ทะลุมิติชะตาชีวิตเปลี่ยนผัน ยุค80

ทะลุมิติชะตาชีวิตเปลี่ยนผัน ยุค80

last updateآخر تحديث : 2024-12-04
بواسطة:  วริษาمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 تقييمات. 2 المراجعات
36فصول
5.4Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

“เกิดใหม่ทั้งทีต้องเกิดมาอยู่ในร่างที่ชีวิตรันทดแม่สามีคอยรังแกทุบตี แม้สามีจะรักแต่ไม่สามารถปกป้องได้ เธอจะไม่อ่อนแอยอมให้พวกเขาทำร้ายเธอกับน้องชายได้อีกต่อจากนี้เธอจะหย่าและเลี้ยงดูน้องชายของเธอเอง"

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 เกิดใหม่ในยุค 80

                                    บทนำ

ชะตาชีวิตนำพาให้หญิงสาวที่หมดลมหายใจได้เกิดใหม่ในยุคทศวรรษ 1983 แต่ทว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของเหม่ยหลิง หญิงสาวที่แต่งงานกับครอบครัวหนึ่งแต่ไม่ทันที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับสามีเขาต้องไปรับราชการทหาร ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวสามีแม่สามีกับพี่สาวที่คอยรังแกและใช้งานสารพัด แถมเธอยังไม่ได้อยู่ในบ้านในฐานะลูกสะใภ้แต่เธอทำทุกอย่างราวกับทาส แต่ที่เธอยอมเพราะเธอมีน้องชายที่ต้องคอยปกป้อง จนวันหนึ่งที่เธอแตกสลายไปหมดทั้งร่างกายและจิตวิญญาณจนไม่คิดถึงคนอื่น และเลือกที่จะจบชีวิตอันน่ารันทดนี้ลงด้วยการปลิดชีพตัวเอง

แต่ใครจะคิดว่าจู่ ๆ ร่างที่กำลังจะถูกฝังกลับฟื้นคืนมาและยังมีนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะเธอไม่ใช่เจ้าของร่างคนเดิมอีกต่อไป ต่อจากนี้เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเธอกับน้องชายได้อีก และสามีที่รักเธอแต่ปกป้องเธอไม่ได้เธอเองก็ไม่ต้องการ เธอจะหาทางดิ้นรนเอาชีวิตรอดและเลี้ยงดูน้องชายของเธอให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

บทที่ 1 เกิดใหม่ในยุค 80

อึก อึก แค่ก ๆ !!!

'ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน! ทำไมหายใจไม่ทั่วท้องอย่างนี้ ทำไมที่นี่ถึงมืดไปหมดอีกทั้งยังรู้สึกว่าคับแคบจนแทบดิ้นไม่ได้ ' ร่างบางดิ้นไปมาในที่คับแคบที่กำลังถูกยกไปฝังยังป่าช้าหลังหมู่บ้าน หยวนเหมยค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งสำรวจมองไปก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่คับแคบจริง ๆ เสมือนโลงศพก็ไม่ปาน เมื่อคิดได้อย่างนั้นเธอรีบลุกขึ้นใช้มือทั้งสองเปิดฝาโลงออก ตอนนั้นเองโลงของเธอถูกตั้งวางไว้ในหลุมพอดียังไม่ทันที่ชาวบ้านจะกลบดินฝัง จู่ ๆ มีสายลมพัดพายุฝุ่นคละคลุ้งทำให้ผู้คนที่มาร่วมฝังศพเธอต้องพากันใช้มือปิดตาเพื่อไม่ให้ฝุ่นเข้าตา ทันใดนั่นเองเมื่อฝุ่นสงบลงร่างของหยวนเหมยยืนขึ้นในโลงทุกสายตาจับจ้องมองกันอย่างตกใจ

"นั่น!!! นั่นทำไมศพถึงยืนได้หรือว่าจะเกิดอาเพศขึ้น เหวินเทียนเห็นหรือไม่ว่าภรรยาของลูกคือปีศาจกาลกิณีตายแล้วฟื้น " หญิงวัยกลางคนได้พูดขึ้นพลางชี้นิ้วมาหาหยวนเหมยด้วยใบหน้าตื่นกลัว บอกชายที่ชื่อเหวินเทียนได้ดู แต่ทว่าเมื่อเขาเห็นเธอกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกดีใจที่เห็นภรรยาของตัวเองฟื้นคืนมา

"เหม่ยหลิง เหม่ยหลิงกลับมาหาฉันจริง ๆ " เขารีบเดินเข้ามาใกล้เธอจนหยวนเหมยคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจเหตุการณ์ เดิมทีหยวนเหมยเป็นหญิงสาวที่ใช้ชีวิตอยู่แต่โรงพยาบาลเพราะตั้งแต่เกิดเธอมีโรคประจำตัวและร่างกายอ่อนแอ แม้แต่เพื่อนก็ยังไม่มีสักคน วัน ๆ ทำได้เพียงนอนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบกลิ่นยากลิ่นน้ำเกลือและกลิ่นแห่งความตายที่เธอชินชา มีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นเพื่อนของเธอคือทีวี ความฝันของเธอคือการเป็นเชฟแต่แล้วความฝันของเธอก็ได้ดับสลายเมื่อเธออายุครบยี่สิบปีโรคหัวใจของเธอกำเริบขึ้นอีกครั้งและไม่มีท่าทีจะรักษาให้หายได้ ลมหายใจของเธอโรยรินอย่างช้า ๆ เธอเฝ้าภาวนาให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อเพราะมีหลายอย่างที่เธอยังไม่ได้ทำด้วยซ้ำ แต่เหมือนโชคชะตาจะไม่เป็นใจเมื่อชีพจรของเธอดับลง แต่แล้วเมื่อเธอลืมตากลับพบว่าตัวเองมาอยู่ในโลงศพและผู้คนที่เธอไม่คุ้นหน้าคุ้นตาด้วยซ้ำ เธอกวาดสายตาจ้องมองทุกคนเชื่องช้าก่อนที่ภาพความทรงจำบางอย่างวาบผ่านเข้ามาในความคิด

“ชิ! คนอย่างเธอไม่เหมาะสมกับลูกชายของฉันสักนิด ถ้าได้แต่งกับลูกสาวโรงงานเย็บผ้าคงดีไม่น้อย หากว่าฉันไม่เห็นแก่พ่อของเธอที่เป็นสหายสามีฉันได้สั่งเสียเอาไว้ฉันคงไม่รับเธอกับน้องชายของเธอมาอยู่ที่นี่หรอก! แถมยังเลี้ยงเสียข้าวสุกเข้ามาแล้วยังมาทำตัวมารยาอ่อยลูกชายของฉันจนเขาตกแต่งให้เป็นภรรยา มองหน้าอยู่ได้รีบไปทำอาหารสิ ฉันกับลู่หลินหิวจะตายอยู่แล้ว ลู่หลินทำงานมาเหนื่อย ๆ ให้น้องชายเธอมานวดให้ด้วย หากทำไม่ถูกใจวันนี้พวกเธอสองพี่น้องไม่ต้องกินข้าว” เสียงแผดร้องตะคอกว่าสีหน้าบึ้งตึงอย่างเบื่อหน่ายต่อว่าร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวทำได้เพียงก้มหัวและพยักหน้าน้อมรับคำพูดของผู้เป็นแม่สามี

ตอนนั้นนั่นเองที่เหวินเทียนเดินเข้ามาจะประคองร่างของภรรยาเขาออกจากโลงเพื่อพากลับบ้าน หยวนเหมยเกิดหมดสติลงไปอีกครั้ง

“เหม่ยหลิงเจ้าได้ยินข้าไม่? ไม่ได้การต้องรีบพาเหม่ยหลิงไปหาหมอ” ร่างเล็กหลับไหลอยู่ในอ้อมกอดของเหวินเทียนเขารีบอุ้มเธอไปหาหมอที่สถานพยาบาลทันที น้องชายของเหม่ยหลิงกำลังโศกเศร้าจากการจากไปของพี่สาว เมื่อเห็นพี่สาวของตัวเองฟื้นขึ้นมาเขาดีใจมาก ๆ เพราะหากไม่มีพี่ชีวิตนี้คงมืดมนไปหมด

“พี่เหวินเทียนข้าไปด้วย” เวยอันรีบวิ่งตามพี่เขยไปทันที ส่วนหญิงผู้ที่เป็นแม่ของเหวินเทียนยังคงอยู่ในอาการอึ้งที่เห็นคนที่ตายไปแล้วฟื้นคืนมาและไม่ทันได้ร้องห้ามลูกชายตัวเองสักคำ

“แม่ทำไมไม่รีบห้ามเหวินเทียนไว้ล่ะ! เห็นมั้ยเขาพาเหม่ยหลิงไปหาหมอแล้ว แต่น่ากลัวจังเลยคนอะไรตายแล้วฟื้นหรือว่านางเหม่ยหลิงเป็นปีศาจกันนะ! แม่หากว่านางเหม่ยหลิงมันฟื้นคืนมาจริง ๆ ฉันไม่ยอมอยู่บ้านหลังเดียวกับเธอหรอกนะ ดูสิฉันกลัวจนขนลุกไปหมด” ลู่หลินพี่สาวของเหวินเทียนเรียกให้ผู้เป็นแม่ได้ดูขนแขนของเธอพร้อมพูดออกมาอย่างหวาดกลัว

“ฮึ! อย่าว่าแต่แกเลย ฉันเองก็ไม่ยอมหรอกคนตายไปแล้วยังไงก็ไม่ดีต่อครอบครัวของเรา รีบตามไปดูกันเถอะว่าเธอฟื้นขึ้นจริง ๆ หรือว่าแค่เส้นที่ชักกระตุกให้ยืนเท่านั้น” ฟางเซียนพูดจบรีบเดินกึ่งวิ่งไปกับลู่หลิน

“แม่คะวันนี้ฉันทำกับข้าวเสร็จแล้วขอไปพักก่อนได้มั้ยคะช่วงนี้รู้สึกไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่” หญิงสาวกุมมือบีบแน่นพยายามเค้นคำพูดออกมาบอกแม่สามีที่นั่งนับเงินอยู่ที่เก้าอี้ตัวประจำของเธอ ก่อนที่เธอจะจ้องมองอย่างรำคาญ

“เธอทึกทนขนาดนี้จะไม่สบายได้ยังไงหรือว่าเธอจะแอบอู้! คิดว่าตอนนี้ขึ้นเป็นภรรยาของเหวินเทียนแล้วจะสุขสบายเหรอ! ไม่ได้ต่อให้แกไม่สบายยังไงก็ต้องอยู่จนกว่าทุกคนในบ้านกินข้าวเสร็จและคอยเก็บกวาดล้างชามก่อนถึงจะไปพักได้” ร่างบางกัดริมฝีบางจนรู้สึกเจ็บทำไมชีวิตของเธอต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เธอทั้งขยันทำงานทุกอย่างและทนให้แม่สามีกับพี่สามีคอยโขกสับตลอดเวลาเธอไม่เคยปริปากบอกสามีเลยสักครั้งเพราะไม่อยากให้เขาลำบากใจ อีกทั้งเธอยังมีน้องชายอย่างเวยอันที่ต้องดูแล หากเธอขัดข้อไม่ยอมทำตามไม่ใช่แค่เธอที่จะถูกทำร้ายแต่เวยอันเองก็จะถูกกระทำเหมือนกัน เมื่อสามปีก่อนพ่อของเธอกับพ่อของเหวินเทียนออกเดินทางไปต่างเมืองเกิดพายุโหมกระหน่ำทำให้เรือที่เขาเดินทางไปเกิดคว่ำและข่าวร้ายก็เกิดขึ้นกับทั้งสองครอบครัว แต่โชคดีที่พ่อของเหวินเทียนรักเอ็นดูเหม่ยหลิงหากเขาหรือว่าเพื่อนของเขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นให้รับเธอเข้ามาอยู่ด้วยกัน

ในตอนแรกฟางเซียนไม่อยากจะสนใจสองพี่น้องด้วยซ้ำแต่เพราะสมบัติของเหม่ยหลิงก็มีมากกว่าเขา เขาจึงยอมรับเลี้ยงทั้งสองเข้ามาอยู่ในบ้านแต่ไม่คิดเลยว่าลูกชายของเขาที่ไปรับราชการเป็นทหารได้กลับมาพบรักกับเหม่ยหลิงและเอ่ยปากขอเธอแต่งงาน จนในที่สุดเธอยอมให้ลูกชายแต่งพร้อมให้เหวินเทียนจดทะเบียนกับเหม่ยหลิงเพื่อจะฮุบสมบัติของเธอ

“ได้ค่ะ” เธอตอบกลับแม่สามีอย่างจำใจก่อนจะเดินเข้าไปในครัวแอบนั่งร้องไห้เพราะตอนนี้ร่างกายของเธอร้อนไปทั้งตัว เวยอันที่แอบฟังอยู่รีบเดินเข้ามาหาผู้เป็นพี่

“พี่ครับหากพี่ไม่สบายไปพักเถอะเดี๋ยวผมจะเก็บกวาดให้เอง” เหม่ยหลิงปาดน้ำตาจ้องมองน้องชายที่มีอายุเพียงสิบปีก่อนจะหยุดร้องไห้เธอจะต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องน้องของเธอให้ได้

“เวยอันพี่ไม่ได้เป็นอะไร กินยาเดี๋ยวก็ดีขึ้นหิวมั้ย? เดี๋ยวพี่จะไปหยิบข้าวปั้นมาให้ กินรองท้องไปก่อนเมื่อไหร่ที่ทุกคนกินอิ่มแล้ว พี่จะเอาอาหารที่เหลือมาให้นะ!” เธอแอบหยิบข้าวปั้นซุกซ้อนเอาไว้ในยามที่น้องชายหิวเธอจะได้เอาให้เขากิน เพราะค่าใช้จ่ายหรือแม้แต่ของกินภายในบ้านแม่สามีเป็นคนดูแลปกครอง ทั้งสองพี่น้องแทบไม่มีเงินติดตัวอย่าว่าแต่เงินสักหยวนเลยแม้แต่สลึงเธอก็แทบจะไม่มี และเธอกับน้องชายจะได้กินอาหารเพียงแค่สองครั้งต่อวันเท่านั้น วัยของเวยอันกำลังเจริญเติบโตบางครั้งเหม่ยหลิงยอมอดเพื่อให้น้องได้กิน

“พี่เหม่ยหลิงกินเถอะฉันยังไม่หิวหรอกแต่ร่างกายของพี่ร้อนมากจริง ๆ นะครับ ทำไงดีงั้นพี่ไปนอนพักสักหน่อยดีมั้ยตอนนี้ยังไงพี่ลู่หลินยังไม่มา หากเธอมาแล้วผมจะรีบไปปลุกพี่เอง”

“เอางั้นก็ได้งั้นพี่จะกินยานอนสักงีบ อย่าลืมมาปลุกด้วยล่ะรู้ใช่มั้ยถ้าทำให้คุณแม่กับพี่ลู่หลินไม่พอใจวันนี้เราจะไม่ได้กินข้าวเย็น”

“ครับ” เหม่ยหลิงลูบหัวน้องชายก่อนจะยันกายลุกขึ้นเดินเซซ้ายเซขวาหายากินก่อนจะนอนลงในห้องครัวเพื่อรอเวลาลู่หลินกลับมาจะได้ยกอาหารให้เธอกินตามคำสั่งของแม่สามี

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

JJ's
JJ's
Happy Ending ใจฟู
2025-04-14 00:34:24
1
1
กัลปังหา สีชมพู
กัลปังหา สีชมพู
เรื่องนี้สนุก น่ารักดีค่ะ ไม่จืดยาวดีด้วย
2024-12-09 01:13:42
1
1
36 فصول
บทที่ 1 เกิดใหม่ในยุค 80
บทนำชะตาชีวิตนำพาให้หญิงสาวที่หมดลมหายใจได้เกิดใหม่ในยุคทศวรรษ 1983 แต่ทว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของเหม่ยหลิง หญิงสาวที่แต่งงานกับครอบครัวหนึ่งแต่ไม่ทันที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับสามีเขาต้องไปรับราชการทหาร ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวสามีแม่สามีกับพี่สาวที่คอยรังแกและใช้งานสารพัด แถมเธอยังไม่ได้อยู่ในบ้านในฐานะลูกสะใภ้แต่เธอทำทุกอย่างราวกับทาส แต่ที่เธอยอมเพราะเธอมีน้องชายที่ต้องคอยปกป้อง จนวันหนึ่งที่เธอแตกสลายไปหมดทั้งร่างกายและจิตวิญญาณจนไม่คิดถึงคนอื่น และเลือกที่จะจบชีวิตอันน่ารันทดนี้ลงด้วยการปลิดชีพตัวเองแต่ใครจะคิดว่าจู่ ๆ ร่างที่กำลังจะถูกฝังกลับฟื้นคืนมาและยังมีนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะเธอไม่ใช่เจ้าของร่างคนเดิมอีกต่อไป ต่อจากนี้เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเธอกับน้องชายได้อีก และสามีที่รักเธอแต่ปกป้องเธอไม่ได้เธอเองก็ไม่ต้องการ เธอจะหาทางดิ้นรนเอาชีวิตรอดและเลี้ยงดูน้องชายของเธอให้มีชีวิตที่ดีขึ้นบทที่ 1 เกิดใหม่ในยุค 80อึก อึก แค่ก ๆ !!!'ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน! ทำไมหายใจไม่ทั่วท้องอย่างนี้ ทำไมที่นี่
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ฉันจะไม่ยอม
บทที่ 2 ฉันจะไม่ยอมแต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ ฝนเกิดตกลงมาฟางเซียนคิดหนักเพราะไม่มีท่าทีว่าฝนจะตกสักนิดหากจะให้ลู่หลินลูกสาวของเธอเดินตากฝนกลับมาคงไม่สบายแน่ ๆ เธอเลยรีบเดินไปเรียกลูกสะใภ้ถือร่มไปรับลู่หลินที่โรงเย็บผ้าตอนนั้นเวยอันออกไปด้านนอกเพื่อเฝ้าดูลู่หลินว่ากลับมาหรือยังเลยไม่เห็นว่าฟางเซียนกำลังเดินไปหาพี่สาวของตัวเอง“นี่มันอะไรกัน! แอบมาหลับอยู่ในครัวได้ยังไงขี้เกียจตัวเป็นขนจริง ๆ นี่เหม่ยหลิงลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาพัก” ฟางเซียนใช้น้ำสาดเรียกให้เหม่ยหลิงตื่น ทันทีที่ร่างกายของเธอถูกน้ำก็ได้ลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมาเพราะรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่างกาย“คุณแม่ ฉันแค่นอนพักเท่านั้นพี่ลู่หลินมาแล้วหรือคะ” เธอรีบลุกขึ้นกวาดสายตามองไปด้านหลังของแม่สามี“ตอนนี้ยังไม่มาเพราะข้างนอกเกิดฝนตก เธอเอาร่มไปให้ลู่หลินหน่อยสิฝนนี่ก็จริง ๆ เลยทั้งวันไม่ตกมาตกตอนลูกสาวของฉันจะกลับบ้าน” เหม่ยหลิงมองไปทางหน้าต่างเห็นเม็ดฝนกำลังหล่นลงมาไม่แรงเท่าไหร่ หากเธอไม่ตากฝนคงไม่ไข้ขึ้นเมื่อคิดเช่นนั้นเหม่ยหลิงรีบเดินไปถือร่มเพื่อออกไปรับลู่หลินตามที่แม่สามี
اقرأ المزيد
บทที่ 3 หย่า
บทที่ 3 หย่า“เธอคงตกใจกลัวใช่มั้ยที่ไม่มีพี่อยู่เคียงข้าง เอาล่ะเลิกร้องไห้ได้แล้วต่อจากนี้พี่ไม่คิดจะหนีไปไหนอีก เราสองคนจะต้องไม่ให้ใครมารังแกได้อีกพี่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนายเองเวยอัน” ร่างกายของเวยอันพ่ายผอมจนหนังหุ้มกระดูกทั้งสองพี่น้องต้องพบเจอกับเรื่องไม่ยุติธรรมขนาดไหนกันนะ! แล้วทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้กำลังถูกฝังอยู่ในโลง หยวนเหมยเริ่มคิดหนักในเรื่องนี้ หรือว่าเธอถูกแม่สามีกับพี่สาวรังแกจนตาย หรือว่าเธอป่วยไข้จนทนไม่ไหวตายเพราะไข้หวัดหรือ? หยวนเหมยฉุดคิดแต่ไม่ทันไรเสียงชายที่เธอพบหลังจากที่ลืมตาได้เดินเข้ามา"เหม่ยหลิงเธอฟื้นแล้วหรือ รู้มั้ยว่าฉันดีใจแค่ไหนที่เธอฟื้นขึ้นมา ฉันคิดว่าฉันจะเสียเธอไปแล้ว ทำไมเธอถึงได้คิดสั้นอย่างนั้น รู้บ้างมั้ยฉันต้องเจ็บปวดมากขนาดไหน " น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยแววตาเจ็บปวด ของชายที่เดินเข้ามาหยวนเหมยพอเดาออกนี่คงเป็นสามีของเธอ แต่เขาพูดว่าเธอคิดสั้น นั่นก็หมายความว่าเธอไม่ได้ถูกรังแกแต่เป็นเธอเองที่คิดจะฆ่าตัวตายอย่างนั้นเหรอ! เวยอันรีบผละออกให้พี่เขยเข้ามาคุยกับพี่สาว หยวนเหมยเห็นว่าเขาจะเข้ามากอดเธอรีบใช้มือดันอกเอาไว้ ไม่รู้ว่าเพรา
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ความทรงจำ
บทที่ 4 ความทรงจำ"เอามือออกไปจากร่างกายของฉันได้แล้ว ""ทำไมเธอถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้หรือว่าเพราะเกิดการกระทบจิตใจกับเรื่องที่เธอพบเจอมากันนะ! โธ่ภรรยาของฉันทำไมต้องเกิดเรื่องไม่ดีอย่างนี้ด้วย ต่อจากนี้ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะฉันจะอยู่เคียงข้างคอยปกป้องเธอเอง ตอนนี้ฉันออกจากการรับราชการแล้วต่อจากนี้เรามาอยู่กันอย่างมีความสุขเถอะนะ! เธอคงเหนื่อยมามากพักผ่อนเถอะ ฉันจะออกไปเกลี้ยกล่อมคุณแม่เอง " เหม่ยหลิงไม่ได้โต้ตอบอะไรเธอเดินดูในห้องอย่างน่าสนใจก่อนจะนั่งลงที่เตียงหนานุ่ม แต่ทำไมเหมือนร่างนี้ไม่เคยได้อยู่ในห้องนี่เลยด้วยซ้ำที่นอนแบบนี้เธอคงไม่ได้สัมผัส เมื่อเห็นว่าประตูปิดลงหยวนเหมยที่อยู่ในร่างของเหม่ยหลิงนอนลงที่เตียงก่อนจะผลอยหลับไปอากาศเย็นสบายเหม่ยหลิงดีใจที่สามีของเธอจะกลับมาอยู่บ้านอย่างถาวรหลังจากที่ไปเป็นทหารกองหนุนเมื่อหลังจากการปฏิวัติเสร็จสิ้นทางการให้ทหารที่ไม่ได้มียศหรือทหารกองหนุนกลับบ้านพร้อมเงินจำนวนหนึ่งกลับมาด้วย วันนี้เหม่ยหลิงจึงเก็บกวาดเช็ดถูบ้านด้วยสีหน้าดีอกดีใจ เพราะมีเรื่องหนึ่งที่เธออยากบอกให้สามีรู้ สองเดือนที่แล้วสามีได้กลับมาเยี่ยมและร่วมหลับนอนหลังจากนั้นฤด
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ได้สมบัติคืนมา
บทที่ 5 ได้สมบัติคืนมาอึก อึก'ทำไมถึงเจ็บปวดได้ขนาดนี้นะ! ' หยวนเหมยสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่ายามนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวความรู้สึกหน่วงที่หัวใจคล้ายโรคหัวใจของเธอกำเริบอีกครั้งแต่เมื่อเธอหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ กลับหายไป"หรือว่าที่ฉันรู้สึกเจ็บไม่ใช่เพราะอาการของรฉันแต่เป็นความเจ็บปวดที่เหม่ยหลิงต้องพบเจอ ฉันรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงได้อยากจบชีวิตตัวเอง ช่างไม่รักตัวเองเอาเสียเลยดูฉันสิอยากมีชีวิตอยู่ เฝ้าอ้อนวอนสวรรค์กลับไม่มีความเมตตา แต่เอาล่ะในเมื่อตอนนี้ฉันเป็นเธอฉันจะไม่ยอมตายง่าย ๆ แน่และฉันจะไม่ยอมทนกับครอบครัวนี้อีกต่อไป แม้เหวินเทียนสามีของเธอจะรักเธอมากแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้อย่างนี้จะมีไปทำไมสู้หย่าไปเสียดีกว่า คนที่รักเธอจริง ๆ มีเพียงตัวเองกับน้องชายเท่านั้น " เมื่อคิดได้อย่างนั้นหยวนเหมยลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปหาผู้เป็นสามีเพื่อขอให้เขาหย่าให้ตนเอง และโชคดีที่แม่สามีเองก็นั่งอยู่ที่เก้าอี้พร้อมทั้งสามีของเธอ เธอจะจบเรื่องนี้ภายในวันนี้"เหม่ยหลิงเธอฟื้นแล้วหรือ? มาสิเดี๋ยวฉันจะพยุงเธอเอง วันนี้ฉันเข้าครัวทำข้าวต้มให้เธอด้วยนะคิดว่าเธอตื่นจะยกไปให้ที่ห้อง "เหวินเทียนเห็น
اقرأ المزيد
บทที่ 6 กลับบ้าน
บทที่ 6 กลับบ้านหลังจากที่ตกลงและลงนามในใบหย่าหยวนเหมยมาหาน้องชายของตัวเองที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่อย่างเอร็ดอร่อย"เวยอันอร่อยหรือไม่? ""อร่อยมากเลยครับพี่เหม่ยหลิงทำยังไงวันนี้ถึงได้กินอาหารดี ๆ อย่างนี้ล่ะ" เด็กชายถามพี่สาวด้วยความอยากรู้ยากนักที่จะได้กินอาหารที่อิ่มและอร่อยอย่างนี้"ทำยังไงไม่สำคัญหรอกต่อจากนี้พี่จะทำให้เวยอันได้กินอาหารที่ดีและมีประโยชน์และครบสามมื้ออาหารไม่ให้อดอยากอีกแล้ว กินเสร็จแล้วเข้านอนเถอะนะวันรุ่งขึ้นเราจะเดินทางกลับตระกูลของเรากัน แม้ที่นั่นไม่มีคุณพ่อแต่พี่จะเป็นคนที่ดูแลเวยอันให้เติบโตเอง " หยวนเหมยจ้องมองน้องชายอย่างอ่อนโยนลูบหัวของเขาเบา ๆ ก่อนจะส่งยิ้มให้"ครับ แล้วพี่เหม่ยหลิงไม่กินด้วยกันเหรอครับไม่ใช่ว่าพี่จะอดเหมือนทุกครั้งหรอกนะ ""ไม่หรอก พี่บอกเวยอันแล้วอย่างไรว่าต่อจากนี้จะไม่ให้อดอยากอีกรวมถึงตัวพี่ด้วย" เมื่อพูดคุยกับน้องพักใหญ่หยวนเหม่ยได้กลับไปที่ห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้าของตน แต่เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้ากับพบว่ามีเพียงผ้าเก่า ๆ คล้ายกับผ้าไว้เช็ดถูก็ไม่ปาน ชีวิตของเหม่ยหลิงช่างน่ารันทดดีแท้ทันใดนั้นเองเธอได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเ
اقرأ المزيد
บทที่ 7 หนทางหาเงิน
บทที่ 7 หนทางหาเงินหลังจากกินอาหารเสร็จสองพี่น้องพากันกลับบ้าน เวยอันเหน็ดเหนื่อยจึงผลอยนอนหลับหากอยู่ที่บ้านของเหวินเทียนไม่มีทางที่จะได้นอนอย่างนี้ เหม่ยหลิงเดินดูรอบบ้าน ทั้งในครัวและห้องนอนก่อนจะมานั่งคิดหาทางเอาชีวิตรอดต่อจากนี้"จะทำยังไงดีนะ! จะไปหางานที่โรงเย็บผ้าก็ไม่อยากจะเจอกับลู่หลิน อีกอย่างเงินเพียงห้าสิบหยวนถ้าจับจ่ายใช้ไม่รู้จักประหยัดก็คงจะหมดไป หรือจะขายของเหมือนป้าเสี่ยนแล้วฉันจะขายอะไรได้ ไม่สิจะต้องดูตลาดแถวนี้เสียก่อนว่ายังไม่มีอะไรขายถึงจะคิดได้ว่าจะขายอะไร เอาล่ะตอนนี้ต้องหาฟืนเพื่อมาทำอาหารเสียก่อน " เหม่ยหลิงลุกขึ้นเดินออกไปนอกบ้านตอนนี้ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกสู่พื้นโชคดีที่ยุคนี้เป็นยุคที่มีไฟฟ้าใช้แล้วแม้จะยังเข้าไม่ถึงบางพื้นที่แต่ที่นี่เธออยู่นับได้ว่าเป็นความโชคดีที่เธอยังอยู่ในตัวอำเภอหากอยู่แถวชนบทไฟฟ้าคงยังเข้าไม่ถึง เหม่ยหลิงเดินหาไม้ฟืนตามข้างบ้าน เพื่อใช้ในการหุงข้าวทำกับข้าวจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี เสียงเรียกของเวยอันได้ดังขึ้นเมื่อลืมตาขึ้นมาไม่เจอพี่สาว"พี่เหม่ยหลิงอยู่ที่ไหนครับ พี่เหม่ยหลิง""เวยอันพี่อยู่นี่ ตอนนี้พี่จัดแจงห้องนอนให้เราแล้วนะต่อจากนี้
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ขายซาลาเปา
บทที่ 8 ขายซาลาเปาไอความร้อนลอยออกมาจากตัวซาลาเปาที่วางลงบนโต๊ะเวยอันรออยู่อย่างใจจดใจจ้องมองอย่างดีใจใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม"พี่เหม่ยหลิงซาลาเปาที่อยู่ตรงหน้านี้ฉันกินได้จริง ๆ ใช่มั้ย? หรือต้องรอให้ทุกคนกินอิ่มก่อนเราถึงจะได้กิน " ความเคยชินจากที่เคยอยู่บ้านตระกูลเหวินทำให้เวยอันเคยตัวเพราะกลัวการถูกทุบตี เหม่ยหลิงยื่นมือไปแตะที่หัวน้องชายอย่างแผ่วเบา"ต่อจากนี้เราไม่ต้องรอให้ใครกินก่อนหรือเราต้องคอยกินของเหลืออีกแล้วนะ ซาลาเปาที่อยู่ในจานนี้น้องชายของพี่จะกินหมดย่อมได้ ลองกินดูสิรู้มั้ยซาลาเปาต้องกินตอนร้อน ๆ นะถึงจะอร่อย แต่พี่เองไม่รับประกันว่ารสชาติจะเป็นยังไงเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ทำ"เด็กชายคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้าก่อนจะใช้มือจับซาลาเปายกขึ้นมาบอกแก่พี่สาว"พี่สาวของฉันเป็นคนที่ทำอาหารอร่อยที่สุด ซาลาเปาของพี่ต้องอร่อยอยู่แล้ว " พูดจบปากเล็ก ๆ กัดซาลาเปาคำโตเข้าปากเคี้ยวอย่างเร่งรีบเพราะความร้อนก่อนจะกลืนลงท้อง เหม่ยหลิงคาดหวังเหลือเกินว่าน้องชายของเธอจะไม่คายมันออกมา"ฮืม ..พี่สาวของฉันทำมันออกมาได้อร่อยจริง ๆ เนื้อแป้งนุ่มราวกับนุ่นแถมไส้ก็อร่อยมาก ๆ ""นี่ไม่ใช่ว่าเราพูดเพราะก
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ขายดิบขายดี
บทที่ 9 ขายดิบขายดีเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในโรงงานกำลังเดินทางกลับบ้านโชคดีที่บ้านของฟางเซียนไม่ไกลจากโรงงานเท่าไหร่นัก เธอมาถึงได้ยืนชะเง้อมองหาซิงเยียน เห็นเธอโบยมือร่ำลาลูกน้องในโรงงานเมื่อหันมาเห็นฟางเซียนเธอรีบเดินเข้ามาทักทายทันที"สวัสดีค่ะป้าฟางเซียนมารับพี่ลู่หลินหรือคะ?""อ้อ…ไม่ใช่จ้ะ ป้ามาที่นี่เพราะต้องการเจอหนูซิงเยียนมาคุยกับป้าสักหน่อยได้มั้ย " ซิงเยียนคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยแต่ก็ยอมเดินตามฟางเซียนไปยืนคุยไกล ๆ ผู้คน"คุณป้ามีเรื่องอะไรหรือคะ? ""ป้าอยากจะถามหนูอย่างจริงใจ หนูซิงเยียนชอบลูกชายของป้าหรือเปล่าจ้ะ " เมื่อถามขึ้นใบหน้าของเธอแดงระเรื่อราวมะเขือเทศ ยืนบิดอายไปมาเผยให้ฟางเซียนเห็นโดยที่เธอไม่ต้องตอบก็รู้ว่าเธอคิดยังไงกับเหวินเทียน"ป้าฟางเซียนถามอย่างนี้จะให้ฉันตอบยังไงคะ หากจะว่าชอบก็คงตรงไป ""ไม่เลยเพราะป้ามาหาหนูวันนี้เพราะมีความจริงจะบอก จริงสิวันนี้ลู่หลินเล่าให้ป้าฟังแล้วว่าหนูรู้แล้วเรื่องที่เหวินเทียนหย่ากับภรรยา ตอนนี้เขาโศกเศร้าเสียใจมากจนไม่ได้สติ หากตอนนี้หนูซิงเยียนเข้าไปปลอบใจอยู่เคียงข้างเขาคงจะมีกำลังใจขึ้นมา วันนี้หนูมีเรื่องจะต้องท
اقرأ المزيد
บทที่ 10 รับผิดชอบ
บทที่ 10 รับผิดชอบหลังจากการปฏิวัติทุกอย่างเริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตหรือการคมนาคม ชาวต่างชาติได้เข้ามาทำการค้าได้อย่างเสรี เครื่องจักรต่าง ๆ ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ โรงงานมากมายถึงเปิดทำการเป็นของนายทุนแถมยังเปิดรับสมัครคนงานเป็นจำนวนมากผู้คนที่นี่จึงไม่ได้อดอยากเหมือนแต่ก่อนโรงเรียนที่เหม่ยหลิงพาเวยอันมาฝากเข้าเรียนมีการสอนภาษาด้วยแต่ทว่าไม่ใช่โรงเรียนที่สอนฟรี เหม่ยหลิงแม้จะมีทางเลือกที่จะให้เวยอันไปเข้าเรียนโรงเรียนธรรมดากลับคิดว่าเพื่อคุณภาพชีวิตของน้องชายไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนัก เพราะภาษาคือใบเลิกทางให้เวยอันเติบโตมีความรู้ความสามารถที่ดีและได้เปรียบทางด้านภาษาจึงตกลงที่จะให้เวยอันเข้าเรียนที่นี่หลังจากที่จัดการเรื่องการเรียนซื้อชุดรองเท้าพร้อมกระเป๋าที่ตลาดทั้งสองจึงพากันกลับบ้านแต่ระหว่างได้พบเข้ากับคนละแวกบ้านของแม่สามีเก่า พวกเขาเห็นเธอใช้จ่ายมือเติบจึงได้เข้ามาถามไถ่"นี่ใช่เหม่ยหลิงสะใภ้ตระกูลเหวินมั้ย! " เหม่ยหลิงเห็นคนอาวุโสกว่าเข้ามาทักทายเธอเลือกที่จะทักทายกลับอย่างมีมารยาท"ใช่ค่ะฉันเหม่ยหลิงแต่ไม่ใช่สะใภ้บ้านนั้นแล้ว ""โฮ๊ะ ๆ จริงด้วยฉันเคยตั
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status