เข้าสู่ระบบ“เกิดใหม่ทั้งทีต้องเกิดมาอยู่ในร่างที่ชีวิตรันทดแม่สามีคอยรังแกทุบตี แม้สามีจะรักแต่ไม่สามารถปกป้องได้ เธอจะไม่อ่อนแอยอมให้พวกเขาทำร้ายเธอกับน้องชายได้อีกต่อจากนี้เธอจะหย่าและเลี้ยงดูน้องชายของเธอเอง"
ดูเพิ่มเติมภาพของงานวันแต่งงานที่ดูจะแสนวิเศษ เรือนร่างบอบบางที่อยู่ในชุดสีขาวฟูฟ่องประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับยามต้องกับแสงอาทิตย์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกไม้ที่ถูกประดับประดาเต็มไปทั่วทั้งสนามหญ้าคละเคล้าเข้ากับเสียงแซ่ซ้องโห่ร้องแสดงความยินดีที่มาจากทั่วสารทิศ วงแขนกำยำที่ถูกยื่นมาเพื่อให้มือเรียวบางได้เกาะเกี่ยวจากผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาที่เป็นดั่งแสงสว่างและมักจะทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ เต้นตูมตามอยู่เสมอ อีกทั้งรอยยิ้มละมุนที่มักจะระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลายามที่เขาอยู่เบื้องหน้าของคนรักในเวลานี้ช่างเป็นเสมือนน้ำหวานชโลมใจให้คนที่ได้เห็นมีเรี่ยวแรงที่จะมีชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้
สองเท้าของคนทั้งสองที่กำลังเดินก้าวไปพร้อม ๆ กันเปรียบเสมือนดั่งการก้าวเท้าเข้าสู่การใช้ชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์ และทันทีที่สองร่างพากันมายืนยังด้านหน้าผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นสักขีพยานในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ มือที่ประสานกันแน่นยามที่ทั้งสองหันมาเผชิญหน้ากันเพื่อเอื้อนเอ่ยคำสัตย์ว่าเราสองคนจะมีกันและกันทั้งยามทุกข์และยามสุขก็ได้ดังกังวานขึ้น
‘คุณจันทร์เจ้า ดำริวงศ์ตระกูล คุณจะรับคุณอาทิตย์ ต้นตระกูลรุ่งเรือง เป็นสามีหรือไม่และสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไปไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข’
‘...รับค่ะ...’ (^-^)
สิ้นเสียงกังวานถามริมฝีปากสีชมพูระเรื่อก็พลันเอ่ยตอบรับเสียงใส ก่อนจะมองไปยังผู้ชายเบื้องหน้าด้วยแววตาสุกสกาวอย่างตั้งใจรอฟังคำมั่นที่เป็นดั่งคำสัตย์เช่นเดียวกัน...
‘คุณอาทิตย์ ต้นตระกูลรุ่งเรือง คุณจะรับ คุณจันทร์เจ้า ดำริวงศ์ตระกูล เป็นภรรยาหรือไม่และสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไปไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข’
และเมื่อสิ้นเสียงของผู้ทำหน้าที่เป็นสักขีพยานที่ได้หันไปถามคำถามเดียวกันกับที่ถามหญิงสาวก่อนหน้านี้กับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าบ่าว...รอยยิ้มที่ละมุนบนใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับนับตั้งแต่เริ่มงานก็พลันเปลี่ยนเป็นเหยียดแสยะที่มุมปากทันที ก่อนคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปจะเป็นเหมือนสายฟ้าสาดลงมายังกลางใจ
‘...หึ...ใครมันจะรับผู้หญิงแพศยามาเป็นเมียได้ลงคอ...!!’
เปรี้ยงงงงงง...
“เฮือก ~~ แฮ่กๆๆ ฝะ...ฝันร้ายอีกแล้วหรือเนี่ย”
ดวงตากลมใสเบิกโพลงพร้อมกับมือที่ถูกลงบนหน้าอกเบา ๆ หลังจากที่เสียงฟ้าร้องเหมือนกับวันนั้นได้ดังขึ้นจนปลุกฉันให้หลุดออกมาจากฝันร้ายได้ทันเวลา
“ละ...ลู...ก...ลูกกกกก”
“พ่อค่ะ หนูอยู่นี่ค่ะ”
ฉันรีบลุกขึ้นจากฟูกบางที่ถูกปูนอนอย่างง่าย ๆ ทันที พร้อมกับรีบตรงไปนั่งยังด้านข้างของเตียงเหล็กขนาด 3 ฟุตอันมีร่างของชายสูงวัยที่ครั้งหนึ่งเคยทั้งสง่างามและองอาจที่สุดในสายตาฉันนอนอยู่ เพียงแต่ว่าบัดนี้เขานั้นกลับทำได้เพียงแค่นอนนิ่ง ๆ อยู่บนที่นอนเท่านั้น
“ปะ...เป...น...อะ...รา...ย”
เสียงที่เอ่ยยานคางเหมือนต้องใช้พลังเป็นอย่างมากกว่าจะพูดแต่ละคำออกมาได้ เอ่ยถามฉันด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรค่ะคุณพ่อ หนูแค่ตกใจเสียงฟ้าร้องนิดหน่อยค่ะ”
ฉันที่กลั้นก้อนสะอื้นที่ตีตื้นมาที่ลำคอเอาไว้ ด้วยหัวใจในเวลานี้ที่บีบรัดเหลือเกิน
“อะ...โอ...มะ...มา...ย...เป...น...รา...ย...นา...พะ...พอ...ยู...นี”
น้ำเสียงที่พยายามเปล่งออกมาเพื่อปลอบโยนลูกสาวอย่างยากลำบากของคนเป็นพ่อ มันช่างบาดลึกเสียดแทงเข้าไปยังกลางใจคนฟังเหลือเกิน อีกทั้งแม้ว่าในห้องเช่าสี่เหลี่ยมขนาดเล็กจะมืดสนิท แต่ทว่า...ฉันกลับเห็นได้ชัดว่าตรงหางตาของคนตรงหน้านั้นกำลังมีน้ำใสเอ่อคลออยู่
“ค่ะพ่อ...ลูกรู้ค่ะ” (T-T)
มือบางที่ยังกอบกุมมือที่ไร้เรี่ยวแรงของคนบนที่นอนขึ้นมาแนบหน้าพร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ อย่างไม่ต้องการให้คนเป็นพ่อรับรู้
ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามายังกลางใจอีกครั้ง เพราะถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะตัวฉันทำใจยอมรับได้แล้วว่า ณ เวลานี้ชีวิตของเราสองพ่อลูกมันแย่มากแค่ไหนและเราต้องลำบากมากเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วทุกครั้งที่ความฝันเหมือนเฉกเช่นคืนนี้ปรากฏขึ้นหรือแม้ในวันที่ฝนตกจนเกิดเป็นเสียงฟ้าร้องแผดคำรามใส่หัวใจมันก็อดที่จะจมดิ่งไม่ได้แล้วพานคิดตัดพ้อชีวิตว่าทำไมเพราะเหตุผลกลใดชีวิตเราสองพ่อลูกถึงได้ดำเนินมาถึงจุดนี้...
ตอนพิเศษฟิ้ว ฟิ้ว ..สายลมพัดเย็นนะเยือกบ่งบอกว่าช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวร่างบางยืนทอดสายตาจ้องมองกลางเมืองยามค่ำคืนพลางกอดอกแน่น ชายร่างใหญ่เดินออกมาจากในตัวบ้านโผล่เข้ากอดเธอจากด้านหลังอย่างแนบชิด"ทำไมมาอยู่ตรงนี้ไม่หนาวหรือไง ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้วรีบเข้าบ้านกันเถอะ" อี้หานกระซิบถามพร้อมบอกให้ภรรยาของตน"ฉันอยากมองดูดวงจันทร์อีกสักหน่อยเดี๋ยวอีกไม่กี่วันหิมะคงจะตกเมื่อนั้นดวงจันทร์ที่สวยงามคงไม่มีให้เห็น " ตั้งแต่แต่งงานมานี่ก็สามเดือนแล้ว เหม่ยหลิงมีความสุขเสียจนคิดว่านี่เป็นเพียงความฝัน"ดวงจันทร์ไม่เห็นจะน่ามองตรงไหน สู้ภรรยาของฉันก็ไม่ได้จริงสิวันนี้คุณพ่อกับคุณแม่โทรเลขมาอยากให้ลูกสะใภ้มีหลานให้อุ้มเร็ว ๆ จนท่านทั้งสองบอกให้เธอหยุดขายซาลาเปาและจะจ่ายค่าจ้างเพื่อให้เธออุ้มท้องด้วยล่ะ ภรรยาคนสวยของฉันคงไม่อยากให้ท่านทั้งสองผิดหวังหรอกใช่มั้ย? อย่างนั้นเราไปดูดวงจันทร์ต่อที่ห้องดีมั้ย ป่านนี้เวยอันคงหลับไปแล้วไม่มีใครมารบกวนแล้วนะ! " อี้หานกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบาพลางหอมแก้มของเธออย่างนุ่มนวล เธออายจนใบหน้าแดงระเรื่อรีบผลักเขาออกก่อนจะเดินหนีเข้าบ้าน"ไม่เอาฉันยังไม่พร้อมจะอุ้ม
บทที่ 35 แต่งงาน"ท่านนายพลมันจะเกินไปแล้วนะ แค่ผู้หญิงต้อยต่ำคุณปกป้องเธอถึงเพียงนี้เลยหรือ? เธอคงใช้ลีลาบนเตียงเก่งสินะ ไม่ว่าจะเป็นสามีฉันเหวินเทียนหรือแม้แต่คุณก็ยังติดใจเหม่ยหลิงคนนี้ เป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจจริง ๆ " ซิงเยียนที่ยืนฟังมานานเธอได้เอ่ยขึ้นด้วยความคับแค้นใจเพราะไม่ว่าจะเป็นเหวินเทียนหรือแม้แต่ท่านนายพลลุ่มหลงอะไรเธอนักหนา"นั่นสินะแต่ก็นับว่าเป็นโชคดีที่สามีเก่าของเหม่ยหลิงโง่เง้ายอมปล่อยคนดี ๆ อย่างเหม่ยหลิงหลุดมือ ฉันไม่สนใจว่าเหมยหลิงจะผ่านใครมาหรือว่าอดีตจะเป็นอย่างไรเพราะฉันเองก็มิใช่ชายที่บริสุทธิ์ฉันเคยผ่านการมีภรรยามาก่อนอย่างนี้เท่ากันว่าฉันกับเหม่ยหลิงเราเท่าเทียมกันแล้ว คุณหนูซิงเยียนลูกสาวคนเดียวเจ้าของโรงเย็บผ้าสินะ! จำไม่ผิดเมื่อไม่กี่วันก่อนส่งคนมาทำร้ายเหม่ยหลิงถึงบ้าน วันนั้นฉันใจเย็นเพราะเหม่ยหลิงห้ามเอาไว้ หากไม่มีเธอลูกน้องของคุณหนูคงไม่ได้กลับไปอย่างมีชีวิตอยู่ คงผยองใจที่ฉันไม่เอาเรื่องสินะ ไม่ว่าจะเป็นครั้งก่อนที่เหวินเทียนสามีเก่าบุกเข้ามาหวังข่มขืน หรือจะเป็นเรื่องซาลาเปาเน่า ๆ ที่มาใส่ร้ายและคอยมาตามรังแกเหม่ยหลิงไม่เลิกลา หากวันนี้ฉันจะเอา
บทที่ 34 ผู้หญิงไร้ค่าฝั่งด้านเหม่ยหลิงหลังจากที่เธอหยุดไปหลายวันเมื่อเปิดขายอีกครั้งทำให้ซาลาเปาของเธอขายดีเพราะลูกค้าประจำคิดถึงและอยากกินพากันซื้อไปคนละหลายลูก ตอนนี้เหม่ยหลิงกำลังเก็บกวาดร้าน เพราะขายซาลาเปาหมดแล้วจังหวะนั้นเองเธอสาดน้ำราดที่ถนนหน้าบ้านพอดีเป็นจังหวะเดียวกันที่สามคนแม่ลูกเดินเข้ามาหาเธอ พวกเธอร้องกรี๊ดเสียงดังต่อว่าเหม่ยหลิงขับไล่"กรี๊ด!! อะไรของเธอกันช่างไร้มารยาท" เหม่ยหลิงมองทั้งสามพลางถอนหายใจทำไมคนพวกนี้ยังมาวุ่นวายอีก เธออุตส่าห์ไม่ไปเอาเรื่องซิงเยียนที่ส่งคนมาทำร้ายเธอแต่วันนี้ทั้งสามพากันเดินมาหาเธออย่างพร้อมหน้าดูก็รู้แล้วว่าต้องมาหาเรื่องแน่นอน"อะไรกันเดินมาไม่ดูเองยังหาว่าฉันเป็นคนทำอย่างนั้นหรือ? ถามชาวบ้านที่เดินไปมาแถวนี้สิว่าเมื่อครู่ฉันตั้งใจจะทำอย่างนั้นหรือพวกคุณเดินมาไม่ดูเอง วันนี้ตอนแรกก็อากาศแจ่มใสดีอยู่ทำไมตอนนี้เริ่มมืดครึ้มไปเสียแล้วล่ะ เป็นอย่างนี้ทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย " เหม่ยหลิงทำเป็นไม่สนเดินถือกระถังน้ำเข้าบ้าน ลู่หลินทนไม่ไหวคว้าตัวเธอเอาไว้พร้อมกระชากผมของเธอเต็มแรง"นี่แกกล้าทำกับพวกฉันแบบนี้เหรอ? หลายครั้งมาแล้วที่ฉันไม
บทที่ 33 มีดีอะไรนักหนาทั้งสามมาถึงบ้านของลุงจ่าวทันทีที่ป้าเสี่ยนเห็นหน้าของอี้หานก็จดจำได้ทันทีนี่นายทหารที่เห็นวันนั้นเธอยิ้มกริ่มจ้องมองใบหน้าของเหม่ยหลิง วันนี้เธอคงพาเขามาเปิดตัวสินะ เมื่อเธอจะเอ่ยถามแต่ก็ถูกเหม่ยหลิงกระซิบกระซาบเสียก่อน“ฉันรู้นะว่าป้าคิดอะไรอยู่ แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่ป้าคิดหรอกนะ เวยอันชื่นชอบนายพลผู้นี้มาจึงชักชวนเขามาด้วยฉันขัดไม่ได้จึงยอมให้เขามาด้วยเท่านั้น”“ป้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลยมีเพียงแค่เวยอันหรอกหรือที่ชื่นชอบท่านนายพลป้าคิดว่าอาเหม่ยก็ชอบเหมือนกันซ่ะอีก ฮ่า ฮ่า ท่านนายพลเชิญเข้ามาด้านในเลยค่ะวันนี้คงเป็นวันเกิดที่ดีที่สุดของสามีฉันแล้วที่มีนายพลผู้ยิ่งใหญ่มาร่วมงาน” ป้าเสี่ยนพูดจบได้เดินจากเหม่ยหลิงไปหาอี้หานเชิญเขาเข้าไปในบ้านปล่อยให้เหม่ยหลิงยืนหน้าแดงอยู่เพียงลำพังทุกคนร่วมกันกินอาหารเย็นกันอย่างสุขสันต์จนถึงเวลาเอ่ยคำอวยพรและมอบของขวัญให้ และพากันแยกย้ายกลับบ้าน อี้หานสั่งให้ลูกน้องชุดเดิมกลับไปพักและสลับเปลี่ยนอีกชุดมาเฝ้าที่หน้าบ้านของเหม่ยหลิง ใจจริงเขาเองอยากจะอยู่เฝ้าเธอแต่จะทำให้เธอลำบากใจจึงทำได้เพียงให้ลูกน้องมาเฝ้าดูแลความปลอดภัยให้2 ว
บทที่ 15 พบกันครั้งแรกเหม่ยหลิงหยิบซาลาเปาไส้ถั่วแดงกับไส้หมูใส่ถุงให้ลูกค้าพร้อมรับเงินเก็บใส่กระปุกเอาไว้"กินให้อร่อยนะคะ " ลูกค้าเดินจากไปเหม่ยหลิงหันหลังจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อนำซาลาเปาที่นึ่งไว้มาเพิ่มแต่แล้วเสียงทุ่มต่ำได้เรียกเธอเอาไว้เสียก่อน"ผมต้องการซาลาเปาครับไม่ทราบว่าที่นี่ใช่ร้านซา
บทที่ 14 ฉันจะเป็นคุณนายทหารลู่หลินเดินทอดน่องมาถึงบ้านด้วยความตื่นเต้นที่จะเล่าให้แม่ฟังว่าตนเองพบเจอผู้ใดมาแต่เมื่อกลับมาดันเห็นว่าคุณแม่ของตัวเองกำลังนวดหลังให้ลูกสะใภ้อย่างเอาอกเอาใจเธออดที่จะต่อว่าไม่ได้ แม้จะเป็นลูกเจ้าของโรงงานแล้วยังไงในเมื่อตอนนี้ซิงเยียนก็เป็นน้องสะใภ้ของเธอเหมือนกัน"นี
บทที่ 13 ถูกใจบ้านตระกูลเหวินหลังจากงานแต่งเสร็จสิ้นสะใภ้ได้เข้ามาอยู่ที่บ้านของสามี ตั้งแต่คืนวันแต่งงานเหวินเทียนไม่ได้แตะต้องตัวของซิงเยียนเลย ทำให้เธอทุกข์ระทมหัวใจโชคดีที่มีแม่สามีคอยเอาใจใส่ดูแล ทำกับข้าวเก็บกวาดบ้านทำกระทั่งซักผ้าให้ลูกสะใภ้ด้วยซ้ำวันนี้ลู่หลินกำลังออกไปทำงานอย่างที่เธอไปท
บทที่ 12 นายพลคนใหม่เหม่ยหลิงลอบรำพึงในใจเมื่อได้ไปอวยพรกับสะใภ้ใหม่ของตระกูลเหวิน แต่เธอคงจะไม่โดนอย่างที่เหม่ยหลิงโดนแน่ ๆ เพราะเธอนั้นทั้งรวยแถมยังเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านด้วย เหม่ยหลิงสบายใจเดินซื้อของที่ตลาดเพื่อนำกลับไปทำซาลาเปาของเธอต่อ ใครจะแต่งงานใหม่ใครจะเป็นอย่างไรต่อไปเธอไม่ได้สนใจเพรา






ความคิดเห็น