แชร์

บทที่ 57

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-27 14:47:39

บทที่ 17

การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยนันทลีได้อธิบายคอนเซปท์ของเครื่องเพชรคอเลคชั่นใหม่พร้อมทั้งนำภาพตัวอย่างมาให้ปราบดาดู อีกทั้งยังแจ้งรูปแบบของงานโดยรวมให้อีกฝ่ายทราบด้วย

“การถ่ายแบบครั้งนี้เราจะแบ่งเป็นสองส่วนนะคะ ส่วนแรกคือการถ่ายเฉพาะตัวเครื่องเพชรและส่วนที่สองคือการถ่ายเครื่องเพชรบนตัวนางแบบและในส่วนของนางแบบทางฉันได้ติดต่อโมเดลลิ่งให้จัดหาไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งเรื่องเสื้อผ้าทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้วเช่นกัน ทางคุณเพียงแค่ทำหน้าที่ถ่ายภาพและจัดทำป้ายโฆษณา โบรชัวร์และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ให้เท่านั้นค่ะ”

“ไม่ทราบว่าทางคุณมีสถานที่ที่จะใช้ถ่ายแบบงานนี้หรือยังครับ หรือว่าจะไปใช้สตูดิโอของผมก็ได้นะครับ”

“สตูดิโอของคุณกว้างพอสำหรับรองรับทีมงานและนางแบบประมาณสิบกว่าคนหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามเพื่อตรวจสอบความพร้อมของสถานที่

“สบายมากครับ”

“อ้อ แล้วก็ยังจะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะมาคอยดูแลเครื่องเพชรอีกหลายนายนะคะ เพราะเครื่องเพชรคอลเลคชั่นนี้มีมูลค่าสูงมากทางเราจำเป็นต้องมีผู้คุ้มกันเพื่อป้องการการโจรกรรมค่ะ”

“สตูดิโอของผมกว้างพอครับ” ปราบดาให้การรับรอง

“โอเคค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอใช้สตูดิโอของคุณเลยก็แล้วกันนะคะ”

“ยินดีครับเพราะถ้าเป็นที่นั่นก็จะสะดวกสำหรับทีมงานของผมด้วย ทางผมจะได้ไม่ต้องขนย้ายอุปกรณ์ให้วุ่นวาย ในส่วนของฉากเดี๋ยวผมจะออกแบบแล้วส่งมาให้คุณดูอีกครั้งในวันพรุ่งนี้นะครับว่าโอเคหรือเปล่า”

การประชุมยังคงดำเนินต่อไปตามวาระและหัวข้อการประชุมที่ได้ตั้งไว้จนกระทั่งหาข้อสรุปที่ลงตัวได้ทุกประเด็น จากนั้นนันทลีจึงกล่าวปิดการประชุม

“เป็นอันว่าเราตกลงกันตามนี้เลยนะคะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันและขอบคุณมากสำหรับวันนี้ค่ะ”

“เช่นกันครับ” ชายหนุ่มเก็บเอกสารพร้อมกล่าวลาแล้วลุกออกจากห้องประชุมไป แต่ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นประตูออกไปนั้นก็ยังมิวายที่จะหันกลับมามองนันทลีอย่างไม่อยากจากไปไหน หญิงสาวหันไปมองตอบและยิ้มให้จนชายหนุ่มเก้อเขินก่อนจะค้อมศีรษะให้หญิงสาวแล้วรีบรุดออกจากห้องประชุมไปทันที

นันทลีระบายลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อปราบดาพ้นจากห้องประชุมไปแล้ว การกลับมาทำงานวันแรกของเธอก็เจองานใหญ่เสียแล้วมิหนำซ้ำเพื่อนสาวตัวดียังเบี้ยวการประชุมเสียอีก แต่อย่างไรก็ตามนันทลีก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเพื่อนรักหรือไม่ เพราะโดยปกติเมษิตาจะเป็นคนที่รับผิดชอบงานยิ่งกว่าชีวิต หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ เพื่อนคนนี้จะไม่มีวันทิ้งงานเด็ดขาด

เมษิตานั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวนุ่ม ณ มุมหนึ่งที่ลึกเข้า ไปภายในร้านกาแฟชื่อดังซึ่งมีสาขามากมายทั่วโลก หญิงสาวมองออกไปยังประตูหน้าร้านหลายครั้งเพื่อมองหาอธินว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับเข้ามา หลังจากที่ชายหนุ่มลากตัวเธอออกจากสถานีรถไฟฟ้าเขาก็พาเธอมาทิ้งไว้ที่ร้านกาแฟแห่งนี้แล้วบอกว่าจะออกไปหาซื้อยามาทาให้ แม้หญิงสาวจะบอกปฏิเสธอย่างแข็งขันเพียงใดแต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนกรานความตั้งใจของตนอย่างหนักแน่นดังเดิม สักครู่ชายหนุ่มที่เธอกำลังรอคอยก็เดินถือถุงยาเล็กๆ ผ่านประตูหน้าเข้ามาแล้วเดินตรงดิ่งมายังโต๊ะที่เธอนั่งรออยู่

“ร้านขายยาอยู่ไกลมากเลยคุณ” อธินกล่าวขณะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ติดกับเมษิตา

“คุณเดินไปถึงไหนมา” หญิงสาวถามพลางพินิจเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมดำขลับของชายหนุ่มจนชื้นไปทั่ว ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ได้เป็นอย่างดีว่าเขาคงเดินไปไกลพอสมควร

“ซอยถัดไปโน่นแน่ะ”

“เดินไปทำไมตั้งไกล ไม่เห็นเหรอว่าบนสถานีรถไฟฟ้าที่เราเดินลงมาเมื่อกี้นี้ก็มีร้านขายยา” หญิงสาวกล่าวอย่างขัดใจ

“ผมมัวแต่ห่วงคุณจนลืมไปหมดทุกอย่าง” กล่าวจบชายหนุ่มก็หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดีโดยไร้ร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อยอันจากการวิ่งไปซื้อยาเมื่อครู่นี้

หัวใจของเมษิตากระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่า ‘ผมมัวแต่ห่วงคุณ’ หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมแค่คำพูดจากปากของชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่วันจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอได้มากถึงเพียงนี้

“ไม่ต้องพูดมาก กินนี่ซะ” หญิงสาวดันแก้วกาแฟที่สั่งรอไว้สำหรับเขาไปตรงหน้าเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตนเอง

“รู้ได้ไงว่าผมชอบอเมริกาโน่ รู้ใจจริงๆ” ชายหนุ่มกล่าวหลังจากดื่มกาแฟไปแล้วอึกใหญ่

“ฉันก็สั่งไปมั่วๆ ใครจะไปอยากรู้ใจคุณ” หญิงสาวกล่าวเสียงสะบัดอย่างหมั่นไส้ชายหนุ่มหน้าระรื่นตรงหน้า

“ก็คุณไง” อธินพูดจายั่วเย้าอย่างมีความสุข

“ไม่ต้องพูดมากเลยคุณ คืนสร้อยฉันมาได้แล้ว” เมษิตาวกกลับมาที่เรื่องเดิมที่ยังคาราคาซังกันอยู่

“ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้พกติดตัวมา ผมเก็บไว้ที่บ้าน เอาไว้เจอกันคราวหน้าผมจะคืนให้ก็แล้วกันนะ”

“ไม่มีคราวหน้าคราวไหนทั้งนั้นแหละ คุณต้องคืนให้ฉันวันนี้” หญิงสาวออกคำสั่ง “บ้านคุณอยู่ไหน ฉันจะไปเอาสร้อยฉันคืนวันนี้และคุณต้องเป็นคนพาฉันไปเดี๋ยวนี้ด้วย” หญิงสาวกล่าวพลางลุกขึ้นแล้วฉุดแขนชายหนุ่มให้ลุกขึ้นตาม แต่น้ำหนักตัวของผู้ชายตัวโตคนนี้ก็มีมากเกินกว่าที่หญิงสาวตัวเล็กกว่าจะฉุดให้ลุกขึ้นได้ ในทางกลับกันเมษิตากลับถูกอธิน กระตุกแขนให้ทรุดตัวลงนั่งที่เดิมได้อย่างง่ายดาย

“นั่งนิ่งๆ ไม่ต้องโวยวายอะไรทั้งนั้น” ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้าแล้วหยิบหลอดยาแก้เคล็ดที่ซื้อมาเมื่อครู่ออกมาทาให้

ชายหนุ่มบีบยาลงบนข้อมือกลมกลึงของหญิงสาวแล้วนวดเบาๆ ไปรอบข้อมือนั้นอย่างทะนุถนอม “คราวหน้าก็อย่าอวดเก่งอีกนะ รู้จักประมาณกำลังตัวเองซะบ้าง นี่ถ้าผมไม่บังเอิญมาเจอคุณก็ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง”

“แล้วจู่ๆ คุณมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง” เมษิตาถามพลางพยายามดึงมือตัวเองออกจากมือของอธิน แต่เขากลับกระชับมือนุ่มนั้นไว้แน่นกว่าเดิมแล้วนวดต่อพร้อมทั้งตอบคำถามของหญิงสาวไปด้วยว่า

“ผมมีนัดคุยงานกับลูกค้าแถวนี้ แล้วคุณล่ะ”

“ฉันก็มาทำงานน่ะสิ" เมษิตาเบิกตาโตเมื่อพูดงานแล้วลุกพรวดขึ้นเพราะนึกได้ว่าตัวเองต้องรีบไปประชุม หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังของร้านซึ่งบอกเวลาเกือบเที่ยงเข้าให้แล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้นันทลีจะประชุมเสร็จแล้วหรือยัง หรือว่ายังรอเธออยู่ ยิ่งคิดเมษิตาก็ยิ่งร้อนรนนั่งไม่ติด

“เป็นอะไรอีกล่ะคุณ” อธินเอ่ยถามเมื่อเห็นเมษิตามีท่าทีลุกลี้ลุกลน

“ฉันต้องรีบไปแล้ว” หญิงสาวคว้ากระเป๋าถือแล้วรีบสาวเท้ายาวๆ ตรงไปยังประตูหน้าร้านแต่ก้าวไปได้เพียงสามสี่ก้าวร่างบางระหงนั้นก็หมุนตัวกลับแล้ววิ่งกลับมายังจุดเดิม

“เอาโทรศัพท์มือถือคุณมาให้ฉันเดี๋ยวนี้” เมษิตาบอกอธินอย่างเร็วพร้อมกับแบมือรอรับ

ชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์มือถือของตนส่งให้หญิงสาวอย่างงุนงง เมษิตารับโทรศัพท์มือถือของอธินมากดหมายเลขโทรศัพท์ของตนแล้วกดโทรฯ ออก สักครู่เสียงโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวที่อยู่ในกระเป๋าถือก็ส่งเสียงร้องเบาๆ จากนั้นเธอจึงกดตัดสายแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้ผู้เป็นเจ้าของ

“วันนี้ฉันต้องรีบไป เสร็จงานแล้วฉันจะโทรหาคุณ ห้ามแบตหมด ห้ามไม่มีสัญญาณ ห้ามปิดเครื่อง ห้ามไม่รับสาย ห้ามเปลี่ยนเบอร์เข้าใจมั้ย” เมษิตารัวคำสั่งห้ามเป็นชุดแล้วหันหลังเตรียมตัวจะวิ่งออกไปยังทิศทางเดิม

“เอาโทรศัพท์คุณมาให้ผมด้วยสิ” อธินร้องขอพร้อมกับรั้งข้อมือเล็กๆ ของเมษิตาไว้มั่น

“จะเอาไปทำไม”

“เถอะน่า เอาโทรศัพท์คุณมาให้ผมเร็วๆ สิ” ชายหนุ่มแบบมือรอ

เมษิตายื่นโทรศัพท์มือถือของตนให้อธินอย่างไม่ค่อยจะไว้วางใจเท่าไหร่ ชายหนุ่มรับโทรศัพท์เครื่องนั้นไปกดอะไรบางอย่างอยู่ราวครึ่งนาทีแล้วก็ส่งมันกลับคืน ทันทีที่หญิงสาวเห็นสิ่งที่อธินทำไว้กับโทรศัพท์ของเธอก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาทันที

“จะบ้าหรือไงคุณ! เรื่องอะไรมาเมมชื่อตัวเองไว้ในโทรศัพท์คนอื่นว่า ‘ที่รัก’ แบบนี้” เมษิตาพูดพลางทำท่าจะกดแก้ไขชื่อที่อธินจัดการบันทึก

“อ๊ะ อ๊ะ คุณ ห้ามเปลี่ยนนะ” อธินรีบห้าม

“คุณมีสิทธิอะไรมาสั่งฉัน”

“ผมมีตัวประกันอยู่นะ ถ้าคุณเปลี่ยนชื่อที่ผมเมมไว้ ผมก็ไม่คืนสร้อยให้คุณ” ชายหนุ่มแกล้งขู่

“คุณนี่มันกวนประสาทขั้นเทพจริงๆ เลยนะ” เมษิตากล่าวอย่างหงุดหงิด “วันนี้ฉันไม่มีเวลามานั่งเถียงกับคุณแล้วนะ ฉันต้องรีบไป” หญิงสาวหย่อนโทรศัพท์เครื่องจิ๋วลงในกระเป๋าถือแล้วรีบวิ่งแจ้นออกจากร้านไปทันที

อธินมองตามจนร่างโปร่งระหงของเมษิตาหลุดกรอบประตูไป จากนั้นจึงหันมายกแก้วทอฟฟี่นัทลาเต้ที่หญิงสาวสั่งไว้ให้ขึ้นดื่มแล้วยิ้มกับตัวเองอย่างสุขใจ นับตั้งแต่วันที่ได้เจอเธอหัวใจที่เงียบเหงามานานของเขากลับมีสีสันขึ้นมาทันตา

“ผมคงไม่รอให้คุณเป็นฝ่ายโทร. หาผมหรอกนะคุณเม” อธินรำพึงกับตัวเองขณะบันทึกชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเมษิตาลงในหน่วยความจำของโทรศัพท์ของตนไว้ว่า ‘ที่รัก’ เช่นกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status