายเลือดต้องสาป' ที่ข้าเคยคิดว่าถูกกวาดล้างไปหมดสิ้นแล้วเมื่อร้อยปีก่อนสินะ”

ความเงียบงันปกคลุมไปชั่วขณะหลังจากคำประกาศนั้น ความลับเรื่องชาติกำเนิดของเซียวหานเริ่มถูกคลี่คลายออกมาในรูปแบบที่น่าหวาดหวั่นที่สุด

“หุบปากพล่อยๆ ของเจ้าซะ หลินอู๋เชียน”

เซียวหานตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบประหนึ่งคมดาบ “ข้าไม่สนว่าสายเลือดของข้าจะเป็นอะไร หรือข้าจะต้องกลายเป็นปีศาจที่น่ารังเกียจเพียงใดในสายตาของโลกใบนี้”

เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าช้าๆ ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันจนพื้นหินที่แตกร้าวถึงกับแหลกละเอียดเป็นผุยผง “ตราบใดที่พลังนี้สามารถทำให้ข้าบดขยี้เจ้าและทำลายสำนักที่โสมมแห่งนี้ลงได้... ข้าก็ยินดีที่จะแบกรับมันไว้ทั้งหมด!”

ฟึ่บ!!!

เซียวหานพุ่งเข้าใส่หลินอู๋เชียนด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัด กระบวนท่าของเขาดุดันและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งก่อนหลายเท่าตัว

ปัง!!!

แรงปะทะครั้งนี้รุนแรงจนส่งผลให้เศษซากของหอหลักปลิวกระจายออกไปรอบทิศทาง คลื่นพลังสีแดงและสีม่วงเข้าหักล้างกันจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วหุบเขา

ทว่าในครั้งนี้... ผลลัพธ์กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เซียวหานเป็นฝ่ายที่สามารถ “กด” อำนาจของหลินอู๋เชียนได้

ประมุขเฒ่าถูกซัดจนต้องถอยหลังกรูดไปถึงสองก้าว เลือดสีแดงเข้มไหลซึมออกจากมุมปากของเขามากขึ้นเรื่อยๆ แววตาของหลินอู๋เชียนฉายชัดถึงความประหลาดใจระคนตื่นเต้น

“ดี... เยี่ยมยอดที่สุด!” หลินอู๋เชียนแสยะยิ้มที่ดูวิปลาส “ในที่สุด... ในที่สุดข้าก็ได้เจอกับคนที่พอจะมีความสามารถฆ่าข้าได้จริงๆ เสียที!”

เขาดูเหมือนจะไม่ได้เกรงกลัวต่อความตายที่อยู่ตรงหน้า ทว่ากลับโหยหามันประหนึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในชีวิตที่แสนยาวนาน

หลินเยว่ซินเฝ้ามองแผ่นหลังของเซียวหานจากมุมมืด ดวงตาของนางสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ นางไม่ได้หวาดกลัวต่อศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า ทว่านางกลับรู้สึก “หวาดกลัว” ต่อชายที่กำลังปกป้องนางอยู่ในยามนี้

ตัวตนที่แผ่รังสีแห่งการทำลายล้างออกมานั้น... ใช่เซียวหานคนเดิมที่เคยยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยนจริงๆ หรือ?

“นี่... นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเจ้าอย่างนั้นหรือ เซียวหาน...” นางพึมพำด้วยเสียงที่สั่นพร่า

เซียวหานชะงักไปเพียงเสี้ยวของเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะยอมละสายตาจากศัตรูหันมามองนางเพียงชั่วครู่ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นสบเข้ากับดวงตาที่แตกสลายของนางอย่างจัง

“ข้าเอง... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้ากลายเป็นตัวอะไรไปแล้ว”

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้ง “แต่ถ้าหากร่างกายที่เน่าเฟะและพลังที่ถูกสาปนี้... สามารถทำให้ข้าปกป้องเจ้าและพาเจ้าออกไปจากที่นี่ได้...”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดที่สุดในชีวิต “ข้าก็ไม่สนว่าตอนจบข้าจะต้องกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่โลกต้องสาปแช่งเพียงใด!”

หลินเยว่ซินกำหมัดแน่นจนสั่นเทา หัวใจของนางรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง เป็นความเจ็บที่ต่างไปจากเดิม... มันไม่ใช่ความเจ็บจากการถูกทรยศ แต่มันคือความเจ็บจากการที่เห็นใครบางคนต้องสูญเสียตัวตนเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ของนาง

นางรู้ดีว่าหลังจากวันนี้ไป... เส้นทางชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ได้เปลี่ยนไปตลอดกาลแล้ว

ซากหอหลักยังคงสั่นสะเทือนไม่หยุดหย่อน พลังมหาศาลสองสายยังคงปะทะกันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร แสงสีแดงและสีม่วงสลับกันสาดส่องไปทั่วหุบเขาที่มืดมิดประหนึ่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวันแสกๆ

และตรงใจกลางของพายุแห่งความพินาศนั้น คือคนสองคนที่ต่างก็ "ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป" พวกเขาถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยเลือด หยาดน้ำตา และพลังที่ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ สงครามล้างบางที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มเดินหมากในตาที่สำคัญที่สุดเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status