Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 2 เงาที่ไม่ควรไว้ใจ

Share

ตอนที่ 2 เงาที่ไม่ควรไว้ใจ

last update publish date: 2026-04-02 13:22:29

ตอนที่ 2 เงาที่ไม่ควรไว้ใจ

กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจากลานประลองเมื่อครู่ยังคงไม่จางหายไปกับสายลม แม้เสียงโห่ร้องและเสียงโลหะปะทะกันจะเงียบลงจนเหลือเพียงความสงัดที่น่าสะพรึงกลัว แต่คราบสีแดงเข้มที่ซึมลึกร่วงหล่นลงสู่พื้นดินหินแกรนิตกลับกลายเป็นรอยด่างพร้อยที่คอยตอกย้ำถึงโศกนาฏกรรมที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซากศพเหล่านั้นถูกจัดการอย่างรวดเร็วราวกับเป็นเพียงขยะไร้ค่า เหลือทิ้งไว้เพียงผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่สิบคนที่สภาพร่างกายสะบักสะบอมและจิตใจบอบช้ำ

เหล่าศิษย์ใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกถูกนำตัวเดินลึกเข้าไปสู่เขตศิษย์ชั้นในของสำนักเทียนหมิง ทางเดินหินทอดตัวยาวขนาบข้างด้วยกำแพงสูงชันที่ปกคลุมด้วยตะใคร่น้ำสีเขียวครึ้ม บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งและกดดันจนไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังดูจะดังเกินไปในความเงียบนี้ ทุกคนต่างก้มหน้ามองพื้น ไม่มีการสบตา ไม่มีการผูกมิตร เพราะในใจของทุกคนต่างตระหนักดีถึงสัจธรรมข้อหนึ่งที่สำนักนี้เพิ่งสอนให้ประจักษ์...

คนที่ยืนอยู่เคียงข้างเจ้าในยามนี้ อาจกลายเป็นศพถัดไปที่เจ้าต้องเป็นคนลงมือสังหารด้วยตัวเองในยามหน้า

เซียวหานเดินตามกลุ่มคนเหล่านั้นไปอย่างเงียบเชียบฝีเท้าของเขาสม่ำเสมอและมั่นคงจนดูผิดปกติเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่เดินโอนเอนด้วยความเหนื่อยล้า ใบหน้าของเขายังคงสลักไว้ด้วยความเรียบเฉยราวก้อนหิน สายตาไม่ได้วอกแวกหรือแสดงความหวาดหวั่นต่อสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ ทว่าภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนไม่ยี่หระนั้น จิตสำนึกของเขากลับตื่นตัวถึงขีดสุด

“สำนักเทียนหมิง... โหดเหี้ยมและซับซ้อนกว่าที่ข้าประเมินไว้มาก” เขาพึมพำในใจอย่างระมัดระวัง

ดวงตาที่คมปลาบของเขากวาดมองไปรอบด้านอย่างแนบเนียน เขาจดจำทุกซอกมุม ทุกตำแหน่งของเวรยามที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และทุกกลไกที่อาจแฝงอยู่ตามทางเดิน สำหรับเซียวหานแล้ว ที่นี่ไม่ใช่เพียงสำนักวิชา แต่มันคือถ้ำเสือที่เขาก้าวเท้าเข้ามาโดยมีชีวิตเป็นเดิมพัน ทุกวินาทีคือความเสี่ยงที่เขามิอาจพลาดพลั้งได้แม้แต่ก้าวเดียว

“หยุด!”

น้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นฉับพลันจากเบื้องหน้า ขบวนของศิษย์ใหม่หยุดกะทันหันราวกับถูกแช่แข็ง ร่างในอาภรณ์สีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขาอย่างเงียบเชียบราวกับภูตพราย ไม่มีใครรู้ว่านางมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเคลื่อนที่มาจากทิศทางใด

หลินเยว่ซิน ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นในท่าทางที่ดูสง่างามทว่าน่าเกรงขาม แสงสลัวที่รอดผ่านยอดเขาลงมาตกกระทบใบหน้าของนาง ทำให้เห็นดวงตาคู่งามที่เย็นชาปานน้ำแข็งคู่นั้นชัดเจนขึ้น นางกวาดสายตามองศิษย์ใหม่ทีละคนช้าๆ สายตาของนางไม่ได้ดูเหมือนมองมนุษย์ แต่มันเหมือนนักล่าที่กำลังเลือกเฟ้น “เหยื่อ” ที่ถูกใจที่สุดเพื่อใช้ในพิธีกรรมบางอย่าง

“พวกเจ้าคิดว่า... แค่รอดชีวิตจากลานคัดเลือกเบื้องล่างมาได้ แล้วจะได้เป็นศิษย์ของเทียนหมิงอย่างเต็มตัวงั้นหรือ?”

น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งการข่มขู่ในน้ำเสียง ทว่ากลับส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบอุณหภูมิลดฮวบลงจนคนรอบข้างต้องห่อไหล่ด้วยความหนาวสะท้านที่เสียดแทงเข้ากระดูก ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตานาง

หลินเยว่ซินยกมือเรียวงามขึ้นช้าๆ ในมือของนางปรากฏขวดกระเบื้องเคลือบสีดำขนาดเล็กที่มีลวดลายประหลาดสลักอยู่รอบขวด นางชูมันขึ้นต่อหน้าทุกคน

“ดื่มมันซะ”

คำสั่งเพียงคำเดียวสั้นๆ กลับทำให้ใบหน้าของศิษย์ใหม่หลายคนซีดเผือดลงทันที ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของพวกเขา

“นี่คือ ‘โอสถคุมวิญญาณ’ หรือจะเรียกว่าพิษประจำสำนักก็ได้” เสียงของนางยังคงราบเรียบเช่นเดิม ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน “ผู้ที่จะก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาเป็นศิษย์ชั้นใน... ต้องยอมรับการควบคุมที่ไร้ข้อแม้ สำนักเทียนหมิงไม่ต้องการคนเก่งที่ไร้ความซื่อสัตย์”

นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะคลี่รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ดูงดงามราวกับบุปผาอาบยาพิษ

“หากผู้ใดคิดทรยศ หรือพยายามหลบหนีจากอาณัติของสำนัก...” นางละคำพูดไว้ในฐานที่เข้าใจ แววตาประกายความอำมหิตวูบหนึ่ง “ก็ทำได้เพียงแค่นอนรอวันตายด้วยความทรมานที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกสับเป็นพันชิ้น”

ความกลัวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วกลุ่ม ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากความตายที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ศิษย์แต่ละคนเดินเข้าไปรับขวดเล็กๆ นั้นด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกัดฟันกลืนของเหลวขมปร่าลงไปในลำคอ บางคนถึงกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความทรมานชั่วขณะ บางคนหายใจติดขัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นลำคอไว้ ทว่าภายใต้สายตาที่จ้องจับผิดของหลินเยว่ซิน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว

เมื่อถึงตาของเซียวหาน เขายื่นมือออกไปรับขวดนั้นด้วยท่าทีที่สุขุมเป็นอย่างยิ่ง เขามองของเหลวสีดำขลับที่อยู่ในมือเพียงครู่เดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาเข้ากับหลินเยว่ซินที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

ดวงตาของเขานิ่ง ลึก และมืดมิดราวกับเหวที่ไร้ก้นบึ้ง มันยากที่จะคาดเดาว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ จากนั้น เขาก็ยกขวดขึ้นดื่มของเหลวในนั้นลงไปรวดเดียวโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว

รสขมฝาดที่แสนรุนแรงแล่นผ่านโคนลิ้นลงสู่ลำคอ ทันทีที่มันตกถึงกระเพาะ เขาก็รู้สึกได้ถึงความร้อนวูบวาบราวกับมีลาวาไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด มันพุ่งเข้าสู่ขั้วหัวใจและแผ่ขยายออกไปยังจุดชีพจรทั่วร่างกาย ทว่าใบหน้าของเขากลับยังคงสงบเรียบเฉย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าหรือแม้แต่เหงื่อสักหยดที่ซึมออกมา

หลินเยว่ซินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาของนางแสดงออกถึงความฉงนสงสัยอย่างชัดเจน

“คนผู้นี้... มีบางอย่างไม่ธรรมดา”

นางก้าวเท้าลงจากแท่นหินช้าๆ เสียงฝีเท้าของนางแผ่วเบาจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบของสายลม ทว่าทุกย่างก้าวที่ขยับเข้าใกล้ กลับดูเหมือนจะเหยียบลงบนหัวใจของคนรอบข้างจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ นางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเซียวหานในระยะที่ใกล้มาก ใกล้จนนางได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขา และใกล้จนเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบจากกายของนาง

“เจ้าไม่กลัวตายหรือ?” คำถามนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่จ้องจะบดขยี้จิตใจของอีกฝ่าย

เซียวหานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสบตาคู่สวยนั้นอย่างตรงไปตรงมา

“กลัวขอรับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท

คำตอบของเขาทำให้ศิษย์รอบข้างถึงกับชะงักด้วยความประหลาดใจ การยอมรับความหวาดกลัวต่อหน้าผู้ที่กุมอำนาจไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะกล้าทำ ทว่าสิ่งที่ขัดแย้งกับคำพูดของเขาคือ ‘ดวงตา’ แววตาของเซียวหานไม่มีความสั่นไหว ไม่มีร่องรอยของความกลัวอย่างที่ปากพูดแม้แต่น้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ซ่อนอยู่อย่างมิดชิด

หลินเยว่ซินจ้องเขาลึกเข้าไปในดวงตาอยู่ครู่ใหญ่ ราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน ทันใดนั้น นางเอื้อมมือไปแตะที่หน้าอกของเขาเบาๆ ตรงตำแหน่งของหัวใจ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อผ้า พลังงานบางอย่างที่ลึกลับและเย็นเยียบก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของนาง

ไอหมอกสีดำบางเบาเริ่มลอยออกจากปลายนิ้วและร่างกายของหลินเยว่ซิน มันเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ราวกับงูที่กำลังเลื้อยรัดเหยื่อ ไอมารที่เต็มไปด้วยความกดดันและเจ็บปวดเริ่มซึมซาบเข้าไปในร่างของชายหนุ่มตรงหน้า มันเลื้อยไปตามลำแขนและซึมลึกเข้าสู่เส้นชีพจร เหมือนกำลังทำการ ‘สำรวจ’ และตรวจสอบวิญญาณของเขา

หากเป็นคนปกติที่ได้รับสัมผัสจากพลังมารที่เข้มข้นขนาดนี้ คงล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายหรือกระอักเลือดออกมาแล้ว แต่เซียวหานยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น เขาไม่ถอยหนี ไม่แสดงอาการต่อต้าน เพียงแค่ยืนรับเอาความเจ็บปวดและความเย็นเยียบนั้นไว้อย่างสงบ

หลินเยว่ซินขมวดคิ้วมุ่น ความสับสนเริ่มปรากฏบนใบหน้าหยกของนาง

“แปลกเหลือเกิน...”

พรรณรังสีหรือพลังมารของนาง ไม่เคย ‘นิ่ง’ เช่นนี้กับใครมาก่อน โดยปกติแล้วมันจะทำลายล้างหรือขัดขวางพลังของผู้อื่นอย่างรุนแรง แต่มันกลับไม่พยายามทำร้ายชายหนุ่มผู้นี้ ไม่เพียงเท่านั้น พลังในกายของเขายังเหมือนจะตอบสนองต่อไอมารของนางอย่างประหลาด ราวกับคนสองคนที่รู้จักมักคุ้นกันมานานแสนนาน

นางชักมือกลับทันทีราวกับถูกของร้อน ไอมารรอบกายสลายหายไปในพริบตา บรรยากาศรอบข้างค่อยๆ กลับมาหายใจได้สะดวกอีกครั้ง หลินเยว่ซินพยายามระงับความสับสนในใจไว้ภายใต้ความเย็นชาตามเดิม

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...” นางหันหลังกลับช้าๆ ท่วงท่ากลับมาดูเยือกเย็นดังเดิม “พวกเจ้าทุกคนคือศิษย์ของเทียนหมิงโดยสมบูรณ์”

นางหยุดฝีเท้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาโดยไม่หันกลับมามอง

“และอย่าลืมกฎที่สำคัญที่สุดของที่นี่... ในสำนักเทียนหมิง ไม่มีคำว่า ‘ไว้ใจ’ และไม่มีที่ว่างสำหรับผู้ที่อ่อนแอ”

เสียงฝีเท้าของนางค่อยๆ ห่างออกไปจนหายลับไปในเงามืด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความกดดันที่ยังคงค้างอยู่ในอากาศราวกับหมอกที่สลายไปไม่หมด ศิษย์คนอื่นๆ ต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นจากช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดมาได้

เซียวหานยังคงยืนอยู่ที่เดิม มือของเขากำแน่นที่ชายเสื้อเล็กน้อย ดวงตายังคงทอดมองไปยังทิศทางที่นางจากไปอย่างไม่วางตา

“พลังมารที่เข้มข้นขนาดนั้น... หรือว่าข่าวลือเรื่องที่นางฝึกวิชามารต้องห้ามจะเป็นความจริง?” เขาครุ่นคิดในใจ แววตาของเขาดูเย็นชาลงยิ่งกว่าเดิม

“หากเป็นเช่นนั้น แผนการของข้าคงต้องเปลี่ยนไป... ข้าจำเป็นต้องเข้าใกล้นางให้มากกว่านี้ เพื่อค้นหาจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้อำนาจนั้น”

สายลมเย็นพัดผ่านลานกว้างอีกครั้ง พาเอาเศษใบไม้แห้งและกลิ่นคาวเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่วนเวียนอยู่ในอากาศ ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดลงพร้อมกับความลับที่ถูกฝังลึกขึ้นเรื่อยๆ ภายในหุบเขาแห่งนี้ และในค่ำคืนวันเดียวกันนั้นเอง... เกมการเมืองและการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ไม่มีใครยอมแพ้ใคร ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบงันภายใต้เงาของสำนักเทียนหมิง

ไม่มีใครรู้เลยว่า ระหว่างเซียวหานและหลินเยว่ซิน... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า และใครกันแน่ที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อในบ่วงกรรมที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status