แชร์

ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล
ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล
ผู้แต่ง: ซือเหลียนฮวา

บทที่ 1

ผู้เขียน: ซือเหลียนฮวา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-03 14:01:02

🥮ดินแดนสรวงสวรรค์🥮

ณ ตำหนักสวรรค์เมื่อหนึ่งพันปีก่อน

มีดินแดนสรวงสวรรค์ที่สวยงดงามและมีเหล่าทวยเทพอาศัยอยู่ซึ่งสรวงสวรรค์แห่งนี้สงบสุขเพราะมีเทพมังกรรัตติกาลหนุ่มอยู่ตนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่คอยดูแลปกปักรักษาอยู่ที่ประตูทางเข้าของแดนสวรรค์และโลกมนุษย์ซึ่งเทพมังกรรัตติกาลหนุ่มตนนี้มีนามว่า “เทพหมิงเยี่ย” เทพมังกรหนุ่มตนนี้มีใบหน้าและท่วงท่าที่สง่างามจนเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าทวยเทพธิดาน้อยใหญ่ทั้งหลายรวมไปจนถึงเทพธิดาหงส์ตัวน้อยอย่าง “เฟิ่งหลาน” ด้วย

ในทุก ๆ วันเฟิ่งหลานมักจะมาแปลงกลายเป็นนกตัวน้อยมาเกาะอยู่ที่กิ่งต้นไม้ในตำหนักมังกรของเทพหมิงเยี่ยนางมักจะมาแอบเฝ้ามองดูเขาอย่างนี้อยู่ทุกวันแท้จริงแล้วนางแอบชอบเทพหมิงเยี่ยมาเนิ่นนานจวบเป็นเวลาหลายร้อยปีเพราะเทพหมิงเยี่ยนั้นเคยมีบุญคุณช่วยชีวิตของนางเอาไว้ตอนที่เฟิ่งหลานนั้นยังเป็นแค่เพียงหงส์น้อยที่โดนเหล่าพวกเทพธิดาชั้นสูงที่มีพลังเซียนแข็งแกร่งกว่านางนั้นรังแกอยู่ทุกวันที่ท้ายสวนของตำหนักสวรรค์

เฟิ่งหลานจดจำเขาได้ดีแต่ทว่าเทพหมิงเยี่ยนั้นกลับจำนางไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป “เทพหมิงเยี่ย” เป็นบุรุษที่แสนจะเย็นชาและนิ่งสุขุมไม่สนใจในเรื่องความรักแต่เฟิ่งหลานก็ยังชอบและเฝ้ามองเขาอยู่ทุกวัน

จากเหตุการณ์ในวันนั้นเฟิ่งหลานมักจะแปลงกายเป็นนกน้อยมาคอยเฝ้าดูเขาเพียงเพราะนางนั้นไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนและไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ชิดเขานางจึงทำได้แค่เพียงเฝ้ามองเขาอยู่บนต้นไม้ตลอดมา

ถึงแม้ว่าเฟิ่งหลานนั้นจะเคยแอบน้อยใจ ที่เขานั้นพบนางก็หลายครั้งหลายคราและเดินสวนกันแต่ทว่าเขานั้นก็ไม่ได้สนใจไย ดีและไม่ได้มีทีท่าว่าจะจดจำนางได้บ้างเลยและตัวเขาเองยังใกล้ชิดสนิทสนมกับเทพวารีนามว่า “เหนียงซี” มากกว่าเทพธิดาองค์อื่น ๆ อีกด้วย

เท่าที่เฟิ่งหลานรู้มาพวกเขาทั้งสองคนนั้นเติบโตและกำเนิดจุติมาพร้อมกันที่สำคัญคือเทพเหนียงซีก็แอบชอบและพอใจในตัวของเทพหมิงเยี่ยมาโดยตลอดและนางยังคอยกันไม่ให้เทพธิดาตนอื่น ๆ เข้าใกล้เขาได้เลยตัวเทพเหนียงซีมักจะแสดงความเป็นเจ้าของเขาอย่างเปิดเผยอีกต่างหากถึงแม้ว่าเทพหมิงเยี่ยนั้นจะไม่ได้มีใจใฝ่เสน่หาให้และคิดกับนางเพียงแค่สหายเท่า นั้น

ในวันนี้เฟิ่งหลานก็ยังคงแปลงกลายเป็นนกน้อยมาเกาะอยู่ที่ต้นไม้หน้าตำหนักมังกรเพื่อมาคอยเฝ้ามองดูเขาที่กำลังฝึกทวนและบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ที่หน้าตำหนักมังกร

เฟิ่งหลานทำเช่นนี้มาเป็นเวลาเนิ่นนานหลายร้อยปีโดยที่เขาไม่เคยรับรู้เลยถึงแม้ว่าเขาจะมองมาที่ต้นไม้และเห็นนางแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะนึกว่านางเป็นแค่นกน้อยตัวนึงจึงไม่ทันได้สังเกตุเห็น

เฟิ่งหลานที่ตอนนี้แปลงกายเป็นนกน้อยจ้องมองดูเขามาหลายชั่วยามอยู่บนต้นไม้อยู่ ๆ ผลไม้ก็ตกลงมาโดนที่ลำตัวของนางทำให้นางตกใจและบินไปเกาะที่บนไหล่ของเขา หมิงเยี่ยมองมาที่นกน้อยตัวนี้ดวงตาของเขาประสานกับดวงตากลมโตของเฟิ่งหลานเข้าพอดีและเมื่อเขาจ้องมองที่ดวงตาของนกน้อยตัวนี้เขาก็เริ่มรู้สึกประหลาดใจที่อยู่ ๆ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมา

เฟิ่งหลานที่กำลังเกาะอยู่บนไหล่ของเขาเมื่อได้ยินเสียงหัว ใจของหมิงเยี่ยนั้นเต้นแรงก็เริ่มทำให้นางนั้นรู้สึกใจเต้นแรงตามไปกับเขาด้วย

เฟิ่งหลานจ้องมองมาที่ดวงตาคมกริบของเขาจนเคลิบ เคลิ้มก่อนที่นางจะดึงสติกลับมาและรีบบินหนีไปจากไหล่ของเขาทันทีไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้นางเริ่มรู้สึกชอบเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าจะมีคนล่วงรู้ก็คงจะมีแค่ “เทพเสวียนอี้” ซึ่งเป็นเทพสายลมและยังเป็นสหายที่รู้ว่าเฟิ่งหลานนั้นมีใจชอบหมิงเยี่ยและทำแบบนี้มาเนิ่นนานแต่เทพเสวียนอี้ก็มิได้ห้ามปรามถึงแม้ว่าตัวเขานั้นจะแอบมีใจให้กับนางแต่เขาก็ทำได้แค่คอยเฝ้ามองและไม่ให้มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นกับนางก็เพียงพอแล้วเขาหวังเพียงแค่นั้น

เช้ารุ่งอรุณวันต่อมาเฟิ่งหลานปีนขึ้นไปอยู่บนต้นท้อพันปีเพื่อเก็บผลท้อมาเพื่อเสริมพลังเซียนขณะที่นางกำลังนอนกินผลท้ออยู่บนต้นด้วยความซุกซนของนางใครจะรู้ว่าหมิงเยี่ยก็กำลังเดินมาที่ต้นท้อเช่นกันนางได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาจึงทำให้เฟิ่งหลานนั้นตกใจกลัวจะโดนตำหนิที่นางนั้นแอบมาลักเก็บผลท้อในขณะที่เฟิ่งหลานกำลังลนเพราะความตกใจกลัวจึงทำให้ผลท้อที่นางนั้นเก็บมาหลุดมือร่วงหล่นแต่หมิงเยี่ยนั้นรับได้พอดีเขาจึงเอ่ยถามขึ้นมา

“ผู้ใดอยู่บนต้นท้อพันปีลงมาเดี๋ยวนี้”

“ว้าย!!”

เฟิ่งหลานตกใจเสียงดุที่ของหมิงเยี่ยจึงทำให้นางพลาดท่าพลัดหล่นลงมาจากบนต้นท้อพันปีแต่จังหวะที่เฟิ่งหลานนั้นกำลังร่วงหล่นหมิงเยี่ยก็ขยับกายเข้ามารับนางเอาไว้ได้ทันทีจึงทำให้เฟิ่งหลานนั้นหล่นมาอยู่ในอ้อมแขนของหมิงเยี่ยพอดีจึงทำให้พวกเขาทั้งสองนั้นเกิดการประสานสายตาเหมือนกับว่าช่วงเวลานั้นกำลังขับเคลื่อนอย่างช้า ๆ จึงทำให้เฟิ่งหลานนั้นรู้เขินอายจนใบหน้าของางนั้นร้อนผ่าวมีสีแดงระเรื่อ

เมื่อหมิงเยี่ยได้สติกลับมาเขาก็พลันปล่อยร่างบางลงกับพื้นดินทำให้นางนั้นเจ็บที่บั้นท้ายจนช้ำไปหมดเฟิ่งหลานเลยร้องบ่นออกมา

“โอ๊ย!!..นึกจะปล่อยก็ปล่อยเจ็บชะมัดเลย”

เฟิ่งหลานที่ทรุดอยู่กับพื้นดินค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนและมองมาที่ใบหน้าของหมิงเยี่ยที่จ้องมองนางด้วยสีหน้าบึ้งตึงและดุนางผ่านด้วยสายตา

“คนอะไรทำผู้อื่นบาดเจ็บไม่ขอโทษสักคำ”

เฟิ่งหลานทำได้แค่คิดในใจแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยออกมาด้วยวาจาเพราะกลัวว่าถ้าเขานั้นเกิดได้ยินจะยิ่งทำให้นางมีความผิดมากขึ้นไปอีกแค่นี้โทษของนางที่แอบลักเก็บผลท้อก็พอจะทำให้โดนลดขั้นเซียนได้เลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 11

    🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 10

    🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 9

    🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 8

    🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 7

    🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 6

    🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status