Teilen

ข้าขอเอาคืน!

last update Zuletzt aktualisiert: 15.03.2026 13:21:52

เสียงฝ่ามือหนัก ๆ ที่ฟาดลงไปบนใบหน้าของเด็กสาวที่พุ่งตัวเข้ามาหาจ้าวโม่ดังขึ้นเสียงดัง ก่อนที่ร่างของเด็กสาวนางนั้นจะล้มลงไปนั่งแหมะเอามือกุมหน้าของตัวเองอยู่บนพื้นด้วยอาการมึนงง

ไม่ต่างจากพวกของจ้าวจื่อถงและจ้าวหนิงที่ตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองเพิ่งจะได้เห็นเมื่อสักครู่นี้เช่นเดียวกัน

“นะ...นี่เจ้ากล้าตบข้าหรือ?”

น้ำเสียงเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่อยากจะชื่อของเด็กสาวรายนั้นที่เพิ่งจะถูกจ้าวโม่ตบจนลงไปนั่งอยู่บนพื้นดังขึ้นอีกครั้ง

“ใช่ แล้วจะทำไม? ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกนะที่ข้าจะตบ ถึงจะเป็นพวกนางข้าก็จะตบเช่นเดียวกันกับเจ้านั่นแหละ”

จ้าวโม่เอ่ยตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัวกับท่าทีเกรี้ยวกราดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย พร้อมกับชี้นิ้วไปยังคนที่เหลือที่กำลังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมขยับไปไหน

เพราะนางเองก็ไม่เคยคิดจะยืนเฉย ๆ ให้ใครมารังแกได้ตามใจชอบเหมือนเจ้าของร่างทำอย่างแน่นอน

“หึ! ปากเก่งดีนี่ พวกเจ้าจะมัวยืนนิ่งอยู่ทำไมรีบเข้าไปจับตัวมันไว้สิ วันนี้ข้าจะเตือนความจำให้กับมันเสียหน่อย ดูเหมือนว่ามันจะลืมรสมือของข้าไปเสียแล้ว”

จ้าวจื่อถงเอ่ยสั่งเด็กสาวที่เป็นลูกสมุนของตนเสียงดัง พร้อมกับตั้งท่าเตรียมจะเข้าไปตบสั่งสอนเด็กสาวที่กล้ามาปากดีกับตนเอง

“ได้ ได้ ได้”

เด็กสาวที่เหลืออยู่ทั้งสองคนรีบเอ่ยรับคำของจ้าวจื่อถงกันอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นทั้งสามก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาจ้าวโม่เพื่อหวังจะจับตัวอีกฝ่ายตรึงไว้รอให้หัวหน้าของพวกตนได้สั่งสอนเด็กสาวให้หายโกรธแค้นเสีย

แต่ผิดคาดเพราะทันทีที่เด็กสาวทั้งสามคนพุ่งตัวเข้าหาจ้าวโม่นั้น นางก็ได้แจกหมัดส่งไปให้กับเด็กสาวรุ่นพี่ทั้งสามกันคนละหมัดจนพวกนางนั้นลงไปนอนคลุกดินอยู่บนพื้น

“ข้าขอเอาคืนหน่อยเถิด!”

หลังจากจัดการกับรุ่นพี่ทั้งสามเสร็จแล้วนั้น จ้าวโม่จึงได้ประกาศขึ้นเสียงดังพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปหาจ้าวจื่อถงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

เมื่อเข้าถึงตัวของอีกฝ่ายได้แล้วจ้าวโม่ก็ใช้มือดึงทึ้งไปที่ผมของญาติผู้พี่ก่อนจะออกแรงกระชากจนอีกฝ่ายหน้าหงายล้มลงไปนอนแผ่อยู่ที่พื้นอย่างสิ้นท่า

หลังจากจัดการกับจ้าวจื่อถงเสร็จจ้าวโม่ก็รีบเปลี่ยนเป้าหมายไปที่จ้าวหนิงญาติผู้พี่อีกคนที่ในตอนนี้กำลังหันหลังจะหนีไป

แต่ความไวของจ้าวโม่กลับเยอะกว่าเพราะยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ออกวิ่ง จ้าวโม่ก็พุ่งตัวเข้าไปหยุดลงทางด้านหลังของจ้าวหนิง

ก่อนจะใช้มือจิกลงไปบนผมของอีกฝ่ายเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว เมื่ออีกฝ่ายหันหน้ากลับมาจ้าวโม่จึงได้โอกาสฟาดฝ่ามือลงไปบนหน้าของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรงในทันที

เพี๊ยะ! 

“โอ๊ยยย”

เสียงร้องของจ้าวหนิงดังขึ้นหลังจากที่ใบหน้าของตนถูกตบพร้อมกับร่างของนางที่ล้มลงไปนั่งแหมะอยู่ที่พื้นดินอย่างสิ้นท่า

“นี่สำหรับที่พวกเจ้าเคยรังแกข้า! คราวหลังถ้ายังอยู่กันดี ๆ ไม่ได้อีกก็อย่าหาว่าข้าไม่ออมมือก็แล้วกัน!”

หลังจากที่จ้าวโม่จัดการกับทั้งห้าคนจนหมดสภาพแล้วนั้นก็ได้ปรายตามองไปทีละคนด้วยดวงตาแข็งกร้าวจนน่าหวาดกลัวเป็นครั้งแรก

จากนั้นนางก็ได้เอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้ให้กับพวกของจ้าวจื่อถง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังทิศทางของบ้านในทันที โดยไม่ได้สนใจเลยว่าพวกเด็กสาวทั้งหมดนั้นจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อแม่ของพวกนางทีหลังหรือไม่

ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หลังจากที่จ้าวโม่จากไปแล้วพวกของจ้าวจื่อถงก็รีบร้องไห้กลับไปบ้านของตนเองเพื่อฟ้องเรื่องที่ตนถูกจ้าวโม่รังแกในทันที

แม้แต่จ้าวจื่อถงกับจ้าวหนิงก็ไม่เว้น แถมพวกนางทั้งสองยังแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อให้มารดาของพวกตนไปตามเอาคืนจ้าวโม่อย่างสาสมอีกด้วย

ทางด้านจ้าวโม่ที่กลับมาถึงบ้านของตนเองก็พบเข้ากับวัวเทียมเกวียนของเถ้าแก่ชุนที่มาส่งต้นกล้าและเมล็ดผักจอดอยู่ที่หน้าบ้านของนางพอดี

จ้าวโม่จึงได้รีบเดินตรงไปยังหน้าบ้านของตนเองก็พบเข้ากับคนงานส่งของกำลังช่วยกันขนต้นกล้าทั้งหมดลงไปวางไว้ที่หน้าบ้าน

โดยที่มารดาของนางกำลังยืนดูอยู่ห่าง ๆ เมื่อนางฟานซื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนได้กลับมาถึงแล้วจึงได้เอ่ยเรียกอีกฝ่ายขึ้นทันที

“โม่เอ๋อร์กลับมาแล้วเหรอลูก แล้วท่านตาของเจ้าเล่าไปไหนเสียแล้ว?”

“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ ส่วนท่านตาไปทำเรื่องที่ดินกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านในเมืองคงจะแล้วเสร็จช่วงเย็นเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เอ่ยตอบมารดาไปพรางจ้องมองดูพวกต้นกล้าที่ทางร้านกำลังขนลงไปพรางอย่างตรวจสอบดูสินค้า

ไม่นานคนงานของร้านก็ขนต้นกล้าทั้งหมดเสร็จ จากนั้นคนงานชายคนเดิมถึงได้เดินเข้ามาหาจ้าวโม่พร้อมกับห่อเมล็ดผักทั้งสี่อย่างที่นางซื้อเอาไว้มอบให้

“นี่คือเมล็ดผักทั้งหมด งานเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าขอตัวกลับก่อน”

เอ่ยเสร็จคนงานชายก็เดินกลับไปที่เกวียนของตนเองแล้วขับจากไปในที่สุด เมื่อคนงานจากไปแล้วจ้าวโม่จึงได้เดินเข้าไปตรวจดูต้นกล้าทั้งหมดอีกครั้ง

ต้นกล้าพริกจำนวนสิบต้น หน่อของต้นอ้อยอีกจำนวนสิบห้ากระถาง ครบตามที่ตกลงกันเอาไว้

ส่วนห่อของเมล็ดผักเองก็ครบ และยังมีฝักของข้าวโพดอีกหนึ่งอย่าง เมื่อเด็กสาวเห็นว่าของทุกอย่างนั้นครบตามที่ตนเองสั่งจึงได้เผยรอยยิ้มออกมาอย่างถูกใจ

ก่อนที่นางจะเดินกลับไปนั่งลงตรงที่โต๊ะหน้าบ้านตรงข้ามกับมารดาที่กำลังเย็บปะชุดให้กับพวกพี่ชายของตนอยู่พร้อมกับเอ่ยขึ้นมา

“ท่านแม่เจ้าคะ ชุดพวกนี้มันเก่ามากแล้ว เอาเช่นนี้ดีหรือไม่พรุ่งนี้พวกเราเข้าเมืองไปหาซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ให้กับทุกคนกันดีหรือไม่?”

“มันจะดีเหรอลูก พวกเราเพิ่งจะใช้เงินซื้อที่ดินไปเองนะ อีกอย่างแม่ว่าชุดพวกนี้มันก็ยังใช้ได้อยู่เอาไว้ค่อยซื้อใหม่อีกทีก็ได้”

แต่นางฟานซื่อกลับรู้สึกเสียดายเงินทองเลยเอ่ยปฏิเสธลูกสาวคนเล็กพร้อมกับบอกเหตุผล

“ข้าคิดว่าการลงทุนกับตนเองนั้นคุ้มค่าที่สุดนะเจ้าคะ อีกอย่างผ้าแค่สี่ห้าพับคงไม่ทำให้บ้านของเราจนลงไปมากหรอกเจ้าค่ะ หรือไม่พรุ่งนี้ข้าขึ้นเขาไปกับท่านพ่อเพื่อหาสมุนไพรเพิ่มก็ได้เจ้าค่ะ”

จ้าวโม่ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดของมารดาเพราะนางรู้ดีว่ามารดาของตนนั้นเป็นคนคิดมากและไม่ค่อยกล้าตัดสินใจในสิ่งที่ต้องใช้เงินจำนวนเยอะ ๆ ถึงได้เอ่ยขึ้นอย่างให้เหตุผลกลับ

“เช่นนั้นเจ้าก็รอถามพวกท่านตากับท่านพ่อของเจ้าก็แล้วกัน”

ในที่สุดนางฟานซื่อที่ไม่รู้จะยกเหตุผลอะไรในการเอ่ยคัดค้านบุตรสาวที่ดูจะมีนิสัยดื้อรั้นขึ้น นางจึงได้เอ่ยโยนไปให้กับบุรุษของบ้านทุกคนแทน

“ได้เจ้าค่ะ แต่ว่าพรุ่งนี้ข้าคิดจะตามท่านพ่อขึ้นเขาไปหาของป่าดูเสียหน่อย เผื่อจะได้อะไรลงมาขายหาเงินเข้าบ้านอีกแรง”

จ้าวโม่เอ่ยรับคำของมารดาอย่างเสียไม่ได้ ถึงแม้นางจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตามว่าทุกคนจะต้องตามใจนาง แต่เพื่อให้มารดาสบายใจนางจึงไม่คิดจะเซ้าซี้อีกฝ่ายต่อ

แต่กลับเอ่ยบอกถึงกำหนดการที่นางจะทำในวันพรุ่งนี้ให้ผู้เป็นมารดาได้รับรู้เอาไว้แทน

“ก็ลองขอท่านพ่อของเจ้าดู แม่เองก็แล้วแต่ท่านพ่อของลูก”

นางฟานซื่อเอ่ยตอบกลับเพียงเท่านั้นก็กลับไปตั้งใจเย็บชุดที่อยู่ในมือต่อ เมื่อจ้าวโม่เห็นว่ามารดาได้เริ่มทำงานแล้วจึงไม่คิดที่จะรบกวนอีกฝ่ายและตั้งใจที่จะเข้าครัวไปดูมื้อเที่ยง

แต่แล้วกลับมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากหน้าบ้านพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของนางด้วยน้ำเสียงโมโห

“จ้าวโม่! นังเด็กสารเลวรีบโผล่หัวออกมาพบพวกข้าเดี๋ยวนี้นะ!”

“ใช่ ๆ กล้าดียังไงมารังแกลูกของพวกเรากันหา!”

“เห็นเงียบ ๆ แต่ร้ายกาจยิ่งนัก รีบโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

และเสียงอีกหลายเสียงที่ดังขึ้นต่อกันมา ก่อนจะตามมาด้วยพวกชาวบ้านนับสิบคนที่กำลังเดินตรงดิ่งมาที่บ้านของจ้าวโม่ด้วยสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

==========================================================================================

ยัยน้องตบได้ดีมากลูก แต่ใด ๆ คือมีเรื่องเพิ่มมาอีกแล้ว

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   มะม่วงน้ำปลาหวาน

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้พูดคุยกับเจียงทงเสร็จเรียบร้อยนางพร้อมกับเจียงซวี่ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเอง ส่วนเจียงซวี่ที่เมื่อส่งเด็กสาวกลับบ้านเรียบร้อยก็ได้ขอตัวกลับบ้านของตนเองไปซึ่งเป็นเวลาอาหารเย็นของบ้านสกุลจ้าวแล้วเช่นกัน หลังจากที่ทุกคนได้ทานมื้อเย็นกันเสร็จเรียบร้อย จ้าวโม่จึงได้เริ่มพูดคุยเรื่องวัตถุดิบที่นางยังขาดไปอย่างมะพร้าวกับคนในครอบครัวขึ้นมา“ท่านตาเจ้าคะ ที่หมู่บ้านของเรามีมะพร้าวอยู่หรือไม่?”“อะไรนะโม่เอ๋อร์ มะพร้าวมันคือผลไม้ชนิดใดเช่นนั้นรึ?”จ้าวเหว่ยที่ได้ยินชื่อของผลไม้ที่ฟังไม่คุ้นจึงได้เอ่ยถามกับหลานสาวขึ้นอีกครั้ง“เอ่อ...มันจะมีเปลือกแข็ง ๆ ต้นมันชอบขึ้นอยู่แถวที่มีน้ำใบยาว ๆ เป็นก้าน ผลดิบจะเป็นสีเขียวแต่เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลลูกมีลักษณะกลม ๆ เจ้าค่ะ”จ้าวโม่เริ่มเอ่ยบอกลักษณะของลูกมะพร้าวให้กับผู้เป็นตาได้ฟังเผื่ออีกฝ่ายจะพอเคยเห็นมาบ้าง“เหมือนว่าพี่จะเคยเห็นเจ้าผลไม้ที่เจ้าเอ่ยมาเลยนะ มันขึ้นอยู่ตรงริมแม่น้ำอีกฝั่งของภูเขา ในตอนนี้ข้าบังเอิญไปพบมันเข้าพอดี”แต่กลับเป็นจ้าวหยางที่เป็นคนเอ่ยถึงเจ้าลูกมะพร้าวที่เด็กสาวกำลังตามหาอยู่เสียอย่างนั้น“จริงห

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   บ้านสกุลเจียง

    “จะได้อย่างไรกัน ถึงอย่างไรเจ้าก็ถือว่ามีบุญคุณต่อสกุลกู้ของเรา ในภายภาคหน้าหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือก็ให้รีบไปหาพวกเราที่บ้านสกุลกู้นะ”“ส่วนนี้เป็นสินน้ำใจถึงจะไม่ได้มากมายแต่ก็ช่วยรับไว้ด้วยเถอะ ห้ามปฏิเสธถือว่าเห็นแก่หน้าท่านพ่อข้าก็แล้วกันนะ ข้าขอตัวกลับไปดูแลเป้ยเอ๋อร์ก่อนนะ”กู้เจินที่เห็นถึงความจริงใจจากจ้าวโม่และมารดาของนางก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทนอีกฝ่ายเขาจึงได้เอ่ยปากถึงการให้ความช่วยเหลือในวันข้างหน้ากับครอบครัวจ้าวขึ้นมาพร้อมกับหยิบถุงเงินออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าของสองแม่ลูกสกุลจ้าว ก่อนจะรีบเอ่ยดักทางอีกฝ่ายเอาไว้แล้วรีบขอตัวกลับบ้านของตนเองก่อนอย่างรวดเร็วจ้าวโม่กับนางฟานซื่อที่ยังคงตามไม่ทันกับความรวดเร็วของชายวัยกลางคนที่มาแล้วกลับไปเลยทำได้เพียงมองตามหลังของอีกฝ่ายที่หายวับไปจากบ้านของพวกนางเสียแล้ว“ท่านลุงกู้ช่างเป็นคนที่รวดเร็วยิ่งนักว่าหรือไม่เจ้าคะท่านแม่?”จ้าวโม่แสร้งเอ่ยติดตลกขึ้นอย่างขบขันต่อท่าทางเมื่อครู่ของกู้เจินกับมารดาของตน“อื้อ แม่เห็นด้วยกับเจ้านะ นี่มันเงินห้าตำลึงเชียวรึ?”นางฟานซื่อเอ่ยสำทับคำพูดของ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ผู้มีพระคุณของสกุลกู้

    แคก แคก แคกกู้เป้ยเป้ยที่รู้สึกตัวขึ้นมาในที่สุดนั้นก็ได้สำลักน้ำที่กลืนลงท้องไปในตอนที่จมน้ำออกมาจนหมด แล้วหมดสติไปอีกครั้ง“เป้ยเอ๋อร์! เจ้าเป็นอะไรไป”กู้เชาที่ในตอนแรกรู้สึกโล่งใจที่หลานสาวสุดรักนั้นฟื้นคืนสติกลับมาได้ แต่เมื่อเห็นว่าเด็กสาวได้หมดสติลงไปอีกครั้งชายชราถึงได้ร้องออกมาด้วยเสียงดังด้วยความตกใจ“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านรีบพานางกลับบ้านแล้วไปตามท่านหมอมาดูอาการของนางเถิดเจ้าค่ะ”จ้าวโม่ที่รู้ดีว่าเด็กสาวเพียงหมดสติไปเพราะตกน้ำละอ่อนหล้า นางจึงได้เอ่ยบอกชายชราให้รีบพาหลานสาวของเขาไปพักแล้วรีบตามท่านหมอมาดูอาการของอีกฝ่ายเสีย“ได้ ๆ พวกเจ้ารีบเอาเปลมาหามหลานของข้ากลับบ้านเร็วเข้า ส่วนเจ้ารีบเดินทางไปตามท่านหมอจากหมู่บ้านข้าง ๆ มาให้ข้าที”กู้เชารีบเอ่ยปากตอบรับคำพูดของจ้าวโม่ จากนั้นเขาก็รีบหันไปเอ่ยสั่งชาวบ้านชายสามสี่คนที่ตามมาด้วยให้ไปทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการขึ้น“ขอรับ!”ชาวบ้านที่เป็นบุรุษสองคนรีบนำเปลสำหรับใช้หามมาวางลงตรงข้างร่างของเด็กสาวก่อนที่หญิงออกเรือนอีกสองคนจะมาช่วยยกร่างของกู้เป้ยเป้ยขึ้นไปยังเปลแล้วให้บุรุษทั้งสองรีบหามกลับไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านในทันที

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ปั้มหัวใจช่วยเหลือ

    ด้านชาวบ้านสตรีที่ออกมาซักผ้ากันอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเรื่องมากนัก พอได้ยินเสียงทะเลาะกันดังขึ้นไม่ไกลต่างก็พากันวางมือจากผ้าที่กำลังซักอยู่แล้วพากันรีบไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นซึ่งทั้งหมดไปถึงตอนที่จ้าวโม่กระโดดลงน้ำเพื่อจะไปช่วยกู้เป้ยเป้ยพอดี หนึ่งในเหล่าแม่บ้านที่พากันมาดูเหตุการณ์จึงได้ร้องถามเด็กสาวที่เหลือขึ้นด้วยความตกใจ“ว๊ายย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน แล้วเหตุใดพวกนางถึงได้ตกลงไปในน้ำเช่นนั้นได้”“เอ่อ...คือว่าจ้าวจื่อถงกับกู้เป้ยเป้ยพวกนางสองคนทะเลาะกันแล้วพลัดตกลงไปในน้ำเจ้าค่ะ”จ้าวหนิงรีบเอ่ยบอกกับพวกผู้ใหญ่ที่มีแต่สตรีด้วยนำเสียงสั่น ๆ อย่างหวาดกลัว“เช่นนั้นเจ้ารีบวิ่งไปตามคนมาช่วยพวกนางเร็วเข้า! แล้วจ้าวโม่ละนางกระโดดลงน้ำไปทำไมกัน?”หญิงวัยกลางคนอีกนางรีบหันไปเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เหลืออยู่อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามถึงจ้าวโม่ที่พวกตนเห็นว่านางกระโดดลงน้ำแล้วจมหายไป“ข้าคิดว่านางคงจะลงไปช่วยกู้เป้ยเป้ยที่กำลังจะจมน้ำ เพราะว่าจ้าวจื่อถงนางสามารถคว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้ทันจึงไม่เป็นอะไรมาก”“แต่กู้เป้ยเป้ยนางลอยไปตามกระแสน้ำแล้วเจ้าค่ะ”เด็กสาวที่เป็นสหายของกู้เป้ยเป้ยนามว่า ซิน

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เกิดเรื่องอีกแล้ว

    หลังจากนั้นในช่วงสองวันต่อมาคนบ้านจ้าวก็ได้เทียวขึ้นเขาเพื่อเก็บผลไม้กันตลอดจนแล้วเสร็จในช่วงปลายยามเว่ย (13.00-14.59) ของวันที่สองจ้าวโม่ในตอนนี้กำลังนั่งมองกองของมะม่วงที่เพิ่งจะแยกผลสุกผลดิบเสร็จลงด้วยความเหนื่อยหล้า นั่นเป็นเพราะว่าตลอดสองวันที่ผ่านมานางได้ทำการแยกผลมะม่วงอยู่ที่บ้านตลอดส่วนบุรุษของบ้านก็เป็นคนขึ้นเขาไปเก็บผลมะม่วงลงมาให้นางกับมารดาช่วยกันคัดผลอยู่ที่บ้านถือเป็นความโชคดีของจ้าวโม่ที่ในตอนเด็ก ๆ นางได้ไปอาศัยอยู่กับยายที่ทำสวนผลไม้ขาย นางจึงพลอยได้ความรู้ในเรื่องพวกนี้ติดตัวมาด้วยในชาติก่อน ก่อนที่นางจะกลายไปเป็นทายาทนักธุรกิจพันล้านนางก็เคยมีชีวิตที่ยากลำบากมาก่อนเพราะหลังจากที่แม่ของนางเลิกกับพ่อนั้นก็ได้ตั้งท้องนางแล้ว แม่ของจ้าวโม่อุ้มท้องนางกลับไปหาท่านยายที่ประเทศบ้านเกิดดังนั้นตั้งแต่นางคลอดจนอายุได้ห้าขวบล้วนเป็นแม่ของนางกับคุณยายเลี้ยงดูมาตลอดแต่เมื่อนางอายุได้ 13 ปีมารดาของนางก็เสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย หลังจากเสียมารดาไปนางก็ถูกเลี้ยงดูมาโดยคุณยายที่รักนางมากมาโดยตลอดจนเมื่อนางอายุได้ 18 ปีคุณยายก็จากนางไปด้วยโรคของคนแก่ หลังจากงานศพของผู้เป็นยายผ่า

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ขึ้นเขาอีกครั้ง

    “ข้ารู้ว่าท่านแม่ทำอย่างเต็มที่แล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าได้กล่าวโทษตัวเองเลยข้าไม่เป็นไร”จ้าวโม่เอ่ยปลอบใจมารดาอย่างเข้าใจในความรู้สึกผิดที่อีกฝ่ายมีต่อลูกสาวคนเล็ก“ขอบใจมากนะลูก”หลังจากนั้นสองแม่ลูกบ้านจ้าวก็พากันแยกไปทำสิ่งที่ตนเองต้องการต่อจนเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่รู้พอทั้งสองแม่ลูกรู้ตัวอีกทีก็ในตอนที่พวกบุรุษของบ้านทั้งสี่ได้กลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายคล้อยใกล้จะเย็นแล้วนั่นเองจากนั้นคนบ้านจ้าวก็ได้ทานมื้อเย็นแล้วเข้านอนกันตามปกติ โดยที่บุรุษทั้งสี่คนไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านของตนเองในวันนี้เลยเช้าวันต่อมา จ้าวโม่รีบตื่นมาตั้งแต่เช้าเพื่อจะได้เตรียมตัวขึ้นเขากับบิดาของตน เพราะหลังจากที่เข้านอนเมื่อวานนางได้เอ่ยขอบิดาเพื่อตามขึ้นเขาแล้วและจ้าวเหยียนเองก็อนุญาตให้นางตามไปด้วย ดังนั้นในช่วงเช้าหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จกลุ่มของจ้าวโม่จึงได้เดินทางขึ้นเขากันตั้งแต่เช้าส่วนจ้าวเหว่ยกับนางฟานซื่อนั้นถูกข้าวโม่ไหว้วานให้ช่วยไปหาวัตถุดิบบางอย่างที่นางจะนำมาใช้ปลูกผักที่ซื้อมาอยู่ที่บ้านตลอดเส้นทางที่จ้าวโม่เดินขึ้นเขาไปนั้นก็มีจ้าวจินฮ่าวและจ้าวหยางเดินประกบหน้าหลังอย่

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status