Masukตอนที่ 10 เฉยทำไม
ตอนเย็นหลังเลิกเรียนไผ่มารับกั้งตามที่เขาสัญญา ทันทีที่เธอเห็นเขา เธอก็ถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะเดินมาขึ้นรถของไผ่
แต่ทันทีที่ขึ้นมานั่ง เธอก็เอาแต่นั่งเงียบเล่นมือถือ ไม่แม้แต่จะหันมาพูด หรือหันมาทักเขาเหมือนอย่างปกติ
ไผ่เหลือบตามองกั้งที่นั่งข้าง ๆ เขาเห็นเธอก้มหน้าก้มตาจิ้มมือถือเหมือนกำลังตั้งใจมาก แต่เขาเห็นชัดเลยว่าเธอแค่กดเข้า กดออก เหมือนพยายามทำให้ยุ่งจะได้ไม่ต้องคุยกับเขา แค่นั้นไผ่ก็รู้ได้ทันทีว่ากั้งต้องมีเรื่องอะไรแน่ เขาเลยเอ่ยถามเสียงเบา
“เหนื่อยเหรอ”
“เปล่า” เธอตอบสั้น ๆ ไม่แม้แต่จะมองหน้าไผ่ แล้วก็เงียบ
ไม่นานหลังจากที่กั้งเงียบ ไผ่ก็ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าข้างทางทันทีก่อนจะจอดที่ข้าง ๆ ฟุตบาท เสียงเบรกเบา ๆ ของรถทำให้กั้งเงยหน้าขึ้น
“มึงจอดรถทำไมวะ” เธอถามเขาอย่างงง ๆ
ไผ่หันมามองกั้ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุย”
“คุยอะไรของมึง” กั้งถามพร้อมกับทำหน้าสงสัย
“ก็เรื่องที่ทำให้เธอเฉยใส่ฉัน” ไผ่ถามออกไปตรง ๆ
กั้งตกใจเล็กน้อย หน้าของเธอแสดงออกชัดเจนที่ถูกไผ่จับได้ แต่เธอก็ยังพยายามพูดกลบเกลื่อน
“เฉยอะไร กูกำลังเล่นมือถือต่างหาก”
ไผ่มองเธอนิ่ง ๆ ก่อนที่เขาจะยิ้มที่มุมปากแล้วถามเธอออกไป “โพสต์ก่อนหน้าในฟีดเธอคืออะไร”
กั้งชะงัก มือที่ถือโทรศัพท์ค้างกลางอากาศ เงียบ...ไม่มีคำตอบจากเธอ เพราะขนาดแอปที่เธอเข้าไปเมื่อกี้ เธอยังไม่รู้เลยว่าแอปอะไร เพราะเธอไม่ได้เล่นจริง แค่ทำเป็นก้มหน้าเล่นหนีเขาเท่านั้น แล้วจะให้เธอตอบได้ยังไง
ไผ่เลยได้แต่ถอนหายใจยาวเบา ๆ ก่อนจะเรียกเธอ “กั้ง เธอไม่เนียนเลย” เขาพูดอย่างใจเย็น “บอกมาสิ ว่าเป็นอะไร”
“ไม่ได้เป็นอะไร” กั้งตอบ ก่อนจะหันหน้าออกไปมองข้างนอก และพูดเปลี่ยนเรื่อง “ทีนี้มึงจะไปส่งกูได้หรือยัง ถ้ามึงไม่ไป กูกลับเองก็ได้”
กั้งบอกพร้อมกับทำท่าจะเปิดประตูรถ แต่ไผ่ก็จับมือของเธอไว้ก่อน
“ได้ งั้นไปคุยกันที่ห้องของเธอ” พูดจบ ไผ่ก็ออกรถทันที
ส่วนกั้ง ที่พอเข้าใจความหมายที่เขาพูด เธอก็หันมามองหน้าเขา ก่อนที่พยายามจะอธิบาย “กูไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ” เธอพยายามอธิบาย “กูให้มึงไปส่งห้อง ไม่ใช่ให้มึงไปห้องกู”
แต่ไผ่ก็ดูไม่ได้จะสนใจคำพูดของกั้งเท่าไร เขายังคงตั้งใจขับรถต่อไปเหมือนเดิม
หลังจากนั้นไม่นาน ตอนนี้ทั้งสองคนก็อยู่ที่ห้องของกั้ง กั้งยังคงนั่งอย่างงง ๆ อยู่ที่โซฟามองไผ่ที่ตอนนี้กำลังเดินไปที่ครัว ก่อนที่เขาจะเดินกลับออกมาพร้อมกระป๋องน้ำอัดลมในมือ แล้วนำมาวางตรงหน้าเธอ
“น้ำอัดลมพวกนี้ความจริงไม่ค่อยมีประโยชน์หรอก แถมกินมาไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย” เขาบอกพร้อมกับทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาข้าง ๆ กั้ง
กั้งมองกระป๋องน้ำอัดลม ก่อนจะหันไปมองไผ่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ “ถ้ามึงจะบ่น แล้วจะเอามาให้กูทำไม”
“ก็ที่เธอหงุดหงิดเพราะน้ำตาลต่ำ ไม่ใช่เหรอ”
“กูไม่ได้น้ำตาลต่ำ”
“ถ้าไม่ได้น้ำตาลต่ำ งั้นก็บอกมาว่าเป็นอะไร” ไผ่ถามกลับทันทีด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไร มึงจะถามทำไมหนักหนา” กั้งยังคงปฏิเสธ
แต่ไผ่กลับส่ายหน้าอย่างไม่คิดจะที่เชื่อคำพูดของเธอแม้แต่นิดเดียว ก่อนที่เขาจะเอนตัวเข้ามาใกล้เธอช้า ๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลือ
กั้งตกใจกับการกระทำของไผ่ เธอรีบยกมือดันอกเขาไว้ทันทีพร้อมกับเอ่ยปากห้าม “ไผ่ มึงหยุดเลยนะ อย่าเข้ามาใกล้กูแบบนี้”
แต่ไผ่ก็ไม่ได้สนใจแรงผลักอันน้อยนิดของกั้ง เพราะเขายังคงขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีก เหมือนตั้งใจจะบีบให้เธอยอมพูดออกมาให้ได้ จนตอนนี้หลังของกั้งแทบจะราบไปกับพนักโซฟาอยู่แล้ว
“ไผ่ กูบอกให้มึงหยุด” เธอพูดด้วยเสียงที่เริ่มสั่น ขณะที่มือยังดันอกเขาไว้ ถึงแม้จะรู้ว่ามันแทบจะไม่ได้ผลเลยก็ตาม เพราะหน้าของไผ่ยังคงขยับเข้าใกล้เธอเรื่อย ๆ จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเขา ที่เป่ารดแก้มของเธอ จนทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขิน
“กั้ง” ไผ่เรียกชื่อกั้งเบา ๆ อย่างกดดัน “จะบอกฉันได้รึยัง ว่าเธอเป็นอะไร”
“กะ...ก็บอกแล้ว ว่ากูไม่ได้เป็นอะไร” เธอพูดทั้งที่ไม่มองหน้าเขา
ไผ่หัวเราะในลำคอเบา ๆ กับคำแก้ตัวของเธอ ก่อนที่เขาจะก้มหน้าเข้าไปอีกนิด จนจมูกของเขาแทบจะชนกับแก้มนุ่มของเธอที่กำลังเป็นสีแดง
“จะบอก หรือไม่บอก” ไผ่กระซิบถามอีกครั้ง
“ไผ่...” กั้งกำลังจะปฏิเสธอีกครั้ง แต่ปลายจมูกของไผ่กลับเฉียดแก้มเธอไปจนเธอสะดุ้ง เธอเลยรีบตอบออกมาเสียงดัง พร้อมกับเอามือปิดแก้มของตัวเองไว้
“บอกแล้ว กูบอกมึงแล้ว แต่มึงถอยออกไปไกล ๆ กูก่อนเลย”
ไผ่มองการกระทำของกั้งอย่างขำ ๆ ก่อนที่เขาจะยอมถอนตัวกลับมานั่งตรง ๆ ส่วนกั้งเองก็รีบดีดตัวขึ้นนั่ง แล้วขยับจนชิดมุมโซฟา ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก
ไผ่หยิบกระป๋องน้ำอัดลมมาเปิดแล้วเขาก็ยื่นกระป๋องน้ำให้เธอ “ดื่มสิจะได้หายตื่นเต้น แล้วจะได้พูดมาว่าเป็นอะไร”
กั้งกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรง ๆ เธอรับกระป๋องน้ำมาจากไผ่ ก่อนจะยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ แล้วหันมามองเขาแล้วพูดด้วยเสียงแข็ง ๆ
“กูไม่ชอบ” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อเสียงเบาลงกว่าเดิม “กูไม่ชอบเป็นตัวเลือกของใคร โอเคมั้ย”
ไผ่ขมวดคิ้วนิด ๆ อย่างไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดขัด เขาปล่อยให้เธอพูดต่อ
กั้งจ้องหน้าของไผ่ก่อนจะเม้มปาก แล้วถามออกมาตรง ๆ “มึงหมายความว่ายังไงไผ่ ที่มึงมาบอกว่าจะจีบกู ทั้งที่มึงยังเคลียร์เรื่องผู้หญิงของมึงไม่จบ”
ไผ่เงียบ เขาไม่ตอบ เขาแค่มองหน้าของกั้งนิ่ง ๆ เหมือนต้องการให้เธอพูดต่อ
กั้งเลยพูดต่อ ด้วยเสียงที่แข็งยิ่งกว่าในตอนแรก “วันนี้กูได้ยินข่าวว่ามีคนไปหามึงที่คณะ” กั้งบอก พร้อมมองหน้าเขาตรง ๆ “ถ้ามึงยังเคลียร์เรื่องของมึงกับผู้หญิงพวกนั้นไม่เรียบร้อย มึงก็ไม่น่ามาจีบกู เพราะกูไม่อยากได้ชื่อว่า ไปยุ่งกับผู้ชายของใคร”
จบประโยค เธอก็ก้มหน้าเหมือนกำลังซ้อนความรู้สึก เพราะการที่เธอพูดออกมาแบบนี้ มันเหมือนกับว่าเธอยอมรับว่าเธอแคร์เขา
ไผ่นั่งนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะยกยิ้มขึ้นช้า ๆ ที่มุมปากอย่างอ่อนโยน
“กั้ง” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ ก่อนจะเอนเข้ามาหาเธอเล็กน้อย “ฉันไม่ได้มีผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น ฉันเคยบอกเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
กั้งชะงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา ไผ่เองก็มองกลับด้วยสายตาที่จริงจังก่อนจะพูดต่อ
“คนเดียวที่ฉันมี…คือเธอ”
ตอนพิเศษ ตอนที่ 10มันดีจริง ๆ ปลายนิ้วยังแตะอยู่ตรงส่วนนั้นของกั้ง และแววตาของไผ่ไม่ละไปไหนเลย จนกั้งต้องเอื้อมมือแตะต้นแขนเขาเบา ๆ“มองขนาดนั้น จะจำไว้ไปฝันเหรอ” เธอถามเขาเสียงพร่าไผ่เลื่อนสายตามาสบตาเธอ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ เสียงของเขาทั้งทุ้ม ทั้งร้อนระอุ จนกั้งแทบไหม้“ไม่ใช่แค่จำไปฝัน แต่คืนนี้ ฉันจะทำให้เธอจำจนฝังลงไปในกระดูกเลยต่างหาก”กั้งสะอึก หัวใจเต้นแรงเพราะคำพูดของไผ่ แต่เขายังไม่หยุดแค่นั้น“เธอรู้มั้ยว่าฉันต้องใช้พลังแค่ไหน…เวลาห้ามตัวเองไม่ให้จับเธอแรง ๆ” เขาขยับหน้าเข้าใกล้ขึ้นอีก เสียงของเขาเบาลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ“แต่ตอนนี้…ฉันจะไม่ห้ามตัวเองแล้วนะ เพราะเธอเป็นคนเริ่มเอง อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”กั้งยังไม่ทันได้ตอบอะไร ริมฝีปากของเขาก็แตะลงมาอย่างแนบแน่น ร้อนแรง...และแทบจะกลืนกินลมหายใจของเธอไปหมดจูบของเขาไม่ได้รีบร้อน แต่กลับเต็มไปด้วยเจตนาชัดเจนว่าเขา ต้องการเธอและคืนนี้ เขาจะไม่ยอมให้เธอได้นอนก่อนแน่นอนเตียงนุ่มรับร่างเธอทันทีที่ไผ่ค่อย ๆ วางเธอลง กั้งขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงความเย็นของผ้าปูเตียงตัดกับไออุ่นจากตัวเขาไผ่โน้มตัวลงมาแขนเขาคร่
ตอนพิเศษ ตอนที่ 9เซอร์ไพรส์ระหว่างที่กั้งเดินมาขึ้นรถของไผ่ โทรศัพท์ของเธอก็ดังไม่หยุด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นคนโทรมา เพราะจะมีใครได้นอกจากเพื่อน ๆ ของเธอ“เธอจะไม่รับหน่อยเหรอ” ไผ่ถามหลังจากที่เธอและเขาขึ้นมาบนรถของไผ่เรียบร้อยแล้ว“ไม่อยากรับ” กั้งตอบพร้อมกับเอามือปิดหน้า “ฉันรู้เลยว่าพวกนั้นจะพูดว่าอะไร พวกนั้นต้องแซวฉันแน่ ๆ ที่รีบกลับก่อนแบบนี้”หลังจากกั้งพูดจบเสียงโทรศัพท์ของเธอก็เงียบไป แต่เสียงที่ดังขึ้นมาแทน กลับเป็นเสียงโทรศัพท์ของไผ่แทน“ไอ้พวกนี้กัดไม่ปล่อยจริงเว้ย” กั้งบ่นออกมา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของไผ่ขึ้นมาแล้วกดรับสาย โดยไม่แม้แต่จะมองเบอร์ที่โทรมาด้วยซ้ำ“ว่าไงพวกมึง จะโทรมาทำไรหนักหนา” เธอกรองเสียงลงไปทันที แต่ทันเสียงปรายสายที่ตอบกลับมากลับทำให้กั้งอึ้งทันที“ขอโทษค่ะพี่กั้ง” ปรายสายพูด “ฉันโทรมากวนพี่สองคนหรือเปล่าคะ”กั้งดึงโทรศัพท์ออกมาก่อนจะดูว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นเบอร์ของใคร แล้วเธอก็เห็นว่าชื่อที่โชว์หน้าจอ คือชื่อของผักกาด น้องสาวของไผ่นั่นเอง“ไม่กวนเลยผักกาด เมื่อกี้พี่คิดว่าเป็นเพื่อน ๆ พี่โทรมากวนนะ” กั้งรีบอธิบายทันที “ตอนนี้ไผ่ขับรถอยู่ เราจะคุยกับไผ่
ตอนพิเศษ ตอนที่ 8ฉลองเสียงสัญญาณเริ่มต้นดังขึ้น รถแข่งทุกคันพุ่งออกจากจุดสตาร์ตในจังหวะเดียวกัน แต่ไผ่กลับไม่เร่ง…เขาปล่อยให้พวกนั้นนำหน้าเพียงนิดเดียว ก่อนจะเริ่มไล่จี้ทีละคัน ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที เขาแซงทุกคันแบบไม่เห็นฝุ่น เสียงผู้ชมในสนามโห่ร้องลั่น แม้แต่แพนเธอร์ยังต้องยกนิ้วให้“โคตรเฉียบ ไอ้เด็กนี่แม่งยังสุดอยู่เหมือนเดิม”ไฟเส้นชัยสว่างวาบขึ้นท่ามกลางเสียงเฮสนั่นของทั้งสนาม รถของไผ่พุ่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกแบบทิ้งห่างคู่แข่งจนแทบไม่ต้องลุ้น“เชี่ย” ดิวตะโกนลั่น “ทิ้งขาดขนาดนี้เลยเหรอวะ ไอ้ไผ่นี่แม่งสุดยอดจริง”“กูบอกแล้วว่าจะล้มแชมป์มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ” โด้พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่แพ้กันในห้อง VIP เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกัน ขณะที่แพนเธอร์ยิ้มกว้างอย่างพอใจ ส่วนกั้งที่ยืนอยู่ข้างสนาม เธอเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกลั้นหายใจมาตลอดจนกระทั่งรถของไผ่ชะลอจอดสนิทไผ่ถอดหมวกกันน็อกออก ใบหน้าเปื้อนเหงื่อ แต่รอยยิ้มกลับชัดเจน เขาก้าวลงจากรถ ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องกั้งเองก็รีบเดินเข้าไปหาเขาโดยไม่สนใจสายตาใคร“นายทำฉันตกใจหมดเลยนะตอนเริ่มนะ” เธอพูดเสียงดุ แต่แววตากลับ
ตอนพิเศษ ตอนที่ 7ซิ่งรักตอนนี้ที่สนามแข่งขันของแพนเธอร์ เต็มไปด้วยเสียงดังของเครื่องเสียงที่เปิดเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับสนาม และเสียงของผู้คนที่เริ่มพากันทยอยเข้ามาที่สนาม ดูเหมือนว่าวันนี้คนจะเยอะกว่าปกติที่แพนเธอร์จัดการแข่ง“โห่ นี่พึ่งกี่ทุ่มกว่าเอง ทำไมคนถึงเริ่มมากันแล้วว่ะ” ดิวที่ยืนมองผู้คนที่เริ่มนั่งกันประปรายบริเวณอัฒจรรย์พูดขึ้น“จริง กว่าจะแข่งจริงก็ตั้งสามทุ่ม ปกติกว่าคนจะมากันก็เกือบแข่ง ทำไมวันนี้มาเร็วกันจังว่ะ” โด้เองก็รีบพูดเสริมก่อนที่ทั้งสองจะหันไปมองแพนเธอร์ ที่นั่งอยู่ที่โซฟา ที่กำลังมองสนามผ่านกระจกบานใหญ่ ที่เห็นภาพรวมของสนามได้ทั้งหมดตอนนี้พวกของเขาอยู่กันที่ห้องวีไอพี ซึ่งเป็นห้องที่ดูการแข่งของสนามได้ชัดและดีที่สุดของสนาม และเป็นห้องส่วนตัวของแพนเธอร์ ที่เขาเอาไว้ดูภาพรวมของความเรียบร้อยซึ่งปกติเขาจะไม่อนุญาตให้ใครเข้ามา นอกจากกลุ่มของพวกเขา แต่ปกติพวกเขาก็ไม่ค่อยได้ขึ้นมาในห้องนี้สักเท่าไร เพราะชอบดูการแข่งที่อัฒจรรย์มากกว่า“หรือว่าเฮียมีกิจกรรมพิเศษอะไรเหรอ คนถึงได้มากันเร็วแบบนี้” ดิวตั้งข้อสังเกตที่คนมาเร็วกันมากกว่าปกติ“ไม่มี” แพนเธอร์ตอบ ดิวกับ
ตอนพิเศษ ตอนที่ 6ดูแลตัวเองบ้าง หลังจากที่กั้งหลอกเพื่อน ๆ ของเธอไปช่วยงานไผ่ ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว ถึงกั้งจะรับปากว่าจะเลี้ยงขอบคุณ แต่จนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้เลี้ยงใครสักที เพราะช่วงที่ผ่านมาไผ่เรียนหนักและแทบไม่มีเวลาว่าง แม้กั้งจะบอกว่าเธอขอเลี้ยงก่อน แต่เพื่อน ๆ ของเธอต่างก็บอกว่าไม่ต้อง รอไผ่ว่างก่อนค่อยเลี้ยงก็ได้จนกระทั่งวันนี้ พวกเขาทั้งหมดมารวมตัวกันอีกครั้งที่ร้านแต่งรถของ “คอบบร้า” หรือที่รู้จักกันว่า “เฮียคอบ” พี่รหัสของกั้งนั่นเอง เพราะวันนี้ไผ่ตัดสินใจที่จะแข่งรถให้ตามคำเรียกร้องของเพื่อน ๆ ที่เรียกร้องกันมานานให้เขาช่วยแข่งให้หน่อยในโซฟามุมหนึ่งของร้าน ไผ่นั่งดูพี่ช่างที่กำลังตรวจเช็คสภาพของรถ ว่าพร้อมจะลงแข่งคืนนี้หรือเปล่า โดยมีกวิน ดิว โด้ และลมก็นั่งอยู่ด้วย“เอาเว้ย เฮียแพนเธอร์โพสต์ประกาศแล้ว ว่าคืนนี้มีแข่ง” ดิวบอก ก่อนจะยืนโทรศัพท์ให้กับพวกเพื่อน ๆ ของเขาดูโพสต์ของแพนเธอร์ พี่หรัสของลมพวกด้วยตำแหน่งของเจ้าของสนามแข่งที่พวกเขาไปแข่ง“เชี่ย เฮียแพนเธอร์โพสต์เองแบบนี้ กูว่าคืนนี้สนามแข่งไฟลุกแน่” โด้ที่อ่านโพสต์ของแพนเธอร์จบก็พูดออกมาด้วยความตื่น
ตอนพิเศษ ตอนที่ 5ขอดูแลเธอนะ ไผ่อุ้มกั้งขึ้นมาจากหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างง่ายดาย เธอเองก็ไม่ได้ขัดขืน มีเพียงมือเล็กของเธอที่เกาะต้นคอเขาไว้แน่นระหว่างที่ถูกไผ่อุ้มไปยังเตียงนอนไผ่วางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ มือหนาของเขาเอื้อมไปที่ปมผ้าขนหนู ก่อนที่จะคลายผ้าขนหนูรอบตัวเธอออกอบย่างช้า ๆ จนเผยผิวเนียนที่ยังมีไอน้ำอุ่นจับอยู่บาง ๆ“แล้วเธออยากให้ฉันดูแลตรงไหนก่อนดี” เสียงทุ้มของเขาถามเบา ๆ ขณะสายตายังคงจับจ้องร่างเธอไม่วางตากั้งสบตาเขา ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างเขินอายกับสายตาของเขา“จะเริ่มจากตรงไหน ก็ตามใจนายสิ…”ไผ่หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนเขาจะเอื้อมมือมาลูบริมฝีปากเธอแผ่วเบา ปลายนิ้วของไผ่ลากวนอยู่ที่ริมฝีปากของกั้งอย่างยั่วยวน จนกั้งเผลอสูดลมหายใจเข้า“งั้น…เริ่มจากตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน” สิ้นคำพูดของไผ่ เขาก็ก้มลงจูบริมฝีปากของเธอทันที สัมผัสนั้นของเขานุ่มลึก และช้า แต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่เธอรับรู้ได้ริมฝีปากของไผ่ทำให้หัวใจของกั้งเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ จากจูบแผ่วเบากลายเป็นจูบที่ลึกขึ้น ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวอย่างช่ำชอง สอดประสานกับเธออย่างแนบแน่น จนเธอเผลอกำผ้าปูที่นอนไว้แน่นมือของ
ตอนที่ 11 คือเธอคำพูดของไผ่ทำให้กั้งอึ้ง ก่อนที่เธอจะก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของไผ่ที่จ้องมา แต่ก็ยังไม่หยุดถามถึงเรื่องของผู้หญิงที่ไปหาเขาเมื่อตอนเช้า“แล้วคนที่ไปหามึงตอนเช้าล่ะ”“ผู้หญิงเมื่อตอนเช้าเหรอ” เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบ “ก็แค่คนบ้าเธอไม่ต้องไปใส่ใจ”“คนบ้า?” กั้งทวน “มึงพูดแบบนี้กับผู้หญ
ตอนที่ 9 คนนี้ฉันจริงจังเช้าวันต่อมา รถของไผ่จอดรอกั้งอยู่ที่หน้าคอนโดจริง ๆ กั้งเองที่เพิ่งลงลิฟต์มาเห็นไผ่รออยู่ เธอก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ“มึงมาแต่เช้าจัง” กั้งถามพร้อมกับเดินมาหาไผ่ เพื่อขึ้นรถเขา “มาเช้าขนาดนี้ ถ้ากูยังไม่ตื่นมึงจะทำยังไง”“ไม่ตื่นก็ดี ฉันจะได้ขึ้นไปปลุกไง” ไผ่ตอบอย่างเจ้
ตอนที่ 8 เรื่องของเรากั้งพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดเสียงเข้ม “มึงปล่อยกูได้แล้วไผ่ จะคุยก็คุยดี ๆ ไม่ต้องมาทำแบบนี้”ไผ่มองหน้ากั้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ คลายแขนออกโดยไม่พูดอะไร กั้งเลยถอยห่างหนึ่งก้าว เธอสูดหายใจเข้าลึกแล้วพ่นลมหายใจออกแรง ๆ เหมือนพยายามควบคุมหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นแรงอ
ตอนที่ 7 บุกห้องเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นแทบจะพร้อมกับเสียงเก็บของของใครบางคนที่ไวกว่าใครทั้งหมดในห้อง“มึงดูดิ ไอ้กั้งรีบกว่าไอ้วินอีก” ดิวพูดพลางหัวเราะ เมื่อเห็นเพื่อนสาวคนเดียวของกลุ่มกำลังยัดสมุดกับปากกาลงกระเป๋าอย่างเร่งรีบ“เชี่ยกั้ง มึงจะรีบไปไหนวะ” ดิวถามขึ้นพลางยิ้มกวน “หรือว่ากลัวไอ้ไผ่ม







