Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 3 ภารกิจแรก

Share

ตอนที่ 3 ภารกิจแรก

last update publish date: 2026-04-02 13:22:34

ตอนที่ 3 ภารกิจแรก

ราตรีแรกภายใต้หลังคาของสำนักเทียนหมิงช่างแตกต่างจากที่ศิษย์ใหม่ทุกคนเคยจินตนาการไว้ ความมืดมิดที่ปกคลุมหุบเขานั้นหนาทึบและเงียบงันจนน่าขนลุก ในหอนอนรวมที่ควรจะมีเสียงพึมพำพูดคุยหรือเสียงหัวเราะของเยาวชนที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตกลับมีเพียงความสงัดที่ชวนให้หายใจลำบาก ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากสนทนา ไม่มีแม้แต่การสบตากันในความสลัว มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของเหล่าผู้รอดชีวิตที่พยายามข่มตาหลับในสถานที่ที่ "ความตาย" ถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสามัญพอๆ กับอาหารมื้อหนึ่ง

ทว่า... ความสงบสุขจอมปลอมนั้นช่างสั้นนัก

ก๊อง!

เสียงระฆังสำริดใบเดิมดังกังวานขึ้นแหวกอากาศธาตุกลางดึกสงัด เสียงของมันไม่ได้นุ่มนวลเหมือนระฆังวัด แต่มันแหลมคมและหนักแน่นจนสั่นประสาท ศิษย์ใหม่ทุกคนสะดุ้งตื่นขึ้นพรัอมกันโดยสัญชาตญาณ ความหวาดกลัวที่ยังหลงเหลือจากกลางวันทำให้พวกเขาขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับถูกแส้ฟาด

"รวมตัวที่ลานฝึก... เดี๋ยวนี้!"

น้ำเสียงเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังก้องไปตามโถงทางเดิน มันทรงพลังและเปี่ยมด้วยอำนาจสั่งการจนไม่มีใครกล้าโอ้เอ้ เพียงไม่นานนัก ร่างของศิษย์ใหม่ในชุดฝึกสีเทาหม่นก็ยืนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอีกครั้ง ณ ลานกว้างใต้แสงจันทร์วันเพ็ญที่สาดแสงสีเงินซีดขาวลงมาประหนึ่งผ้าคลุมศพ

หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าขบวน อาภรณ์สีดำขลับของนางพริ้วไหวไปตามแรงลมภูเขาที่กรรโชกมาเป็นระลอก เส้นผมสีนิลที่ปล่อยยาวสยายคลอเคลียไปกับดวงหน้าหยกที่เย็นชา นางจ้องมองฝูงชนด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทว่ากลับมีแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจนหลายคนต้องก้มหน้าลง

"ภารกิจแรกของพวกเจ้า..." นางเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่น้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง "คือการลอบสังหาร"

คำสั้นๆ เพียงไม่กี่คำแต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ใบหน้าของเยาวชนหลายคนถอดสีจนขาวซีดยิ่งกว่าแสงจันทร์ มือที่กุมอาวุธเริ่มสั่นเทา ความจริงที่ว่าพวกเขาต้องกลายเป็นฆาตกรอย่างเต็มตัวเริ่มแจ่มชัดขึ้นในมโนสำนึก

"เป้าหมายในครั้งนี้คือสายลับของสำนักจิ่วหลัวที่แฝงตัวเข้ามาในอาณาเขตของเรา"

เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นเบาๆ อย่างห้ามไม่ได้ ชื่อของ 'สำนักจิ่วหลัว' หรือที่รู้จักกันในนามสำนักพิษนั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและวิชาลึกลับที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้เทียนหมิง การต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือสายลับจากที่นั่นสำหรับศิษย์ใหม่ถือเป็นงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

หลินเยว่ซินกวาดสายตาคมปลาบมองไปรอบบริเวณเพื่อสยบเสียงกระซิบ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด

"ภารกิจนี้จะทำเป็นกลุ่ม กลุ่มละสองคน"

เสียงสูดหายใจด้วยความตระหนกดังขึ้นทันที เพราะในสถานที่แห่งนี้ที่ไม่มีใครไว้ใจใครได้ "การจับคู่" ไม่เคยหมายถึงความร่วมมือหรือมิตรภาพ แต่มันคือการเฝ้ามอง การตัดสิน และบ่อยครั้งมันคือการ "คัดออก" อย่างเงียบเชียว หากใครคนใดคนหนึ่งอ่อนแอเกินไป หรือฉลาดเกินไป คู่หูอาจกลายเป็นเพชฌฆาตที่ปลิดชีพคุณจากด้านหลังเพื่อเอาตัวรอด

ทว่าก่อนที่ใครจะเริ่มหาคู่ หลินเยว่ซินกลับหยุดสายตาไว้ที่ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในกลุ่ม

"เซียวหาน"

ชายหนุ่มในชุดเรียบง่ายเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเขายังคงนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น เขาขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมาอย่างไม่เชื่อสายตา

"เจ้ามากับข้า"

คำสั่งนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางลานฝึก ศิษย์ใหม่คนอื่นๆ ต่างชะงักงันด้วยความสับสนและริษยา ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักวันแรกกลับได้รับเกียรติ

หรืออาจจะเป็นคราวเคราะห์ให้ไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับ 'นางมาร' แห่งเทียนหมิงโดยตรง แววตาหลายคู่เต็มไปด้วยความอิจฉาในวาสนา ทว่าแววตาอีกหลายคู่กลับเต็มไปด้วยความสงสาร เพราะรู้ดีว่าการอยู่ใกล้ชิดหลินเยว่ซินนั้น ไม่ต่างอะไรกับการเดินอยู่บนคมดาบที่พร้อมจะเฉือนเนื้อได้ทุกเมื่อ

เซียวหานไม่ได้แสดงอาการดีใจหรือหวาดกลัว เขาเพียงแค่คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วประสานมือรับคำอย่างนอบน้อม

"ขอรับ"

ท่ามกลางป่าลึกหลังเขาเทียนหมิง

แสงจันทร์ที่ลอดผ่านกิ่งไม้หนาทึบลงมาเป็นลำแสงสีเงินยวงสะท้อนกับหยดน้ำค้างบนใบไม้ เสียงใบไม้เสียดสีกันตามแรงลมฟังดูเหมือนเสียงกระซิบของภูตพราย บรรยากาศรอบด้านแน่นอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ไม่ใช่เพราะสภาพอากาศ แต่เป็นเพราะรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของสตรีที่เดินนำหน้า

เซียวหานเดินตามหลังหลินเยว่ซินไปอย่างเงียบเชียบ ระยะห่างระหว่างเขาและนางไม่ถึงสามก้าว แต่นางกลับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความเหน็บหนาวและโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครสามารถก้าวข้ามเข้าไปได้

"รู้หรือไม่ว่าเป้าหมายกบดานอยู่ที่ใด" เสียงของนางดังขึ้นทำลายความเงียบโดยที่นางไม่ได้หันกลับมามอง

"กระท่อมร้างทางทิศตะวันออก... ห่างจากลำธารร้อยก้าว อยู่ในจุดอับลมที่มองเห็นเส้นทางขึ้นเขาได้ชัดเจนที่สุดขอรับ" เซียวหานตอบทันที น้ำเสียงของเขามั่นคงไร้ร่องรอยการคาดเดา

หลินเยว่ซินหยุดเดินกะทันหัน แผ่นหลังของนางตั้งตรงและดูแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที

"เจ้ารู้มากกว่าที่ควรจะเป็น..." นางเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงนิ่งทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่บีบคั้นจิตใจ

เซียวหานไม่ตอบในทันที เขาเพียงก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อให้เส้นผมปรกบังดวงตา "ข้า... เพียงแค่สังเกตจากรอยเท้าที่ผิดปกติใกล้ลำธารเมื่อเย็นนี้ และทิศทางการบินของนกป่าที่แตกตื่นขอรับ"

ความเงียบแผ่ขยายออกไปช้าๆ ลมป่าหยุดพัดจนทุกอย่างนิ่งสนิท ราวกับธรรมชาติกำลังรอคอยบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

"อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังซ่อนอะไรไว้"

หลินเยว่ซินหันกลับมาอย่างฉับพลัน ในพริบตานั้นเงาร่างของนางเลือนหายไปราวกับควันไฟ และปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาแทบจะในลมหายใจเดียวกัน คมมีดสั้นเย็นเฉียบที่สกัดจากหินนิลดำจ่ออยู่ที่ลำคอของเซียวหาน ความเร็วของนางนั้นเหนือล้ำจนไม่มีช่องว่างให้เขาได้แม้แต่จะขยับนิ้วหลบหนี

"ในสำนักนี้... คนที่ฉลาดเกินไป มักจะอายุไม่ยืน"

ดวงตาของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับจะเจาะเข้าไปให้ถึงความลับที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด ลมหายใจของทั้งสองใกล้กันเพียงคืบจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาว แต่เซียวหานกลับไม่ถอยหนี เขาไม่แม้แต่จะกระพริบตาหรือแสดงความหวั่นเกรงต่อคมมีดที่พร้อมจะเชือดคอหอยของเขาได้ทุกเมื่อ

"ถ้าข้าต้องตายในวันนี้" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน "ข้าก็ปรารถนาจะตายด้วยฝีมือของท่าน... ท่านหญิงหลิน"

คำตอบนั้นผิดไปจากสิ่งที่นางคาดการณ์ไว้โดยสิ้นเชิง หลินเยว่ซินหรี่ตาลง ไอสังหารที่บางเบาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเข้มข้น ควันสีดำจางๆ เริ่มลอยวนออกจากร่างของนาง มันคือพลังมารที่นางฝึกฝนมาจนแก่กล้า พลังนั้นเริ่มไหลผ่านผิวกายของเซียวหาน มันเย็นเยียบและเสียดแทงราวกับเข็มนับพันที่ทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาท

หากเป็นคนทั่วไป เพียงแค่ถูกพลังมารนี้สัมผัสคงต้องทรุดลงไปนอนบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน แต่เซียวหานยังคงยืนนิ่งราวกับรูปสลักหิน ทว่าในวินาทีนั้นเอง บางสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น...

ควันสีดำของนางที่ควรจะกัดกินและทำลายล้างวิญญาณของฝ่ายตรงข้าม กลับค่อยๆ แผ่วลงเมื่อสัมผัสกับตัวเขา มันไม่ได้ถูกต่อต้าน แต่มันกลับถูก 'กลืนกิน' เข้าไปอย่างเงียบเชียบราวกับพบคู่แท้ที่โหยหากันมานาน

หลินเยว่ซินชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก "นี่มัน... เจ้าเป็นใครกันแน่!"

ยังไม่ทันที่นางจะได้เค้นความจริง

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เสียงแหวกอากาศของวัตถุขนาดเล็กพุ่งออกมาจากเงามืดของพุ่มไม้ ลูกดอกอาบยาพิษนับสิบพุ่งเข้าหาทั้งสองอย่างแม่นยำและไร้เสียง

"ระวัง!"

โดยสัญชาตญาณ เซียวหานพุ่งเข้าหาหลินเยว่ซินทันที เขารวบร่างของนางเข้าหาตัวแล้วหมุนกายหลบไปด้านข้าง ร่างของทั้งสองกระแทกเข้าหากันอย่างแรงจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นรัว ลูกดอกพิษเฉียดแผ่นหลังของเขาไปเพียงเสี้ยววินาที กลิ่นพิษร้ายแรงที่ติดมากับลูกดอกลอยโชยมาในอากาศจนแสบจมูก

"ถูกพบตัวแล้วหรือ..." เสียงแผ่วเบาแต่แฝงด้วยความอำมหิตดังขึ้นจากทุกทิศทาง

เงาร่างในชุดสีเขียวเข้มของสำนักจิ่วหลัวค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากความมืด ล้อมรอบพวกเขาไว้เป็นวงกลม อาวุธลับและดาบสั้นในมือของพวกมันสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายสีเขียวหม่นของพิษร้าย

หลินเยว่ซินผลักเซียวหานออกเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยตระหนกเมื่อครู่กลับมาเย็นชาและโหดเหี้ยมดังเดิม นางสะบัดมือเรียกไอสังหารออกมาจนรอบกายปกคลุมด้วยเงาสีดำ

"อย่าตายก่อนที่ข้าจะอนุญาต... นี่คือคำสั่ง"

น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบทว่าในความรู้สึกของเซียวหาน มันกลับฟังดูเหมือน 'คำเตือน' ที่แฝงความห่วงใยไว้อย่างประหลาด วินาทีต่อมา ร่างของนางก็หายไปราวกับภูตพราย เสียงกรีดร้องของศัตรูดังระงมขึ้นทันทีท่ามกลางความมืด เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปื้อนใบไม้และหยดลงบนพื้นดินใต้แสงจันทร์ นางเคลื่อนไหวรวดเร็วเสียจนมองตามไม่ทัน

ทว่าในขณะที่นางกำลังสังหารศัตรูเบื้องหน้า หนึ่งในมือสังหารจิ่วหลัวที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้กลับเล็งจังหวะพุ่งเข้าหาเซียวหานจากทางด้านหลัง คมดาบอาบยาพิษสะท้อนแสงเย็นเยียบหมายจะปลิดชีพชายหนุ่มที่ดู "อ่อนแอ" ที่สุดในสายตาของมัน

"ตายซะ! เจ้าหนู!" เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นเบาๆ

ทว่าในวินาทีที่คมดาบกำลังจะฟันลงที่ลำคอ เซียวหานกลับขยับกายเพียงเล็กน้อยในจังหวะที่เหนือชั้น เขาเอี้ยวตัวหลบคมดาบได้อย่างเฉียดฉิวประหนึ่งใบไม้ที่พริ้วตามลม ก่อนจะสวนกลับด้วยมีดสั้นในมืออย่างแม่นยำและรวดเร็ว

คมมีดปาดผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของศัตรูอย่างไร้เสียง เลือดอุ่นๆ กระเซ็นมาเปื้อนมือและใบหน้าของเขาชั่วขณะ แววตาของเซียวหานเปลี่ยนไปในพริบตา... มันไม่ได้มีความซื่อสัตย์หรือถ่อมตนอีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็นดวงตาของยอดนักฆ่าที่เย็นชา ลุ่มลึก และอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใดในหุบเขานี้

หลินเยว่ซินที่เพิ่งสังหารศัตรูคนสุดท้ายเสร็จชะงักฝีเท้าลง นางหยุดยืนนิ่งและหันกลับมาจับจ้องที่เขา สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและระแวงสงสัยที่ทวีคูณขึ้น

ฝีมือการฆ่าที่สะอาดหมดจดเช่นนี้... ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ใหม่ธรรมดาจะทำได้

ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นพายุในใจของนาง แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจที่เคยนิ่งสนิทราวกับความตายของหลินเยว่ซินกลับเต้นแรงขึ้นอย่างผิดปกติ มันไม่ใช่ความตื่นเต้นจากการต่อสู้ และไม่ใช่ความกลัว... แต่เป็นบางอย่างที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าที่นางจะเข้าใจได้ในตอนนี้

ลมกลางคืนพัดกรรโชกแรงขึ้นอีกครั้ง พาเอาความเหน็บหนาวและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งลอยวนไปทั่วป่า และภายใต้แสงจันทร์ที่เริ่มมัวซัวด้วยเมฆหมอก สองสายตาของคนคู่หนึ่งยังคงประสานกันอย่างเงียบเชียบ

ราวกับต่างฝ่ายต่างรู้แจ้งแก่ใจว่า... อีกฝ่ายนั้นไม่ใช่ "คนธรรมดา" และเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตในครั้งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status